ถ้ำสัตตบรรณคูหา

Rating: 3.8/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น. (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการดูแลของสำนักสงฆ์และสภาพพื้นที่)
ถ้ำสัตตบรรณคูหา เป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะกับคนที่อยากเจอ “ความเงียบที่สวย” แบบไม่ต้องเดินทางไกลออกนอกจังหวัด เพราะถ้ำตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีทางแยกเข้าไปจากถนนหลักอีกประมาณ 1 กิโลเมตร และบริเวณถ้ำยังเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ทำให้บรรยากาศโดยรวมต่างจากถ้ำท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์หลายแห่งอย่างชัดเจน ความรู้สึกแรกเมื่อมาถึงมักเป็นความสงบของภูมิประเทศรอบ ๆ ที่มีทั้งแนวเขา ป่า และทิวทัศน์ที่โล่งพอให้หายใจได้เต็มปอด โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงแดดอ่อนลง บรรยากาศแถบนี้มักทำให้ผู้มาเยือน “เดินช้าลง” ได้เองโดยไม่ต้องพยายาม
ชื่อของถ้ำและสำนักสงฆ์ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “สัตตบรรณคูหา” หมายถึงอะไร ในเชิงความหมายแบบที่พบได้บ่อยในชื่อถ้ำหรือสถานที่ทางธรรม คำว่า “สัตต” มักสื่อถึง “7” ส่วน “คูหา” หมายถึง “ถ้ำ” หรือ “โพรง” จึงทำให้ชื่อสถานที่ชวนให้นึกถึงการแบ่งคูหาหรือโพรงภายในถ้ำเป็นช่วง ๆ หรือมีลักษณะภายในที่ทำให้ผู้คนจดจำเป็นภาพจำแบบ “ถ้ำที่มีหลายคูหา” แม้ในทางปฏิบัติผู้มาเยือนแต่ละคนอาจตีความต่างกันไปตามเส้นทางที่เดินจริง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความรู้สึกว่า “ที่นี่ไม่เสียงดัง” และ “ไม่เร่งรีบ” จึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแนวธรรมชาติแบบเรียบง่ายและไม่ต้องจัดแผนซับซ้อน
การที่ถ้ำตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักสงฆ์ทำให้การมาเยือนมีบรรยากาศสุภาพเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักแต่งกายมิดชิดพอเหมาะ ไม่ส่งเสียงดัง และใช้พื้นที่ด้วยความระมัดระวังมากกว่าปกติ นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ถ้ำสัตตบรรณคูหากลายเป็นจุดหมายที่หลายคนอยากกลับมาอีกครั้ง เพราะเมื่อไม่มีความวุ่นวาย ความงามของภูมิประเทศรอบ ๆ จะเด่นขึ้นทันที ทั้งความเงียบของป่า ความนิ่งของพื้นที่ และรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างเสียงลม เสียงนก หรือเสียงใบไม้เสียดสีกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ “การเที่ยวถ้ำ” ไม่ใช่แค่การเดินเข้าไปดูโพรงหิน แต่เป็นการพักใจผ่านสภาพแวดล้อมที่ธรรมชาติยังเป็นตัวเอก
ถ้าพูดถึงภาพรวมแบบเข้าใจง่าย ถ้ำในเขตกาญจนบุรีจำนวนไม่น้อยอยู่ในกลุ่มถ้ำหินปูน ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ต้องใช้เวลาอย่างยาวนาน น้ำฝนซึมผ่านชั้นดินและชั้นหินจนมีความเป็นกรดอ่อน ๆ จากนั้นค่อย ๆ ละลายเนื้อหินปูนจนเกิดโพรงและช่องว่าง เมื่อเวลาผ่านไปนานมาก ช่องว่างเล็ก ๆ จึงขยายเป็นคูหาและทางเดินภายในถ้ำ ส่วน “หินงอกหินย้อย” ที่คนมักตั้งใจมาดู เกิดจากหยดน้ำที่พาแร่ธาตุไหลผ่านเพดานแล้วค่อย ๆ ตกตะกอนทีละน้อย หินย้อยก่อตัวจากด้านบน ส่วนหินงอกก่อตัวจากด้านล่าง กระบวนการนี้ช้าอย่างมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการไม่จับ ไม่แตะ และไม่ปีนป่ายบริเวณหินงอกหินย้อยจึงสำคัญ เพราะคราบเหงื่อหรือไขมันจากมือคนสามารถรบกวนการตกตะกอนของแร่ธาตุและทำให้การเติบโตตามธรรมชาติชะงักได้
ความน่าสนใจของการเที่ยวถ้ำแบบสำนักสงฆ์คือคุณสามารถปรับจังหวะการเที่ยวได้ด้วยตัวเอง หากต้องการมาแบบสายธรรมชาติ คุณอาจใช้เวลานั่งเงียบ ๆ ก่อนเดินเข้าไปชมภายใน หรือถ้าคุณเป็นสายถ่ายภาพ การมาในช่วงที่แสงสวยจะช่วยให้ภาพพื้นที่โดยรอบดูมีมิติขึ้นอย่างชัดเจน แต่ไม่ว่าจะมาแบบไหน สิ่งที่แนะนำให้ยึดเป็นหลักคือ “ความปลอดภัยมาก่อน” เพราะพื้นที่ถ้ำโดยธรรมชาติมักมีความชื้น พื้นอาจลื่น และบางช่วงอาจมีต่างระดับที่ต้องระวังเป็นพิเศษ รองเท้าแบบพื้นยึดเกาะดีจึงจำเป็นกว่ารองเท้าแฟชั่น และควรเตรียมน้ำดื่มติดตัวเล็กน้อย เพราะแม้จะเป็นทริปสั้น แต่การเดินขึ้นลงหรือเดินในพื้นที่ไม่เรียบสามารถทำให้เหนื่อยได้มากกว่าที่คิด
การเดินทาง ไปถ้ำสัตตบรรณคูหาสามารถเริ่มจากตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วมุ่งหน้าไปทางตำบลลาดหญ้า เมื่อเข้าเขตพื้นที่ลาดหญ้าให้สังเกตจุดสังเกตสำคัญตามข้อมูลที่ถูกเล่าต่อกันคือ “จากทางเข้าสวนหิน” ให้ไปต่อประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นจะพบตำแหน่งที่เยื้องกับวิทยาลัยเกษตรกรรม และมีทางแยกเข้าไปยังถ้ำอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางช่วงแยกมักให้ความรู้สึกเป็นทางท้องถิ่นมากขึ้น จึงควรขับด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วพอเหมาะ โดยเฉพาะหากไปช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นที่แสงน้อยลง หากคุณไม่ได้คุ้นกับพื้นที่ แนะนำให้ตั้งจุดนำทางไปยัง “วัด/สำนักสงฆ์ถ้ำสัตตบรรณคูหา” แล้วตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ล่วงหน้า เพราะบางช่วงของพื้นที่ชนบทสัญญาณอาจไม่แรงเท่าในเมือง
ถ้าคุณอยากให้ทริปถ้ำสัตตบรรณคูหามี “มิติทางประวัติศาสตร์” เพิ่มขึ้น สิ่งที่ควรใส่ไว้ในแผนวันเดียวกันคือ “เมืองกาญจนบุรีเก่า” ในเขตตำบลลาดหญ้า ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของพื้นที่ฝั่งนี้ ข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเล่าว่าโซนนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่านที่มีบทบาทในการสกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ โดยมีช่วงเวลาอ้างอิงตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ประมาณ พ.ศ. 2091 – 2328) ทำให้การมาเที่ยวพื้นที่เดียวกันสามารถเล่าเรื่องได้ทั้ง “ภูมิทัศน์ธรรมชาติ” จากถ้ำ และ “ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์” จากร่องรอยเมืองหน้าด่าน
เมืองกาญจนบุรีเก่าที่กล่าวถึงในพื้นที่นี้มีรายละเอียดเชิงรูปแบบที่ชวนให้คนสนใจประวัติศาสตร์หยุดดู เพราะมีการระบุว่าปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 168 x 355 เมตร และมีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม ซึ่งเป็นภาพจำของเมืองหน้าด่านที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงในยุคที่การเดินทัพผ่านด่านสำคัญอย่างด่านเจดีย์สามองค์มีผลต่อการป้องกันเมือง หากคุณชอบการเที่ยวแบบสังเกต “โครงสร้าง” มากกว่าการถ่ายรูปอย่างเดียว เมืองเก่าจะทำให้คุณเห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ “รูปทรงของการป้องกันเมือง” ยังทิ้งร่องรอยให้เราตีความได้จากแนวกำแพงและตำแหน่งป้อมมุม
ความพิเศษอีกอย่างของการเที่ยวเมืองกาญจนบุรีเก่าคือการที่บริเวณโดยรอบมีโบราณสถานและวัดที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เช่น วัดขุนแผน วัดแม่หม้าย วัดป่าเลไลยก์ และวัดนางพิมพ์ ซึ่งทำให้การเดินทางเส้นนี้ไม่ใช่การไปดู “จุดเดียวแล้วกลับ” แต่สามารถทำเป็นเส้นทางเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไปได้ หากคุณมีเวลามากขึ้น คุณอาจเริ่มจากการชมถ้ำในช่วงเช้า ต่อด้วยเมืองกาญจนบุรีเก่าในช่วงสายหรือบ่าย แล้วปิดท้ายด้วยการแวะวัดใกล้เคียงเพื่อเติมบริบททางวัฒนธรรมและความเชื่อท้องถิ่นให้ครบขึ้น ทริปแบบนี้เหมาะกับคนที่อยากได้เนื้อหา “เล่าได้” มากกว่าแค่การไปเช็กอิน
ในมุมของการเตรียมตัว สิ่งที่ทำให้การเที่ยวถ้ำและเมืองเก่าในวันเดียวกัน “ไม่เหนื่อยเกินไป” คือการจัดจังหวะพักให้ดี ถ้ำเหมาะกับการเดินช้า ๆ ใช้สายตาดูรายละเอียด ส่วนเมืองเก่าเหมาะกับการเดินสำรวจภาพรวมและจินตนาการตำแหน่งกำแพง ป้อม และแนวเมือง ดังนั้นคุณควรเผื่อเวลาให้มีช่วงพัก ดื่มน้ำ และหลบแดด โดยเฉพาะในฤดูร้อนของกาญจนบุรีที่แดดแรง การพกหมวกหรือร่ม รวมถึงรองเท้าที่เดินสบายจะช่วยให้เที่ยวได้ต่อเนื่องโดยไม่เสียอารมณ์ และยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินในพื้นที่ขรุขระได้ดี
ถ้าคุณมาเที่ยวแบบครอบครัว โดยเฉพาะมีเด็กหรือผู้สูงอายุ จุดที่ควรใส่ใจคือการประเมินสภาพพื้นที่ก่อนเข้าไปลึกในถ้ำ เด็กควรอยู่ใกล้ผู้ใหญ่เสมอ และผู้สูงอายุควรเดินในจังหวะที่สบาย ไม่ฝืน หากรู้สึกเหนื่อยควรหยุดพัก ไม่จำเป็นต้อง “เดินให้ครบ” ทุกจุดในครั้งเดียว เพราะความปลอดภัยสำคัญกว่าความครบถ้วน ส่วนการเที่ยวเมืองเก่าก็ควรเลือกเดินในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด เพื่อให้ผู้ร่วมทริปทุกคนมีประสบการณ์ที่ดีและกลับบ้านอย่างสบายตัว
อีกเรื่องที่ช่วยให้การเที่ยวถ้ำสัตตบรรณคูหาและพื้นที่สำนักสงฆ์เป็นประสบการณ์ที่ดีคือ “มารยาทการใช้พื้นที่” เนื่องจากเป็นพื้นที่ทางธรรม จึงควรแต่งกายสุภาพก่อนและหลังการเข้าชม หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนผู้อื่น หากคุณพกอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไป ควรเก็บกลับออกมาทั้งหมดเพื่อไม่ทิ้งเศษอาหารไว้ในพื้นที่ธรรมชาติ โดยเฉพาะในเขตถ้ำที่มีความชื้นและอาจกระทบระบบนิเวศขนาดเล็กได้ง่าย การรักษาความสะอาดและความสงบคือสิ่งที่ทำให้สถานที่แบบนี้ “อยู่ได้” ในระยะยาว และทำให้ผู้มาเยือนรุ่นต่อไปยังได้เห็นความงามในสภาพที่ดี
ในเชิงการถ่ายภาพ ถ้ำและเมืองเก่าให้มุมต่างกันอย่างชัดเจน ถ้ำเหมาะกับการถ่ายภาพที่เน้นรายละเอียดพื้นผิว แสงเงา และมิติของคูหา ส่วนเมืองเก่าเหมาะกับภาพที่สื่อ “พื้นที่” และ “ร่องรอยของอดีต” เช่น แนวกำแพงดินหรือพื้นที่โล่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันเมือง หากคุณอยากได้ภาพที่สวยโดยไม่ต้องพึ่งการแต่งมาก การเลือกเวลาช่วงเช้าหรือเย็นจะช่วยให้แสงนุ่มและเงาสวยกว่า และยังช่วยให้เดินเที่ยวสบายกว่าช่วงแดดจัดอีกด้วย
สุดท้าย ถ้ำสัตตบรรณคูหาและเมืองกาญจนบุรีเก่าเหมาะกับคนที่อยากได้ทริปแบบ “เรียบง่ายแต่มีเรื่องเล่า” คุณไม่จำเป็นต้องมีแผนแน่น เพียงจัดเวลาให้พอดี เลือกช่วงอากาศสบาย เตรียมรองเท้าและน้ำดื่ม แล้วปล่อยให้พื้นที่ทำหน้าที่ของมันเอง ความเงียบของสำนักสงฆ์ ความสงบของภูมิประเทศ และร่องรอยเมืองหน้าด่านจะค่อย ๆ ทำให้คุณรู้สึกว่า การเที่ยวกาญจนบุรีไม่ได้มีแค่จุดดัง ๆ แต่ยังมีพื้นที่ที่คนเดินทางเพื่อ “ความสงบ” และ “ความหมายของอดีต” ได้พร้อมกันในวันเดียว
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำสัตตบรรณคูหา (Tham Sattabann Khuha Cave) |
| ที่ตั้ง | ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี |
| ที่อยู่ | บริเวณทางแยกจากเส้นหลักเข้าไปยังถ้ำอีกประมาณ 1 กม. ในเขตตำบลลาดหญ้า (แนะนำตั้งจุดนำทางไป “วัด/สำนักสงฆ์ถ้ำสัตตบรรณคูหา” ก่อนออกเดินทาง) |
| สรุปสถานที่ | ถ้ำในพื้นที่สำนักสงฆ์ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการเที่ยวแบบธรรมชาติและเดินช้า ๆ เชื่อมทริปกับโบราณสถาน “เมืองกาญจนบุรีเก่า” ในตำบลลาดหญ้าได้ |
| จุดเด่นของสถานที่ | บรรยากาศสงบแบบสำนักสงฆ์, ภูมิประเทศโดยรอบสวยและเงียบ, เหมาะกับการเที่ยวเชิงธรรมชาติและพักใจ, จัดทริปคู่กับเมืองกาญจนบุรีเก่าและวัดโบราณใกล้เคียงได้ |
| ช่วงเวลา/ยุค | พื้นที่ใกล้เคียงมีโบราณสถานเมืองกาญจนบุรีเก่า (เมืองหน้าด่าน) ช่วงอ้างอิงราว พ.ศ. 2091 – 2328 (อยุธยาตอนต้น – รัตนโกสินทร์ตอนต้น) |
| หลักฐานสำคัญ + บริบทพื้นที่ | เมืองกาญจนบุรีเก่ามีร่องรอยแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ประมาณ 168 x 355 ม.) และมีป้อมค่ายทั้ง 4 มุม; โบราณสถานโดยรอบมีวัดขุนแผน วัดแม่หม้าย วัดป่าเลไลยก์ และวัดนางพิมพ์ |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระครูปลัดสมศักดิ์ ธมฺมรโต (พระอาจารย์ตั๋ง) (ข้อมูลการประกาศแต่งตั้งเจ้าอาวาสเผยแพร่ในปี 2567) |
| การเดินทาง | รถยนต์: จากตัวเมืองกาญจนบุรี → ตำบลลาดหญ้า → ไปต่อจากทางเข้าสวนหินราว 1 กม. (เยื้องวิทยาลัยเกษตรกรรม) → เลี้ยวเข้าทางแยกไปถ้ำอีกราว 1 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม (แนะนำตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่และกติกาการเข้าชมกับผู้ดูแลก่อนเดินทาง) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สำนักสงฆ์/จุดจอดรถตามการจัดการหน้างาน (รายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้) |
| ค่าธรรมเนียม | โดยทั่วไปเป็นการทำบุญ/บริจาคตามศรัทธา (แนะนำตรวจสอบหน้างาน) |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) ที่พักในโซนตัวเมืองกาญจนบุรี (ประมาณ 15 กม.) 2) ที่พักโซนสะพานข้ามแม่น้ำแคว (ประมาณ 18 กม.) 3) ที่พักโซนวังโพ/ไทรโยค (ประมาณ 35 กม.) 4) ที่พักโซนลาดหญ้า (ประมาณ 8 กม.) 5) ที่พักโซนบ้านเก่า/เมืองสิงห์ (ประมาณ 25 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ร้านซุ่นเฮง (Soon Heng) (ประมาณ 8 กม.) โทร. 092-959-3994 2) ร้านพริกแกง (Prik Kaeng Restaurant) (ประมาณ 8 กม.) โทร. 034-589-185 3) แซ่บนัว ลาดหญ้า (Zab Nua Lat Ya) (ประมาณ 8 กม.) โทร. 092-278-8112 4) ครัวอิงแคว ลำตะเพิน (Krua Ing Kwae Lam Taphoen) (ประมาณ 15 กม.) โทร. 098-382-2773 5) ร้านอาหารน้องเอ (Nong A Restaurant) (ประมาณ 7 กม.) โทร. 034-589-014 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) เมืองกาญจนบุรีเก่า (โบราณสถานแนวกำแพงดิน) (ประมาณ 6 กม.) 2) วัดขุนแผน (ประมาณ 6 กม.) 3) วัดแม่หม้าย (ประมาณ 6 กม.) 4) วัดป่าเลไลยก์ (ประมาณ 6 กม.) 5) วัดนางพิมพ์ (ประมาณ 6 กม.) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำสัตตบรรณคูหาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณถ้ำเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ และมีทางแยกเข้าไปจากเส้นหลักอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
ถาม: ไปถ้ำสัตตบรรณคูหายากไหม ต้องเตรียมตัวยังไง?
ตอบ: ไม่ยากหากขับตามเส้นทางไปตำบลลาดหญ้าและเลี้ยวเข้าทางแยกไปถ้ำตามจุดสังเกต แนะนำรองเท้าพื้นยึดเกาะดี น้ำดื่ม และแต่งกายสุภาพเพราะเป็นพื้นที่สำนักสงฆ์
ถาม: เที่ยวถ้ำสัตตบรรณคูหาเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติแบบสงบ ไม่เร่งรีบ อยากพักใจในบรรยากาศเงียบ ๆ และอยากเชื่อมทริปกับโบราณสถานเมืองกาญจนบุรีเก่า
ถาม: เมืองกาญจนบุรีเก่ามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นโบราณสถานเมืองหน้าด่านในตำบลลาดหญ้า มีร่องรอยแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและป้อมค่าย 4 มุม เชื่อมโยงบริบทการป้องกันเมืองในช่วงอยุธยาตอนต้นถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ถาม: มีมารยาทอะไรที่ควรรู้เมื่อไปเที่ยวถ้ำในพื้นที่สำนักสงฆ์?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และเคารพกติกาหน้างาน หลีกเลี่ยงการแตะหรือปีนป่ายบริเวณหินงอกหินย้อยเพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือเย็นมักสบายกว่าเพราะแดดไม่จัด เหมาะกับการเดินชมพื้นที่และถ่ายภาพ โดยเฉพาะหากต้องการต่อทริปไปเมืองกาญจนบุรีเก่าในวันเดียวกัน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage







หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(