น้ำตกไทรโยคใหญ่ (น้ำตกเขาโจน)

Rating: 4.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30
น้ำตกไทรโยคใหญ่ (น้ำตกเขาโจน) เป็นหนึ่งในจุดเที่ยวที่ “เห็นน้ำตกไหลลงแม่น้ำ” ได้ชัดที่สุดของกาญจนบุรี เพราะสายน้ำตกไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยโดยตรง ทำให้บรรยากาศมีทั้งเสียงน้ำตกและความสงบริมน้ำในเฟรมเดียว หากคุณกำลังหาที่เที่ยวธรรมชาติที่เดินไม่ยาก ได้รูปสวย และต่อยอดเป็นทริปค้างคืนแบบแพริมน้ำได้สะดวก ที่นี่คือคำตอบที่คุ้มเวลา โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนถึงต้นหนาวที่ปริมาณน้ำจะดูเต็มตาและป่าโดยรอบเขียวจัดเป็นพิเศษ
ไฮไลต์ของน้ำตกไทรโยคใหญ่คือการชมสายน้ำตกชั้นเดียวที่ไหลลงแม่น้ำแควน้อย พร้อมเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อเก็บมุมมองที่สวยและ “เต็มเฟรม” มากขึ้น ช่วงที่เหมาะสำหรับคนอยากเห็นน้ำเยอะคือฤดูฝนต่อเนื่องถึงต้นฤดูหนาว ส่วนคนที่อยากเดินสบายและถ่ายรูปแบบคนไม่เยอะ แนะนำมาเช้าวันธรรมดา การเดินทางด้วยรถส่วนตัวทำได้ง่ายจากกรุงเทพฯ ไปทางกาญจนบุรีแล้วใช้ทางหลวง 323 ก่อนเลี้ยวเข้าอุทยานและขับต่ออีกประมาณ 3 กม. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกมีที่จอดรถ ห้องน้ำ และตัวเลือกพักค้างคืนในย่านไทรโยคทั้งแบบบ้านพักและแพริมน้ำ (ควรจองล่วงหน้าในฤดูท่องเที่ยว)
น้ำตกไทรโยคใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากวางเป็น “สถานีหลัก” ของการมาไทรโยค เพราะเข้าถึงง่ายกว่าแหล่งธรรมชาติบางจุดที่ต้องอาศัยเรือหรือเดินไกลกว่า ลักษณะของน้ำตกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินที่วางซ้อนสลับกันเป็นชั้น ๆ ความสูงโดยประมาณราว 8 เมตร (ตัวเลขที่ใช้เล่ากันอย่างแพร่หลาย) และเมื่อสายน้ำไหลลงสู่แม่น้ำจะเกิดละอองน้ำบาง ๆ ที่ช่วยทำให้บรรยากาศร่มเย็น โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือวันที่อากาศชื้นหลังฝนตกใหม่
เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่ “ตัวน้ำตก” แต่เป็นภาพรวมของพื้นที่ริมน้ำแควน้อยที่เหมือนเป็นเวทีธรรมชาติขนาดใหญ่ คุณจะได้ยินเสียงน้ำไหลผสานกับเสียงลมที่พัดผ่านแนวไม้ริมน้ำ บางช่วงมีเสียงนกและแมลงป่าที่ทำให้บรรยากาศดูเป็นธรรมชาติจริง ๆ แม้บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานจะมีความคึกคักกว่าโซนลึกเข้าไปในป่า สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคืออุทยานแห่งชาติไทรโยคเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกขนาดใหญ่ จึงมีสภาพป่าผสม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ และแนวป่าริมน้ำที่ชุ่มชื้นกว่า ทำให้ภาพรวม “เขียว” และ “เย็น” กว่าที่หลายคนคาดไว้เมื่อเทียบกับการเที่ยวจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ
กิจกรรมหลักเมื่อมาถึงน้ำตกไทรโยคใหญ่ คือการเดินชมจุดชมวิวและเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้าม สะพานแขวนเป็นเหมือน “ฉากเปิด” ของการเที่ยว เพราะทันทีที่เดินขึ้นสะพานคุณจะเห็นแม่น้ำแควน้อยทอดยาว และเมื่อมองย้อนกลับมาจะเห็นแนวต้นไม้กับส่วนของน้ำตกเป็นองค์ประกอบเดียวกัน หลายคนเลือกหยุดถ่ายรูปช่วงกลางสะพานเพื่อให้ได้ภาพที่มีทั้งเส้นนำสายตา (แนวสะพาน) และฉากหลังเป็นผืนน้ำกับแนวป่า แต่อย่าลืมเดินอย่างระมัดระวังและไม่วิ่งหรือกระโดดบนสะพาน เพราะสะพานแขวนต้องการการใช้งานแบบปลอดภัย ไม่แกว่งแรง และเพื่อไม่รบกวนคนอื่นที่กำลังเดินสวนกัน
เมื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามแล้ว จุดที่หลายคนประทับใจคือ “มุมมองน้ำตกแบบเต็มตา” เพราะคุณจะเห็นสายน้ำตกไหลลงแม่น้ำในระยะที่ใกล้ขึ้น และมักจะได้ภาพที่เห็นแนวหินรองรับน้ำตกชัดกว่า หากมาวันที่แดดพอดี จะเกิดประกายแสงบนผิวน้ำที่ดูสวยมากในภาพถ่าย แต่ถ้ามาช่วงฝนตกใหม่ ๆ ก็จะได้ภาพน้ำที่ดูมีพลังและมีละอองฟุ้งบาง ๆ เพิ่มมิติให้ฉาก โดยรวมแล้ว น้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นจุดเที่ยวที่ “ให้ภาพ” ได้ดีทั้งสายถ่ายรูปจริงจังและสายเที่ยวแบบครอบครัว เพราะไม่ต้องเดินลุยเส้นทางยาวเหมือนน้ำตกหลายแห่งในอุทยานอื่น ๆ
เรื่องที่ควรรู้ก่อนมาคือ “ปริมาณน้ำ” ของน้ำตกจะเปลี่ยนตามฤดูกาลค่อนข้างชัด ช่วงหน้าฝน (โดยเฉพาะกลางฤดูฝนถึงปลายฝน) น้ำจะดูเต็ม เสียงน้ำดัง และฉากโดยรอบเขียวสวย ส่วนหน้าแล้งน้ำมักใสแต่ปริมาณลดลง ทำให้ภาพรวมดูนิ่งสงมากกว่า ดังนั้นถ้าคุณตั้งใจมาดู “น้ำเยอะ” ให้เลือกช่วงฝน แต่ถ้าคุณอยากมาเดินสบาย ถ่ายรูปแบบไม่เปียกละอองมาก และอยากนั่งพักริมน้ำแบบสงบ หน้าแล้งก็มีเสน่ห์อีกแบบ เพียงแต่อย่าตั้งความคาดหวังเรื่องความอลังการเท่าฤดูน้ำหลาก
น้ำตกไทรโยคใหญ่ยังมีมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ทำให้การเที่ยวมี “เรื่องเล่า” ไม่ใช่แค่การมาถ่ายรูปแล้วกลับ หนึ่งในหลักฐานที่ทำให้ชื่อไทรโยคเป็นที่รู้จักกว้างคือ “เพลงเขมรไทรโยค” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสในสมัยรัชกาลที่ 5 และการนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ เรื่องนี้ช่วยให้เราเห็นภาพว่าพื้นที่ไทรโยคในอดีตเป็นปลายทางที่มีความสำคัญและมีเสน่ห์ต่อผู้คนมาตั้งแต่ยุคที่การเดินทางยังไม่สะดวกอย่างทุกวันนี้ เมื่อคุณยืนมองสายน้ำไหลลงแม่น้ำ จะเข้าใจได้ง่ายว่าทำไมภูมิทัศน์แบบนี้จึงถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้คนและกลายมาเป็นชื่อที่อยู่ในบทเพลง
หากมองในเชิง “ประสบการณ์ท่องเที่ยว” น้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นจุดที่เหมาะกับการจัดทริปได้หลายแบบ แบบแรกคือไปเช้าเย็นกลับ โดยเน้นเดินชมวิว ข้ามสะพานแขวน ถ่ายรูป พักกินอาหารง่าย ๆ ในโซนบริการ แล้วกลับเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีหรือขับกลับกรุงเทพฯ ภายในวันเดียว แบบที่สองคือทริปค้างคืน โดยเลือกพักแพริมน้ำหรือรีสอร์ทในย่านไทรโยค เพื่อให้ได้บรรยากาศเช้าเย็นริมแม่น้ำแควน้อย ซึ่งต่างจากการเที่ยวแบบรีบ ๆ เพราะช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นจะเป็นเวลาที่พื้นที่ริมน้ำสงบและถ่ายรูปสวยมาก โดยเฉพาะเมื่อมีหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำในบางฤดูกาล
สำหรับคนที่มากับครอบครัวหรือพาเด็กเล็กมาเที่ยว จุดที่ควรให้ความสำคัญคือความปลอดภัยบริเวณพื้นหินและทางเดินริมน้ำ เพราะพื้นที่ใกล้น้ำตกมักมีตะไคร่น้ำและความชื้นทำให้ลื่นได้ง่าย รองเท้าที่เหมาะคือรองเท้ากันลื่นหรือรองเท้ารัดส้น และควรหลีกเลี่ยงการยืนบนหินที่มีน้ำไหลผ่านโดยตรง หากฝนตกหนักหรือระดับน้ำเปลี่ยนเร็ว ควรฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานและหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง นอกจากนี้ การรักษามารยาทในอุทยาน เช่น ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดังเกินจำเป็น และไม่ทำให้สะพานแกว่งแรง จะช่วยให้ประสบการณ์ของทุกคนราบรื่นขึ้น
การเดินทาง หากขับรถจากกรุงเทพฯ เส้นทางที่นิยมคือมุ่งหน้าไปจังหวัดนครปฐม แล้วต่อไปกาญจนบุรี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าอำเภอไทรโยค เมื่อถึงจุดทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคให้เลี้ยวเข้าไป และขับต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตรจึงถึงบริเวณที่ทำการและลานจอดรถใกล้น้ำตก การเดินทางแบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นและอยากแวะจุดอื่นในไทรโยคระหว่างทาง
หากต้องการใช้รถโดยสารสาธารณะ มีรถโดยสารที่วิ่งระหว่างกาญจนบุรีกับเส้นทางไปสังขละบุรี โดยจะผ่านแนวทางหลวง 323 และมีจุดแวะในย่านไทรโยคบางช่วง จากนั้นคุณต้องต่อรถเข้าไปยังเขตอุทยาน (ช่วงทางแยกเข้าอุทยาน) ซึ่งโดยทั่วไปสามารถใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่หรือให้เจ้าหน้าที่ช่วยเรียกได้ ทั้งนี้ควรเผื่อเวลา โดยเฉพาะถ้าคุณต้องกลับด้วยรถเที่ยวสุดท้ายในช่วงเย็น
อีกทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางด้วยรถไฟสายกาญจนบุรีไปปลายทางสถานีน้ำตก ซึ่งเป็นเส้นทางที่หลายคนชอบเพราะได้บรรยากาศทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ จากสถานีน้ำตกคุณสามารถต่อการเดินทางด้วยรถรับจ้าง/รถท้องถิ่นไปยังพื้นที่อุทยานได้ แต่ควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี เพราะน้ำตกไทรโยคใหญ่ (ในเขตอุทยาน) ไม่ได้อยู่จุดเดียวกับ “น้ำตกไทรโยคน้อย” และสถานีน้ำตก การแยกแยะชื่อสถานที่ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจะช่วยลดโอกาสหลงและทำให้ทริปไหลลื่นกว่า
ภายในอุทยาน โดยเฉพาะโซนใกล้ที่ทำการ มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำ ที่จอดรถ และร้าน/จุดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวในบางช่วงฤดูกาล รวมถึงตัวเลือกบ้านพักอุทยานหรือพื้นที่กางเต็นท์ (หากเปิดให้บริการตามรอบการจัดการ) ข้อดีของการพักค้างคืนในย่านนี้คือคุณสามารถจัดเวลาเที่ยวแบบไม่ต้องเร่ง และเลือกไปเช้าตรู่เพื่อเลี่ยงคนเยอะได้ง่ายขึ้น
ถ้าคุณมีเวลาเพิ่ม การมาไทรโยคใหญ่ยังสามารถต่อยอดไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ให้บริบท “ธรรมชาติ + ประวัติศาสตร์” ได้ในทริปเดียว เช่น ช่องเขาขาดซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างทางรถไฟสายไทย–พม่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือถ้ำในเขตอุทยานที่เป็นไฮไลต์ของคนชอบสำรวจ ความน่าสนใจของไทรโยคคือการที่สถานที่ท่องเที่ยวหลายแบบอยู่ในอำเภอเดียวกัน คุณจึงจัดทริปให้มีทั้งน้ำตก แม่น้ำ ถ้ำ เส้นทางเดิน และประวัติศาสตร์ได้ โดยไม่ต้องขับรถย้ายจังหวัด
ประสบการณ์ที่หลายคนอยากได้เมื่อมาไทรโยคคือ “นั่งมองผืนน้ำแควน้อย” แบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่นั่งฟังเสียงน้ำและดูแสงเปลี่ยนบนผิวน้ำก็เพียงพอแล้ว ถ้าคุณพักแถบนี้ ลองให้เวลาตัวเองช่วงเช้าสัก 30–45 นาที นั่งเงียบ ๆ ริมน้ำ แล้วค่อยเริ่มกิจกรรม จะรู้สึกได้ว่าทริปธรรมชาติให้พลังคนละแบบกับทริปเมือง และนี่คือจุดที่ทำให้ไทรโยคใหญ่ยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่คนไทยและต่างชาติค้นหาและกลับมาเที่ยวซ้ำอยู่เสมอ
สุดท้าย ก่อนกลับ แนะนำให้ตรวจสภาพอากาศและระดับน้ำในช่วงหน้าฝน รวมถึงสอบถามเจ้าหน้าที่หากมีการปิดเส้นทาง/จุดชมวิวบางส่วนตามฤดูกาล เพราะอุทยานแห่งชาติจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก หากคุณมาแบบมีแผนสำรอง เช่น เลือกแวะจุดเที่ยวใกล้เคียงในกรณีฝนตกหนัก ทริปจะไม่สะดุด และคุณยังคงได้ประสบการณ์ไทรโยคที่คุ้มค่า
| สรุปสถานที่ | น้ำตกชั้นเดียวที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยโดยตรง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เด่นเรื่องสะพานแขวนและวิวริมน้ำ |
| สถานที่ตั้ง | อุทยานแห่งชาติไทรโยค หมู่ 7 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150 |
| จุดเด่นของสถานที่ | น้ำตกไหลลงแม่น้ำแควน้อย, สะพานแขวนข้ามแม่น้ำเพื่อชมวิว, ถ่ายรูปได้สวยทั้งมุมสะพานและมุมฝั่งตรงข้าม, บรรยากาศริมน้ำและตัวเลือกพักแพ/รีสอร์ทใกล้เคียง |
| ช่วงเวลาที่เหมาะ | หน้าฝนถึงต้นหนาว (น้ำเยอะและป่าเขียว) / วันธรรมดาช่วงเช้า (คนไม่เยอะ) |
| ประวัติ/ที่มา | เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่า “เพลงเขมรไทรโยค” ในบริบทการเสด็จประพาสสมัยรัชกาลที่ 5 และการนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ |
| การเดินทาง | รถส่วนตัว: เข้าทางหลวง 323 แล้วเลี้ยวเข้าอุทยาน ขับต่ออีกประมาณ 3 กม. / รถโดยสาร: ลงบนทางหลวงแล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าอุทยาน / รถไฟ: ลงสถานีน้ำตกแล้วต่อรถไปยังอุทยาน (ควรวางแผนเวลา) |
| ค่าธรรมเนียม | คนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท / เด็ก 30 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 150 บาท, รถยนต์ 30 บาท, รถจักรยานยนต์ 20 บาท (อ้างอิงอัตราที่ประกาศไว้โดยแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวอุทยาน) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ, ห้องน้ำ, จุดบริการนักท่องเที่ยว, ทางเดินและสะพานแขวน, ตัวเลือกบ้านพัก/แพ/ที่พักเอกชนใกล้เคียง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม (แนะนำตรวจประกาศ/สภาพอากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะฤดูฝน) |
| เบอร์ติดต่อ | 034-686024, 089-0281958 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | 1) ช่องเขาขาด (Hellfire Pass) – 19 กม. 2) น้ำตกไทรโยคเล็ก – 0.3 กม. 3) ถ้ำค้างคาว (โซนใกล้ศูนย์บริการ) – 2 กม. 4) น้ำตกไทรโยคน้อย – 25 กม. 5) ถ้ำละว้า – 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) ห้องอาหาร The FloatHouse River Kwai – 12 กม. – 084-725-8686 2) ห้องอาหาร River Kwai Jungle Rafts – 15 กม. – 081-734-0667 3) ห้องอาหาร River Kwai Resotel – 12 กม. – 081-734-5238 4) ห้องอาหาร Home Phutoey River Kwai Resort – 22 กม. – 081-817-5182 5) ห้องอาหาร Sai Yok View Raft – 24 กม. – 093-494-4544 |
| ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) The FloatHouse River Kwai – 12 กม. – 084-725-8686 2) River Kwai Jungle Rafts – 15 กม. – 081-734-0667 3) River Kwai Resotel – 12 กม. – 081-734-5238 4) Home Phutoey River Kwai Resort – 22 กม. – 081-817-5182 5) Hintok River Camp @ Hellfire Pass – 20 กม. – 081-754-3898 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกไทรโยคใหญ่เล่นน้ำได้ไหม?
ตอบ: สามารถชมและเล่นน้ำในบางจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาตได้ แต่ควรระวังพื้นลื่น กระแสน้ำ และปฏิบัติตามป้ายเตือน/คำแนะนำของอุทยาน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน
ถาม: ต้องเดินไกลไหมกว่าจะถึงจุดชมวิวสวย ๆ?
ตอบ: โดยรวมเดินไม่ไกล จุดเด่นคือเดินไปสะพานแขวนและข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อชมมุมน้ำตกแบบเต็มเฟรม เหมาะกับทั้งครอบครัว
ถาม: ช่วงเดือนไหนน้ำตกสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงหน้าฝนต่อเนื่องถึงต้นหนาวมักได้ปริมาณน้ำมากและป่าเขียว แต่ควรเช็กฝนและประกาศปิดจุดเสี่ยงก่อนเดินทาง
ถาม: น้ำตกไทรโยคใหญ่ต่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยอย่างไร?
ตอบ: ไทรโยคใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยคและเด่นเรื่องน้ำตกไหลลงแม่น้ำแควน้อยพร้อมสะพานแขวน ส่วนไทรโยคน้อยอยู่นอกเขตอุทยานและใกล้สถานีน้ำตก (รถไฟ) มากกว่า
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัว ไปได้ไหม?
ตอบ: ไปได้ โดยใช้รถโดยสารที่ผ่านทางหลวง 323 แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าอุทยาน หรือใช้รถไฟไปสถานีน้ำตกแล้วต่อรถรับจ้าง แต่ควรวางแผนเวลาเที่ยวกลับให้ชัด
ถาม: มุมถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดอยู่ตรงไหน?
ตอบ: กลางสะพานแขวน (ได้เส้นนำสายตาและวิวแม่น้ำ) และฝั่งตรงข้ามของน้ำตก (ได้ภาพสายน้ำตกเต็มเฟรมและเห็นชั้นหินชัด)
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage






หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(