อุทยานแห่งชาติไทรโยค

อุทยานแห่งชาติไทรโยค

อุทยานแห่งชาติไทรโยค
Rating: 4/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
 
อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คือปลายทางธรรมชาติที่รวม “ป่าเขาหินปูน–สายน้ำแควน้อย–ประวัติศาสตร์สงคราม–สัตว์หายากระดับโลก” ไว้ในพื้นที่เดียวอย่างชัดเจน ชื่อของไทรโยคอาจทำให้หลายคนนึกถึงน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำ แต่เมื่อได้เข้าไปจริง จะพบว่าที่นี่เป็นผืนป่าใหญ่ที่มีมิติซ้อนกันหลายชั้น ทั้งระบบนิเวศป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ภูเขาหินปูนที่ทำให้เกิดหน้าผา โพรงถ้ำ และหน้าดินแบบเฉพาะตัว ไปจนถึงร่องรอยการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในหลายยุค ตั้งแต่ร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า ไปจนถึงหลักฐานช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังหลงเหลือในบางจุดของพื้นที่
 
อุทยานแห่งชาติไทรโยคมีเนื้อที่ประมาณ 598,750 ไร่ และประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2523 พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนสลับป่าในหุบเขา ทำให้ภูมิทัศน์มีทั้งผาหิน ป่าร่มครึ้มตามริมน้ำ และทางเดินศึกษาธรรมชาติที่อาศัยความชุ่มชื้นจากสายน้ำแควน้อยเป็นตัวหล่อเลี้ยง โดย “แม่น้ำแควน้อย” ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังของภาพถ่าย แต่เป็นเส้นเลือดหลักของระบบนิเวศในโซนนี้ ทั้งในมุมของสัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ต้องพึ่งพาความชื้นและระบบไหลเวียนของน้ำในแต่ละฤดูกาล
 
สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติไทรโยคถูกพูดถึงบ่อยในวงการธรรมชาติคือการเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตหายากระดับโลก โดยเฉพาะ “ค้างคาวกิตติ” ที่ถูกยกให้เป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กมากในระดับโลก และยังมี “ปูราชินี” ปูน้ำจืดที่เป็นชนิดใหม่ของโลกซึ่งพบในพื้นที่นี้ เรื่องเล่าแบบนี้ไม่ได้มีไว้เพิ่มสีสันให้ทริป แต่สะท้อนว่าระบบนิเวศของไทรโยคมีเงื่อนไขที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น และยังต้องการความระมัดระวังจากนักท่องเที่ยว เพราะสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของถิ่นอาศัยอย่างมาก เพียงพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสม เช่น การส่งเสียงดัง การทิ้งขยะ การให้อาหารสัตว์ หรือการเดินออกนอกเส้นทาง ก็อาจเปลี่ยนสมดุลเล็ก ๆ ที่ทำให้พื้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ได้
 
เมื่อมองในมิติ “ประวัติศาสตร์” ไทรโยคเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนความทรงจำของสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ชัด เพราะในช่วงนั้นบริเวณไทรโยคเคยเป็นพื้นที่พักแรมของทหารญี่ปุ่น และยังมีร่องรอยเตาหุงข้าวและซากเตาไฟที่พบในพื้นที่บางส่วน สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนหลักฐานเงียบ ๆ ที่ทำให้การเดินป่าและการยืนมองน้ำตกมีความหมายมากกว่า “การเที่ยว” เพราะมันชวนให้เราคิดว่า ผืนป่าที่เรามองว่าเป็นธรรมชาติล้วน ๆ แท้จริงเคยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เคยเป็นเส้นทางขนย้าย เคยเป็นที่พักคนจำนวนมากในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความตึงเครียด และการที่ธรรมชาติกลับมาสงบงามได้อีกครั้งในวันนี้ จึงเป็นบทเรียนเรื่องการฟื้นตัวของพื้นที่และคุณค่าของการอนุรักษ์
 
ไฮไลต์ที่ทำให้ชื่อ “ไทรโยค” เป็นที่จดจำอย่างกว้างขวางคือ “น้ำตกไทรโยคใหญ่” หรือที่หลายคนเรียกว่าน้ำตกเขาโจน น้ำตกแห่งนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค และมีลักษณะพิเศษคือสายน้ำไหลตกจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยโดยตรง ภาพน้ำที่เหมือน “กระโจน” ลงสู่สายน้ำด้านล่างทำให้ที่นี่มีบุคลิกต่างจากน้ำตกที่ไหลลงแอ่งบนบก น้ำตกไทรโยคใหญ่มีน้ำตลอดปี และมักสวยเด่นเป็นพิเศษในฤดูฝนที่น้ำแรงและเสียงน้ำกระทบผาหินดังชัด กลายเป็นบรรยากาศที่ทั้งสดชื่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน
 
อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้น้ำตกไทรโยคใหญ่มีน้ำหนักทางวัฒนธรรม คือในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ทำให้ไทรโยคไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ธรรมชาติ แต่เป็นสถานที่ที่เคยอยู่ในเส้นทางการเดินทางของประวัติศาสตร์ไทยด้วย การรับรู้เรื่องนี้ทำให้หลายคนเลือกใช้เวลาอยู่ที่น้ำตกนานขึ้น ไม่ได้รีบถ่ายรูปแล้วไปต่อ แต่ยืนมองสายน้ำและคิดถึง “ผู้คนในอดีต” ที่เคยมาถึงตรงจุดเดียวกันนี้ในบริบทที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
 
ภายในอุทยานฯ ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากทำความรู้จักป่ามากกว่าแค่มองผ่าน ๆ ความสนุกของเส้นทางแบบนี้คือการสังเกตความเปลี่ยนแปลงระหว่างป่าริมน้ำกับป่าบนไหล่เขา การเห็นพืชพรรณที่ต่างกันตามความชื้น และการเรียนรู้ว่าทำไมพื้นที่หินปูนจึงทำให้เกิดถ้ำหรือโพรงหินในบางจุด โดยการเดินให้สนุกและปลอดภัยควรยึดหลักง่าย ๆ คือเดินบนเส้นทางที่กำหนด ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ และรักษาความเงียบในระดับที่ไม่รบกวนสัตว์ป่า เพราะสิ่งที่ทำให้การเดินป่า “มีค่า” คือการที่เรายังได้เห็นป่าในสภาพที่เป็นของมันเอง
 
หนึ่งในจุดที่ทำให้การชม “น้ำตกไทรโยคใหญ่” มีมุมมองชัดขึ้นคือ “สะพานแขวนไทรโยค” ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของสายน้ำและหน้าผาได้ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่น้ำตกมีปริมาณน้ำมาก มุมจากสะพานจะทำให้เราเห็นความเชื่อมต่อของน้ำตกกับแม่น้ำแควน้อยชัดกว่าการยืนใกล้ ๆ ที่อาจเห็นเพียงส่วนหนึ่งของสายน้ำเท่านั้น จุดแบบนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพกว้างและอยากสัมผัสลมริมน้ำที่พัดผ่านตลอดวัน
 
นอกจากน้ำตกแล้ว “ถ้ำ” ก็เป็นอีกธีมที่ทำให้ไทรโยคตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติแบบมีมิติ โดยเฉพาะ “ถ้ำดาวดึงส์” ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีราว 110 กิโลเมตร และจากริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยต้องขึ้นไปบนเขาอีกราว 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่าง ๆ ที่ผู้คนมักเปรียบกับโคมระย้า พระปรางค์ และเจดีย์ บรรยากาศภายในถ้ำโปร่งแต่ค่อนข้างมืด จึงควรเตรียมไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่าง และควรมีคนนำทางหากไม่ชำนาญพื้นที่ การเข้าถ้ำไม่ควรเร่งรีบ เพราะพื้นบางช่วงอาจลื่น และความมืดทำให้การกะระยะผิดพลาดได้ง่ายกว่าการเดินบนเส้นทางปกติ
 
อีกภาพจำของไทรโยคที่หลายคนรักคือ “การพักแรมริมน้ำ” โดยพื้นที่นี้มีบริการทั้งบ้านพัก พื้นที่กางเต็นท์ รวมถึงแพพักหรือแพล่องในบางโซน ซึ่งทำให้ไทรโยคเป็นปลายทางที่เหมาะกับการมา “ค้างคืนเพื่อช้าลง” มากกว่าการมาแบบรีบเก็บจุดแล้วกลับ การค้างคืนช่วยให้เราได้เห็นอุณหภูมิที่ลดลงในช่วงค่ำ ได้ยินเสียงแม่น้ำชัดขึ้น และได้สัมผัสเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำในบางฤดูกาล ความรู้สึกแบบนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมากกลับมาไทรโยคซ้ำ เพราะธรรมชาติริมแควน้อยให้ประสบการณ์ที่ “นุ่ม” และ “จริง” โดยไม่ต้องใช้กิจกรรมหวือหวาเลย
 
ฤดูกาลเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของไทรโยคอย่างชัดเจน ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุดเพราะน้ำแรงและป่าเขียวที่สุด แต่ก็ต้องระวังเรื่องทางลื่นและระดับน้ำที่อาจสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในบางวัน ช่วงปลายฝนต้นหนาวต่อเนื่องฤดูหนาวคือช่วงที่หลายคนชอบที่สุด เพราะอากาศเย็นขึ้น เดินสบายขึ้น และบรรยากาศริมน้ำให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ ส่วนฤดูร้อนแม้จะร้อนกว่า แต่ก็เหมาะกับคนที่อยากทำกิจกรรมริมแม่น้ำหรืออยากเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบไม่ต้องเจอฝน โดยไม่ว่าจะไปฤดูไหน หลักที่ช่วยให้ทริปคุณภาพขึ้นเสมอคือเริ่มเที่ยวเช้า เผื่อเวลา และไม่อัดโปรแกรมให้แน่นเกินไป เพราะไทรโยคเป็นพื้นที่ที่ควร “อยู่กับบรรยากาศ” มากกว่าจะ “แข่งเก็บจุด”
 
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติไทรโยค หากขับรถจากตัวเมืองกาญจนบุรี ระยะทางโดยรวมประมาณ 104 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี–ไทรโยค–ทองผาภูมิ) โดยจุดทางเข้าอุทยานฯ อยู่แถวบริเวณกิโลเมตรที่ 82 เส้นทางหลักเป็นถนนที่ขับได้สะดวก แต่ควรเผื่อเวลาในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวเพราะการจราจรอาจหนาแน่น สำหรับคนที่อยากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถขึ้นรถไฟสายธนบุรีไปลงสถานีน้ำตก (ปลายทางสาย) แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังจุดท่องเที่ยวในโซนไทรโยคตามแผนที่วางไว้ การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะก็ทำได้เช่นกัน โดยเริ่มจากสถานีขนส่งสายใต้ไปลงสถานีขนส่งกาญจนบุรี แล้วต่อรถโดยสารสายทองผาภูมิให้ลงปากทางเข้าอุทยานฯ จากนั้นต่อรถรับจ้างเข้าไปยังจุดท่องเที่ยวภายในอีกระยะหนึ่ง วิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับรถเอง แต่ควรวางแผนเวลาเที่ยวให้ดีเพราะรอบรถและเวลารออาจทำให้ทริปยาวกว่าที่คิด
 
ถ้าคุณอยากจัดทริปให้คุ้มในแบบ “ไม่เหนื่อยเกินไป” แนวทางที่เหมาะกับไทรโยคคือเลือกแกนหลักให้ชัดก่อน เช่น หากตั้งใจมาดูน้ำตกไทรโยคใหญ่ ก็ให้เผื่อเวลาเดินชมจุดชมวิวและสะพานแขวนอย่างไม่รีบ แล้วค่อยต่อด้วยเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นในช่วงที่แดดอ่อน หากอยากเพิ่มมิติด้วยการเข้าถ้ำดาวดึงส์ ก็วางแผนเป็นอีกช่วงหนึ่งของวันและเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อม ที่สำคัญคืออย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับการพัก เพราะธรรมชาติของไทรโยคไม่ได้สวยที่สุดตอนที่เราวิ่งเร็ว แต่มักสวยที่สุดตอนที่เรา “หยุด” แล้วฟังเสียงน้ำและเสียงป่าให้ชัด
 
ในภาพรวม อุทยานแห่งชาติไทรโยคเหมาะกับคนหลายกลุ่มพร้อมกัน ทั้งคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบเข้าถึงง่าย คนที่อยากเห็นน้ำตกสวย ๆ ตลอดปี คนที่ชอบถ้ำและหินงอกหินย้อย คนที่สนใจประวัติศาสตร์สงครามโลก และคนที่อยากนอนค้างริมน้ำเพื่อพักใจ โดยหัวใจของการเที่ยวที่นี่ให้ดีคือการเคารพกติกาของอุทยานฯ เคารพธรรมชาติ และเลือกกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพอากาศในวันนั้น เพราะเมื่อเราปรับจังหวะให้เข้ากับพื้นที่ ไทรโยคจะให้ประสบการณ์ที่ทั้งสดชื่น ลึก และน่าจดจำแบบไม่ต้องพยายามมากเกินไป
 
ชื่อสถานที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค – อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ที่อยู่ หมู่ 7 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150
สรุปสถานที่ อุทยานฯ ป่าเขาหินปูนริมแม่น้ำแควน้อย เด่นเรื่องน้ำตกไทรโยคใหญ่ เส้นทางธรรมชาติ ถ้ำ และร่องรอยประวัติศาสตร์สงครามโลก พร้อมความหลากหลายทางชีวภาพที่มีชนิดหายากระดับโลกในพื้นที่
จุดเด่นของสถานที่ น้ำตกไทรโยคใหญ่ไหลลงแม่น้ำแควน้อยโดยตรง, สะพานแขวนชมวิว, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ, ถ้ำดาวดึงส์, ธรรมชาติป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งบนภูเขาหินปูน, มิติประวัติศาสตร์สงครามโลกและร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08:00 – 16:30 น.
ค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท, เด็ก 30 บาท; ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท, เด็ก 150 บาท (อัตราอาจมีการปรับตามประกาศ)
การเดินทาง ขับรถจากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวง 323 มุ่งหน้าไทรโยค–ทองผาภูมิ ระยะทางราว 104 กม. จุดทางเข้าแถวกม. 82; เดินทางด้วยรถไฟลงสถานีน้ำตกแล้วต่อรถท้องถิ่นได้
สถานะปัจจุบัน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามเวลาทำการ และอาจมีการปิดบางจุดชั่วคราวตามสภาพอากาศ/ความปลอดภัย ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
เบอร์ติดต่อ 034-686-024, 034-516-163
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง 1) น้ำตกไทรโยคใหญ่ (0 กม.)
2) สะพานแขวนไทรโยค (1 กม.)
3) ถ้ำดาวดึงส์ (6 กม.)
4) ช่องเขาขาด (Hellfire Pass) (20 กม.)
5) ถ้ำกระแซ และสะพานถ้ำกระแซ (30 กม.)
6) น้ำตกไทรโยคน้อย (35 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร 1) บ้านตั้งริมแคว (6 กม.) โทร. 081-839-3689
2) ริมน้ำ คาเฟ่ (6 กม.) โทร. 086-532-7812
3) ร้านอาหารสมหมาย (9 กม.) โทร. 083-902-0131
4) 1795 cafe & restaurant (16 กม.) โทร. 092-887-4959
5) ครัวผักหวานบ้านไร่ (29 กม.) โทร. 083-241-6561
ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร 1) river kwai resotel (11 กม.) โทร. 081-734-5238
2) the float house river kwai (15 กม.) โทร. 084-725-8686
3) river kwai jungle rafts (18 กม.) โทร. 081-734-0667
4) home phutoey river kwai resort (19 กม.) โทร. 081-817-5182
5) saiyok view raft resort (10 กม.) โทร. 089-199-0615
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติไทรโยคเปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน และเวลาเปิดทำการมักอยู่ช่วง 08:00 – 16:30 น. แต่ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทางหากเป็นช่วงฝนหนักหรือมีการปิดบางจุดเพื่อความปลอดภัย
 
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคเท่าไร?
ตอบ: อัตราทั่วไปคือคนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท โดยอาจมีการปรับตามประกาศของหน่วยงาน
 
ถาม: น้ำตกไทรโยคใหญ่มีน้ำตลอดปีไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปมีน้ำตลอดปี และจะสวยเด่นเป็นพิเศษในฤดูฝนที่ปริมาณน้ำมากและไหลแรง
 
ถาม: ถ้าอยากเห็นวิวชัด ๆ ของน้ำตกไทรโยคใหญ่ควรไปจุดไหน?
ตอบ: สามารถชมภาพรวมได้จากสะพานแขวนไทรโยคซึ่งช่วยให้เห็นความเชื่อมต่อของน้ำตกกับแม่น้ำแควน้อยได้ชัดขึ้น
 
ถาม: ถ้ำดาวดึงส์เที่ยวได้ไหม และต้องเตรียมอะไร?
ตอบ: เที่ยวได้แต่ควรเตรียมไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่าง เพราะภายในมืด และควรมีคนนำทางหากไม่ชำนาญพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
 
ถาม: ไปอุทยานแห่งชาติไทรโยคโดยรถไฟทำได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถนั่งรถไฟไปลงสถานีน้ำตก (ปลายทางสาย) แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังจุดท่องเที่ยวในโซนไทรโยคตามแผนการเดินทาง
 
ถาม: ไทรโยคเหมาะกับเที่ยวช่วงไหนที่สุด?
ตอบ: ฤดูฝนเหมาะกับคนที่อยากเห็นน้ำตกสวยและป่าเขียวชุ่ม แต่ต้องระวังทางลื่น ส่วนปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะกับการเดินเที่ยวสบาย อากาศเย็นและบรรยากาศริมน้ำผ่อนคลาย
แผนที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค แผนที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค
คำค้นคำค้น: อุทยานแห่งชาติไทรโยคอุทยานแห่งชาติไทรโยค น้ำตกไทรโยคใหญ่ น้ำตกเขาโจน เที่ยวไทรโยค ที่เที่ยวกาญจนบุรี ถ้ำดาวดึงส์ สะพานแขวนไทรโยค แม่น้ำแควน้อย เดินป่ากาญจนบุรี แพพักไทรโยค
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองกาญจนบุรี(36)

https://www.lovethailand.org/อ.ไทรโยค(19)

https://www.lovethailand.org/อ.บ่อพลอย(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ศรีสวัสดิ์(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ามะกา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าม่วง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ทองผาภูมิ(30)

https://www.lovethailand.org/อ.สังขละบุรี(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมทวน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.เลาขวัญ(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ด่านมะขามเตี้ย(2)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองปรือ(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยกระเจา(4)