อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

Rating: 3.3/5 (8 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่คนรักธรรมชาติของไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักดีที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี เพราะมี “น้ำตกเอราวัณ” ที่สวยเป็นเอกลักษณ์ด้วยสายน้ำสีเขียวมรกตตามฤดูกาล แอ่งน้ำธรรมชาติที่ลงเล่นได้หลายจุด และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ทำให้การเที่ยวไม่ใช่แค่การมาถ่ายรูปแล้วกลับ แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสป่าจริง จังหวะของสายน้ำจริง และระบบนิเวศของป่าตะวันตกที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ อุทยานฯ แห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีโดยรวมอยู่ในระดับที่ไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ถ้าตั้งใจเดินให้ครบชั้นหรืออยากใช้เวลาอย่างสบาย การค้างคืนในโซนใกล้อุทยานหรือในเส้นทางเดียวกันก็จะทำให้ทริปคุณภาพและไม่เร่งเกินไป
ความน่าสนใจของอุทยานแห่งชาติเอราวัณเริ่มตั้งแต่ “ประวัติการจัดตั้ง” เพราะเดิมทีอุทยานฯ แห่งนี้มีชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ” และได้รับการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “อุทยานแห่งชาติเอราวัณ” โดยมีที่มาจากภาพจำของนักท่องเที่ยวและเรื่องเล่าที่ผูกโยงกับธรรมชาติ คือชั้นสูงสุดของน้ำตกที่มีรูปร่างและสันโขดหินบางช่วงดูคล้าย “หัวช้างเอราวัณ” ซึ่งในคติไทยถือเป็นช้างสำคัญในตำนาน การเปลี่ยนชื่อจึงไม่ใช่แค่การตั้งชื่อให้ไพเราะ แต่ทำให้ปลายทางนี้มีภาพจำชัดเจนขึ้นในเชิงการท่องเที่ยว และทำให้การเล่าเรื่องของพื้นที่เชื่อมกับวัฒนธรรมการตั้งชื่อสถานที่ของไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติเอราวัณต่างจากน้ำตกหลายแห่ง คือ “โครงสร้างประสบการณ์” ที่จัดไว้ครบในพื้นที่เดียว เริ่มจากลานจอดรถและจุดบริการหลัก ไปจนถึงทางเดินที่ค่อย ๆ พาคนขึ้นไปตามชั้นน้ำตกทีละระดับ ช่วยให้คนทุกวัยเลือกความยากง่ายได้ตามกำลัง ใครอยากเล่นน้ำเบา ๆ และถ่ายรูปสวย ๆ ก็อยู่บริเวณชั้นล่างได้อย่างสบาย แต่ถ้าใครอยากได้ความท้าทายมากขึ้นและอยากเห็นมุมที่สงบกว่า ก็สามารถเดินขึ้นไปชั้นสูง ๆ ได้ โดยพื้นที่บางช่วงจะเปลี่ยนจากบรรยากาศครึกครื้นเป็นบรรยากาศป่าที่เงียบขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของการเที่ยวอุทยานฯ แบบ “ค่อยเป็นค่อยไป”
น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ที่ไหลลงมาจากยอดเขาและผาสูง ทำให้เกิดน้ำตกทอดยาวรวมประมาณ 1,500 เมตร และแบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำให้ลงเล่นได้ (โดยต้องปฏิบัติตามกติกาความปลอดภัยของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด) ความสนุกของที่นี่ไม่ใช่แค่ “มี 7 ชั้น” แต่คือแต่ละชั้นมีคาแรกเตอร์ต่างกัน บางชั้นแอ่งกว้าง น้ำใส เหมาะกับครอบครัว บางชั้นมีแนวหินและร่มเงาดี ถ่ายรูปสวย บางช่วงน้ำไหลผ่านหินปูนทำให้สีของน้ำดูมีมิติ โดยเฉพาะช่วงที่น้ำใสและแดดดี คุณจะเห็นการสะท้อนสีเขียวฟ้าแบบที่เป็นลายเซ็นของเอราวัณ
อีกจุดแข็งของอุทยานฯ คือ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติ” ที่ช่วยเติมมิติความรู้ให้ทริป เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาราว 30 นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิว และป่าผลัดใบที่สวยงาม พร้อมป้ายสื่อความหมายซึ่งช่วยให้การเดินไม่ใช่แค่การเดินเพื่อถึงจุดหมาย แต่เป็นการสังเกตพืชพรรณ โครงสร้างป่า และความเปลี่ยนแปลงของสังคมพืชตามระดับความชื้นและแสง ในวันที่คุณไม่อยากเร่งขึ้นชั้นสูง ๆ เส้นทางศึกษาแบบนี้เป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะให้ทั้งความสงบ ความรู้ และภาพรวมของพื้นที่ในมุมที่ต่างจากทางขึ้นน้ำตก
การเที่ยวเอราวัณให้ “คุ้มและปลอดภัย” ต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายให้เหมาะกับเวลาและสภาพร่างกาย ถ้าต้องการขึ้นให้ครบ 7 ชั้น ควรเริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงคนเยอะและอากาศร้อน พร้อมเตรียมน้ำดื่มให้พอ เพราะการเดินขึ้นชั้นสูง ๆ มีช่วงชันและใช้พลังพอสมควร รองเท้าควรเป็นรองเท้าพื้นยึดเกาะดี ไม่ลื่นง่าย และไม่ควรเป็นรองเท้าแตะ เพราะทางเดินบางช่วงเปียกและอาจมีตะไคร่น้ำ นอกจากนี้ควรพกถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์และของสำคัญ โดยเฉพาะถ้าตั้งใจลงเล่นน้ำ เพราะหลายจุดเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติที่ลึกและมีพื้นหินลื่นได้
ประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ “มารยาทในการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ” อุทยานแห่งชาติไม่ใช่สระว่ายน้ำส่วนตัวและไม่ใช่สวนสนุก สิ่งที่ควรทำคือรักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดังเกินจำเป็น ไม่เปิดเพลง ไม่ทิ้งเศษอาหารหรือขยะ และไม่ให้อาหารสัตว์ป่า เพราะพฤติกรรมให้อาหารจะเปลี่ยนพฤติกรรมสัตว์ให้พึ่งคน และทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุลได้ง่าย โดยเฉพาะพื้นที่น้ำตกที่มีคนหนาแน่น หากทุกคนช่วยกันลดผลกระทบ พื้นที่จะยังคงสวยและปลอดภัยในระยะยาว รวมถึงช่วยให้คนรุ่นหลังยังได้เห็นเอราวัณในสภาพที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนมาเที่ยวคือ “กติกาเวลาเล่นน้ำและการขึ้นชั้นน้ำตก” ในหลายช่วง อุทยานฯ จะมีการกำหนดเวลาเพื่อความปลอดภัยและการจัดการคนในพื้นที่ โดยหลักคิดคือชั้นล่างสามารถอยู่ได้นานกว่า ส่วนชั้นบนจะมีเวลาตัดการขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการความปลอดภัยและการดูแลพื้นที่ได้ทันในช่วงใกล้ปิด สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ตั้งใจขึ้นชั้น 5–7 เพราะถ้ามาถึงสายเกินไปอาจเดินขึ้นไม่ทันและต้องกลับก่อนถึงเป้าหมาย ดังนั้นแนวทางที่ดีคือเข้าพื้นที่เช้า วางแผนจังหวะพัก และอย่าคิดว่า “ไปถึงแล้วค่อยดู” เพราะการวางแผนตั้งแต่ต้นจะทำให้เที่ยวไม่หงุดหงิดและไม่ต้องเร่งจนเสี่ยงอุบัติเหตุ
การเดินทาง หากขับรถจากตัวเมืองกาญจนบุรี ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี–ศรีสวัสดิ์) มุ่งหน้าไปทางเขตเขื่อนศรีนครินทร์ เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ประมาณ 56 ให้สังเกตทางแยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ จากนั้นตรงต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตรจะถึงลานจอดรถ แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 500–700 เมตรเข้าสู่บริเวณน้ำตกชั้น 1 โดยรวมแล้วเป็นเส้นทางที่ขับได้สะดวกและมีป้ายบอกทางค่อนข้างชัด หากไม่ใช้รถส่วนตัว สามารถนั่งรถโดยสารสายกาญจนบุรี–เอราวัณจากสถานีขนส่งถนนแสงชูโตไปยังโซนอุทยานฯ ได้ทุกวัน ใช้เวลาราว 1.5–2 ชั่วโมง (เวลาจริงขึ้นอยู่กับการจอดรับส่งและสภาพการจราจร) และถ้ามาเป็นกลุ่ม แท็กซี่หรือรถรับจ้างเหมาสำหรับวันเดียวก็เป็นตัวเลือกที่คุมเวลาได้ดี โดยควรตกลงเวลารับกลับและราคาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
สำหรับคนที่อยาก “หลีกเลี่ยงคนเยอะ” ช่วงเวลาที่เหมาะมักเป็นวันธรรมดา โดยเฉพาะเช้า ๆ เพราะน้ำใส อากาศยังไม่ร้อน และคนยังไม่หนาแน่นจนเกินไป ส่วนฤดูฝนมักได้บรรยากาศป่าเขียวชอุ่มและน้ำตกมีน้ำมาก แต่ต้องระวังทางลื่นและน้ำแรงในบางช่วง ขณะที่ฤดูหนาวอากาศเดินสบาย เหมาะกับการขึ้นชั้นสูง หากคุณตั้งใจถ่ายภาพ แนะนำให้เริ่มเช้าเพื่อได้แสงธรรมชาติที่สวยและลดโอกาสเจอคนเยอะในเฟรม
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเอราวัณกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานสำหรับบุคคลชาวไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท และบุคคลชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท โดยทั่วไปจะมีค่าบริการสำหรับยานพาหนะเพิ่มเติมตามประเภท (เช่น รถยนต์/รถจักรยานยนต์) ค่าธรรมเนียมเหล่านี้มีส่วนช่วยสนับสนุนการดูแลพื้นที่ ระบบจัดการขยะ ความปลอดภัย และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานฯ ดังนั้นการชำระค่าธรรมเนียมและปฏิบัติตามกติกาจึงเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงรับผิดชอบที่ช่วยให้พื้นที่คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ในบริเวณอุทยานฯ มีบริการพื้นฐานที่ช่วยให้การเที่ยวสะดวกขึ้น เช่น ร้านค้าสวัสดิการ จุดให้ข้อมูล และพื้นที่พักผ่อนบางส่วน แต่ควรเข้าใจว่านี่คือ “พื้นที่อนุรักษ์” ไม่ใช่ศูนย์การค้าหรือแหล่งบันเทิง ดังนั้นการเตรียมตัวจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะอาหารว่าง น้ำดื่ม ยาประจำตัว และอุปกรณ์กันฝนตามฤดูกาล สำหรับคนที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ที่เดินไม่สะดวก แนะนำให้วางแผนอยู่บริเวณชั้น 1–2 เป็นหลัก เพราะเข้าถึงง่ายและยังได้บรรยากาศน้ำตกที่สวยมากโดยไม่ต้องเดินไกลเกินไป
ถ้าคุณอยากยกระดับทริปให้ “ลึกขึ้นกว่าการเล่นน้ำ” ให้ลองเปลี่ยนวิธีเที่ยวจากการมองน้ำตกเป็นฉากหลัง มาเป็นการสังเกตความสัมพันธ์ของน้ำ–หิน–ป่า เช่น ทำไมน้ำบางช่วงถึงมีสีเปลี่ยนตามฤดูกาล ทำไมบางแอ่งถึงนิ่งและใสกว่าอีกแอ่ง ทำไมเส้นทางบางช่วงมีพืชพื้นล่างหนาแน่นกว่า หรือสังเกตว่าบริเวณที่ชื้นมากจะพบเฟิร์น มอส และพืชที่ต้องการความชื้นสูงมากขึ้น การเที่ยวแบบนี้ช่วยให้ทริปมี “คุณค่า” แบบที่กลับไปเล่าได้มากกว่าแค่ “น้ำตกสวย” และยังช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมกติกาต่าง ๆ ในอุทยานฯ จึงจำเป็น
สำหรับสายถ่ายภาพ เอราวัณเป็นสถานที่ที่ “ต้องใช้ความอดทน” เล็กน้อย เพราะคนเยอะในช่วงพีก แต่ถ้าคุณมาถูกเวลาและวางมุมดี คุณจะได้ภาพน้ำตกที่มีชั้นหินและแอ่งน้ำเป็นลายเส้นสวยมาก โดยเฉพาะช่วงที่แสงลอดผ่านใบไม้ลงบนผิวน้ำจะให้มิติที่ทำให้ภาพมีชีวิตขึ้นทันที หากตั้งใจถ่ายให้สวย แนะนำให้พกผ้าเช็ดเลนส์และระวังละอองน้ำที่ทำให้เลนส์เป็นฝ้าได้ง่าย รวมถึงระวังการวางขาตั้งกล้องในทางเดินที่มีคนผ่านเพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น
ในภาพรวม อุทยานแห่งชาติเอราวัณเหมาะกับคนที่อยากได้ทริปธรรมชาติแบบ “ครบ” ในวันเดียว ทั้งเล่นน้ำ เดินป่าเบา ๆ เรียนรู้ระบบนิเวศ และพักใจจากความเร่งของเมือง แต่หัวใจสำคัญคือคุณภาพของทริปจะขึ้นอยู่กับ “การเตรียมตัว” และ “วิธีปฏิบัติตัว” ถ้าคุณมาแบบไม่เร่ง ไม่ฝืน ไม่ทำให้พื้นที่เสียหาย คุณจะได้ทั้งความสวยและความสงบกลับไปพร้อมกัน และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้เอราวัณยังคงเป็นปลายทางระดับท็อปของกาญจนบุรีมาได้ยาวนาน
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติเอราวัณ |
| ที่อยู่ | หมู่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี |
| สรุปสถานที่ | อุทยานแห่งชาติชื่อดังของกาญจนบุรี โดดเด่นด้วยน้ำตกเอราวัณ 7 ชั้น แอ่งน้ำธรรมชาติลงเล่นได้หลายจุด และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เหมาะกับทริปธรรมชาติแบบไปเช้าเย็นกลับหรือค้างคืน |
| จุดเด่นของสถานที่ | น้ำตกเอราวัณ 7 ชั้น, แอ่งน้ำใสสีเขียวมรกตตามฤดูกาล, ทางเดินขึ้นชั้นน้ำตกมีระดับความยากหลายแบบ, เส้นทางศึกษาธรรมชาติพร้อมป้ายสื่อความหมาย, เหมาะกับครอบครัวและสายเดินป่าเบา ๆ |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08:00 – 16:30 |
| ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน | คนไทย: ผู้ใหญ่ 60 บาท, เด็ก 30 บาท ต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 300 บาท, เด็ก 150 บาท |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวง 3199 (กาญจนบุรี–ศรีสวัสดิ์) ไปโซนตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วต่ออีกประมาณ 3 กม. ถึงลานจอดรถ จากนั้นเดินเข้าโซนน้ำตกชั้น 1 ประมาณ 500–700 ม. |
| เบอร์ติดต่อ | 034-574-722, 034-574-222, 034-574-234 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางจริง) | 1) ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ (3 กม.) 2) เขื่อนศรีนครินทร์ (15 กม.) 3) น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น (45 กม.) 4) พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด (Hellfire Pass) (55 กม.) 5) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (67 กม.) 6) เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 (70 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางจริง + เบอร์โทร) | 1) ห้องอาหารในโซนบริการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ (0 กม.) โทร 034-574-722 2) ห้องอาหาร Binlha Raft (19 กม.) โทร 089-747-6446 3) ห้องอาหาร River Kwai Jungle Rafts (35 กม.) โทร 034-552-124 4) ห้องอาหาร Koh Mueangkarn Paradise View Resort (40 กม.) โทร 034-510-751 5) ห้องอาหาร Mida Resort Kanchanaburi (50 กม.) โทร 034-919-606 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางจริง + เบอร์โทร) | 1) บ้านพัก/ลานกางเต็นท์ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (0 กม.) โทร 034-574-722 2) Binlha Raft Resort (19 กม.) โทร 089-747-6446 3) River Kwai Jungle Rafts (35 กม.) โทร 034-552-124 4) Koh Mueangkarn Paradise View Resort (40 กม.) โทร 034-510-751 5) Mida Resort Kanchanaburi (50 กม.) โทร 034-919-606 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เปิดทุกวันไหม และเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน โดยทั่วไปเวลาเปิดทำการ 08:00 – 16:30
ถาม: น้ำตกเอราวัณมีกี่ชั้น และควรเริ่มเดินขึ้นกี่โมงถึงจะไม่เร่ง?
ตอบ: น้ำตกมี 7 ชั้น หากอยากขึ้นหลายชั้นหรือให้ครบ แนะนำเข้าพื้นที่ช่วงเช้าเพื่อมีเวลาพักและเดินแบบไม่เร่ง
ถาม: ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ราคาเท่าไหร่?
ตอบ: คนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
ถาม: ไปอุทยานแห่งชาติเอราวัณแบบไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?
ตอบ: ได้ โดยมีรถโดยสารสายกาญจนบุรี–เอราวัณจากสถานีขนส่งถนนแสงชูโต และสามารถเลือกเหมารถ/รถรับจ้างได้หากต้องการคุมเวลา
ถาม: ขึ้นน้ำตกถึงชั้นบน ๆ ยากไหม ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: มีช่วงชันและพื้นเปียกลื่นได้ ควรใส่รองเท้าพื้นยึดเกาะดี เตรียมน้ำดื่มให้พอ และวางแผนเวลาเข้าพื้นที่ตั้งแต่เช้า
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: