อุทยานแห่งชาติลำคลองงู

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
Rating: 4/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น. (เวลาเปิด–ปิดของพื้นที่บริการทั่วไป อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศ)
 
อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี เป็นปลายทางที่ทำให้คำว่า “ถ้ำสวย” เปลี่ยนความหมายจากการเดินชมแบบสบาย ๆ ไปเป็นการผจญภัยที่ต้องวางแผนจริง ลำคลองงูคือชื่อของลำห้วยที่ไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่าตะวันตก ก่อนที่สายน้ำจะค่อย ๆ กัดเซาะเพิงผาและเทือกเขาหินปูนให้กลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง เมื่อเวลานานมากพอ การสะสมของตะกอนหินปูนก็สร้าง “หินงอกหินย้อย” เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่ทั้งละเอียด อลังการ และเปราะบางในเวลาเดียวกัน ภายในอุทยานฯ จึงไม่ได้มีถ้ำเพียงแห่งเดียว แต่เป็นเหมือนโลกใต้พิภพที่มีหลายห้อง หลายทางน้ำ หลายระดับความยาก และหลายเงื่อนไขที่ทำให้การเข้าชมต้องเคารพทั้งกติกาและธรรมชาติเป็นอันดับแรก
 
เสน่ห์ของลำคลองงูอยู่ที่ความเป็น “ถ้ำของสายน้ำ” มากพอ ๆ กับความเป็น “ถ้ำของหินปูน” เพราะลักษณะภูมิประเทศหินปูนทำให้น้ำสามารถไหลซึม หายไปใต้ดิน และโผล่กลับมาเป็นลำห้วยในถ้ำได้หลายช่วง ถ้ำบางแห่งเป็น “ถ้ำทะลุ” ที่มีทางเข้าออกคนละด้าน บางแห่งเป็น “ถ้ำน้ำลอด” ที่ธารน้ำใต้ดินไหลผ่านตลอดทาง และบางแห่งซ่อนความพิเศษไว้ลึกกว่านั้น เช่น น้ำตกใต้ดินที่เกิดเป็นชั้น ๆ ภายในโพรงถ้ำยาวหลายกิโลเมตร ความมหัศจรรย์ทั้งหมดนี้อธิบายได้ด้วยธรรมชาติของหินปูนและการไหลของน้ำที่ใช้เวลานับแสน–นับล้านปี แต่สิ่งที่ผู้อยู่หน้างานสัมผัสได้ทันทีคือ พื้นที่ลำคลองงูเป็นป่าเขาที่ชื้น ลื่น มืด และเปลี่ยนแปลงเร็ว ยิ่งเข้าถ้ำลึกเท่าไร สภาพแวดล้อมยิ่งไม่เหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเข้าชมถ้ำในอุทยานฯ แห่งนี้ต้อง “วางแผน” มากกว่า “วัดดวง” และต้องยอมรับว่าบางช่วงเวลา ธรรมชาติอาจไม่อนุญาตให้เราเข้าไป
 
ในแง่ความเป็นมา อุทยานแห่งชาติลำคลองงูได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 2009 (พ.ศ. 2552) และมีพื้นที่ป่าภูเขากว้างใหญ่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ โดยหัวใจของการประกาศพื้นที่คุ้มครองไม่ใช่แค่การ “เปิดให้เที่ยว” แต่คือการ “รักษาระบบนิเวศและภูมิประเทศแบบหินปูน” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่เสียหายแล้วฟื้นกลับยากมาก โดยเฉพาะหินงอกหินย้อยที่เกิดจากการตกตะกอนของแคลไซต์อย่างช้า ๆ การสัมผัสเพียงครั้งเดียวก็อาจทิ้งคราบไขมันที่ทำให้การเติบโตชะงัก การท่องเที่ยวจึงต้องเดินบนเส้นที่พอดี ระหว่างการให้คนได้เห็นความงาม กับการไม่ทำให้ความงามนั้นลดลงในระยะยาว และนั่นทำให้ลำคลองงูเป็นอุทยานฯ ที่มี “ระบบ” มากกว่าที่หลายคนคาดไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง
 
ถ้าพูดถึงถ้ำที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของลำคลองงู ชื่อแรกที่คนส่วนใหญ่รู้จักคือ “ถ้ำเสาหิน” ถ้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงูประมาณ 6 กิโลเมตร และมีลักษณะเป็นถ้ำทะลุ โดยภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด ความน่าทึ่งที่สุดคือเสาหินปูนขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดได้ 62.5 เมตร จนถูกยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นเสาหินในถ้ำที่สูงมากในระดับโลก แต่ถ้ำเสาหินไม่ได้มีดีแค่ “เสา” เพราะตลอดเส้นทางภายในยังเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยและรูปทรงหินที่ธรรมชาติแต่งแต้มไว้เหมือนงานประติมากรรม ตั้งแต่ผนังถ้ำที่มีลวดลายคล้ายคลื่นนิ่ง ไปจนถึงโถงที่เสียงหยดน้ำสะท้อนจนเหมือนถ้ำกำลังหายใจอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแบบนี้ทำให้คนจำนวนมากอยากเข้าไปเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ในเวลาเดียวกัน ถ้ำเสาหินก็เป็นถ้ำที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากที่สุด เพราะเป็นถ้ำที่มีน้ำเกี่ยวข้องโดยตรง และระดับน้ำสามารถเปลี่ยนจนทำให้เส้นทางบางช่วงเสี่ยงได้
 
การเข้าชมถ้ำเสาหินจึงเหมาะกับผู้ที่รักการผจญภัยและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจริง ๆ ไม่ใช่เพราะต้องแข่งขันกับใคร แต่เพราะเส้นทางใช้แรง ใช้เวลา และต้องอาศัยวินัยการเดินร่วมกับทีม โดยแนวคิดพื้นฐานคือ “ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่และทำตามเงื่อนไขของอุทยานฯ” ทั้งเรื่องการจอง การจำกัดจำนวน และการมีผู้นำทางหรือเจ้าหน้าที่นำชม ช่วงเวลาที่มักถูกกำหนดให้เหมาะกับการเข้าถ้ำเสาหินคือช่วงฤดูแล้งราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะสูงมากและไม่เหมาะแก่การเข้าชม การเข้าใจเหตุผลนี้สำคัญมาก เพราะมันไม่ใช่กติกาที่ตั้งไว้เพื่อความยุ่งยาก แต่เป็นการยอมรับความจริงของถ้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำ เมื่อระดับน้ำสูง ความเสี่ยงไม่ได้เกิดแค่ “เปียก” แต่เกิดจากกระแสน้ำ การลื่น การมองไม่เห็นพื้น และการที่การช่วยเหลือในถ้ำทำได้จำกัดกว่าบนพื้นดิน
 
ในอุทยานฯ ยังมีถ้ำอีกแห่งที่มีบุคลิกต่างออกไปอย่างชัดเจน คือ “ถ้ำนกนางแอ่น” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของห้วยลำคลองงู ในท้องที่หมู่ 5 บ้านเขาพระอินทร์ ตำบลชะแล ถ้ำนี้เป็นถ้ำทะลุขนาดใหญ่มาก มีลำห้วยคลองงูไหลผ่านเช่นเดียวกับถ้ำเสาหิน และมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร จุดเด่นที่ทำให้คนจำได้คือคำอธิบายว่าเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกจนมีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟ ทำให้โพรงถ้ำเหมือนแบ่งเป็น 3 ช่วงต่อกันคล้ายโบกี้รถไฟ แต่ละช่วงกลับมีขนาดใหญ่โตเกินจินตนาการ เมื่อเดินเข้าไปข้างใน ความมืดจะทำให้เสียงน้ำและเสียงปีกของนกนางแอ่นชัดขึ้น และยิ่งทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าตัวเองเป็นแขกที่ต้องวางตัวให้เหมาะสม เพราะถ้ำนี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าพร้อมกัน มารยาทที่ควรมีคือไม่ส่งเสียงดังเกินจำเป็น ไม่ใช้แฟลชรบกวนสัตว์ และไม่ทิ้งเศษอาหารที่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ภายในถ้ำ
 
อีกความมหัศจรรย์ที่ถูกพูดถึงเสมอเมื่อเอ่ยถึงลำคลองงู คือ “ถ้ำน้ำตก” ถ้ำนี้เป็นถ้ำน้ำลอดเช่นเดียวกับถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่น แต่มีความพิเศษกว่าตรงที่ธารน้ำใต้ดินภายในถ้ำไหลลดหลั่นกันลงมาจนเกิดเป็นน้ำตกหลายชั้น บางข้อมูลระบุว่าสูงถึง 17 ชั้น และชั้นที่สูงสุดอาจสูงถึงประมาณ 20 เมตร ความยาวตลอดถ้ำราว 2,710 เมตร ภาพของน้ำตกที่อยู่ “ในถ้ำ” ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นหนึ่งในหน้าต่างที่เปิดไปสู่อีกโลกหนึ่ง เพราะเราคุ้นชินกับน้ำตกกลางป่า แต่ไม่คุ้นชินกับเสียงน้ำตกก้องอยู่ในความมืดและสะท้อนกับผนังหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยเรียงราย การเข้าชมถ้ำน้ำตกต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้เป็นผู้นำชมและต้องวางแผนล่วงหน้าเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ระดับน้ำในถ้ำสูงมากและไม่เหมาะต่อการเข้าชม
 
ใกล้กันนั้นยังมี “ถ้ำใหญ่” ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ปากทางเข้ากว้างประมาณ 50 เมตร และภายในสามารถจุคนได้จำนวนมากจนถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี โดยอยู่ห่างจากถ้ำน้ำตกราว 1 กิโลเมตร การมีถ้ำใหญ่ทำให้ภาพรวมของลำคลองงูชัดขึ้นว่า นี่ไม่ใช่พื้นที่ที่มีถ้ำเด่นเพียงถ้ำเดียว แต่เป็น “กลุ่มถ้ำ” ที่เกิดจากระบบหินปูนและสายน้ำร่วมกัน การเข้าชมถ้ำภายในอุทยานฯ ทั้งหมดจึงควรยึดหลักเดียวกันคือ วางแผนล่วงหน้า เตรียมร่างกาย เตรียมอุปกรณ์ และมีผู้นำทางที่ชำนาญเส้นทาง เพราะสิ่งที่ทำให้ถ้ำสวยคือความเป็นธรรมชาติ และสิ่งเดียวกันนี้เองที่ทำให้การเดินทางต้องระวังมากกว่าการเที่ยวแบบทั่วไป
 
การเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูมีได้หลายแนวทาง และการเลือกเส้นทางควรถามตัวเองก่อนว่า “ตั้งใจไปทำอะไร” หากเป้าหมายคือการเข้าถ้ำสายผจญภัย เส้นทางมักเชื่อมกับหมู่บ้านพุเตยและหมู่บ้านเขาพระอินทร์ในตำบลชะแล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นเดินเท้าหรือใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าสู่ทางดินในบางช่วง หนึ่งในรูปแบบการเข้าถึงถ้ำเสาหินที่ถูกเล่าต่อกันคือการเดินทางทางเรือจากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปทางเหนือถึงบริเวณปากห้วยลำคลองงู แล้วเดินต่อจากปากห้วยขึ้นไปประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงจึงถึงปากถ้ำ ระหว่างทางจะพบน้ำตกเล็ก ๆ ที่เกิดจากลำห้วยไหลลดหลั่นเป็นระยะ ทำให้เส้นทางมีทั้งความเหนื่อยและความคุ้มค่าในเวลาเดียวกัน แต่เส้นทางนี้ต้องประเมินฤดูกาลและระดับน้ำอย่างจริงจัง เพราะน้ำคือทั้งเสน่ห์และความเสี่ยงของลำคลองงู
 
สำหรับการเดินทางทางรถยนต์ เส้นทางที่มักถูกมองว่าสะดวกคือเริ่มจากโซนน้ำตกเอราวัณ ใช้เส้นทางผ่านถ้ำพระธาตุไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แล้วเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านพุเตยโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นจึงเดินเท้าต่ออีกประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อเข้าสู่โซนถ้ำ ตลอดเส้นทางเดินเท้าจะผ่านหุบเขาและเพิงผาหินปูนที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก แต่ความสวยนี้แลกมาด้วยการใช้แรงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้ทริปสนุกขึ้น เช่น เลือกรองเท้าที่เกาะพื้นดีและทนลื่น เตรียมไฟฉายคาดหัว (ไม่พึ่งแค่ไฟมือถือ) เตรียมน้ำดื่มและเกลือแร่ เตรียมถุงกันน้ำสำหรับของจำเป็น และเตรียมเสื้อผ้าที่แห้งไว เพราะในพื้นที่ชื้น การเปียกเล็กน้อยอาจกลายเป็นความไม่สบายตัวตลอดทั้งวันได้
 
กรณีต้องการไปถ้ำนกนางแอ่น เส้นทางรถมักใช้แนวเดียวกับถ้ำเสาหิน จากบ้านพุเตยเดินทางต่อไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรจะถึงหมู่บ้านเขาพระอินทร์ แล้วมีทางแยกให้เลี้ยวเข้าไปตามถนนดินต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร ในช่วงทางดินนี้มักแนะนำให้ใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือหาทางเลือกในพื้นที่ เช่น เช่ารถไถนาดัดแปลง (รถอีแต๊ก) จากชาวบ้าน แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 30 นาทีจึงถึงปากถ้ำ อีกแนวทางหนึ่งคือใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ–สังขละบุรี) เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร 26 (แยกพุทโธ) ผ่านน้ำตกทุ่งนางครวญไปจนถึงบ้านห้วยเสือ แล้วเชื่อมเข้าสู่บ้านพุเตยโดยผ่านบ้านเขาพระอินทร์ ก่อนเลี้ยวเข้าเส้นทางดินช่วงสุดท้าย ไม่ว่าเลือกเส้นทางใด หัวใจคือควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือผู้นำทางในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และควรวางแผนล่วงหน้าให้ชัดว่าต้องใช้รถประเภทใด ใช้เวลาเท่าไร และควรเริ่มเดินเวลาไหนเพื่อไม่ให้เสี่ยงเดินในความมืด
 
สิ่งที่ทำให้ลำคลองงูต่างจากการเที่ยวธรรมชาติแบบ “ไปเช้าเย็นกลับ” คือธรรมชาติของกิจกรรมส่วนใหญ่ผูกกับเวลาและสภาพอากาศ ถ้ำสวยที่สุดมักต้องเดินทางลึกที่สุด และการเดินทางลึกที่สุดมักต้องการเวลามากที่สุด ดังนั้นคำแนะนำที่ทำให้ทริปดีขึ้นเสมอคือ อย่าพยายามอัดโปรแกรมให้แน่นเกินไป หากตั้งใจเข้าถ้ำ ควรจัดวันให้เป็นวันของถ้ำจริง ๆ หรืออย่างน้อยต้องเผื่อเวลาให้มากพอสำหรับการเดินทางเข้า–ออก และการหยุดพักตามจังหวะของร่างกาย เพราะการฝืนเร็วอาจเพิ่มโอกาสสะดุดลื่นในพื้นที่ชื้น การเดินแบบเป็นทีมและเช็กกันเป็นระยะจะช่วยให้ความเสี่ยงลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในจุดที่ต้องข้ามลำห้วยหรือเดินบนโขดหินที่มีคราบตะไคร่
 
ช่วงเวลาที่หลายคนมองว่าเหมาะกับการเข้ากลุ่มถ้ำในลำคลองงูคือช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องถึงปลายฤดูร้อน เช่น กุมภาพันธ์ถึงเมษายน หรือบางแผนการอาจต่อถึงพฤษภาคม ทั้งนี้เพราะระดับน้ำในลำห้วยและในถ้ำมักลดลง ทำให้การเดินทางปลอดภัยขึ้น เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ระดับน้ำอาจสูงจนทำให้ถ้ำบางแห่งปิดการท่องเที่ยวโดยอัตโนมัติในเชิงปฏิบัติ เพราะไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ สิ่งสำคัญคือแม้อยู่ในเดือนที่ “โดยรวมเหมาะ” ก็ยังควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ เพราะปริมาณฝนและระดับน้ำจริงในแต่ละปีอาจไม่เท่ากัน และอุทยานฯ อาจมีการปรับเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
 
ในมุมของคนที่อยากไปสัมผัสลำคลองงูให้คุ้มแต่ไม่อยากเสี่ยงเกินไป แนวคิดคือแยก “โซนถ้ำผจญภัย” ออกจาก “โซนเที่ยวธรรมชาติทั่วไป” แล้วค่อยเลือกตามความพร้อม หากคุณพร้อมสำหรับถ้ำ ให้โฟกัสที่การจอง การเตรียมตัว และการเดินทางเข้า–ออกแบบมีวินัย แต่ถ้าคุณอยากเริ่มจากภาพรวมของพื้นที่ก่อน อาจเริ่มจากจุดธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายกว่าในละแวกเดียวกัน เช่น น้ำตกในเส้นทางหลัก หรือน้ำตกทุ่งนางครวญ/น้ำตกนางครวญ (ตามเส้นทางเข้าพื้นที่) เพื่อซึมซับบรรยากาศป่าตะวันตกก่อน แล้วค่อยวางแผนการเข้าถ้ำครั้งถัดไปให้เป็นทริปหลักที่เตรียมพร้อมเต็มที่ วิธีนี้ทำให้ประสบการณ์ดีขึ้น เพราะลำคลองงูไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับการ “ไปลองดู” แบบไม่เตรียมอะไรเลย แต่เหมาะกับการ “ตั้งใจไป” แล้วกลับมาด้วยความทรงจำที่ชัดและปลอดภัย
 
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติลำคลองงู โดยภาพรวมมักเริ่มจากการเข้าสู่โซนทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แล้วมุ่งหน้าไปตำบลชะแลและพื้นที่ใกล้หมู่บ้านพุเตย/หมู่บ้านเขาพระอินทร์ซึ่งใช้เป็นจุดตั้งต้นของเส้นทางถ้ำหลายสาย หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรตรวจสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะยาง เบรก และไฟส่องสว่าง เพราะมีช่วงถนนภูเขาและทางดินที่อาจต้องใช้รถที่เหมาะสมตามฤดูกาล หากต้องเชื่อมต่อการเดินทางด้วยเรือจากเขื่อนศรีนครินทร์หรือใช้บริการรถท้องถิ่น ควรติดต่อประสานล่วงหน้าเพื่อคุมเวลาให้ไม่เสี่ยงเดินป่าในช่วงเย็นมากเกินไป และควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินเท้าในพื้นที่ชื้นและลื่นซึ่งทำให้ความเร็วในการเดินลดลงกว่าปกติ
 
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติลำคลองงูเป็นปลายทางที่คนพูดถึงซ้ำ ๆ ไม่ใช่แค่ความอลังการของถ้ำ แต่คือ “ความรู้สึกว่าเราได้ไปอยู่ในพื้นที่ที่ธรรมชาติยังเป็นเจ้าของจริง ๆ” ความมืดในถ้ำ เสียงน้ำในลำห้วย ผนังหินปูนที่ถูกน้ำแต่งรูปทรงมานาน และหินงอกหินย้อยที่เกิดช้าอย่างเหลือเชื่อ ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเก็บรูปสวย แต่เป็นการฝึกให้เราเคารพกติกาที่ธรรมชาติวางไว้ ถ้าคุณพร้อมจะเดินช้า ระวังตัว และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ลำคลองงูจะให้ประสบการณ์ที่คมชัดและยากจะลืม โดยไม่ต้องเร่งรีบให้เสี่ยงเกินจำเป็น
 
ชื่อสถานที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู – อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ที่อยู่ ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180 (พื้นที่ป่าภูเขาหินปูนและลำห้วยลำคลองงู)
สรุปสถานที่ อุทยานฯ สายผจญภัยเด่นเรื่องถ้ำหินปูนและลำห้วยที่ไหลผ่านโพรงถ้ำ เกิดหินงอกหินย้อยสวยงาม มีถ้ำไฮไลต์หลายแห่ง เช่น ถ้ำเสาหิน ถ้ำนกนางแอ่น ถ้ำน้ำตก และถ้ำใหญ่ โดยการเข้าชมต้องวางแผนและยึดความปลอดภัยเป็นหลัก
จุดเด่นของสถานที่ ถ้ำเสาหินมีเสาหินปูนสูง 62.5 เมตร, ถ้ำทะลุและถ้ำน้ำลอดที่มีลำห้วยไหลผ่าน, ถ้ำน้ำตกมีน้ำตกใต้ดินหลายชั้น, ภูมิประเทศหินปูน+ป่าตะวันตกให้บรรยากาศดิบและอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับผู้ชอบธรรมชาติและการผจญภัย
วันเปิดทำการ ทุกวัน (พื้นที่บริการทั่วไป)
เวลาเปิดทำการ 08:30 – 16:30 น. (อาจเปลี่ยนตามประกาศ/ฤดูกาล)
สิ่งอำนวยความสะดวก จุดบริการข้อมูล/ติดต่อเจ้าหน้าที่, เส้นทางธรรมชาติบางช่วง, จุดพัก/จุดจอดรถตามพื้นที่เปิดให้บริการ, แหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในโซนเส้นทางหลัก (ความพร้อมบริการขึ้นกับฤดูกาลและประกาศ)
ค่าธรรมเนียม อาจมีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานและ/หรือเงื่อนไขค่าบริการกิจกรรมเฉพาะเส้นทาง (ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนเดินทาง)
การเดินทาง เข้าสู่โซนทองผาภูมิ แล้วมุ่งหน้าตำบลชะแล/บ้านพุเตย/บ้านเขาพระอินทร์ตามเป้าหมายถ้ำที่ต้องการ บางช่วงควรใช้รถ 4WD หรือรถท้องถิ่น และควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อคุมเงื่อนไขการเข้าชม
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าพื้นที่บริการทั่วไปตามเวลาทำการ แต่การเข้าถ้ำผจญภัย (เช่น ถ้ำเสาหิน/ถ้ำอื่น ๆ) อาจต้องจอง มีผู้นำทาง และอาจปิดเป็นช่วง ๆ ตามระดับน้ำและความปลอดภัย ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
เบอร์ติดต่อ จองกิจกรรม/ถ้ำ: 081-108-9780
สอบถามทั่วไป: 084-913-2381
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง 1) น้ำตกนางครวญ (12 กม.)
2) น้ำตกทุ่งนางครวญ (18 กม.)
3) หมู่บ้านเขาพระอินทร์ (25 กม.)
4) หมู่บ้านพุเตย (30 กม.)
5) น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น (65 กม.)
6) เขื่อนศรีนครินทร์ (75 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร 1) ครัวแปดริ้ว (55 กม.) โทร. 089-546-1079
2) บ้านท่าขนุน ร้านอาหารเชิงวัฒนธรรม (55 กม.) โทร. 084-720-1409
3) โรงนากาแฟ ทองผาภูมิ (60 กม.) โทร. 081-828-3748
4) ร้านปลาเขื่อนทองผาภูมิ (62 กม.) โทร. 098-925-5909
5) ทุ่งใหญ่ ควอลิตี้คอฟฟี่ แอนท์ โรสเตอร์ (56 กม.) โทร. 097-949-6196
6) ร้านอาหารเรือนครูไท ทองผาภูมิ (55 กม.) โทร. 065-628-8791
ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร 1) ทองผาภูมิริเวอร์ (55 กม.) โทร. 083-227-4242
2) ภูไพรธารน้ำรีสอร์ท (58 กม.) โทร. 034-598-041
3) ทองผาภูมิ ริเวอร์ ฮิลล์ (55 กม.) โทร. 034-599-692
4) The Rabbit House (55 กม.) โทร. 034-910-190
5) Kiree River Hotel (55 กม.) โทร. 098-252-0359
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติลำคลองงูเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติและการผจญภัย โดยเฉพาะสายสำรวจถ้ำและเดินป่า เพราะหลายเส้นทางใช้แรง ใช้เวลา และต้องเตรียมตัวมากกว่าการเที่ยวทั่วไป
 
ถาม: ถ้ำเสาหินเปิดเข้าชมช่วงเดือนไหน?
ตอบ: โดยแนวทางทั่วไปถ้ำสายผจญภัยจะเหมาะช่วงฤดูแล้ง เช่น กุมภาพันธ์–เมษายน เพราะหน้าฝนระดับน้ำในถ้ำสูงและเสี่ยง แต่การเปิดจริงอาจเปลี่ยนตามประกาศและระดับน้ำในปีนั้น ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
 
ถาม: เข้าถ้ำต้องจองล่วงหน้าไหม?
ตอบ: ควรวางแผนและติดต่ออุทยานฯ ล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้ำเสาหินและเส้นทางที่ต้องมีผู้นำทางหรือจำกัดจำนวน เพื่อความปลอดภัยและการบริหารจัดการภายในถ้ำ
 
ถาม: เดินทางไปถ้ำเสาหินไปแบบเรือได้อย่างไร?
ตอบ: แนวทางหนึ่งคือเข้าทางเรือจากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ไปยังปากห้วยลำคลองงู แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ควรประสานการเดินทางและตรวจระดับน้ำล่วงหน้า
 
ถาม: หน้าฝนไปลำคลองงูได้ไหม?
ตอบ: พื้นที่บริการทั่วไปอาจเปิดได้ แต่การเข้าถ้ำผจญภัยมักไม่เหมาะในหน้าฝน เพราะระดับน้ำสูงและลื่น เสี่ยงอันตราย และอาจมีการปิดถ้ำบางแห่งเพื่อความปลอดภัย
 
ถาม: ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษสำหรับการเข้าถ้ำ?
ตอบ: แนะนำรองเท้ากันลื่นที่เกาะพื้นดี ไฟฉายคาดหัว ถุงกันน้ำสำหรับของสำคัญ น้ำดื่มและเกลือแร่ เสื้อผ้าแห้งไว และควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
 
ถาม: ถ้าร่างกายไม่พร้อมผจญภัยหนัก ๆ ยังเที่ยวแถบนี้ให้คุ้มได้ไหม?
ตอบ: ได้ โดยเลือกโซนธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายกว่าในละแวกเดียวกัน เช่น น้ำตกตามเส้นทางหลัก แล้วค่อยวางแผนทริปเข้าถ้ำครั้งถัดไปเมื่อเตรียมตัวพร้อม
แผนที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู แผนที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
คำค้นคำค้น: อุทยานแห่งชาติลำคลองงูอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ถ้ำเสาหิน ถ้ำน้ำตก ลำคลองงู ถ้ำนกนางแอ่น เที่ยวทองผาภูมิ เที่ยวกาญจนบุรี สายผจญภัย สำรวจถ้ำ กาญจนบุรี เดินป่า ลำคลองงู เขื่อนศรีนครินทร์ เที่ยว น้ำตกนางครวญ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองกาญจนบุรี(36)

https://www.lovethailand.org/อ.ไทรโยค(19)

https://www.lovethailand.org/อ.บ่อพลอย(4)

https://www.lovethailand.org/อ.ศรีสวัสดิ์(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ามะกา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าม่วง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ทองผาภูมิ(30)

https://www.lovethailand.org/อ.สังขละบุรี(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พนมทวน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.เลาขวัญ(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ด่านมะขามเตี้ย(2)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองปรือ(1)

https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยกระเจา(4)