อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ

อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ

อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ
Rating: 4/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00–16:00
 
อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ (Nine Armies War Historical Park) คือหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้กาญจนบุรีมีความหมายมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว เพราะที่นี่พาเราย้อนกลับไปสู่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงเวลาที่ “ความเป็นชาติ” ยังต้องพิสูจน์ด้วยการต่อสู้จริงในสนามรบ ไม่ใช่ด้วยถ้อยคำในตำรา สถานที่ตั้งอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญและเป็นสมรภูมิจริงของสงครามเก้าทัพ การมาเยือนอุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การเดินชมอาคารจัดแสดง แต่เป็นการยืนอยู่บนผืนแผ่นดินที่เคยมีเดิมพันสูงสุดคือ “เอกราชของสยาม” และเมื่อผู้มาเยือนมองภูมิประเทศกว้างไกลของทุ่งลาดหญ้า จะเริ่มเข้าใจว่าทำไมกาญจนบุรีจึงถูกเลือกให้เป็นแนวรับสำคัญในประวัติศาสตร์การทหารไทยหลายยุคหลายสมัย
 
สงครามเก้าทัพเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2328 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า ระดมกำลังทหารขนาดใหญ่แบ่งออกเป็น 9 ทัพ บุกเข้ามาทางหัวเมืองสำคัญของสยามพร้อมกัน เป้าหมายคือการตีกรุงรัตนโกสินทร์ให้แตกในระยะเวลาอันสั้น แผนการนี้ถือเป็นการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นการกดดันหลายแนวรบพร้อมกันให้ฝ่ายไทยรับมือยากและเสียขวัญ แต่ฝ่ายไทยสามารถวางยุทธศาสตร์รับมือได้อย่างเป็นระบบ ทั้งการกระจายกำลัง การเลือกพื้นที่ตั้งรับ และการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงของข้าศึก ชัยชนะในสงครามครั้งนี้ โดยเฉพาะบทบาทของสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ทำให้ไทยสามารถรักษาเอกราชและดำรงความเป็นชาติมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมอุทยานแห่งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “พื้นที่แห่งการรักษาแผ่นดิน” มากพอ ๆ กับการเป็นแหล่งท่องเที่ยว
 
สิ่งที่ทำให้ทุ่งลาดหญ้าโดดเด่นในเชิงยุทธศาสตร์คือภูมิประเทศที่เอื้อให้การตั้งรับและการควบคุมเส้นทางเดินทัพทำได้จริง พื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบสลับเนินเขา มีแนวทางธรรมชาติที่ทำให้การเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่ต้องผ่านจุดสำคัญบางจุด หากฝ่ายตั้งรับมองเห็นและกำหนดจุดสกัดกั้นได้ถูกต้อง ก็จะลดความได้เปรียบของทัพที่มีจำนวนมากกว่าได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่คือแก่นที่อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพพยายามอธิบายให้ผู้มาเยือนเห็นว่า ชัยชนะไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรือโชค แต่เกิดจากการอ่านภูมิประเทศ การวางแผน และการตัดสินใจที่แม่นยำของผู้นำและกำลังพล เมื่อผู้ชมเริ่มเข้าใจเรื่องนี้ ประวัติศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะผู้ชมจะมองเห็นตรรกะของสงครามและความเป็นจริงของการปกป้องประเทศผ่าน “พื้นที่จริง” ที่อยู่ตรงหน้า
 
ภายในอุทยานมีอาคารจัดแสดงถาวรที่รวบรวมเรื่องราวสงครามเก้าทัพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่บริบทภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปลายศตวรรษที่ 18 ภูมิหลังความสัมพันธ์สยาม–พม่า สภาพบ้านเมืองในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไปจนถึงการระดมกำลัง การเคลื่อนทัพ และแนวการสกัดกั้นของฝ่ายไทย จุดแข็งของการจัดแสดงคือการเล่าเรื่องแบบ “เห็นภาพ” โดยใช้ตู้จำลองเหตุการณ์ แผนที่ และสื่อเชิงภาพ ทำให้ผู้ชมที่ไม่ได้มีพื้นฐานประวัติศาสตร์ก็สามารถจับประเด็นได้ ไม่หลงกับรายละเอียดมากเกินไป และยังสามารถเชื่อมโยงเรื่องเล่ากับภูมิประเทศจริงได้ทันทีหลังออกจากอาคาร เพราะสถานที่จัดแสดงอยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริง ไม่ได้ถูกตัดขาดจากสนามรบเดิมเหมือนพิพิธภัณฑ์ในเมือง
 
หัวใจสำคัญที่ทำให้อุทยานแห่งนี้แตกต่างจากแหล่งเรียนรู้ทั่วไปคือ “โต๊ะทรายจำลองภูมิประเทศ” ซึ่งช่วยให้สงครามที่เคยเป็นเรื่องยากในตำรา กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในเชิงพื้นที่ ผู้ชมจะเห็นเส้นทางการเดินทัพของข้าศึกและฝ่ายไทยในลักษณะ “ภาพรวม” ไม่ใช่แค่คำบรรยาย เมื่อเห็นแนวทางธรรมชาติ จุดบีบคอ หรือพื้นที่ที่ควบคุมได้ ผู้ชมจะเข้าใจทันทีว่าเหตุใดจึงเลือกทุ่งลาดหญ้าเป็นจุดสำคัญ และทำไมการสกัดกั้นในพื้นที่นี้จึงมีผลต่อความสำเร็จโดยรวมของสงครามเก้าทัพ ยิ่งสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์การทหาร โต๊ะทรายทำให้สามารถตั้งคำถามต่อยอดได้ เช่น เส้นทางลำเลียงทำได้ยากแค่ไหน การจัดทัพต้องคำนึงถึงอะไร และการใช้ภูมิประเทศลดข้อเสียของกำลังที่น้อยกว่าได้อย่างไร
 
นอกจากพื้นที่จัดแสดงในอาคาร อุทยานยังมีหอสังเกตการณ์ที่เปิดมุมมองให้เห็นภูมิประเทศจริงของทุ่งลาดหญ้า การมองจากจุดสูงทำให้ผู้มาเยือนเริ่ม “อ่านพื้นที่” ได้เหมือนที่นักยุทธศาสตร์ต้องทำในสนามรบ เพราะการทำสงครามไม่ใช่แค่จำนวนคนหรืออาวุธ แต่คือความสามารถในการควบคุมพื้นที่และจังหวะการเคลื่อนกำลัง เมื่อผู้ชมยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์และมองแนวพื้นที่กว้าง จะเข้าใจว่าภูมิประเทศให้ทั้งโอกาสและข้อจำกัดอย่างไร และความเข้าใจนี้จะทำให้เรื่องเล่าประวัติศาสตร์มีความสมจริง ไม่ลอยอยู่ในคำบรรยายเพียงอย่างเดียว การเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในอาคารกับพื้นที่จริงจึงเป็นคุณค่าที่ทำให้การมาเยือนอุทยานนี้ต่างจากการอ่านหนังสือหรือดูสารคดี เพราะผู้ชมได้ใช้สายตาและจินตนาการบนพื้นที่เดียวกับที่เคยเป็นสมรภูมิ
 
หากมองในมุมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัวที่อยากให้เด็กได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบเห็นภาพ และนักท่องเที่ยวที่สนใจการก่อร่างสร้างแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคนที่เคยเที่ยวกาญจนบุรีในมิติสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว แหล่งนี้จะช่วย “เติมอีกชั้น” ให้ภาพประวัติศาสตร์ของจังหวัดครบขึ้น เพราะกาญจนบุรีไม่ได้มีความหมายเฉพาะยุคสงครามโลก แต่เป็นพื้นที่แนวชายแดนและเส้นทางยุทธศาสตร์ของสยามมายาวนาน การได้เห็นเรื่องสงครามเก้าทัพในพื้นที่จริงจึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าการปกป้องประเทศในอดีตมีหลายยุคหลายชั้น และแต่ละชั้นล้วนทิ้งร่องรอยไว้ในภูมิประเทศและความทรงจำ
 
การวางแผนเที่ยวให้ได้คุณค่าสูงสุดมักเริ่มจากการให้เวลาในอาคารจัดแสดงก่อน เพื่อรับภาพรวมและคำอธิบายของเส้นทางเดินทัพ จากนั้นค่อยขึ้นหอสังเกตการณ์เพื่อเชื่อมข้อมูลกับภูมิประเทศจริง วิธีนี้ทำให้การชมเป็นลำดับ ไม่กระโดดไปมา และช่วยให้ผู้มาเยือนจำประเด็นได้ชัดขึ้น โดยทั่วไปการเที่ยวแบบไม่เร่งสามารถใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากตั้งใจอ่านรายละเอียดและดูสื่อจำลองอย่างเต็มที่อาจใช้เวลามากกว่านั้นเล็กน้อย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนมักเป็นช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศในทุ่งลาดหญ้าอาจร้อนในช่วงบ่ายแก่ ๆ และพื้นที่มีส่วนที่เป็นกลางแจ้ง หากเตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เดินสบาย จะช่วยให้การเดินชมทั้งอาคารและจุดสังเกตการณ์ทำได้ต่อเนื่องและไม่สะดุด
 
ในเชิง “ความหมายของสถานที่” อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพไม่ใช่พื้นที่ที่เน้นความตื่นตาแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม แต่เน้นการทำให้ผู้ชมเข้าใจเหตุผลของชัยชนะและการรักษาเอกราชด้วยวิธีที่จับต้องได้ สถานที่แบบนี้มักให้คุณค่ากับคนที่ยอมเดินช้าลงและให้เวลาความคิดทำงาน เมื่อผู้ชมเริ่มเห็นว่าสงครามในอดีตคือการตัดสินใจของคนจริงบนพื้นที่จริง ก็จะเกิดความรู้สึกเคารพต่ออดีตโดยอัตโนมัติ และการเคารพนี้ทำให้การท่องเที่ยวมีความรับผิดชอบต่อเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์มากขึ้น โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือกฎระเบียบมากมาย เพราะสถานที่สอนด้วยตัวเองผ่านภูมิประเทศและข้อมูลที่ถูกจัดระบบไว้ให้เข้าใจง่าย
 
การเดินทาง อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์นิยมใช้ทางหลวงหมายเลข 323 จากตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี–เขื่อนศรีนครินทร์) ประมาณกิโลเมตรที่ 24 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 700 เมตร เส้นทางโดยรวมเหมาะกับการเที่ยวแบบเช้าไป–เย็นกลับจากตัวเมือง และควรวางแผนเวลาให้สัมพันธ์กับช่วงเปิดทำการเพื่อให้มีเวลาชมอาคารจัดแสดงและขึ้นหอสังเกตการณ์อย่างเต็มที่
 
ชื่อสถานที่ อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ (Nine Armies War Historical Park)
ที่อยู่ (จุดอ้างอิงหลัก) บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี (ใกล้ทางหลวง 323 และทางหลวง 3199)
สรุปสถานที่ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การทหารไทยที่อธิบายสงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328) ผ่านการจัดแสดงเชิงภาพและภูมิประเทศจริง โดยมีจุดเด่นคือโต๊ะทรายจำลองเส้นทางเดินทัพและหอสังเกตการณ์ทุ่งลาดหญ้า
จุดเด่นของสถานที่ สมรภูมิจริงของสงครามเก้าทัพ, อาคารจัดแสดงแบบเข้าใจง่าย, โต๊ะทรายจำลองภูมิประเทศและเส้นทางเดินทัพ, หอสังเกตการณ์อ่านภูมิประเทศจริง, เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์
ยุคสมัย สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (สงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2328)
หลักฐานสำคัญ ตู้จำลองเหตุการณ์สงครามเก้าทัพ, แผนที่/สื่ออธิบายเส้นทางเดินทัพ, โต๊ะทรายจำลองภูมิประเทศทุ่งลาดหญ้า, หอสังเกตการณ์เชื่อมข้อมูลกับพื้นที่จริง
ที่มาของชื่อ ตั้งชื่อตาม “สงคราม 9 ทัพ” ซึ่งฝ่ายพม่าระดมกำลังแบ่งเป็น 9 ทัพบุกสยามในปี พ.ศ. 2328 และฝ่ายไทยสามารถสกัดกั้นจนรักษาเอกราชไว้ได้ โดยทุ่งลาดหญ้าเป็นสมรภูมิสำคัญ
การเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวง 323 → เลี้ยวเข้าทางหลวง 3199 (กาญจนบุรี–เขื่อนศรีนครินทร์) ประมาณกิโลเมตรที่ 24 → เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 0.7 กม.
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ (ควรตรวจสอบเวลาทำการกับหน่วยงานดูแลก่อนเดินทาง หากมีการเปลี่ยนแปลงตามภารกิจพื้นที่)
ค่าบริการ เข้าชมฟรี (อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานท่องเที่ยวในพื้นที่)
สิ่งอำนวยความสะดวก อาคารจัดแสดง, โต๊ะทรายจำลอง, หอสังเกตการณ์, พื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่, ทางเดินชมภายในอุทยาน
เบอร์ติดต่อ 034 589 233–5 ต่อ 51015, 09 2494 8950
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) 1) ด่านเจดีย์สามองค์ – 95 กม.
2) เขื่อนศรีนครินทร์ – 45 กม.
3) น้ำตกเอราวัณ (อุทยานแห่งชาติเอราวัณ) – 55 กม.
4) สะพานข้ามแม่น้ำแคว – 45 กม.
5) พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย–พม่า (ในเมืองกาญจนบุรี) – 45 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) 1) โซนร้านอาหารริมแม่น้ำแคว (ตัวเมืองกาญจนบุรี) – 45 กม.
2) ร้านอาหารในย่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว – 45 กม.
3) ร้านอาหารในย่านสถานีรถไฟกาญจนบุรี – 45 กม.
4) ร้านอาหารโซนทุ่งลาดหญ้า/ช่องสะเดา (ร้านท้องถิ่นตามฤดูกาล) – 5 กม.
5) ร้านอาหารโซนทางหลวง 3199 ระหว่างทางไปเขื่อนศรีนครินทร์ – 20 กม.
ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) 1) Felix River Kwai Resort – 45 กม. – 034 551 000
2) U Inchantree Kanchanaburi – 45 กม. – 034 514 596
3) Dheva Mantra Resort – 45 กม. – 034 615 999
4) Mida Resort Kanchanaburi – 55 กม. – 034 978 606
5) Pung-Waan Resort & Spa – 55 กม. – 034 515 300
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สงคราม 9 ทัพคืออะไร?
ตอบ: เป็นสงครามในปี พ.ศ. 2328 ที่พม่าระดมกำลังแบ่งเป็น 9 ทัพบุกสยามหลายแนวพร้อมกัน และฝ่ายไทยสามารถสกัดกั้นจนชนะ โดยทุ่งลาดหญ้าเป็นสมรภูมิสำคัญที่ช่วยรักษาเอกราชไว้ได้
 
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางจากตัวเมืองราว 40 กม. ผ่านทางหลวง 323 และทางหลวง 3199 แล้วเลี้ยวเข้าไปประมาณ 0.7 กม.
 
ถาม: ไปเที่ยวควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง?
ตอบ: โดยทั่วไปเหมาะกับการใช้เวลา 1–2 ชั่วโมง เพื่อชมอาคารจัดแสดง โต๊ะทราย และขึ้นหอสังเกตการณ์แบบไม่เร่ง
 
ถาม: ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของอุทยานนี้คืออะไร?
ตอบ: โต๊ะทรายจำลองภูมิประเทศและเส้นทางเดินทัพที่ช่วยให้เข้าใจสงครามในเชิงพื้นที่ และหอสังเกตการณ์ที่มองเห็นภูมิประเทศจริงของทุ่งลาดหญ้า
 
ถาม: เหมาะกับใครมากที่สุด?
ตอบ: เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย ยุทธศาสตร์การทหาร และการเรียนรู้แบบเห็นภาพบนพื้นที่จริง
 
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ จะเหมาะกว่า เพราะอากาศไม่ร้อนจัด และมีเวลาพอสำหรับชมในอาคารและกิจกรรมกลางแจ้งก่อนสถานที่ปิด
แผนที่ อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ
คำค้นคำค้น: อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพอุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ สงครามเก้าทัพ ทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี ประวัติศาสตร์ไทย รัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก สงครามไทยพม่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กาญจนบุรี สมรภูมิทุ่งลาดหญ้า อุทยานประวัติศาสตร์ กาญจนบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 5 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)