มัสยิดมัสญิดุนนูร

Rating: 4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: แนะนำ 09.00–18.00 น. (ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาละหมาด/วันศุกร์ช่วงนมาซวันคุกร์)
มัสยิดมัสญิดุนนูร คือศูนย์รวมของชุมชนมุสลิมเก่าแก่ในย่านช้างเผือกของเชียงใหม่ โดยมีรากความเป็นชุมชนจากผู้คนเชื้อสายปากีสถานและอินเดียกลุ่มแรกประมาณ 4–5 ครอบครัวที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ผู้คนเรียกกันว่า “ทุ่งเวสาลี” พื้นที่ซึ่งเล่ากันว่าอุดมสมบูรณ์ น้ำท่วมไม่ถึง และมีลำน้ำไหลผ่านจากห้วยแก้วและห้วยช้างเคี่ยนอยู่ตลอด จึงเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกผักบางชนิด ชุมชนแบบนี้ทำให้มัสยิดไม่ได้เป็นแค่สถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็น “หลักยึด” ของการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่เดินทางไกลมาสร้างบ้านใหม่ในเชียงใหม่
ในช่วงแรกของการตั้งถิ่นฐาน ย่านช้างเผือกยังไม่มีอาคารมัสยิดถาวร ชาวมุสลิมจึงต้องเดินทางไปประกอบศาสนกิจสำคัญอย่างการนมาซวันคุกร์ที่มัสยิดช้างคลานเป็นประจำ ก่อนที่การค้าขายและการสัญจรจะทำให้ย่านนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่พ่อค้า แล้วมีผู้อพยพเข้ามาเพิ่ม ทั้งกลุ่มปากีสถาน–อินเดีย และพ่อค้าชาจีนมุสลิมยูนนาน ภาพของ “การเดินทางไปละหมาดร่วมกัน” ในยุคที่ยังไม่มีสถานที่ของตนเองสะท้อนความพยายามของชุมชนที่จะรักษาศรัทธาให้ดำรงอยู่ แม้สภาพแวดล้อมยังไม่พร้อม
บุคคลที่ถูกกล่าวถึงบ่อยในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการก่อตั้งมัสยิดในย่านนี้คือ “นะปะซาง” หรือที่พ่อค้ารู้จักกันว่า “พ่อเลี้ยงเลานะ” ผู้เป็นผู้นำในการปรับปรุงและสร้างอาคารมัสยิดขึ้นใหม่ให้มั่นคงกว่าเดิม จากโครงสร้างชั่วคราวอย่างเสาไม้ไผ่ ฝาขัดแตะ หลังคาใบตอง และไม่มีพื้น กลายเป็นอาคารไม้กระดานที่แข็งแรงขึ้น จนได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำศาสนา (อีหม่าม) ของสัปปุรุษในพื้นที่ การเปลี่ยนผ่านจาก “ที่ประกอบศาสนกิจแบบชั่วคราว” ไปสู่ “อาคารที่ตั้งใจสร้าง” มักเป็นหมุดหมายสำคัญของชุมชนผู้อพยพ เพราะมันคือการประกาศว่าเราจะอยู่ที่นี่อย่างจริงจังและยั่งยืน
ต่อมาราวปี 2473 ก่อนอีหม่ามเลานะจะถึงแก่มรณภาพไม่นาน มีผู้รู้ทางศาสนาเชื้อสายปากีสถานชื่อ “ท่านโมลวีกายิมมาคิน” อพยพมาอยู่เชียงใหม่ และเป็นที่ยอมรับด้านการอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอย่างไพเราะ เมื่ออีหม่ามเลานะเสียชีวิต ชาวมุสลิมช้างเผือกจึงเชิญท่านมาดำรงตำแหน่งอีหม่ามประจำมัสยิดดุน–นูร และท่านทำหน้าที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปี เรื่องเล่าในชุมชนมักย้ำถึงความเคร่งครัด ความงดงามทางความประพฤติ และบทบาทในการผลักดันการศึกษาและสังคมของชุมชน ซึ่งทำให้มัสยิดเป็นทั้งพื้นที่ศาสนาและพื้นที่พัฒนา “คุณภาพชีวิต” ไปพร้อมกัน
เมื่อเวลาผ่านไป อาคารเดิมชำรุดทรุดโทรมลงมาก คณะกรรมการมัสยิดและสัปปุรุษจึงมีมติปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่ในปี 2494 ด้วยการระดมทุนจากพี่น้องมุสลิมที่เข้ามาอาศัยในเชียงใหม่ และมีคณะกรรมการควบคุมการก่อสร้าง โดยมีฮัจญีศรีบุตร วารีย์เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการร่วมอีกหลายท่าน งานก่อสร้างสำเร็จในปี 2496 กลายเป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงกระโจม และมีความสง่างามตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบปากีสถาน ซึ่งเป็นภาพจำสำคัญของย่านช้างเผือกมาจนปัจจุบัน
ถ้าคุณไปเยี่ยมชม มัสยิดมัสญิดุนนูร แบบผู้มาเยือน สิ่งที่ควรพกไปมากกว่ากล้องคือความเคารพในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะมัสยิดคือสถานที่ประกอบศาสนกิจของชุมชนจริง ๆ การแต่งกายสุภาพ การพูดคุยด้วยน้ำเสียงเหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการเดินผ่านพื้นที่ละหมาดในช่วงประกอบศาสนกิจ จะทำให้การไปเยี่ยมชมเป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งกับผู้มาเยือนและเจ้าของพื้นที่ และถ้าต้องการถ่ายภาพหรือเข้าชมบางส่วน แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่/คณะกรรมการก่อนเสมอ
การเดินทาง หากเริ่มจากคูเมืองเชียงใหม่ ให้มุ่งหน้าไปโซนช้างเผือก/ตลาดช้างเผือก แล้วใช้แนวถนนโชตนา (บริเวณย่านช้างเผือก) โดยจุดหมายอยู่ในพื้นที่ชุมชนซึ่งเป็นที่ตั้งของมัสยิดดุน–นูร การเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถรับจ้างในเมืองทำได้สะดวก และควรเผื่อเวลาเรื่องที่จอดรถในช่วงตลาดคึกคักหรือช่วงละหมาดวันศุกร์
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดมัสญิดุนนูร (masjid an nur / dun–nur) |
| ที่ตั้ง | ย่านช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (โซนถนนโชตนา/ตลาดช้างเผือก) |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | แนะนำ 09.00–18.00 น. (เวลาจริงอาจยึดตามกิจของมัสยิดและเวลาละหมาด) |
| ลักษณะเด่น | ศูนย์รวมชุมชนมุสลิมเชื้อสายปากีสถาน–อินเดียในย่านช้างเผือก มีพัฒนาการจากอาคารชั่วคราวสู่มัสยิดก่ออิฐถือปูน (แล้วเสร็จ พ.ศ. 2496) และมีภาพลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบปากีสถาน |
| ยุคสมัย/ช่วงเวลา | ชุมชนเริ่มตั้งถิ่นฐานจากกลุ่มแรกประมาณ 4–5 ครอบครัว; ปรับปรุงอาคารใหม่ พ.ศ. 2494 และแล้วเสร็จ พ.ศ. 2496 |
| หลักฐานสำคัญ | เรื่องเล่าบทบาทผู้นำชุมชน (“พ่อเลี้ยงเลานะ”) และการก่อสร้างอาคารถาวรช่วง พ.ศ. 2494–2496 ที่ทำให้มัสยิดตั้งเด่นในย่านช้างเผือก |
| ที่มาชื่อ | ดุน–นูร/อันนูร สื่อความหมายเกี่ยวกับ “แสงสว่าง” ในบริบทศาสนาอิสลาม และใช้เรียกมัสยิดในชุมชนช้างเผือก |
| การเดินทาง | จากคูเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าโซนช้างเผือก/ตลาดช้างเผือก เข้าถนนโชตนา (ย่านช้างเผือก) แล้วเข้าพื้นที่ชุมชนบริเวณมัสยิด |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นมัสยิดที่มีการใช้งานของชุมชน (แนะนำติดต่อก่อนหากต้องการเข้าชมเป็นคณะ) |
| เบอร์โทรศัพท์ | 053-211-723 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | ตลาดช้างเผือก (ประมาณ 0–2 กม.) ประตูช้างเผือก/แนวคูเมือง (ประมาณ 1–3 กม.) วัดเจ็ดยอด (ประมาณ 3–5 กม.) วัดสวนดอก (ประมาณ 4–6 กม.) ดอยสุเทพ–พระธาตุดอยสุเทพ (ประมาณ 12–18 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | ข้าวซอยอิสลาม (ประมาณ 4–7 กม.) โทร 053-271-484, 082-392-0142 โรตีป้าเด เชียงใหม่ (ประมาณ 4–7 กม.) โทร 081-021-9496 สภากาแฟ 786 (ประมาณ 4–7 กม.) โทร 053-204-352 Takawa Halal Cuisine (ประมาณ 4–8 กม.) โทร 088-267-6660 ข้าวมันไก่ไปรษณีย์ (นาซมีน) (ประมาณ 4–7 กม.) โทร 089-564-4844 |
| ที่พักใกล้เคียง | Le Canal Boutique House (ประมาณ 2–4 กม.) โทร 053-904-652 Banthai Village (ประมาณ 3–6 กม.) โทร 053-252-789 Roseate Hotel Chiang Mai (ประมาณ 3–6 กม.) โทร 053-217-291 Chiang Mai Orchid Hotel (ประมาณ 4–7 กม.) โทร 053-222-099 Chiangmai Hill Hotel (ประมาณ 5–8 กม.) โทร 053-218-960 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดมัสญิดุนนูรอยู่ย่านไหนของเชียงใหม่?
ตอบ: อยู่โซนช้างเผือก ใกล้ย่านตลาดช้างเผือก/ถนนโชตนา ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่
ถาม: ถ้าอยากเข้าเยี่ยมชมควรไปช่วงเวลาไหน?
ตอบ: แนะนำช่วงกลางวันประมาณ 09.00–18.00 น. และควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาละหมาดหรือช่วงนมาซวันคุกร์ เพื่อไม่รบกวนศาสนกิจ
ถาม: จุดเด่นของมัสยิดมัสญิดุนนูรคืออะไร?
ตอบ: เป็นศูนย์รวมของชุมชนมุสลิมเชื้อสายปากีสถาน–อินเดียในย่านช้างเผือก และมีเรื่องราวพัฒนาการจากอาคารชั่วคราวสู่มัสยิดก่ออิฐถือปูนที่แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2496
ถาม: ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลมัสยิด ติดต่อได้ที่ไหน?
ตอบ: โทร 053-211-723
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: