สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

Rating: 3.3/5 (11 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แนะนำตรวจประกาศล่าสุดจากเพจทางการก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08.30–16.30 น.
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ คือหนึ่งในจุดหมายที่ทำให้คำว่า “เที่ยวดอยอินทนนท์” มีความหมายมากกว่าแค่การขึ้นไปหนาว ถ่ายรูป แล้วกลับลงมา เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ทำงานจริงของโครงการหลวงในมิติที่จับต้องได้ ทั้งการวิจัยพืชเมืองหนาว การส่งเสริมอาชีพให้ชุมชนบนพื้นที่สูง และการดูแลระบบนิเวศป่าต้นน้ำในระยะยาว หากคุณอยากเที่ยวเชียงใหม่แบบได้ทั้งธรรมชาติ สวนสวย อากาศดี และได้เห็นว่าโครงการพระราชดำริเปลี่ยนชีวิตผู้คนอย่างไร สถานีแห่งนี้คือคำตอบที่ “ครบ” แบบไม่ต้องพยายามแต่งเรื่องให้สวยเลย
จุดตั้งต้นของเรื่องทั้งหมดมาจากความจริงที่หนักหนาในอดีต พื้นที่สูงจำนวนมากเคยเผชิญปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การปลูกฝิ่น และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งไม่เพียงกระทบความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ แต่ยังลามไปถึงระบบความมั่นคงของประเทศและป่าต้นน้ำลำธารในภาพรวม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึง “ห่วงโซ่ของปัญหา” นี้อย่างชัดเจน จึงมีพระราชประสงค์ให้ช่วยเหลือชาวเขาให้มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนฝิ่น และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่ เพื่อให้เกิดรายได้ที่สุจริตและยั่งยืน พร้อมกันนั้นก็เป็นการลดแรงกดดันต่อป่าต้นน้ำไปในตัว
ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2522 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” บนพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ เพื่อทำงานวิจัยและพัฒนาพืชเมืองหนาว ตลอดจนทดสอบระบบการผลิตที่เหมาะกับพื้นที่สูง แล้วจึงนำผลวิจัยไปต่อยอดเป็นการส่งเสริมอาชีพให้ครัวเรือนเกษตรกรรอบสถานี เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทของพื้นที่นี้ขยายจากการเป็นสถานีวิจัยไปสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านเกษตรบนพื้นที่สูง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ จนได้รับการยกระดับเป็น “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ซึ่งสะท้อนว่าที่นี่ไม่ได้ทำงานอยู่ในห้องทดลองเท่านั้น แต่ทำงานอยู่ในชีวิตจริงของผู้คนและภูเขาทั้งลูก
ลักษณะภูมิประเทศของสถานีเป็นหุบเขาและลาดชัน แนวสันปันน้ำแบ่งทิศทางการไหลของน้ำออกเป็น 2 ฝั่ง คือด้านตะวันออกที่ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกที่ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม ระดับความสูงราว 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้อากาศค่อนข้างเย็นสบายและเหมาะต่อพืชเมืองหนาวหลายชนิด ในภาพนักท่องเที่ยวอาจมองว่าเป็น “สวนสวยบนดอย” แต่ในมุมการทำงานจริง ความสูง อุณหภูมิ ความชื้น และความลาดชันคือเงื่อนไขสำคัญที่กำหนดว่าพืชชนิดใดควรปลูกอย่างไร และควรจัดการดินน้ำแบบไหนจึงจะไม่ทำร้ายภูเขาในระยะยาว
ถ้ามาที่นี่ในฐานะนักท่องเที่ยว สิ่งที่สัมผัสได้ชัดคือ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตร” ที่พาคนดูงานวิจัยให้เข้าใจง่าย คุณจะได้ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโปนิกส์ และงานทดลองด้านพืชสวนที่เชื่อมโยงกับอาชีพของชุมชนรอบสถานีแบบเป็นรูปธรรม ความพิเศษของสถานีเกษตรหลวงไม่ใช่แค่ปลูกพืชให้สวย แต่คือการทำให้การปลูกพืชนั้นกลายเป็นรายได้ที่เลี้ยงบ้านได้จริง โดยยังอยู่ร่วมกับป่าต้นน้ำได้ด้วย
หนึ่งในโซนที่หลายคนตั้งใจมาคือ “สวนแปดสิบพรรษา” หรือสวนเฉลิมพระเกียรติ ที่จัดสร้างในปี 2550 เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนมีการตกแต่งด้วยกุหลาบพันปีและไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา บางฤดูจะเด่นเรื่องดอกไม้สีสด บางช่วงจะเด่นความเขียวแน่นและอากาศหลังฝน ความรู้สึกที่ดีของสวนนี้คือมันให้ “ความเป็นสวนงานวิจัย” ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่สวนจัดฉากจนเกินจริง เดินแล้วสบายตาและสบายใจ
อีกจุดที่เหมาะกับคนชอบพืชเฉพาะทางคือโรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิน ซึ่งเป็นแหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟินหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและพืชสวน โดยมีการรวบรวมไว้มากกว่า 50 สกุล ราว 140 ชนิด การเดินดูเฟินบนพื้นที่สูงจะทำให้เข้าใจว่าความชื้น อุณหภูมิ และแสงถูกควบคุมอย่างละเอียดแค่ไหน และทำไมพืชบางกลุ่มจึงเหมาะกับภูเขามากกว่าพื้นราบ
ถัดมาเป็นโรงเรือนจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งรวบรวมไม้ดอกหลายชนิดที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริม เช่น กล้วยไม้ บีโกเนีย หน้าวัว เปลวเทียน และพืชประดับที่เจริญได้ดีในอากาศเย็น การดูโซนนี้จะเห็นความตั้งใจของการพัฒนาพืชให้เป็นทั้ง “ความสวยงาม” และ “อาชีพ” ไปพร้อมกัน เพราะไม้ดอกไม้ประดับคือหนึ่งในช่องทางรายได้สำคัญของพื้นที่สูงที่ไม่ต้องพึ่งพาพืชผิดกฎหมายเหมือนอดีต
สำหรับสายแปลกนิดหนึ่ง โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์เป็นอีกจุดที่หลายคนไม่คิดว่าจะได้เห็นบนอินทนนท์ ตั้งแต่หม้อข้าวหม้อแกงลิง ไปจนถึงกลุ่มพิงกุยและซาราซีเนียหลากชนิด พืชกินสัตว์มักทำให้คนดูตื่นเต้น เพราะมันเป็นตัวอย่างของการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมเฉพาะ หากมาเที่ยวกับเด็กหรือคนที่ชอบธรรมชาติแบบมีเรื่องเล่า โซนนี้มักจะเป็นไฮไลต์ที่ทำให้เดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว
กุหลาบพันปีเป็นอีกหนึ่งธีมที่ทำให้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์มีเอกลักษณ์ เพราะมีการรวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย และกุหลาบพันปีหลายชนิด บางชนิดเป็นพืชการค้าในต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็มีชนิดที่ขยายพันธุ์จากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติบนพื้นที่สูงของไทย เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ซึ่งพบกระจายพันธุ์ในพื้นที่สูงอย่างดอยอินทนนท์และดอยอ่างขาง การเดินดูโซนนี้ทำให้เห็นว่าความงามของดอกไม้บนดอยไม่ได้เกิดจาก “ปลูกให้สวย” อย่างเดียว แต่มาจากการคัดเลือกพันธุ์และเข้าใจธรรมชาติของพื้นที่อย่างแท้จริง
ถ้าคุณอยากเติมมิติของผู้คนเข้าไปในทริป การแวะชมหมู่บ้านม้งขุนกลางและบรรยากาศตลาดม้งคือจุดเชื่อมที่ดีมาก เพราะคุณจะได้เห็นวิถีชีวิต การแต่งกาย และสินค้าหัตถกรรม รวมถึงผลผลิตการเกษตรตามฤดูกาลที่ชุมชนจำหน่าย สิ่งนี้ทำให้ภาพ “โครงการหลวง” ไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย มันอยู่ในของที่เราซื้อกลับบ้าน อยู่ในรายได้ที่หมุนกลับไปพัฒนาชุมชน และอยู่ในการที่คนบนดอยมีทางเลือกที่มั่นคงกว่าเดิม
อีกข้อดีของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์คือมันอยู่ในโซนท่องเที่ยวสำคัญของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทำให้คุณสามารถวางทริปต่อเนื่องได้ง่าย หากอยากไป “จุดสูงสุดของประเทศไทย” ที่ระดับ 2,565 เมตร ก็สามารถขับรถขึ้นต่อไปได้ หรือถ้าอยากชมพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งเป็นจุดชมวิวและสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียง ก็อยู่บนเส้นทางเดียวกันเช่นกัน เสน่ห์ของการเที่ยวแบบนี้คือคุณไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะวันเดียวสามารถได้ทั้งสวน งานวิจัย วิถีชุมชน และจุดชมวิวระดับประเทศ
น้ำตกก็เป็นอีกแกนสำคัญของเส้นทางอินทนนท์ น้ำตกวชิรธารเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาก อยู่บนเส้นทางขึ้นดอยและเป็นจุดที่เหมาะกับการหยุดพัก สูดอากาศ และถ่ายภาพสายน้ำสูงที่ตกจากหน้าผา ส่วนในพื้นที่สถานีเองยังมีน้ำตกสิริภูมิและสวนหลวงสิริภูมิ ซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นประมาณ 500 เมตร ให้เดินสบาย ๆ ท่ามกลางพรรณไม้ เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นธรรมชาติ แต่ไม่อยากเดินไกลหรือใช้เวลาเยอะ
เรื่องของฝากของที่ระลึกเป็นอีกสิ่งที่ทำให้การมาเยือนสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ “จบสวย” เพราะมีผลิตภัณฑ์โครงการหลวงหลากหลาย ตั้งแต่ผักและผลไม้เมืองหนาวตามฤดูกาล กาแฟ น้ำผึ้ง แยมผลไม้ น้ำผลไม้ต่าง ๆ ไปจนถึงไม้ดอกไม้ประดับ ไม้กระถาง และดอกไม้แห้ง ขณะเดียวกัน หากสนใจงานหัตถกรรมผ้าทอชาวเขา ก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นผ้าถุง ย่าม เสื้อ ผ้าพันคอ หรือของใช้ในบ้านอย่างผ้าปูโต๊ะ ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากซื้อของฝากแบบมีเรื่องราวและสนับสนุนชุมชน
การเดินทาง หากออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยทั่วไปใช้เส้นทางเชียงใหม่–ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ไปจนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 (ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทองประมาณ 1 กิโลเมตร) จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง–อินทนนท์ ขับตามเส้นทางขึ้นดอยไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 จะมีทางแยกขวาเข้าบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึงสถานี ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีโดยประมาณราว 91 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที และโดยทั่วไปสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท ทั้งนี้เส้นทางเป็นเขาโค้งเยอะและช่วงฤดูฝนอาจมีหมอกหรือถนนอาจลื่น ควรเผื่อเวลาและขับด้วยความระมัดระวัง
เรื่องที่พักและอาหาร ที่นี่มีบ้านพักรับรองภายในสถานีสำหรับผู้ที่อยากพักใกล้แหล่งท่องเที่ยว และยังมีตัวเลือกโฮมสเตย์/วิลเลจสเตย์ในชุมชนใกล้เคียงอย่างบ้านแม่กลางหลวง ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากตื่นมาดูหมอก กินกาแฟชุมชน และเดินเล่นในบรรยากาศนาขั้นบันไดแบบไม่เร่งรีบ ส่วนร้านอาหารในโซนโครงการหลวงก็เป็นตัวช่วยให้ทริปสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมนูที่ใช้วัตถุดิบพื้นที่สูงอย่างปลาเทราต์ ผักสลัด และผลิตผลตามฤดูกาล
ถ้าจะให้ทริป “ลงตัว” แบบไม่เหนื่อยเกินไป แนวทางง่าย ๆ คือมาถึงสถานีช่วงเช้า เดินสวนและโรงเรือนให้เต็มที่ ซื้อของฝากช่วงเที่ยงหรือบ่าย แล้วค่อยต่อไปพระมหาธาตุฯ หรือน้ำตกวชิรธารตามความชอบ หากเน้นภาพรวมธรรมชาติและอากาศเย็นมาก ๆ ค่อยเก็บจุดสูงสุดไว้ช่วงบ่ายแก่ ๆ แต่ถ้าชอบถ่ายรูปแสงนุ่ม ให้เริ่มที่จุดสูงสุดก่อนแล้วค่อยไหลลงมาที่สถานีในช่วงสายก็ทำได้เหมือนกัน
| ชื่อสถานที่ | สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ (The Royal Agricultural Station Inthanon) |
| ที่ตั้ง | 202 หมู่ 7 บ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ลักษณะเด่น | ศูนย์เรียนรู้เกษตรบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง มีสวนเฉลิมพระเกียรติ โรงเรือนเฟิน ไม้ดอก พืชกินสัตว์ และพื้นที่สาธิต/วิจัยพืชเมืองหนาว |
| สรุปโซนภายในสถานี | โซนสวนแปดสิบพรรษา (สวนเฉลิมพระเกียรติ) ชมกุหลาบพันปีและไม้ดอกตามฤดูกาล |
| ยุคสมัย/ปีสำคัญ | เริ่มจัดตั้งสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ ปี 2522; สวนแปดสิบพรรษาสร้างปี 2550 |
| หลักฐาน/สิ่งสำคัญ | งานวิจัยและสาธิตเกษตรพื้นที่สูง + โซนสวนเฉลิมพระเกียรติ + โรงเรือนรวบรวมพันธุ์พืชเฉพาะทาง |
| ที่มาชื่อ | ตั้งชื่อตามดอยอินทนนท์ และบทบาทเป็นสถานีเกษตรหลวงของมูลนิธิโครงการหลวงในพื้นที่ |
| การเดินทาง | จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 108 (เชียงใหม่–ฮอด) ถึง กม.57 ก่อนจอมทอง แล้วเข้าทางหลวง 1009 ขึ้นอินทนนท์ ถึง กม.31 แยกเข้าบ้านขุนกลางราว 1 กม. รวมระยะทางประมาณ 91 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยว/เรียนรู้ (แนะนำตรวจประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฝนหรือมีงานปรับปรุง) |
| เบอร์ติดต่อสถานที่ | 053-286777, 053-286778 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ตลาดม้งบ้านขุนกลาง ~0.5 กม.; น้ำตกสิริภูมิ/สวนหลวงสิริภูมิ ~1 กม.; บ้านแม่กลางหลวง ~5 กม.; น้ำตกวชิรธาร ~11 กม.; พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ~10 กม.; กิ่วแม่ปาน ~11 กม.; จุดสูงสุดดอยอินทนนท์ ~17 กม. |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ร้านอาหารโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ~0 กม. โทร 053-286-728, 053-286-777; ร้านอาหารสวัสดิการโครงการหลวงอินทนนท์ ~0–1 กม. โทร 065-238-8142; กาแฟสดแม่กลางหลวง (คุณโยแส่) ~5 กม. โทร 081-021-8927; แม่กลางหลวงริมธาร (มีอาหาร/กาแฟ) ~5 กม. โทร 083-469-8948, 061-457-4735; At Home pizza แม่กลางหลวงอินทนนท์ ~5 กม. โทร 086-731-6724 |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | MaeKlangLuang View Resort ~5 กม. โทร 086-189-4075; Touch Star Resort ~30 กม. โทร 053-033-594, 092-419-4142; อินทนนท์ ไฮแลนด์ ~30 กม. โทร 053-802222-4; Inthanon Riverside Resort ~35–45 กม. โทร 081-530-5767; บ้านพักแม่กลางหลวง วิลล่า ~5 กม. โทร 082-946-6651; (ทางเลือกชุมชน) รังบนดอย ~5 กม. โทร 081-168-0382 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานเดินชมสวน/โรงเรือน, จุดจำหน่ายสินค้าโครงการหลวง, โซนจอดรถ (อาจเปลี่ยนตามพื้นที่ใช้งาน), ห้องน้ำ (โปรดตรวจตามจุดบริการจริงในวันเดินทาง) |
| ค่าธรรมเนียม | อาจมีค่าเข้าพื้นที่ตามเงื่อนไขอุทยาน/โซนบริการ (แนะนำตรวจประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เหมาะเที่ยวเดือนไหน?
ตอบ: เที่ยวได้ทั้งปี แต่ช่วงอากาศเย็นปลายปีถึงต้นปีจะเดินสบายและถ่ายรูปสวย ส่วนฤดูฝนจะเขียวมากแต่ถนนอาจลื่นและมีหมอก ควรเผื่อเวลาเดินทาง
ถาม: ไปสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ต้องใช้รถแบบไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท แต่เส้นทางขึ้นเขาโค้งเยอะ ควรเช็กรถและขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝน
ถาม: จุดเด่นที่ห้ามพลาดในสถานีมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สวนแปดสิบพรรษา โรงเรือนเฟิน โรงเรือนไม้ดอกไม้ประดับ โซนพืชกินสัตว์ และจุดชมกุหลาบพันปี/ไม้ดอกตามฤดูกาล รวมถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โครงการหลวง
ถาม: ตลาดม้งบ้านขุนกลางอยู่ไกลจากสถานีไหม?
ตอบ: อยู่ใกล้มาก เป็นจุดแวะซื้อผลผลิตและของฝากของชุมชนบนเส้นทางเดียวกัน เหมาะแวะขากลับหรือก่อนเข้าไปเดินสวน
ถาม: ถ้ามีเวลาวันเดียว ควรวางทริปอย่างไรให้คุ้ม?
ตอบ: เริ่มที่สถานีช่วงเช้า เดินสวนและโรงเรือน จากนั้นซื้อของฝาก แล้วค่อยต่อไปพระมหาธาตุฯ หรือแวะน้ำตกวชิรธารตามแนวทาง 1009 โดยจัดเวลาขับรถเผื่อหมอกและโค้งเขา
ถาม: อยากพักใกล้ ๆ แบบชุมชน แนะนำพักที่ไหน?
ตอบ: บ้านแม่กลางหลวงเป็นตัวเลือกยอดนิยม อยู่ไม่ไกล มีทั้งโฮมสเตย์/ที่พักชุมชนและร้านกาแฟ เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้ามาดูหมอกและสัมผัสวิถีบนดอย
ถาม: ติดต่อสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ได้ที่ไหน?
ตอบ: ใช้เบอร์โทรของสถานีตามข้อมูลทางการในตารางสรุป และสามารถติดตามประกาศ/ข่าวสารจากเพจทางการของสถานีได้
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: