พระตำหนักดาราภิรมย์

Rating: 3.9/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: วันอังคาร–วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ปิดวันจันทร์ และในวันที่พิพิธภัณฑ์ประกาศปิดเป็นกรณีพิเศษ)
เวลาเปิดทำการ: 09.00–17.00 น. (ควรตรวจสอบรอบเข้าชมและการจองล่วงหน้ากับพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง)
พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็นพระราชวังสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ที่บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากนครรัฐล้านนาสู่สยามสมัยใหม่อย่างละเมียดละไม ตั้งอยู่ภายในค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก อาคารสีขาวทรงยุโรปท่ามกลางสวนสวยและต้นไม้ใหญ่ทำให้บรรยากาศของที่นี่ดูนุ่มนวล สงบ และงดงามอย่างเรียบง่าย ผู้ที่ก้าวผ่านประตูเข้าไปจึงไม่เพียงได้เยี่ยมชมพระตำหนักเก่า หากยังได้ซึมซับทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และเรื่องราวชีวิตของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีไปพร้อมกัน
เดิมทีพระตำหนักแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และถือเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่พระองค์สุดท้ายที่ยังทรงมีอำนาจปกครองเมืองตามรูปแบบเดิม ก่อนที่เชียงใหม่จะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชาติไทยอย่างสมบูรณ์ ฉะนั้น พระตำหนักดาราภิรมย์จึงมิได้เป็นเพียงที่ประทับของพระราชชายาเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ของสายใยระหว่างราชวงศ์จักรีกับราชวงศ์ล้านนา และการปรับตัวของนครเชียงใหม่ในยุคสมัยที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มข้น
รูปแบบสถาปัตยกรรมของพระตำหนักดาราภิรมย์สะท้อนอิทธิพลตะวันตกอย่างชัดเจน ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ยกพื้นเล็กน้อย มีระเบียงและมุขยื่นออกมา หลังคาทรงปั้นหยาผสมผสานกับองค์ประกอบแบบโคโลเนียล ช่องหน้าต่างบานเกล็ดสูงโปร่งช่วยให้ลมธรรมชาติพัดผ่านได้สะดวก เมื่อมองรวมทั้งหลังจึงให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่อึดอัดอย่างอาคารปูนยุโรปขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่กลับกลมกลืนไปกับอากาศเย็นของแม่ริมและภูมิทัศน์แบบล้านนาโดยรอบอย่างลงตัว
การออกแบบพระตำหนักและการวางผังพื้นที่โดยรอบสะท้อนรสนิยมของยุคสมัยที่ผสมผสานทั้งความเป็นไทยภาคกลาง ความเป็นล้านนา และความเป็นตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน ภายในตัวอาคารแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นท้องพระโรงขนาดย่อม ห้องเสวย ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ ห้องบรรทม รวมไปถึงห้องเก็บของสำคัญและพื้นที่สำหรับข้าราชบริพาร การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเน้นความเรียบง่าย สุภาพ และสะท้อนความเป็น “บ้าน" มากกว่าความโอ่อ่าของวังหลวง ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศชีวิตจริงของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีในบั้นปลายพระชนม์ชีพ
ปัจจุบันพระตำหนักดาราภิรมย์ได้รับการปรับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายในมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์และข้าวของที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมีอย่างหลากหลาย ทั้งเครื่องแต่งกายแบบล้านนา เครื่องประดับ เครื่องเรือน จานชาม เครื่องเสวย ตลอดจนเครื่องดนตรี และเอกสารภาพถ่ายโบราณ การจัดแสดงพยายามคงบรรยากาศของห้องต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด ผู้เข้าเยี่ยมชมจึงเหมือนได้เดินเข้าสู่บ้านที่ยังมีลมหายใจ มากกว่าจะเป็นเพียงห้องแสดงวัตถุโบราณทั่วไป
หนึ่งในจุดที่หลายคนประทับใจคือห้องพักผ่อนพระอิริยาบถและห้องบรรทม ซึ่งจัดวางเตียง เครื่องนอน และของใช้ส่วนพระองค์อย่างเรียบง่าย แสดงให้เห็นรสนิยมที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ แม้จะเป็นเจ้านายชั้นสูงในราชสำนักสยาม ทั้งยังมีป้ายคำบรรยายที่เล่าเรื่องราวชีวิตของพระราชชายาฯ ตั้งแต่ครั้งยังทรงประทับที่เชียงใหม่ เสด็จเข้าสู่พระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ จนถึงการเสด็จนิวัติกลับมาประทับ ณ ดาราภิรมย์ในบั้นปลาย เพื่อทรงอุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนาและกิจการเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อก้าวออกจากตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวจะได้พบสวนสวยที่โอบล้อมพระตำหนักเอาไว้ มีทั้งสนามหญ้าแผ่กว้าง แปลงดอกไม้สีสันละมุน ศาลาริมบ่อ และทางเดินที่ทอดยาวใต้เงาไม้ใหญ่ สวนโดยรอบได้รับการดูแลให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เรื่องราวของพระราชชายาฯ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงใช้เวลาผ่อนคลาย รับรองแขกบ้านแขกเมือง และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับชุมชนล้านนาในสมัยนั้น
พระราชชายาเจ้าดารารัศมีถือเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ล้านนา พระองค์ทรงมีบทบาททั้งในฐานะตัวแทนของเชียงใหม่ในราชสำนักสยาม และในฐานะผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง เมื่อเสด็จนิวัติกลับมายังภาคเหนือ พระองค์ทรงอุปถัมภ์งานหัตถศิลป์ การฟ้อนรำ การแต่งกายแบบล้านนา การทอผ้า และกิจกรรมอีกมากมายที่ช่วยให้วัฒนธรรมล้านนายังคงความเข้มแข็งและได้รับการยอมรับในระดับชาติ พระตำหนักดาราภิรมย์จึงไม่ใช่แค่บ้านพัก แต่คือศูนย์กลางงานวัฒนธรรมในยุคนั้นด้วย
ในมุมมองเชิงสถาปัตยกรรม พระตำหนักดาราภิรมย์สะท้อนให้เห็นกระบวนการ “ประยุกต์” ที่ชาญฉลาดระหว่างเรือนไทยภาคกลางกับบ้านตะวันตก ตัวอาคารมีเส้นสายที่เรียบง่าย ปราศจากลวดลายประดับหนาแน่น แต่ใช้สัดส่วนที่ลงตัว ช่องเปิดขนาดใหญ่ และระเบียงกว้างรับลมเย็นจากแม่ริม ทำให้ภายในอาคารโปร่งสบาย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของเชียงใหม่มาก ภายนอกอาคารเมื่อมองจากมุมไกล จะเห็นพระตำหนักยืนโดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ราวกับบ้านพักตากอากาศของเจ้านาย ซึ่งต่างจากภาพวังแบบเข้มขรึมในกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการจัดการพิพิธภัณฑ์ การเยี่ยมชมพระตำหนักดาราภิรมย์ยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้วิธีการปรับบ้านเก่าของเจ้านายให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังรักษาบรรยากาศเดิมเอาไว้ โดยเน้นการจัดแสดงเชิงชีวประวัติ (biographical museum) ที่ใช้ชีวิตและเรื่องราวของบุคคลสำคัญเป็นศูนย์กลาง การเล่าเรื่องจึงไม่ใช่เพียงลำดับเหตุการณ์ทางการเมือง แต่รวมไปถึงรสนิยม ความสนใจส่วนตัว บทบาทต่อชุมชน และเครือข่ายทางสังคมของพระราชชายาฯ ที่กระจายตัวอยู่ในทุกมุมของพระตำหนัก
ด้านหนึ่งของพื้นที่พิพิธภัณฑ์ยังมีอาคารจัดนิทรรศการหมุนเวียนและกิจกรรมวัฒนธรรมล้านนา เช่น การสอนดนตรีพื้นเมือง การตัดตุง การทำโคม และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทั้งนักเรียน นักศึกษา และชุมชนโดยรอบได้เข้ามามีส่วนร่วม เป้าหมายคือการสืบสานพระเกียรติคุณของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีควบคู่กับการส่งต่อภูมิปัญญาล้านนาไปสู่คนรุ่นใหม่ ทำให้พระตำหนักแห่งนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ในฐานะพื้นที่เรียนรู้มากกว่าจะเป็นเพียงสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ
บรรยากาศรอบค่ายดารารัศมีและอำเภอแม่ริมเองก็ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่พระตำหนักดาราภิรมย์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพื้นที่นี้รายล้อมด้วยวัดสำคัญ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงสามารถจัดโปรแกรมเที่ยวแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้อย่างลงตัว เช่น ชมพระตำหนักและวัดป่าดาราภิรมย์ในช่วงเช้า แวะรับประทานอาหารพื้นเมืองในตัวอำเภอแม่ริม จากนั้นเดินทางต่อไปยังสวนดอกไม้หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในละแวกใกล้เคียง ก่อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ในช่วงเย็น
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้เส้นทางถนนโชตนา หรือทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่–แม่ริม) มุ่งหน้าไปอำเภอแม่ริม ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 30 นาที เมื่อผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริมให้สังเกตทางแยกซ้ายเข้าสู่ค่ายดารารัศมี จากปากทางเข้าเพียงไม่ไกลจะพบพื้นที่พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ภายในค่ายเดียวกัน สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปจอดในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ หากเดินทางด้วยรถสองแถวสายเชียงใหม่–แม่ริม ให้ลงบริเวณหน้าอำเภอแม่ริมและต่อรถสองแถว/มอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าค่ายดารารัศมีอีกช่วงสั้น ๆ แนะนำให้เดินทางในเวลากลางวัน แต่งกายสุภาพ และเผื่อเวลาในการชมอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อจะได้ซึมซับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่
| ชื่อสถานที่ | พระตำหนักดาราภิรมย์ (พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์) ภายในค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่ตั้ง | บริเวณค่ายดารารัศมี ถนนเชียงใหม่–แม่ริม ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 16 กิโลเมตร |
| ลักษณะเด่น | พระตำหนักสไตล์ตะวันตกประยุกต์ 2 ชั้น ท่ามกลางสวนดอกไม้และต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศสงบ เรียบง่าย จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักสยามกับล้านนา เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม |
| ยุคสมัย / ความเป็นมา | พระตำหนักเกี่ยวข้องกับช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 และยุคที่เชียงใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านจากนครรัฐล้านนาสู่การเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชาติไทย ภายหลังได้รับการบูรณะและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมีและสืบสานวัฒนธรรมล้านนา |
| หลักฐานสำคัญ / สิ่งที่น่าสังเกต | สิ่งจัดแสดงภายในห้องต่าง ๆ เช่น ชุดแต่งกายล้านนาของพระราชชายาฯ เครื่องเสวย เครื่องใช้ส่วนพระองค์ ภาพถ่ายเก่า เอกสาร และเฟอร์นิเจอร์ดั้งเดิม รวมถึงแผ่นป้ายคำบรรยายที่เล่าชีวิตและบทบาทของพระองค์ต่อการทำนุบำรุงวัฒนธรรมล้านนา พร้อมทั้งสวนดอกไม้และภูมิทัศน์รอบพระตำหนักที่ยังคงบรรยากาศของบ้านพักเจ้านายฝ่ายเหนือในอดีต |
| ที่มาของชื่อพระตำหนักดาราภิรมย์ | ชื่อ “ดาราภิรมย์” มาจากพระนามของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระตำหนักแห่งนี้ใช้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จนิวัติขึ้นเหนือในบั้นปลายพระชนม์ชีพ จึงตั้งชื่อพระตำหนักตามพระนามของพระองค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระเกียรติยศและพระกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเชียงใหม่และล้านนา |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่–แม่ริม) มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เมื่อผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริมให้เลี้ยวซ้ายเข้าค่ายดารารัศมี แล้วขับตามทางภายในอีกระยะสั้น ๆ จะถึงเขตพิพิธภัณฑ์ สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า แท็กซี่ หรือรถสองแถวสายเชียงใหม่–แม่ริมแล้วต่อรถภายในอำเภออีกที |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง (โดยประมาณ) | - วัดป่าดาราภิรมย์ (ประมาณ 0.3 กม.) - ตัวอำเภอแม่ริมและตลาดแม่ริม (ประมาณ 2–3 กม.) - สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (ประมาณ 12–15 กม.) - ม่อนแจ่ม และแหล่งท่องเที่ยวบนดอยแม่ริม (ประมาณ 18–20 กม.) - แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและคาเฟ่ในเส้นทางแม่ริม–สะเมิง (โดยรัศมี 10–20 กม.) |
| ร้านอาหารแนะนำใกล้เคียง (ระยะทาง & เบอร์โทร) | - ร้านก๋องคำ อาหารพื้นเมืองแม่ริม (ห่างจากพระตำหนักประมาณ 1 กม., โทร. 094-626-2229) - ร้านครัวหลองข้าว แม่ริม (ประมาณ 1.5 กม., โทร. 095-134-1135) - ร้านก๋วยเตี๋ยวคุณแม่ สาขาแม่ริม (ประมาณ 2 กม., โทร. 093-134-6765) - ร้านระเบียงบ้าน แม่ริม (ประมาณ 3 กม., โทร. 080-673-7227) - ร้านบ้านไร่ถิ่นไทยงาม อาหารไทยและกาแฟในบรรยากาศธรรมชาติ อ.แม่ริม (ประมาณ 12–15 กม., โทร. 081-883-7593, 091-079-9731) |
| ที่พักแนะนำใกล้เคียง (ระยะทาง & เบอร์โทร) | - แม่ริม เกรซ (Mae Rim Grace) ที่พักบรรยากาศสงบในตัวอำเภอแม่ริม (ประมาณ 2 กม., โทร. 066-095-7267) - เดอะ แกรนด์ มอร็อค โฮเทล (The Grand Morocc Hotel) รีสอร์ตสไตล์โมร็อกโกในแม่ริม (ประมาณ 3–4 กม., โทร. 052-001-956) - แม่ริม ลากูน โฮเทล (Mae Rim Lagoon Hotel) ที่พักริมสระน้ำในแม่ริม (ประมาณ 5–6 กม., โทร. 053-297-287) - โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ (Four Seasons Resort Chiang Mai) รีสอร์ตหรูท่ามกลางทุ่งนาและภูเขา (ประมาณ 8–10 กม., โทร. 053-298-181) - บ้านไร่ถิ่นไทยงาม อีโค ลอดจ์ (Ban Rai Tin Thai Ngarm Eco Lodge) ที่พักเชิงนิเวศในแม่ริม (ประมาณ 12–15 กม., โทร. 081-883-7593, 091-079-9731) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถภายในค่ายดารารัศมี ห้องน้ำสำหรับผู้เข้าชม จุดจำหน่ายบัตรและประชาสัมพันธ์ เส้นทางเดินชมภายในอาคารและรอบสวน มีเจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์และให้ข้อมูลเบื้องต้นเป็นระยะ แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าชม เช่น การถ่ายภาพภายในอาคาร และรอบเข้าชมก่อนเข้าเยี่ยมชม |
| ค่าธรรมเนียมเข้า | ค่าธรรมเนียมเข้าชมทั่วไปประมาณ 20 บาทต่อคน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี นักเรียน/นักศึกษาในเครื่องแบบ และพระสงฆ์ได้รับการยกเว้นค่าเข้าชม ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของพิพิธภัณฑ์ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง |
| ติดต่อ | พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ค่ายดารารัศมี ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 โทร. 053-299-175 (ในเวลาทำการ) แนะนำให้ติดต่อสอบถามรอบเข้าชม การจองหมู่คณะ และการเปลี่ยนแปลงวันเวลาเปิดทำการล่วงหน้า |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระตำหนักดาราภิรมย์เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใดบ้าง?
ตอบ: โดยปกติพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์เปิดให้เข้าชมวันอังคาร–วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงเวลาประมาณ 09.00–17.00 น. ปิดทำการวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม รอบเข้าชมและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรติดต่อสอบถามข้อมูลล่าสุดกับพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: ภายในพระตำหนักดาราภิรมย์มีการจัดแสดงอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เช่น ชุดแต่งกายล้านนา เครื่องประดับ เครื่องเสวย เฟอร์นิเจอร์ ภาพถ่ายโบราณ ตลอดจนเอกสารและเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและพระกรณียกิจของพระองค์ รวมถึงนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมล้านนาและกิจกรรมวัฒนธรรมที่หมุนเวียนจัดขึ้นเป็นระยะ
ถาม: สามารถถ่ายภาพภายในตัวอาคารพระตำหนักได้หรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปมักเปิดให้ถ่ายภาพได้เฉพาะพื้นที่ภายนอกอาคารและสวนรอบพระตำหนัก ส่วนภายในห้องจัดแสดงหลักหลายแห่งจะจำกัดหรือห้ามการถ่ายภาพเพื่อการอนุรักษ์วัตถุและบรรยากาศเดิมของพระตำหนัก แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และป้ายประกาศในวันที่ไปเยี่ยมชมอย่างเคร่งครัด
ถาม: ควรใช้เวลาเยี่ยมชมพระตำหนักดาราภิรมย์นานเท่าไรจึงจะเหมาะสม?
ตอบ: หากต้องการเดินชมภายในพระตำหนัก อ่านป้ายคำบรรยาย และเดินเล่นในสวนโดยรอบอย่างไม่เร่งรีบ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยประมาณ 1–2 ชั่วโมง แต่ถ้าวางแผนร่วมกิจกรรมวัฒนธรรม หรือนิทรรศการพิเศษในอาคารใกล้เคียง อาจเพิ่มเวลาเป็นครึ่งวันเพื่อจะได้ชมได้อย่างเต็มอิ่ม
ถาม: หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางไปพระตำหนักดาราภิรมย์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเดินทางได้ โดยนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่–แม่ริมจากในเมือง มาลงบริเวณที่ว่าการอำเภอแม่ริม จากนั้นต่อรถสองแถวสีเหลืองท้องถิ่นหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าค่ายดารารัศมีอีกช่วงสั้น ๆ หรืออาจเลือกใช้บริการแท็กซี่/รถเช่าพร้อมคนขับจากตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: