ผาสิงห์เหลียว

ผาสิงห์เหลียว

ผาสิงห์เหลียว
Rating: 3.7/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน (แนะนำเที่ยวช่วงกลางวัน และหลีกเลี่ยงวันที่ฝนตกหนัก/หลังฝนใหม่ ๆ เพราะดินลื่นและเสี่ยงทรุดตัว)
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 08:00 – 17:00 น. (เวลาอาจเปลี่ยนตามการดูแลพื้นที่/ฤดูกาล แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
 
ผาสิงห์เหลียว คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ–ธรณีวิทยาในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ภาพจำแรกของคนส่วนใหญ่คือ “หน้าผาสูงกับเสาดิน” ที่ยืนเรียงกันเป็นชั้น ๆ จนดูเหมือนเมืองหินในจินตนาการ บางมุมมีโครงรูปคล้ายสิงห์กำลังหันหน้าเหลียวไปด้านข้าง จึงเกิดเป็นชื่อที่เล่าต่อกันมาแบบติดหูว่า “ผาสิงห์เหลียว” ความสนุกของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่การทำกิจกรรมหวือหวา แต่อยู่ที่การเดินช้า ๆ แล้วปล่อยให้เส้นชั้นดินและเงาของหน้าผาพาเราจินตนาการไปเองว่ากำลังยืนอยู่หน้า “กำแพงโบราณ” หรือ “สวนเสาดิน” ขนาดใหญ่กลางป่าเต็งรัง
 
ตำแหน่งของผาสิงห์เหลียวถูกกล่าวถึงว่าอยู่ในพื้นที่บ้านใหม่พนา ตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด และอีกข้อมูลหนึ่งระบุบริบทพื้นที่บ้านตาลเหนือ ซึ่งภาพรวมคือโซนชนบทที่ขับรถเข้าได้ไม่ยาก สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากจุดชมวิวภูเขาทั่วไปคือ “ธรรมชาติของดิน” ที่ถูกกัดเซาะและทรุดตัวจนเกิดเป็นผนังดิน หน้าผา และเสาดินหลายรูปทรงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ความรู้สึกเวลายืนมองจะคล้ายสถานที่อย่างแพะเมืองผี (แพร่) เพราะเป็นงานปั้นของเวลา น้ำฝน และแรงลมที่ค่อย ๆ เซาะจนเหลือรูปทรงแปลกตา แต่ของฮอดจะให้อารมณ์อีกแบบ เพราะถูกโอบด้วยผืนป่าเต็งรัง ทำให้สีของดินกับสีของป่าตัดกันชัด และช่วงที่ป่าเปลี่ยนสีจะยิ่งเด่นขึ้นไปอีก
 
ถ้าเล่าแบบเข้าใจง่าย เสาดินจำนวนมากในผาสิงห์เหลียวมีลักษณะเป็นดินลูกรังปนกรวดหิน และถูก “ยึด” ด้วยชั้นดินเหนียวในบางช่วง เมื่อฝนตก น้ำไหลบ่าจะค่อย ๆ กัดเซาะส่วนที่อ่อนกว่าให้เว้าแหว่งเป็นหลุมเป็นหุบ จนเหลือส่วนที่แข็งกว่าเป็นแท่งสูง ๆ คล้ายเสา รูปร่างของแต่ละแท่งไม่เหมือนกัน บางแท่งเรียว บางแท่งเป็นผนังยาวจนชวนให้คิดถึงกำแพงเมืองโรมันอย่างที่หลายคนชอบแซวกัน จุดนี้เองที่ทำให้การมาเที่ยวไม่ใช่แค่ “มาถ่ายรูปแล้วกลับ” แต่เป็นการเดินดูรายละเอียดของชั้นดิน ลายชั้นหิน และมุมเงาที่เปลี่ยนไปตามแสงแดด
 
ไฮไลต์ที่คนชอบมากคือ “มุมหน้าผาคล้ายสิงห์” ซึ่งเป็นการตีความรูปทรงธรรมชาติจากมุมมองของเราเอง ถ้าไปช่วงเช้าหรือช่วงเย็น แสงจะตกเฉียงและทำให้มิติของชั้นดินชัดขึ้น รูปทรงจะดูมีชีวิตกว่าเวลาแดดตรง ๆ การถ่ายรูปให้สวยมักอยู่ที่การยืนหามุมให้เห็นเสาดินไล่ระดับ ซ้อนกับแนวป่าเต็งรังด้านหลัง แล้วปล่อยให้เส้นชั้นดินเป็นเส้นนำสายตาเอง โดยเฉพาะวันที่ฟ้าเปิด สีของดินจะออกโทนอุ่น ตัดกับสีเขียวหรือสีเหลืองส้มของป่าได้ดีมาก
 
ช่วงเวลาที่หลายคนยกให้ “สวยที่สุด” มักเป็นช่วงที่ป่าเต็งรังเริ่มเปลี่ยนสี (ราวเดือนมกราคมตามข้อมูลที่เล่าต่อกัน) เพราะบรรยากาศจะได้ทั้งสีของใบไม้ที่เริ่มอุ่นขึ้นกับสีลูกรังของเสาดินอยู่ในเฟรมเดียวกัน แต่ถ้าไปหน้าฝนก็มีความสวยอีกแบบคือดินจะเข้มขึ้น สีจัดขึ้น และบางจุดอาจเห็นร่องน้ำกัดเซาะชัดเจนกว่าเดิม เพียงแต่ข้อแลกเปลี่ยนคือความลื่นและความเสี่ยงของดินทรุดตัวจะสูงขึ้น ดังนั้นหน้าฝนควร “ถอยความคึกลงนิดหนึ่ง” เดินช้า เลือกจุดยืนที่มั่นคง และไม่พยายามไล่เก็บมุมใกล้ขอบผาจนเกินไป
 
เรื่องความปลอดภัยของผาสิงห์เหลียวสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะเสาดินและผนังดินเป็นโครงสร้างที่เกิดจากการกัดเซาะ มันสวยเพราะเปราะ และเปราะเพราะยังถูกกัดเซาะต่อเนื่องอยู่เสมอ หลักที่ควรยึดคือไม่ปีนเสาดิน ไม่ยืนพิงผนังดินในจุดที่ร่วน ไม่เดินชิดขอบหน้าผา และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในซอกลึก ๆ หลังฝนตกใหม่ ๆ เพราะดินอาจลื่นหรือหลวมกว่าที่เห็นด้วยตาเปล่า ถ้ามากับเด็กหรือผู้สูงอายุ ให้เน้นเดินในแนวทางที่ปลอดภัย ถ่ายรูปจากระยะที่คุมได้ ไม่ฝืนหามุมเสี่ยงเพื่อแลกกับภาพเดียว
 
อีกมารยาทที่ช่วยให้ที่นี่อยู่ได้นานคือการเที่ยวแบบ “ไม่ทำร้ายรูปทรงธรรมชาติ” เพราะเสาดินพังแล้วพังเลย ไม่ได้ซ่อมได้เหมือนรั้วหรือทางเดิน การขีดเขียนบนผนังดิน การตอกไม้/ปักธง การขูดดินกลับบ้าน หรือการปีนเล่นเพื่อคอนเทนต์ ล้วนทำให้การสึกกร่อนเร็วขึ้นแบบที่ย้อนกลับไม่ได้ และสุดท้ายคนที่เสียคือทั้งชุมชนและนักท่องเที่ยวรุ่นต่อไป ทางที่ดีคือมาแบบเบา ๆ เก็บขยะกลับทุกชิ้น ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ ไม่เปิดเสียงดัง และถ้าพบป้ายหรือกติกาพื้นที่ให้เคารพแบบไม่ต่อรอง
 
ผาสิงห์เหลียวเหมาะกับทริปครึ่งวันถึง 1 วัน ถ้าคุณชอบถ่ายรูป แนะนำให้เผื่อเวลาเดินดูหลายมุม เพราะรูปทรงเสาดินจะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ทันทีเมื่อเราขยับมุมมองไปอีกนิด บางช่วงเหมือน “สวนเสาดิน” บางช่วงเหมือน “กำแพง” บางช่วงเหมือนหน้าผาเว้าโค้ง หากตั้งใจให้คุ้ม สามารถจัดทริปเชื่อมกับสถานที่ธรรมชาติอื่นในโซนฮอดได้ เช่น แวะอุทยานแห่งชาติออบหลวงเพื่อดูช่องแคบและสะพาน รวมถึงหาจุดกินข้าวในตัวอำเภอฮอดก่อนกลับ จะทำให้วันเดียวได้ทั้งธรณีวิทยา ป่า และวิวหุบผาแบบคนละอารมณ์
 
การเดินทาง ผาสิงห์เหลียวอยู่ในอำเภอฮอด และตามข้อมูลที่ให้มาระบุว่าขับรถมาได้สะดวก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1103 (ถนนสายฮอด – ดอยเต่า) จากตัวอำเภอฮอดประมาณ 18 กิโลเมตร และมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ แนวคิดการขับที่ใช้ได้จริงคือเผื่อเวลาไว้มากกว่าปกติเล็กน้อย เพราะถ้าคุณตั้งใจมา “เก็บแสง” ช่วงเช้า/เย็น การมาถึงก่อนเวลาจะช่วยให้เดินสำรวจจุดยืนที่ปลอดภัยและได้มุมที่ดีโดยไม่ต้องเร่ง ขับช่วงกลางวันจะปลอดภัยกว่า และถ้าช่วงฝนให้ขับระวังเป็นพิเศษเพราะถนนชนบทบางช่วงอาจมีทราย–ดินเลนจากน้ำไหลข้ามทาง
 
ก่อนออกจากรถ แนะนำให้เตรียมน้ำดื่ม รองเท้าพื้นยึดเกาะดี หมวกกันแดด และถุงขยะเล็ก ๆ ติดตัว เพราะที่แบบนี้มักไม่มีร้านค้าให้พึ่งพาเหมือนแหล่งท่องเที่ยวในเมือง ถ้าไปช่วงอากาศแห้ง แดดจะค่อนข้างแรงและสะท้อนกับสีดินได้ง่าย ส่วนช่วงลมแรงฝุ่นอาจปลิวขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แว่นกันแดดช่วยได้ และที่สำคัญคืออย่าประเมิน “ระยะเดินสั้น ๆ” ต่ำไป เพราะพื้นที่เสาดินบางจุดกว้าง การเดินวนดูหลายมุมใช้เวลามากกว่าที่คิดเสมอ
 
สรุปแบบตรง ๆ ผาสิงห์เหลียวเป็นที่ที่ยิ่งเดินช้า ยิ่งเห็นรายละเอียด และยิ่งเคารพพื้นที่ ยิ่งได้ภาพและความทรงจำกลับไปมากขึ้น ถ้าคุณชอบธรรมชาติแปลกตา ชอบภาพลายชั้นดิน และอยากได้มุมถ่ายรูปที่ไม่เหมือนดอยหรือทะเลหมอกยอดฮิต ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดของฮอดที่ควรค่าแก่การแวะ แต่ขออย่างเดียวคืออย่ารีบ และอย่าเล่นเสี่ยงกับขอบผา เพราะความสวยของมันไม่คุ้มกับความพลาดครั้งเดียว
 
ชื่อสถานที่ ผาสิงห์เหลียว
ที่ตั้งโดยสรุป บ้านใหม่พนา / โซนบ้านตาลเหนือ ตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ (ข้อมูลพื้นที่ตามที่ผู้ใช้ให้มา)
ลักษณะเด่น หน้าผาและเสาดินจากการทรุดตัว–การกัดเซาะ เกิดลายชั้นดินสวยงาม รูปทรงหลากหลาย บางมุมคล้ายสิงห์เหลียว คล้ายภูมิประเทศแบบแพะเมืองผี
ไฮไลต์ถ่ายภาพ แสงเช้า–เย็นช่วยให้มิติชั้นดินชัด ช่วงป่าเต็งรังเปลี่ยนสี (ราวเดือน 1) สีดินตัดกับสีป่าเด่น
การเดินทาง (สรุป) ขับรถจากตัวอำเภอฮอดตามทางหลวง 1103 (ฮอด – ดอยเต่า) ประมาณ 18 กม. มีป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ (แนะนำขับกลางวัน)
ข้อควรระวัง ดินร่วน–ทรุดได้ โดยเฉพาะหลังฝน หลีกเลี่ยงยืนชิดขอบผา ไม่ปีนเสาดิน ไม่ขีดเขียน/รบกวนรูปทรงธรรมชาติ
ที่เที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ) อุทยานแห่งชาติออบหลวง (ช่องแคบ/สะพาน) — 35 กม. — โทร 081-602-1290
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง (ข้อมูลท่องเที่ยว/ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) — 75 กม. — โทร 052-030-480, 052-030-380
แก่งก้อ (อุทยานแห่งชาติแม่ปิง) — 95 กม. — โทร 052-030-480, 052-030-380
ทุ่งกิ๊ก (อุทยานแห่งชาติแม่ปิง) — 95 กม. — โทร 052-030-480, 052-030-380
อุทยานแห่งชาติออบหลวง (สอบถามสภาพพื้นที่/ข้อมูล) — 35 กม. — โทร 081-602-1290
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ) ร้านอาหาร/คาเฟ่ในตัวอำเภอฮอด (โซนชุมชนฮอด) — 18 กม.
ร้านอาหารโซนออบหลวง (หน้าอุทยานฯ/ระแวกทางเข้า) — 35 กม.
ร้านอาหารโซนหางดง–ฮอด (ตามเส้นทางหลัก) — 25 กม.
ร้านอาหารท้องถิ่นย่านฮอด (ตามฤดูกาล/เวลาเปิดของแต่ละร้าน) — 18 กม.
ร้านอาหารริมทางบนถนน 1103 (แล้วแต่ช่วงเวลา) — 18 กม.
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ) ที่พักในตัวอำเภอฮอด (Hod Hotel / Star Home Hod) — 18 กม. — โทร 053-461-348, 089-955-3534
ที่พักโซนหางดง–ฮอด (ChiangMaiPao: ข้อมูลที่พักในพื้นที่ฮอด) — 25 กม. — โทร 085-030-7356
บ้านพักอุทยานแห่งชาติออบหลวง (จองผ่านที่ทำการอุทยานฯ) — 35 กม. — โทร 081-602-1290
เฮือนฮักฮอด เดอะ รีสอร์ท (ที่พักในฮอด) — 18 กม.
ที่พักโซนออบหลวง/ฮอด (ตรวจสอบตามฤดูกาล) — 35 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ผาสิงห์เหลียวคืออะไร และเด่นเรื่องไหนที่สุด?
ตอบ: เป็นแหล่งธรณีวิทยาแบบหน้าผา–เสาดินที่เกิดจากการทรุดตัวและการกัดเซาะของดินจนเกิดชั้นดินสวยงาม รูปทรงหลากหลาย บางมุมคล้ายสิงห์กำลังเหลียวมอง
 
ถาม: ไปเดือนไหนสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงป่าเต็งรังเปลี่ยนสี (ราวเดือน 1) จะได้สีป่าตัดกับสีดินสวยมาก ส่วนหน้าฝนสีดินจะเข้มขึ้นแต่ต้องระวังดินลื่นและทรุดตัวง่าย
 
ถาม: มีข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัยอะไรบ้าง?
ตอบ: หลีกเลี่ยงยืนชิดขอบผา ไม่ปีนเสาดิน ไม่เข้าใกล้จุดที่ดินร่วน โดยเฉพาะหลังฝน และเดินช้า ๆ เพราะพื้นบางช่วงลื่นหรือทรุดได้
 
ถาม: ขับรถไปยากไหม และไปทางไหน?
ตอบ: ไปได้สะดวกด้วยรถยนต์ ใช้ทางหลวง 1103 (ฮอด – ดอยเต่า) จากตัวอำเภอฮอดประมาณ 18 กม. มีป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ แนะนำขับช่วงกลางวัน
 
ถาม: ควรเตรียมอะไรไปบ้าง?
ตอบ: น้ำดื่ม รองเท้าพื้นยึดเกาะดี หมวก/แว่นกันแดด (ถ้าแดดแรง) เสื้อกันฝนบาง ๆ (หน้าฝน) และถุงขยะเพื่อนำขยะกลับ
แผนที่ ผาสิงห์เหลียว แผนที่ผาสิงห์เหลียว
คำค้นคำค้น: ผาสิงห์เหลียวผาสิงห์เหลียว ผาสิงห์เหลียว ฮอด เสาดิน ฮอด แหล่งท่องเที่ยวฮอด ที่เที่ยวฮอด เชียงใหม่ ธรณีวิทยา เชียงใหม่ เสาดินเชียงใหม่ หน้าผาเสาดิน ที่เที่ยวธรรมชาติ เชียงใหม่ ป่าเต็งรังเปลี่ยนสี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(191)

https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(21)

https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(19)

https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(23)

https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(27)

https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(43)

https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(39)

https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(12)

https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(28)

https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(20)

https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(19)

https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(7)

https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(16)

https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(8)

https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(18)

https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(9)

https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(3)

https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(16)

https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(3)

https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(10)

https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(6)

https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(9)

https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(3)