ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

Rating: 4.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: แนะนำติดต่อ/นัดหมายล่วงหน้าก่อนเดินทาง (เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของมูลนิธิโครงการหลวง)
เวลาเปิดทำการ: แนะนำ 08.00–17.00 น. (เวลาอาจเปลี่ยนตามภารกิจพื้นที่/ฤดูกาล ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง)
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เป็นปลายทางที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ “ที่พักผ่อนเชียงใหม่” แบบไม่ต้องแข่งขันกับคนอื่นด้วยคิวคาเฟ่หรือวิวอลังการ เพราะจุดแข็งของทุ่งเริงคือบรรยากาศหุบเขาและแมกไม้ที่ทำให้หัวใจค่อย ๆ สงบลงเอง อยู่ไม่ไกลจากโซนท่องเที่ยวสำคัญฝั่งอำเภอหางดง แต่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกจากความว้าวุ่นของเมืองไปอีกจังหวะหนึ่งอย่างชัดเจน ถ้าคุณชอบการพักแบบเงียบ ๆ เดินดูชีวิตและภูมิทัศน์การเกษตรที่ “เกิดจากงานพัฒนาจริง” มากกว่าฉากถ่ายรูป ทุ่งเริงคือคำตอบที่เข้าทางมาก
ภาพหนึ่งที่ถูกเล่าถึงบ่อยคืออดีตของพื้นที่ศูนย์ฯ เคยเป็นแหล่งทดลองดอกไม้เมืองหนาวที่สำคัญ โดยเฉพาะกุหลาบที่เคยเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของพื้นที่ จนหลายคนยังจำกลิ่นและบรรยากาศ “สวนกุหลาบบนดอย” ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แนวทางการทำงานถูกปรับให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเป้าหมายการพัฒนาปากท้องของชุมชนมากขึ้น ปัจจุบันจึงเน้นการเกษตรด้านพืชผักเป็นหลัก เพื่อให้เกิดรายได้ที่หมุนเวียนได้จริงและเหมาะกับบริบทของครัวเรือนในพื้นที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของพื้นที่สูงในอดีตที่เคยได้รับผลกระทบจากการทำไร่เลื่อนลอย การทำงานของศูนย์ฯ จึงไม่ได้มองแค่เรื่อง “ปลูกอะไรขาย” แต่ต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่น้ำ ดิน ป่า ไปจนถึงทักษะและทางเลือกอาชีพของผู้คน เพื่อให้คนอยู่ได้โดยไม่ต้องแลกกับการทำลายทรัพยากรที่เป็นฐานชีวิตของตัวเอง
พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ มีหมู่บ้านในพื้นที่รวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่ขนินเหนือ (กลุ่มคนพื้นเมือง) บ้านน้ำซุ้ม บ้านห้วยกวาง และบ้านห้วยหม่อง (ชุมชนชาวเขาเผ่าม้ง) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาลาดชันปานกลาง ความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 550–750 เมตร ทำให้อากาศค่อนข้างอบอุ่นกว่าดอยสูง แต่ยังสบายกว่าพื้นราบ โดยมีการอ้างถึงอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเซียส และมีฝนตกปานกลาง ความ “พอดี” ของภูมิอากาศแบบนี้เองที่ทำให้ทุ่งเริงเหมาะกับการมาแบบไปเช้า–เย็นกลับ หรือค้างคืนเพื่อพักแบบช้า ๆ ก็ได้
ถ้าคุณมองทุ่งเริงในฐานะทริปเชิงเกษตร สิ่งที่น่าสนใจคือการได้เห็นแปลงพืชที่เชื่อมโยงกับฤดูกาลและรายได้จริงของชุมชน เช่น แปลงอะโวกาโดที่มีช่วงเก็บเกี่ยวเด่นในราวเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน แปลงผักเมืองหนาวที่มีผลผลิตตลอดปีในบางชนิด เช่น ยอดชาโยเต้ และมะเขือม่วงก้านยาว รวมถึงแปลงสาธิตกุหลาบหนู และการปลูกกุหลาบตัดดอกในโรงเรือนที่ออกดอกได้ตลอดปี ในอีกมุมหนึ่งยังมีแปลงทดสอบไม้ผลชนิดต่าง ๆ เช่น มะเฟืองหวาน ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพว่าศูนย์ฯ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “ผลิต” แต่เป็นพื้นที่ทดลอง เรียนรู้ และค่อย ๆ ปรับให้เหมาะกับดินฟ้าและตลาดของพื้นที่จริง
แต่เสน่ห์ของทุ่งเริงไม่ได้หยุดที่แปลงเกษตร เพราะมิติทางวัฒนธรรมของชุมชนโดยเฉพาะวิถีม้งก็ทำให้การมาเยือนมีความหมายขึ้นอีกระดับ คุณอาจได้เห็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างการเล่นลูกข่าง/โยนลูกข่าง และการเป่าแคนม้ง รวมถึงงานฝีมือที่เป็นทักษะของผู้คน เช่น ศิลปะการปักผ้าของหญิงม้ง การทอผ้าใยกัญชง การทำเครื่องเงิน และการตีมีด สิ่งเหล่านี้ถ้ามองแบบนักท่องเที่ยวอาจเป็น “กิจกรรม” แต่ถ้ามองให้ลึก มันคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับชุมชนที่เกิดจากรากวัฒนธรรม และเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้การอยู่บนพื้นที่สูงไม่ต้องพึ่งการใช้ทรัพยากรหนักเกินไป
ในด้านประเพณี มี 2 ช่วงที่ถูกเล่าถึงเด่นและเหมาะกับการวางแผนทริป หากคุณอยากเห็นบรรยากาศชุมชนแบบมีชีวิตจริง ช่วงแรกคือ “ประเพณีปีใหม่ม้ง” ที่มักจัดในเดือนมกราคม ซึ่งผู้คนจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าสีสันสวยงามและมาร่วมงานในลานกิจกรรมของหมู่บ้าน มีการละเล่นและงานรื่นเริงตามวัฒนธรรม ส่วนอีกช่วงคือ “ประเพณีสู่ขวัญควาย” หรือ “มัดมือควาย” ที่จัดช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี หลังจากใช้ควายไถนาและปลูกข้าวกล้าเสร็จแล้ว จะมีการกล่าวคำขอขมาและรำลึกถึงบุญคุณของควาย พิธีนี้ทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคน–สัตว์–การทำนา ที่ไม่ได้เป็นแค่การทำงาน แต่เป็นการอยู่ร่วมกันแบบมีความกตัญญูเป็นแกน
สายธรรมชาติก็มีของดีใกล้ศูนย์ฯ หลายจุดที่ไปแล้วคุ้มแรงเดิน จุดแรกคือ “ถ้ำตั๊กแตน” ตั้งอยู่บ้านน้ำซุ้ม โดยมีระยะห่างจากศูนย์ฯ ถึงจุดพักนักท่องเที่ยวราว 3 กิโลเมตร จากนั้นลงเดินเท้าไปปากถ้ำประมาณ 300 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ อีกจุดที่ต่อยอดจากถ้ำได้คือ “จุดชมวิวเหนือถ้ำตั๊กแตน” ที่มองเห็นวิวป่าเขาและทิวทัศน์ของอำเภอหางดงและสันป่าตอง โดยมีการอ้างถึงระยะจากศูนย์ฯ ราว 3.5 กิโลเมตร และอีกจุดคือ “น้ำตกแก้วตาช้าง” ที่บ้านปางยาง ห่างศูนย์ฯ ราว 5 กิโลเมตร ถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าอีกราว 200 เมตร เหมาะกับการทำเป็นเส้นทางธรรมชาติแบบไม่ต้องโหด แต่ได้จังหวะเดิน ได้กลิ่นป่า และได้พักสายตาจริง
ของฝากของที่ระลึกของทุ่งเริงมีทั้งฝั่งเกษตรและฝั่งงานฝีมือ ตั้งแต่ผักและผลไม้เมืองหนาวตามฤดูกาล เช่น ชาโยเต้ มะเขือม่วง อะโวกาโด สมุนไพร เสาวรส หรือผลผลิตบางชนิดที่ชุมชนทำได้ดี รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอะโวกาโดของกลุ่มแม่บ้าน เช่น แชมพูและครีมนวดผม และยังมีงานหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างเครื่องเงิน มีด และผ้าทอใยกัญชง/กระเป๋า ที่เหมาะกับคนอยากได้ของฝาก “มีเรื่องเล่า” มากกว่าของฝากที่เหมือนกันทุกที่
เรื่องที่พัก มีข้อมูลว่ามีบ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 20 คน และมีพื้นที่กางเต็นท์ (โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์มาเอง) ส่วนร้านอาหาร ภายในศูนย์ฯ ไม่มีร้านอาหารบริการเป็นหลัก แต่จะมีร้านอาหารของชาวบ้านหรือรีสอร์ทในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นถ้าคุณจะมาแบบจริงจัง แนะนำวางแผนเรื่องอาหารและน้ำดื่มให้พอดี หรือเลือกพักในรีสอร์ทละแวกเส้นทางเพื่อความสะดวก
การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่–ฮอด) ผ่านอำเภอหางดง เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 10 จะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปสะเมิงตามทางหลวงหมายเลข 1269 จากนั้นผ่านจุดสังเกตอย่างกฤษดาดอยรีสอร์ท–บ้านแม่ฮะ–บ้านปางยาง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 15 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการศูนย์ฯ รวมระยะทางโดยประมาณราว 32 กิโลเมตร การขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเพราะมีช่วงทางคดโค้งตามไหล่เขา โดยเฉพาะหน้าฝนหรือช่วงที่มีหมอก
ถ้าจะสรุปสั้น ๆ ทุ่งเริงเหมาะกับคนที่อยากพักแบบสงบ แต่ยังอยากได้ “ความหมาย” ระหว่างทาง เพราะคุณจะได้ทั้งภาพการเกษตรของพื้นที่สูง ได้เห็นชุมชนและงานฝีมือที่มีรากวัฒนธรรม และได้ธรรมชาติใกล้ ๆ แบบถ้ำ จุดชมวิว และน้ำตกในทริปเดียว ที่สำคัญคือไปด้วยใจที่เคารพพื้นที่ แล้วคุณจะรู้สึกว่าทริปนี้ไม่ได้แค่พาเราไปเที่ยว แต่พาเราไป “หายใจให้ลึกขึ้น” ด้วย
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง |
| ที่ตั้ง | อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (เส้นทางหางดง–สะเมิง ทางหลวง 1269 ตามจุดสังเกตที่ระบุ) |
| ลักษณะเด่น | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงในหุบเขา บรรยากาศสงบ ทำเกษตรผักเป็นหลัก มีเกษตรท่องเที่ยว วัฒนธรรมม้ง และธรรมชาติใกล้ศูนย์ฯ (ถ้ำ/จุดชมวิว/น้ำตก) |
| ยุคสมัย | ก่อตั้งศูนย์ฯ ปี พ.ศ. 2521 |
| หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ | ดูแลพื้นที่ชุมชนรวม 4 หมู่บ้าน (พื้นเมืองและม้ง); ความสูงราว 550–750 ม.; มีกิจกรรมเกษตรท่องเที่ยวและแหล่งธรรมชาติใกล้ศูนย์ฯ |
| ที่มาของชื่อ | ใช้ชื่อตามพื้นที่ท้องถิ่น “ทุ่งเริง” ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง |
| การเดินทาง | จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 108 ถึงกม. 10 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 (หางดง–สะเมิง) ผ่านกฤษดาดอยรีสอร์ท–บ้านแม่ฮะ–บ้านปางยาง ถึงกม. 15 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 2 กม. ถึงศูนย์ฯ (รวมราว 32 กม.) |
| สถานะปัจจุบัน | ศูนย์พัฒนาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร/วัฒนธรรม/ธรรมชาติ (ควรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อความสะดวก) |
| เบอร์โทรติดต่อ | 062 805 7443 |
| ประเพณี/พิธีกรรมประจำพื้นที่ | ประเพณีปีใหม่ม้ง — โดยมากช่วงเดือนมกราคม ประเพณีสู่ขวัญควาย/มัดมือควาย — โดยมากช่วงเดือนมิถุนายน (หลังไถนาและปลูกข้าวกล้าเสร็จ) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | ถ้ำตั๊กแตน (บ้านน้ำซุ้ม) — ประมาณ 3 กม. + เดินเท้า 300 ม. จุดชมวิวเหนือถ้ำตั๊กแตน — ประมาณ 3.5 กม. น้ำตกแก้วตาช้าง (บ้านปางยาง) — ประมาณ 5 กม. + เดินเท้า 200 ม. เส้นทางท่องเที่ยวสะเมิง–หางดง (จุดชมวิว/ทางโค้ง) — ประมาณ 5–20 กม. (ขึ้นกับจุดแวะ) โซนกาดฝรั่ง/หางดง (แหล่งกินเที่ยว) — ประมาณ 20–35 กม. หมายเหตุ: ระยะทางเป็นค่าโดยประมาณเพื่อวางแผนทริป ควรตรวจสอบระยะจริงด้วยแผนที่ก่อนออกเดินทาง |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | The Higher Room (Veranda High Resort) — ประมาณ 15–30 กม. — โทร 053-365007 Have-A-Hug Fusion Farm — ประมาณ 18–35 กม. — โทร 053-121-268 Ginger Farm Kitchen (Hang Dong area) — ประมาณ 20–35 กม. — โทร 052-080-928 ร้านอาหารในรีสอร์ท/ชุมชนละแวกเส้น 1269 — ประมาณ 5–20 กม. (แนะนำถามในพื้นที่) ร้านอาหารโซนกาดฝรั่ง–หางดง — ประมาณ 20–35 กม. (เลือกตามสไตล์) |
| ที่พักใกล้เคียง | Veranda High Resort Chiang Mai — ประมาณ 15–30 กม. — โทร 053-365007 North Hill City Resort — ประมาณ 25–40 กม. — โทร 053-333-111 รีสอร์ท/โฮมสเตย์บนเส้นหางดง–สะเมิง (ใกล้เส้น 1269) — ประมาณ 5–20 กม. ที่พักโซนหางดง (ใกล้กาดฝรั่ง/ชุมชน) — ประมาณ 20–35 กม. ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่ — ประมาณ 30–45 กม. (เหมาะกับไปเช้า–เย็นกลับ) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ้านพักรับรอง (รองรับได้ประมาณ 20 คน), พื้นที่กางเต็นท์ (นำเต็นท์มาเอง), จุดชมแปลงเกษตร/เรียนรู้, ลานกิจกรรมชุมชน (ตามโอกาสและการจัดการพื้นที่) |
| ค่าใช้จ่าย | — (เงื่อนไขกิจกรรม/การเข้าพื้นที่/ที่พักอาจเปลี่ยนได้ แนะนำสอบถามและยืนยันก่อนเดินทาง) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนเงียบ ๆ ชอบบรรยากาศหุบเขา อยากเที่ยวเชิงเกษตรและได้เห็นชุมชนพื้นที่สูงแบบมีเรื่องเล่าจริง ไม่ใช่เที่ยวแบบเช็กลิสต์
ถาม: ไปเที่ยวช่วงไหนสวยและเดินสบาย?
ตอบ: ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะได้อากาศสบายและแสงสวย ถ้าตั้งใจชมผลผลิตอะโวกาโดเด่น ๆ มักอยู่ช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน ส่วนช่วงอากาศดีทั่วไปจะเป็นปลายฝนต้นหนาวถึงหน้าหนาว
ถาม: ที่นี่มีวัฒนธรรมชุมชนอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีวิถีม้งและงานฝีมือ เช่น ปักผ้า ทอใยกัญชง ทำเครื่องเงิน ตีมีด รวมถึงการละเล่นพื้นบ้านอย่างลูกข่างและการเป่าแคนม้ง โดยควรเคารพกติกาและความเป็นส่วนตัวของชุมชน
ถาม: ประเพณีปีใหม่ม้งกับสู่ขวัญควายจัดช่วงไหน?
ตอบ: ปีใหม่ม้งมักอยู่ช่วงเดือนมกราคม ส่วนสู่ขวัญควาย/มัดมือควายมักอยู่ช่วงเดือนมิถุนายน หลังเสร็จงานไถนาและปลูกข้าวกล้า ทั้งนี้วันจริงอาจต่างกันตามหมู่บ้าน ควรถามชุมชนหรือผู้ประสานงานก่อน
ถาม: มีธรรมชาติใกล้ศูนย์ฯ ให้แวะที่ไหนบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นคือถ้ำตั๊กแตน (มีทางเดินเท้าเข้าไปปากถ้ำ) จุดชมวิวเหนือถ้ำตั๊กแตน และน้ำตกแก้วตาช้าง ซึ่งอยู่ในระยะขับรถไม่ไกลจากศูนย์ฯ และมีช่วงเดินเท้าสั้น ๆ ถึงจุดชม
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: