โครงการหลวงป่าแป๋

Rating: 2.7/5 (9 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แนะนำโทรสอบถาม/นัดหมายล่วงหน้า ก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: เวลาเปิด–ปิดอาจเปลี่ยนตามภารกิจพื้นที่และการนัดหมาย
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงป่าแป๋ คือปลายทางพักผ่อนในเชียงใหม่ที่เหมาะกับคนอยาก “เที่ยวแบบได้เห็นชีวิตจริงของพื้นที่สูง” มากกว่ามาเช็กอินแล้วกลับ เพราะเสน่ห์ของป่าแป๋ไม่ได้อยู่ที่วิวอย่างเดียว แต่อยู่ที่การได้เห็นว่าชุมชนบนภูเขาอยู่กับป่า อยู่กับอากาศเย็น และอยู่กับอาชีพที่พึ่งพาทรัพยากรอย่างพอดีได้อย่างไร เมื่อมีระบบส่งเสริมอาชีพ การตลาด และการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้คนในพื้นที่เดินไปข้างหน้าได้จริง
“ป่าแป๋” เป็นทั้งชื่อหมู่บ้านและชื่อตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยประวัติชุมชนระดับท้องถิ่นระบุว่าตั้งเป็นหมู่บ้านราวปี พ.ศ. 2440 จากการอพยพของชาวไทยใหญ่ (เงี้ยว) ที่เข้ามาตั้งรกรากเพื่อปลูกชาพื้นเมือง/ชาอัสสัม แล้วนำใบมาทำ “เมี่ยง” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการหมักใบชาไว้เคี้ยวหลังอาหารหรือใช้รับแขกในวิถีล้านนา ความเป็น “ชุมชนเมี่ยง” จึงฝังอยู่ในภูมิทัศน์ของป่าแป๋มานาน ก่อนที่ผู้คนจากพื้นที่อื่นจะค่อย ๆ ย้ายเข้ามามากขึ้นตามโอกาสของอาชีพและเงื่อนไขภูมิประเทศที่อากาศเย็นสบาย
ถ้าคุณเคยรู้จักเมี่ยงแค่ในฐานะของกินเล่น ป่าแป๋จะทำให้เห็นว่าเมี่ยงคือเรื่องของป่าและเศรษฐกิจชุมชนด้วย เพราะชาอัสสัมเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในร่มเงาและเดินคู่ไปกับระบบนิเวศป่าได้อย่างแนบเนียน องค์ความรู้ของหน่วยงานพัฒนาพื้นที่สูงก็อธิบายไว้ในทิศทางเดียวกันว่า “ชาเมี่ยง/ชาอัสสัม” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ และด้วยลักษณะการปลูกที่อาศัยร่มเงา จึงช่วยให้แนวคิดการทำกินแบบอยู่กับป่า “ไปด้วยกันได้” มากกว่าการเปิดพื้นที่จนป่าหาย
ในมิติของงานพัฒนา ป่าแป๋มีจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อมีการผลักดันให้เกิดพื้นที่โครงการหลวงในตำบล เพื่อช่วยแก้ปัญหาอาชีพและการตลาดของเกษตรกร โดยเอกสารข้อมูลพื้นที่ของหน่วยงานพัฒนาพื้นที่สูงระบุว่า “โครงการขยายผลโครงการหลวงป่าแป๋” ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงป่าแป๋” และมีขอบเขตรับผิดชอบ 13 หมู่บ้านในตำบลป่าแป๋ โดยสำนักงานโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าแป๋ และปัจจุบันมีหน้าที่เชื่อมงานส่งเสริมอาชีพ การตลาด และการท่องเที่ยวในแบบที่เหมาะกับบริบทพื้นที่สูง
ภาพที่คุณจะสัมผัสได้เมื่อมาเยือน คือป่าแป๋ไม่ใช่พื้นที่ที่ “ทุกคนทำอาชีพเดียวกัน” แต่เป็นพื้นที่ที่พยายามสร้างรายได้หลายทางเพื่อลดความเสี่ยงของครัวเรือน ตัวอย่างกิจกรรมกลุ่มอาชีพที่ถูกเล่าไว้ในข้อมูลที่คุณให้ ได้แก่ กลุ่มผู้ปลูกพืชผักปลอดสารเพื่อบริโภคและจำหน่ายในท้องถิ่น กลุ่มผู้ปลูกกาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ที่มีร่มเงาไม้ใหญ่ซึ่งเหมาะกับกาแฟแบบปลูกใต้ร่มไม้ กลุ่มปศุสัตว์บางประเภท รวมถึงกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงินในชุมชน สิ่งเหล่านี้ทำให้ “การเที่ยว” ของป่าแป๋ไม่ได้แยกขาดจาก “การทำมาหากิน” แต่เป็นการมาเห็นระบบชีวิตที่ออกแบบให้คนอยู่กับภูเขาได้
ถ้าคุณอยากเที่ยวเชิงเรียนรู้แบบง่ายที่สุด ให้เริ่มจากการ “เดินดูผลผลิต” แล้วค่อยฟังเรื่องเล่าจากคนพื้นที่ เพราะของที่วางขายมักสะท้อนฤดูกาลและสะท้อนทักษะของชุมชนโดยตรง และยังทำให้เห็นแกนหลักของโครงการพัฒนาอาชีพและการตลาดที่จับต้องได้จริง (ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ ในรายงาน) บางช่วงเวลามีการกล่าวถึงตลาดจำหน่ายผลผลิตในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกภาพหนึ่งของการต่อยอดให้ผลผลิตไปถึงผู้บริโภคได้ใกล้ขึ้น
บรรยากาศของป่าแป๋ยังมี “วัฒนธรรมชนเผ่าบนพื้นที่สูง” เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ หากคุณได้เจอกิจกรรมชุมชนหรือมัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำทาง การเที่ยวจะยิ่งนุ่มนวลและลึกขึ้น เพราะคุณจะได้เรียนรู้ผ่านคน ไม่ใช่แค่ผ่านป้ายบอกทาง ข้อสำคัญคือเที่ยวแบบเคารพพื้นที่: ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ ไม่รบกวนวิถีชีวิต และถ้าอยากสนับสนุนแบบตรงที่สุด ให้ซื้อสินค้าชุมชนหรือใช้บริการนำเที่ยวในพื้นที่ตามความเหมาะสม
ถ้าคุณอยากต่อทริปธรรมชาติ ป่าแป๋เป็นหนึ่งในโซนที่คนนิยมเชื่อมไป “น้ำพุร้อนโป่งเดือด” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีข้อมูลการเดินทางค่อนข้างชัด โดยมีคำอธิบายว่าใช้ถนนสายแม่มาลัย–ปาย (ทล. 1095) ไปประมาณ 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร และมีเวลาเปิดทำการที่ถูกระบุไว้ทั่วไป รวมถึงเบอร์ติดต่อในข้อมูลท่องเที่ยว ขณะเดียวกันในเชิงหน่วยงานรัฐ อุทยานฯ ก็มีช่องทางติดต่อส่วนกลางสำหรับข้อมูลท่องเที่ยวเช่นกัน
อีกจุดที่สายวิวและสายหมอกชอบคือ “ม่อนอังเกตุ” ซึ่งมีเอกสารประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นอธิบายเส้นทางแบบเป็นตัวเลขไว้ค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่การออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทล. 107 ประมาณ 37 กิโลเมตร ถึงตลาดแม่มาลัย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทล. 1095 ประมาณ 30 กิโลเมตร ก่อนเข้าเส้นทางขึ้นดอยรวมระยะทางอีกประมาณ 15 กิโลเมตร จุดนี้ช่วยให้วางแผนรถและเวลาได้ดีขึ้น และถ้าจะไปช่วงหน้าฝนควรระวังเรื่องทางลื่นเป็นพิเศษ
การเดินทาง หากคุณเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ เส้นทางหลักที่คนใช้กันบ่อยคือมุ่งหน้าไปโซนแม่แตง แล้วเชื่อมเข้าทล. 107 (เชียงใหม่–ฝาง) ไปทางแยกแม่มาลัย จากนั้นใช้ทล. 1095 (แม่มาลัย–ปาย) เพื่อเข้าพื้นที่ตำบลป่าแป๋ตามจุดหมายที่นัดกับเจ้าหน้าที่หรือจุดท่องเที่ยวที่ตั้งใจไป ข้อแนะนำที่คุ้มสุดคือโทรนัดหมายล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าคุณอยากเข้าพื้นที่กิจกรรมของโครงการหรืออยากให้คนพื้นที่ช่วยแนะนำเส้นทาง/จุดเรียนรู้ เพราะพื้นที่สูง “เปลี่ยนตามฤดูและภารกิจ” ได้เสมอ
สุดท้าย ถ้าคุณไปป่าแป๋ด้วยใจที่อยาก “พัก” คุณจะได้พักแน่ แต่ถ้าคุณไปด้วยใจที่อยาก “เข้าใจ” ด้วย คุณจะได้ของแถมเป็นบทเรียนว่า การท่องเที่ยวที่ดีไม่จำเป็นต้องดังหรือแน่นเสมอไป แต่อาจเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราเห็นความพยายามของชุมชน และทำให้การใช้เงินของนักท่องเที่ยวไหลกลับไปหล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ได้จริง
| ชื่อสถานที่ | โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงป่าแป๋ |
| ที่ตั้ง | ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 13 หมู่บ้าน) |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่พัฒนาบนที่สูงที่เชื่อม “ส่งเสริมอาชีพการเกษตร–การตลาด–การท่องเที่ยว” และมีบรรยากาศวัฒนธรรมชุมชนเมี่ยง/ชาอัสสัมบนพื้นที่สูง |
| ช่วงเวลาที่เหมาะ | พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็น เหมาะกับเที่ยวชุมชน/ชมวิว; หน้าฝนธรรมชาติเขียวสดแต่ควรเผื่อเวลาและระวังทางลื่น |
| หลักฐานสำคัญ/ข้อมูลอ้างอิง | เอกสารข้อมูลพื้นที่ของหน่วยงานพัฒนาพื้นที่สูงระบุการเปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงป่าแป๋” และขอบเขตดูแล 13 หมู่บ้าน รวมถึงข้อมูลพื้นที่โครงการบนเว็บไซต์หน่วยงาน |
| ที่มาชื่อ/บริบทชุมชน | ประวัติท้องถิ่นระบุว่าชุมชนตั้งราวปี พ.ศ. 2440 จากชาวไทยใหญ่ที่เข้ามาปลูกชาอัสสัมเพื่อทำเมี่ยง และค่อย ๆ ขยายเป็นชุมชนเมี่ยง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทล. 107 ไปทางแยก/ตลาดแม่มาลัย แล้วเชื่อมทล. 1095 เข้าพื้นที่ตำบลป่าแป๋ตามจุดหมาย (แนะนำโทรนัดหมายก่อนเดินทาง) |
| สถานะปัจจุบัน | มีข้อมูลพื้นที่โครงการเผยแพร่โดยหน่วยงานพัฒนาพื้นที่สูง และมีเอกสารข้อมูลพื้นที่อย่างเป็นทางการ (แนะนำติดต่อยืนยันก่อนเข้าพื้นที่) |
| ช่องทางติดต่อ | นักวิชาการโครงการฯ 085-705-6569; นายมงคล อุตธิปา 089-954-9628 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพร้อมระยะทาง | 1) น้ำพุร้อนโป่งเดือด (บนทล. 1095 ไปประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 6.5 กม.) 2) ม่อนอังเกตุ (จากตัวเมืองเชียงใหม่: ทล. 107 ประมาณ 37 กม. + ทล. 1095 ประมาณ 30 กม. + เข้าเส้นทางขึ้นดอยรวมประมาณ 15 กม.) 3) ตลาดแม่มาลัย (จากตัวเมืองเชียงใหม่ตามทล. 107 ประมาณ 37 กม.) 4) อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง (จากสนามบินเชียงใหม่มีการอ้างถึงระยะทางประมาณ 108 กม. ควรเผื่อเวลาเดินทางบนเส้นทางขึ้นลงเขา) 5) น้ำพุร้อนโป่งเดือด (เส้นทางเดียวกันกับป่าแป๋บนทล. 1095 เหมาะผูกเป็นทริปครึ่งวัน–1 วัน) |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์ | 1) เหยิม Café&bistro (แม่แตง) โทร 098-221-8661 2) Long time farm stay (แม่แตง) โทร 087-357-2618 3) Air Diamond Cafe&Hotel (แม่แตง) โทร 095-703-1078 4) Kramfeine (แม่แตง) โทร 088-137-0543 5) คิดถึงวิทยา Coffee (แม่แตง) โทร 063-516-4079 |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์ | 1) ไร่ชาลุงเดช (แม่แตง) โทร 081-163-3765 2) Stay Wild & Cafe (แม่แตง) โทร 089-441-6365 3) โฮมสเตย์บ้านอุ้ยจมสม-หลานณนน (แม่แตง) โทร 082-168-5665 4) ลานนา รีสอร์ท แม่แตง (แม่แตง) โทร 087-702-9888 5) Lanna Wild (แม่แตง) โทร 065-440-0679 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ขึ้นกับจุดกิจกรรมและการประสานงานในพื้นที่ (แนะนำโทรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้จัดประสบการณ์ได้เหมาะกับกลุ่มผู้มาเยือน) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการหลวงป่าแป๋เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบได้ความรู้ ชอบวิถีชุมชนบนพื้นที่สูง สนใจเรื่องเมี่ยง/ชาอัสสัม/กาแฟ และอยากเดินทางแบบเคารพพื้นที่ ไม่เร่งรีบ
ถาม: ไปเช้า–เย็นกลับได้ไหม?
ตอบ: ได้ ถ้าตั้งใจไปเดินดูผลผลิตและแวะจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่างโป่งเดือด แต่ถ้าอยากคุยกับคนพื้นที่หรืออยากให้พาเดินจุดเรียนรู้ แนะนำเผื่อเวลาและนัดหมายล่วงหน้า
ถาม: ป่าแป๋เกี่ยวข้องกับ “เมี่ยง” อย่างไร?
ตอบ: ประวัติท้องถิ่นเล่าว่าชุมชนเริ่มจากการอพยพเข้ามาปลูกชาอัสสัมเพื่อทำเมี่ยงตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2440 ทำให้เมี่ยงเป็นทั้งวัฒนธรรมการกินและรากเศรษฐกิจของพื้นที่
ถาม: ถ้าจะไปน้ำพุร้อนโป่งเดือด ต้องเข้าทางไหน?
ตอบ: โดยข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่าใช้ทล. 1095 (แม่มาลัย–ปาย) ไปประมาณ 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร และควรเช็กเวลาเปิด–ปิดก่อนเดินทาง
ถาม: ควรโทรถามใครก่อนเข้าพื้นที่โครงการ?
ตอบ: ติดต่อ 085-705-6569 หรือ 089-954-9628 เพื่อสอบถามการนัดหมาย จุดกิจกรรม และข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|







หมวดหมู่:
กลุ่ม: