หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันกำแพง >ต.บวกค้าง > วัดป่าตาล
TL;DR: วัดป่าตาล อยู่ที่บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนสายเชียงใหม่–อำเภอแม่ออนสายตัดใหม่หรือถนนเส้นซุปเปอร์ดอนจั่น ถึงสี่แยกบ้านต้นดู่ให้เลี้ยวขวา.
วัดป่าตาล

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดป่าตาล หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดป่าตาล (นางเหลียว) เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 49 บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50130 วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2325 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2487 มีพระอาจารย์สมุห์มงคล ฐิตมฺงคโล เป็นเจ้าอาวาส วัดป่าตาลเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของชุมชนชาวยองในตำบลบวกค้าง มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานประจำหมู่บ้าน แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชาวยอง พื้นที่อนุรักษ์พระพุทธรูปเก่าแก่ และศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านป่าตาล บ้านต้นดู่ และบ้านแม่แต ซึ่งเป็นคณะศรัทธาหลักของวัดมาอย่างต่อเนื่อง
บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตั้งอยู่ในตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่วัฒนธรรมชาวยองสำคัญของล้านนา ชุมชนบวกค้างมีวัดเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน มีภาษา ประเพณี งานบุญ อาหารพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย และวิถีชีวิตที่สะท้อนรากของชาวยองอย่างชัดเจน วัดป่าตาลจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับไหว้พระหรือทำบุญเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมประวัติการตั้งถิ่นฐาน ความทรงจำของชุมชน และอัตลักษณ์ชาวยองไว้ในพื้นที่เดียวกัน
ประวัติของวัดป่าตาลเริ่มต้นจากพื้นที่ที่เคยเป็นวัดร้างมาก่อน บริเวณเดิมมีสภาพเป็นป่าไม้ไผ่และหญ้าคา มีซากสิ่งก่อสร้างลักษณะกู่หรือเจดีย์ร้างปรากฏอยู่ในพื้นที่ เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวว่ามีสองตายายมาอาศัยอยู่ทางทิศเหนือของวัดและปลูกฟักทองขึ้นปกคลุมบริเวณกู่เดิม เมื่อชาวบ้านเห็นร่องรอยดังกล่าวจึงเชื่อว่าพื้นที่นี้เคยเป็นวัดมาก่อน และควรฟื้นฟูให้กลับมาเป็นศาสนสถานของชุมชนอีกครั้ง จึงร่วมกันแผ้วถางและก่อสร้างวัดขึ้นใหม่
บริเวณกู่เดิมที่ชุมชนพบในอดีตสัมพันธ์กับตำแหน่งพระประธานในวิหารของวัดในปัจจุบัน เรื่องนี้ทำให้วัดป่าตาลมีความน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะสะท้อนให้เห็นการบูรณะวัดร้างให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านแรงศรัทธาของชุมชน ไม่ใช่การสร้างวัดจากพื้นที่ว่างเปล่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสืบต่อร่องรอยศาสนสถานเดิมให้กลายเป็นวัดประจำหมู่บ้านที่ใช้ประกอบศาสนพิธีมาจนถึงปัจจุบัน
วัดป่าตาลเริ่มสร้างขึ้นในช่วงที่กลุ่มชาวยองอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บวกค้าง ชาวยองเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับเมืองยองและพื้นที่แถบเชียงตุง รวมถึงบริบทการฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ในยุคหลังสงคราม การตั้งหลักแหล่งของชาวยองในตำบลบวกค้างทำให้เกิดชุมชนที่มีเอกลักษณ์ด้านภาษา วิถีชีวิต และงานบุญทางพระพุทธศาสนา วัดป่าตาลจึงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนใหม่ที่ตั้งขึ้นบนร่องรอยวัดร้างเก่า และค่อย ๆ พัฒนาเป็นวัดสำคัญของบ้านป่าตาลในเวลาต่อมา
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2487 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดในทางพระพุทธศาสนา วิสุงคามสีมาเป็นเขตที่กำหนดขึ้นสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจึงแสดงว่าวัดป่าตาลมีความพร้อมในฐานะศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัย และมีสถานะมั่นคงในระบบคณะสงฆ์
พื้นที่วัดป่าตาลมีเนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 84 ตารางวา วัดตั้งอยู่ในชุมชนที่มีคณะศรัทธาหลัก 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านป่าตาล บ้านต้นดู่ และบ้านแม่แต รวมประมาณ 300 หลังคาเรือน ความสัมพันธ์นี้ทำให้วัดป่าตาลเป็นวัดที่มีฐานศรัทธากว้างกว่าหมู่บ้านเดียว เพราะทำหน้าที่เชื่อมชุมชนใกล้เคียงให้รวมตัวกันผ่านงานบุญ การฟังธรรม และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามรอบปี
จุดเด่นสำคัญของวัดป่าตาลคือพระพุทธรูปสิงห์ 1 เก่าแก่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือในชื่อ “องค์หลวงพ่อเมตตา” หรือพระสิงห์ยอง พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่วัดที่มีความสำคัญมากต่อชุมชนชาวยอง มีพุทธลักษณะงดงามและมีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรมและศรัทธา ผู้มาเยือนวัดป่าตาลควรสักการะองค์หลวงพ่อเมตตาด้วยความเคารพ เพราะเป็นปูชนียวัตถุที่ชาวบ้านให้ความผูกพันและถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัด
พระประธานในวิหารของวัดป่าตาลเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่มีพุทธลักษณะอ่อนช้อยงดงาม บริเวณพระประธานสัมพันธ์กับตำแหน่งกู่หรือเจดีย์ร้างเดิมที่ชุมชนพบในอดีต วิหารจึงเป็นหัวใจสำคัญของวัด ทั้งในฐานะพื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ประกอบพิธีกรรม และพื้นที่ที่เชื่อมอดีตของวัดร้างเข้ากับวัดชุมชนปัจจุบัน ความงามของพระประธานและเรื่องราวเบื้องหลังทำให้วิหารวัดป่าตาลเป็นจุดที่ไม่ควรผ่านเลย
นอกจากวิหารแล้ว ภายในวัดยังมีถาวรวัตถุและพื้นที่สำคัญหลายส่วน ได้แก่ หมู่กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร ซุ้มประตู กำแพงวัด พระธาตุเจ้าจอมยอง วิหารสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดป่าตาลมีบทบาทครบทั้งด้านศาสนา ด้านการเรียนรู้ และด้านวัฒนธรรมชุมชน ไม่ใช่วัดที่มีเพียงพื้นที่ไหว้พระอย่างเดียว
พระธาตุเจ้าจอมยองเป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่สะท้อนความพยายามของวัดและชุมชนในการเชื่อมโยงศรัทธาทางพระพุทธศาสนากับรากวัฒนธรรมชาวยอง ชื่อพระธาตุสื่อถึงชุมชนยองและความผูกพันของผู้คนกับพระพุทธศาสนา พระธาตุจึงเป็นจุดศรัทธาที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ของพื้นที่วัด และเป็นหนึ่งในจุดที่ผู้มาเยือนควรแวะชมควบคู่กับวิหารและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยองเป็นจุดเด่นที่ทำให้วัดป่าตาลมีความแตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไป ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ วิถีชีวิต เครื่องมือพื้นบ้าน และเรื่องราววัฒนธรรมของชาวยอง เพื่อให้คนในชุมชนและผู้สนใจได้เรียนรู้รากเหง้าของตนเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของพระอาจารย์สมุห์มงคล ฐิตมฺงคโล และชุมชนในการเก็บรวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตชาวยองก่อนที่จะสูญหายไปตามกาลเวลา
บทบาทของวัดป่าตาลในฐานะแหล่งเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดแสดงสิ่งของเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมชุมชน เช่น การส่งเสริมให้ลูกหลานรู้จักภาษายอง การอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี การเรียนรู้ภูมิปัญญา การสืบฮีตสานฮอยวิถีไทยอง และการสร้างพื้นที่ให้ผู้สูงอายุ เยาวชน และคนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์ธรรมะและศูนย์วัฒนธรรมของบ้านป่าตาล
บ้านป่าตาลมีรากวัฒนธรรมยองที่ชัดเจน ผู้คนในชุมชนยังรักษาภาษา วิถีชีวิต งานบุญ และอาหารพื้นเมืองไว้หลายอย่าง ในอดีตชาวบ้านประกอบอาชีพและมีภูมิปัญญาด้านการทำกระดาษสา การจักสาน การทำโคม การทอผ้า และงานหัตถกรรมอื่น ๆ ปัจจุบันวัดและชุมชนพยายามนำภูมิปัญญาเหล่านี้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและช่วยรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป
ยุครุ่งเรืองสำคัญของวัดป่าตาลเกิดขึ้นในสมัยเจ้าอธิการคำอ้าย ปุญญทินโน ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสยาวนานกว่า 60 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2450–2513 ท่านมีบทบาทสำคัญในการสร้างถาวรวัตถุภายในวัด ทำให้วัดมีความรุ่งเรือง มีพระภิกษุเข้ามาบวชและจำพรรษาจำนวนมาก จนวัดใกล้เคียงที่ขาดพระจำพรรษาต้องมาขอพระจากวัดป่าตาลไปอยู่ วัดป่าตาลในยุคนั้นจึงเป็นศูนย์กลางสงฆ์และศรัทธาที่มีความสำคัญสูงในพื้นที่
ความรุ่งเรืองของวัดป่าตาลยังสะท้อนผ่านประวัติพระภิกษุที่เคยบวชหรือจำพรรษาที่วัดแล้วออกไปมีบทบาทในพื้นที่อื่น เช่น พระอธิการดวงดี สุมโน ที่ศรัทธาชาวบ้านนิมนต์ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดพญาชมพู อำเภอสารภี และพระครูรัตนถิราจาร หรือครูบาอิ่นแก้ว กาวิโร ซึ่งบวชที่วัดป่าตาลก่อนย้ายไปอยู่เชียงแสนและเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล เรื่องเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดป่าตาลเคยเป็นวัดที่มีความมั่นคงทางพระสงฆ์และมีบทบาทกว้างกว่าเขตหมู่บ้านของตนเอง
ลำดับเจ้าอาวาสที่ชุมชนบันทึกไว้ ได้แก่ ครูบาคำ ครูบาจ๋อม ครูบาปัน เจ้าอธิการคำอ้าย ปุญญทินโน พระอธิการบุญทา อินทเนตโต พระอธิการจันตา อินทเนตโต พระอธิการประเสริฐ ทพพชาติโก พระอธิการไพศาล พิมพสิริวณโณ และพระอธิการมงคล ฐิตมงฺคโล ลำดับเหล่านี้สะท้อนความต่อเนื่องของการดูแลวัดจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้วัดป่าตาลมีพระภิกษุจำพรรษาและมีเจ้าอาวาสครองวัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ควรชมและสักการะเมื่อมาถึงวัดป่าตาล ได้แก่ องค์หลวงพ่อเมตตาหรือพระสิงห์ยอง พระประธานในวิหาร พระธาตุเจ้าจอมยอง วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร ซุ้มประตู กำแพงวัด พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง และบรรยากาศบ้านป่าตาลโดยรอบ จุดเด่นของวัดอยู่ที่การรวมศรัทธา ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ชุมชนไว้ในที่เดียว
วัดป่าตาลเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าแก่ของชุมชนยอง พระพุทธรูปโบราณ ศิลปกรรมล้านนา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และเส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมตำบลบวกค้าง ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระ ทำบุญ เดินชมพิพิธภัณฑ์ เรียนรู้เรื่องชาวยอง และต่อยอดการเดินทางไปยังวัดอื่นในตำบลบวกค้างได้ วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับทั้งสายบุญ นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการเข้าใจสันกำแพงในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยวแหล่งหัตถกรรมอย่างเดียว
งานบุญและประเพณีของวัดป่าตาลสัมพันธ์กับปฏิทินพระพุทธศาสนาและวิถีล้านนา เช่น งานกฐิน งานผ้าป่า วันพระ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และงานบุญตามรอบปีของชุมชน ในแต่ละงาน ชาวบ้านจะร่วมกันเตรียมสถานที่ ทำอาหาร ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม และดูแลความเรียบร้อยของวัด ความร่วมมือเหล่านี้ทำให้วัดยังเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมคนทุกวัยในหมู่บ้านเข้าด้วยกัน
วัดป่าตาลยังเป็นจุดสำคัญของการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านป่าตาล เพราะพื้นที่นี้มีทั้งอาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรม ตัวอย่างอาหารและวิถีชุมชนที่น่าสนใจ ได้แก่ แกงดอกแค น้ำหนัง ส้าผักสด ห่อหมกใบฟัก น้ำพริกน้ำหน่อ รวมถึงผลิตภัณฑ์อย่างผ้าซิ่นผืน ยาดมสมุนไพร ผ้าฝ้ายทอมือ และกล่องข้าวจากใบตาล การเยี่ยมชมวัดป่าตาลจึงสามารถเชื่อมต่อกับประสบการณ์ชุมชนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ในเชิงเส้นทางท่องเที่ยว วัดป่าตาลสามารถเชื่อมโยงกับวัดและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียงในตำบลบวกค้างได้หลายแห่ง เช่น วัดบวกค้าง วัดกอสะเลียม วัดช่างเพี้ยน วัดบ้านโป่ง วัดล่องกอขาม และแหล่งเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมไตยองบวกค้าง หากต้องการขยายเส้นทางออกไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอสันกำแพง สามารถต่อไปยังหมู่บ้านหัตถกรรมร่มบ่อสร้าง บ้านต้นเปา หรือแหล่งศิลปะร่วมสมัยในตำบลต้นเปาได้
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้ถนนสายเชียงใหม่–อำเภอแม่ออนสายตัดใหม่ หรือถนนเส้นซุปเปอร์ดอนจั่น เมื่อถึงบริเวณสี่แยกบ้านต้นดู่ให้เลี้ยวขวา เข้าสู่บ้านต้นดู่และต่อไปยังบ้านป่าตาล วัดป่าตาลตั้งอยู่เลขที่ 49 บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น และสามารถจัดร่วมกับวัดบวกค้าง วัดกอสะเลียม และแหล่งเรียนรู้ชุมชนชาวยองได้ในเส้นทางเดียวกัน
สำหรับการจัดทริปครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดป่าตาลเพื่อสักการะองค์หลวงพ่อเมตตา ชมพระประธานในวิหาร พระธาตุเจ้าจอมยอง และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง จากนั้นต่อไปยังวัดบวกค้างเพื่อชมพระนอนหล้า กู่ดำ และวิหารหลังคาแฝด แล้วแวะชิมอาหารพื้นเมืองในย่านบวกค้าง หากมีเวลามากขึ้นสามารถเพิ่มวัดกอสะเลียม วัดช่างเพี้ยน หรือหมู่บ้านหัตถกรรมร่มบ่อสร้างในเส้นทางเดียวกันได้
การเข้าชมวัดป่าตาลควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่มาทำบุญ หากเข้าชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านควรใช้ความระมัดระวัง ไม่สัมผัสสิ่งของจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรให้ความเคารพต่อพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน หากมีพิธีกรรม งานบุญ หรือกิจกรรมชุมชน ควรให้พื้นที่แก่ผู้ร่วมพิธีและปฏิบัติตามมารยาทของวัด
วัดป่าตาลจึงเป็นวัดที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอสันกำแพง เพราะมีประวัติยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2325 มีรากจากวัดร้างที่ได้รับการฟื้นฟูโดยชุมชนชาวยอง มีพระพุทธรูปสิงห์ 1 เก่าแก่คู่บ้านคู่วัด มีพระประธานในวิหารปูนปั้นที่งดงาม มีพระธาตุเจ้าจอมยอง และมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่ช่วยสืบทอดวิถีชีวิตชาวยอง ผู้ที่ต้องการเข้าใจตำบลบวกค้างในมิติศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมชุมชน ควรแวะวัดป่าตาลเพื่อสัมผัสทั้งความสงบของวัดเก่าและพลังของชุมชนที่ยังรักษารากวัฒนธรรมไว้ในชีวิตจริง
| ชื่อสถานที่ | วัดป่าตาล / วัดป่าตาล (นางเหลียว) |
| ที่ตั้ง | บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | 49 บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชาวยอง |
| ไฮไลต์ | องค์หลวงพ่อเมตตา / พระสิงห์ยอง พระประธานปูนปั้นในวิหาร พระธาตุเจ้าจอมยอง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง และประวัติวัดร้างที่ได้รับการฟื้นฟูโดยชุมชนยอง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2325 จากพื้นที่วัดร้างเดิม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2487 |
| บริบทการก่อตั้ง | เกิดขึ้นในช่วงที่ชาวยองเข้ามาตั้งถิ่นฐานในตำบลบวกค้าง มีร่องรอยกู่หรือเจดีย์ร้างในพื้นที่เดิม ก่อนชุมชนร่วมกันแผ้วถางและบูรณะให้เป็นวัด |
| คณะศรัทธาหลัก | บ้านป่าตาล บ้านต้นดู่ และบ้านแม่แต รวมประมาณ 300 หลังคาเรือน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอาจารย์สมุห์มงคล ฐิตมฺงคโล |
| เจ้าอาวาสสำคัญในอดีต | เจ้าอธิการคำอ้าย ปุญญทินโน ครองวัดระหว่าง พ.ศ. 2450–2513 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดให้รุ่งเรือง |
| สิ่งที่ควรชม / สักการะ | องค์หลวงพ่อเมตตา / พระสิงห์ยอง พระประธานในวิหาร พระธาตุเจ้าจอมยอง วิหาร พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร ซุ้มประตู และลานวัด |
| สิ่งปลูกสร้าง / พื้นที่สำคัญ | วิหาร หมู่กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร ซุ้มประตู กำแพง พระธาตุเจ้าจอมยอง วิหารพระพุทธรูปเก่าแก่ และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระพุทธรูปสิงห์ 1 เก่าแก่คู่วัด หรือองค์หลวงพ่อเมตตา / พระสิงห์ยอง และพระประธานปูนปั้นในวิหาร |
| พื้นที่วัด | 2 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 84 ตารางวา |
| บริบทชุมชน | บ้านป่าตาลเป็นชุมชนชาวยองในตำบลบวกค้าง มีภาษา ประเพณี อาหารพื้นเมือง งานหัตถกรรม และพิพิธภัณฑ์ชาวยองเป็นจุดเด่น |
| งานบุญ / ประเพณี | งานกฐิน งานผ้าป่า วันพระ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และกิจกรรมสืบสานวิถีไทยองของชุมชน |
| บทบาทต่อชุมชน | เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านป่าตาล บ้านต้นดู่ และบ้านแม่แต ใช้ประกอบศาสนพิธี ฟังธรรม ทำบุญ และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชาวยอง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนสายเชียงใหม่–อำเภอแม่ออนสายตัดใหม่หรือถนนเส้นซุปเปอร์ดอนจั่น ถึงสี่แยกบ้านต้นดู่ให้เลี้ยวขวา ผ่านบ้านต้นดู่เข้าสู่บ้านป่าตาลและวัดป่าตาล |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นศาสนสถานของชุมชนบ้านป่าตาลและเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชาวยอง ใช้ประกอบศาสนพิธีและกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. วิหารและพระประธาน 2. จุดสักการะองค์หลวงพ่อเมตตา / พระสิงห์ยอง 3. พระธาตุเจ้าจอมยอง 4. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง 5. ศาลา กุฏิสงฆ์ ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดบวกค้าง ประมาณ 2 กม. 2. วัดกอสะเลียม ประมาณ 4 กม. 3. วัดช่างเพี้ยน ประมาณ 4 กม. 4. วัดบ้านโป่ง ประมาณ 5 กม. 5. หมู่บ้านหัตถกรรมร่มบ่อสร้าง ประมาณ 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เฮือนใจ๋ยอง ประมาณ 1 กม. โทร. 086-671-8710, 086-730-2673 2. บาร์บวกค้าง @ สันกำแพง ประมาณ 2 กม. 3. อร่อยเพลินพุง ประมาณ 2 กม. โทร. 085-151-5409 4. เฮือนเจ้าขุน ประมาณ 3 กม. โทร. 090-317-3521 5. โต๊ะเหลา สันกำแพง ประมาณ 5 กม. โทร. 062-396-5653 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Boon Homestay ประมาณ 2 กม. โทร. 093-494-8000 2. เฮือนไม้สักงามรีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 065-495-5365 3. 749 บ้านสวนรีสอร์ท ประมาณ 6 กม. 4. LaMoon Cottage SanKampang ประมาณ 9 กม. โทร. 094-723-5395 5. The Vet Boutique Hotel ประมาณ 11 กม. โทร. 052-011-179 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าตาลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าตาลตั้งอยู่เลขที่ 49 บ้านป่าตาล หมู่ 4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130
ถาม: วัดป่าตาลเป็นวัดประเภทใด?
ตอบ: วัดป่าตาลเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนชาวยองในตำบลบวกค้าง
ถาม: วัดป่าตาลสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดป่าตาลสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2325 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2487
ถาม: วัดป่าตาลมีสิ่งสำคัญอะไรน่าชม?
ตอบ: สิ่งสำคัญที่ควรชม ได้แก่ องค์หลวงพ่อเมตตาหรือพระสิงห์ยอง พระประธานปูนปั้นในวิหาร พระธาตุเจ้าจอมยอง วิหาร และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง
ถาม: พระสิงห์ยองหรือองค์หลวงพ่อเมตตามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระสิงห์ยองหรือองค์หลวงพ่อเมตตาเป็นพระพุทธรูปสิงห์ 1 เก่าแก่คู่บ้านคู่วัดที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ และเป็นสัญลักษณ์ศรัทธาสำคัญของวัดป่าตาล
ถาม: วัดป่าตาลมีพิพิธภัณฑ์อะไร?
ตอบ: วัดป่าตาลมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชาวยอง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและผู้สนใจ
ถาม: เจ้าอาวาสวัดป่าตาลคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดป่าตาลคือพระอาจารย์สมุห์มงคล ฐิตมฺงคโล
ถาม: เที่ยววัดป่าตาลร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดบวกค้าง วัดกอสะเลียม วัดช่างเพี้ยน วัดบ้านโป่ง และหมู่บ้านหัตถกรรมร่มบ่อสร้างได้ในเส้นทางเดียวกัน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




