หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.หนองป่าครั่ง > วัดบวกครกน้อย
TL;DR: วัดบวกครกน้อย อยู่ที่ชุมชนบวกครกน้อย ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดบวกครกน้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดบวกครกน้อย เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในชุมชนบวกครกน้อย ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานเก่าแก่ของพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ มีประวัติการสร้างย้อนไปถึงประมาณปี พ.ศ. 2345 และยังคงมีบทบาทเป็นวัดประจำชุมชนที่ใช้ประกอบศาสนกิจ งานบุญ ประเพณีท้องถิ่น และกิจกรรมสำคัญของชาวหนองป่าครั่งอย่างต่อเนื่อง
วัดบวกครกน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดเชียงใหม่ในมุมที่สงบและใกล้ชุมชนจริง ไม่ใช่เพียงวัดท่องเที่ยวยอดนิยมในคูเมืองหรือบนดอยสุเทพ จุดเด่นของวัดอยู่ที่ประวัติชื่อวัดซึ่งสัมพันธ์กับภูมิประเทศเดิมของบ้านบวกครก ความเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดบวกครกหลวง เจดีย์ล้านนาอายุกว่า 200 ปีที่มีการสร้างองค์ใหม่ครอบองค์เดิมไว้ รวมถึงพื้นที่ศาสนสถานหลายส่วน เช่น วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาบาตร หอระฆัง ศาลาพระครูบาศรีวิชัย พลับพลาพระนเรศวร และเทวาลัยพระพิฆเนศ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ให้ลึกกว่าการชมแลนด์มาร์ก วัดบวกครกน้อยเป็นพื้นที่ที่ช่วยเล่าเรื่องชุมชนหนองป่าครั่งได้ดี เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นชุมชนเก่า มีแม่น้ำแม่คาวและเส้นทางสัญจรเดิมเป็นส่วนประกอบของภูมิทัศน์ ก่อนที่เมืองเชียงใหม่จะขยายตัวจนพื้นที่นี้กลายเป็นย่านที่มีทั้งบ้านเรือน โรงเรียน ตลาด ร้านอาหาร ที่พัก และเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับฝั่งสันกำแพง ท่าศาลา และสถานีรถไฟเชียงใหม่
ประวัติของวัดบวกครกน้อยเริ่มจากหลักฐานที่ปรากฏในคัมภีร์ใบลานเก่า ซึ่งกล่าวถึงการสร้างวัดขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2345 เดิมวัดมีพื้นที่ 4 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา ต่อมามีการขยายพื้นที่เพิ่มอีก 1 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา รวมพื้นที่ตามข้อมูลเดิม 6 ไร่ 72 ตารางวา ขนาดพื้นที่เช่นนี้ทำให้วัดเป็นวัดชุมชนที่ไม่ใหญ่จนพลุกพล่าน แต่มีองค์ประกอบทางศาสนาเพียงพอสำหรับรองรับกิจกรรมของพระสงฆ์ ญาติโยม และชุมชนโดยรอบ
ชื่อของวัดบวกครกน้อยมีพัฒนาการตามสภาพพื้นที่และเหตุการณ์ในชุมชน โดยมีชื่อที่ถูกกล่าวถึงทั้งหมด 4 ชื่อ ได้แก่ วัดหัวดง วัดบวกครกน้อย วัดบวกครกริมคาว และวัดบวกครกปลายราง แต่ละชื่อสะท้อนบริบทต่างกันและช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพพื้นที่ในอดีตได้ชัดเจน ชื่อวัดหัวดงเกิดจากสภาพพื้นที่เดิมที่เป็นป่าดงพงพี เป็นทางผ่านของสัตว์ป่านานาชนิด และมีคำเรียกในท้องถิ่นว่าเป็นบริเวณป่าช้างทางเสือ
ชื่อวัดบวกครกน้อยเกิดขึ้นเมื่อมีการแยกออกมาสร้างใหม่จากวัดเดิมคือวัดบวกครกหลวง ซึ่งถือเป็นวัดพี่วัดน้องกัน ความหมายของคำว่า “บวกครก” มาจากลักษณะพื้นที่ที่เป็นแอ่งลึกคล้ายก้นครก และเป็นท้องทุ่งนาที่มีพื้นที่แฉะหรือที่นอนพักของวัวควายกระจายอยู่ทั่วไป คำว่า “ปรัก” ในภาษากลาง เมื่ออยู่ในบริบทภาษาเหนือเรียกว่า “บวก” เมื่อนำมารวมกับลักษณะพื้นที่คล้ายครก จึงเกิดชื่อบวกครก และเมื่อแยกจากวัดบวกครกหลวงจึงเรียกว่าวัดบวกครกน้อย
ชื่อวัดบวกครกริมคาวสัมพันธ์กับแม่น้ำคาวหรือที่คนเมืองเรียกว่าแม่น้ำแม่คาว ซึ่งไหลผ่านบริเวณหมู่บ้าน การตั้งชุมชนริมน้ำทำให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการอยู่อาศัย การทำเกษตร และการตั้งวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน ชื่อวัดในช่วงนี้จึงสะท้อนชัยภูมิที่ดีของหมู่บ้านริมน้ำ และบอกให้เห็นว่าสายน้ำมีบทบาทต่อชีวิตของผู้คนในพื้นที่บวกครกน้อยมายาวนาน
ชื่อวัดบวกครกปลายรางเกิดจากจุดสังเกตด้านการเดินทางในอดีต บริเวณปลายรางหรือปลายชานชลาอยู่ใกล้วัดประมาณ 1.3 กิโลเมตร จึงมีการนำคำว่าปลายรางมาต่อท้ายชื่อวัด เพื่อช่วยให้ผู้คนจำตำแหน่งของวัดได้ง่ายขึ้น ชื่อนี้แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมทางศาสนา แต่ยังเป็นหมุดหมายทางภูมิศาสตร์ที่ช่วยให้คนในอดีตใช้ระบุเส้นทางและจุดหมายของการเดินทาง
โบราณสถานสำคัญของวัดคือเจดีย์องค์เดิมซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี ต่อมามีการสร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบองค์เดิมไว้เมื่อปี พ.ศ. 2458 ลักษณะเป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาทรงระฆังคว่ำในสายช่างลำพูน องค์เจดีย์จึงเป็นหัวใจด้านประวัติศาสตร์ของวัด เพราะเป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงวัดบวกครกน้อยกับศิลปกรรมล้านนาและงานช่างในเครือวัฒนธรรมลุ่มน้ำปิง การสร้างองค์ใหม่ครอบเจดีย์เดิมยังสะท้อนวิธีการรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เดิมไว้ภายใน โดยให้โครงสร้างใหม่ทำหน้าที่คุ้มครองและสืบทอดความทรงจำของสถานที่
ศิลปะล้านนาทรงระฆังคว่ำเป็นรูปแบบที่พบในเจดีย์หลายแห่งของภาคเหนือ มีลักษณะฐานและเรือนธาตุที่เน้นความมั่นคง เรียบสง่า และสัมพันธ์กับแนวคิดการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุหรือสิ่งเคารพสำคัญในพระพุทธศาสนา เมื่ออยู่ภายในวัดชุมชนอย่างวัดบวกครกน้อย เจดีย์จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นแกนกลางของศรัทธา เป็นจุดที่ผู้คนใช้กราบไหว้ ระลึกถึงบรรพบุรุษ และรับรู้ความต่อเนื่องของชุมชนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
วัดบวกครกน้อยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและมีการสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2527 การมีวิสุงคามสีมาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับวัด เพราะเป็นเขตที่ใช้ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ เช่น การอุปสมบทและพิธีกรรมทางคณะสงฆ์ที่ต้องกระทำในเขตสีมา อุโบสถจึงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดส่วนหนึ่งของวัด และเป็นเครื่องยืนยันบทบาทของวัดบวกครกน้อยในฐานะศาสนสถานที่รองรับงานพระพุทธศาสนาได้อย่างสมบูรณ์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 วัดบวกครกน้อยได้สร้างวิหารหลังใหม่ในรูปแบบศิลปะล้านนา วิหารเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการไหว้พระ ฟังธรรม ทำบุญ และรวมตัวของญาติโยมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ความงดงามของศิลปะล้านนาในวิหารช่วยเชื่อมโยงวัดชุมชนแห่งนี้กับอัตลักษณ์เมืองเหนือ ทั้งในด้านรูปทรงหลังคา องค์ประกอบประดับ และบรรยากาศของพื้นที่ศรัทธาที่เน้นความสงบ สำรวม และใกล้ชิดกับชุมชน
นอกจากเจดีย์ อุโบสถ และวิหาร วัดบวกครกน้อยยังมีกุฏิสงฆ์ 2 หลัง ศาลาการเปรียญ 2 หลัง ศาลาบาตร 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง ศาลาพระครูบาศรีวิชัย พลับพลาพระนเรศวร และเทวาลัยพระพิฆเนศ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนบทบาทที่หลากหลายของวัด ทั้งพื้นที่พำนักของพระสงฆ์ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ พื้นที่รวมชุมชน พื้นที่ระลึกถึงบุคคลสำคัญ และพื้นที่ศรัทธาที่เชื่อมโยงความเชื่อหลายชั้นในสังคมล้านนา
ศาลาพระครูบาศรีวิชัยภายในวัดช่วยเชื่อมโยงวัดกับความศรัทธาที่ชาวล้านนามีต่อครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูวัดและพระพุทธศาสนาในภาคเหนือ ส่วนพลับพลาพระนเรศวรสะท้อนการระลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในฐานะพระมหากษัตริย์สำคัญของประวัติศาสตร์ไทย ขณะที่เทวาลัยพระพิฆเนศแสดงให้เห็นการอยู่ร่วมกันของความศรัทธาเชิงพุทธ พราหมณ์ และความเชื่อร่วมสมัยในพื้นที่วัดไทยปัจจุบัน
บทบาทของวัดบวกครกน้อยในปัจจุบันยังชัดเจนในฐานะศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชนหนองป่าครั่ง พื้นที่วัดใช้จัดงานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมสาธารณะหลายโอกาส โดยเฉพาะงานปอยหลวง การถวายเทียนพรรษา งานปี๋ใหม่เมือง และกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง โรงเรียน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ การที่วัดยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมระดับชุมชนอย่างต่อเนื่องยืนยันได้ว่าวัดยังมีชีวิต ไม่ใช่โบราณสถานที่หยุดนิ่ง
ประเพณีปอยหลวงเป็นหนึ่งในประเพณีล้านนาที่เหมาะจะกล่าวถึงเมื่อพูดถึงวัดบวกครกน้อย เพราะวัดแห่งนี้มีการจัดงานฉลองสมโภชศาสนสมบัติของวัดในรูปแบบงานบุญชุมชน งานลักษณะนี้เป็นทั้งการทำบุญถวายวัด การฉลองสิ่งก่อสร้างหรือศาสนสถานที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้าง และการรวมตัวของคนในชุมชนผ่านขบวนแห่ เครื่องไทยทาน ดนตรี การแสดงพื้นเมือง ร้านค้า และกิจกรรมสำหรับครอบครัว ปอยหลวงจึงเป็นประเพณีที่ทำให้วัดกลับมาเป็นหัวใจของชุมชนอย่างชัดเจน
นอกจากปอยหลวง วัดบวกครกน้อยยังเกี่ยวข้องกับกิจกรรมปี๋ใหม่เมืองหรือสงกรานต์ล้านนา โดยมีกิจกรรมทำบุญ ขนทรายเข้าวัด แห่พระพุทธรูป และพิธีกรรมทางศาสนาตามแบบชุมชนภาคเหนือ ประเพณีเหล่านี้ช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นความหมายของวัดในฐานะพื้นที่สืบทอดวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับไหว้พระในวันหยุด วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ศรัทธา ห้องเรียนวัฒนธรรม และลานชุมชนที่คนหลายวัยสามารถมีส่วนร่วมได้
ชุมชนหนองป่าครั่งเองมีลักษณะเป็นชุมชนเมืองที่ยังมีรากทางวัฒนธรรมชัดเจน พื้นที่สำคัญหลายแห่งตั้งอยู่เชื่อมโยงกัน เช่น สำนักงานเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง โรงเรียนชุมชนบ้านบวกครกน้อย โรงพยาบาลเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง ศูนย์นวดแผนไทยหนองป่าครั่ง และวัดบวกครกน้อย การอยู่ใกล้กันของสถานที่เหล่านี้ทำให้วัดเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายชีวิตชุมชน ทั้งด้านศาสนา การศึกษา สุขภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมสาธารณะ
เจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลกิจกรรมปัจจุบันคือพระกฤษดา ปภสฺสโร ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีสำคัญที่จัดขึ้นภายในวัด บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชุมชนมีความสำคัญมาก เพราะต้องดูแลทั้งศาสนกิจ การบริหารพื้นที่วัด การประสานงานกับคณะกรรมการวัด หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชน การดำรงอยู่ของกิจกรรมต่าง ๆ ภายในวัดจึงสะท้อนความร่วมมือระหว่างฝ่ายสงฆ์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
การเดินชมวัดบวกครกน้อยควรเริ่มจากการไหว้พระภายในพื้นที่วิหาร จากนั้นค่อยชมเจดีย์ล้านนา อุโบสถ และพื้นที่รอบวัดอย่างสำรวม ผู้มาเยือนไม่ควรเร่งรีบ เพราะคุณค่าของวัดไม่ได้อยู่ที่การเดินผ่านให้ครบจุด แต่คือการค่อย ๆ อ่านความหมายของสถานที่ผ่านชื่อวัด เจดีย์เก่า วิหารใหม่ ศาลาต่าง ๆ และกิจกรรมของคนในชุมชน การเที่ยววัดลักษณะนี้ทำให้เข้าใจว่าวัดในเชียงใหม่มีหลายแบบ ทั้งวัดพระธาตุ วัดโบราณ วัดปฏิบัติธรรม วัดศิลปกรรม และวัดชุมชนที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพสามารถเก็บภาพบรรยากาศวิหาร เจดีย์ หอระฆัง และองค์ประกอบทางศิลปกรรมได้ แต่ควรถ่ายอย่างเคารพสถานที่ ไม่ใช้แฟลชในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ถ่ายภาพพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญในระยะใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่จัดท่าทางที่ไม่เหมาะสม วัดบวกครกน้อยเป็นวัดที่ชาวบ้านใช้ประกอบศาสนกิจจริง การรักษามารยาทจึงช่วยให้ผู้มาเยือนอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเหมาะสม
สำหรับครอบครัวหรือผู้ที่พาเด็กมาเที่ยว วัดบวกครกน้อยเป็นสถานที่ที่ใช้เล่าเรื่องภูมิประเทศและภาษาเหนือได้ดี คำว่า “บวก” หมายถึงพื้นที่แฉะหรือปรัก คำว่า “ครก” เชื่อมกับลักษณะพื้นที่ที่เป็นแอ่งคล้ายก้นครก ส่วนคำว่า “ริมคาว” เชื่อมกับแม่น้ำแม่คาว และคำว่า “ปลายราง” เชื่อมกับจุดสังเกตด้านการเดินทางในอดีต ชื่อวัดทั้ง 4 ชื่อจึงเป็นบทเรียนท้องถิ่นที่ทำให้เด็กเห็นว่าชื่อสถานที่ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่ผูกกับธรรมชาติ การเดินทาง วิถีเกษตร และความทรงจำของผู้คน
วัดบวกครกน้อยยังเหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยววัดฝั่งตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ โดยสามารถเชื่อมกับวัดบวกครกหลวงซึ่งมีชื่อสัมพันธ์กันและมีชื่อเสียงด้านศิลปกรรมล้านนา ต่อด้วยตลาดฉำฉา คุ้มขันโตก หรือสถานที่ในย่านหนองป่าครั่งและท่าศาลา เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นเชียงใหม่ในมุมชุมชนเมืองนอกคูเมือง มีทั้งวัดเก่า วัดชุมชน ตลาดสร้างสรรค์ อาหารพื้นเมือง และกิจกรรมวัฒนธรรมในระยะทางที่ไม่ไกลกันมาก
การเดินทาง ไปวัดบวกครกน้อยสามารถเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนแก้วนวรัฐ ถนนเชียงใหม่-สันกำแพงสายเก่า หรือเส้นทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่เข้าสู่ตำบลหนองป่าครั่ง วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนบวกครกน้อย ใกล้ย่านแม็คโครเชียงใหม่ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า และเส้นทางไปท่าศาลา ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์สามารถตั้งปลายทางเป็นวัดบวกครกน้อย ตำบลหนองป่าครั่ง หรือใช้พิกัด 18.7872, 99.0338 เพื่อช่วยนำทาง
ผู้ที่เดินทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่สามารถใช้รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ใช้เวลาตามสภาพการจราจรในเมือง วัดอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ประมาณ 2 กม. จึงเป็นจุดที่เดินทางต่อได้ไม่ยาก หากพักในย่านไนท์บาซาร์ วัดเกต หรือฝั่งตะวันออกของเมือง การแวะวัดบวกครกน้อยก่อนต่อไปยังคุ้มขันโตก ตลาดฉำฉา หรือวัดบวกครกหลวงเป็นเส้นทางที่จัดได้สะดวก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมวัดในอากาศที่ไม่ร้อนจัด ส่วนช่วงบ่ายก่อนเย็นเหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะวัดหลังเที่ยวตลาดหรือสถานที่ใกล้เคียง ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอก่อนเวลาปิด เพื่อให้สามารถไหว้พระ ชมเจดีย์ และเดินดูพื้นที่สำคัญของวัดได้โดยไม่เร่งรีบ
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนวัดบวกครกน้อยคือแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนา ไม่จอดรถกีดขวางทางเข้าออกของชุมชน ไม่เข้าไปในเขตกุฏิหรือพื้นที่ส่วนตัวของพระสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้พื้นที่วัดด้วยความสำรวม หากเดินทางมาในช่วงที่วัดมีงานบุญ ควรปฏิบัติตามการจัดพื้นที่ของวัดและเจ้าหน้าที่ชุมชน เพื่อให้พิธีกรรมและกิจกรรมดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
เมื่อมองในภาพรวม วัดบวกครกน้อยเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศาสนา ศิลปกรรม และชุมชน ชื่อวัดทั้ง 4 ชื่อช่วยเล่าอดีตของพื้นที่ เจดีย์ล้านนาอายุกว่า 200 ปีช่วยยืนยันความเก่าแก่ของวัด วิหารและอุโบสถสะท้อนการพัฒนาศาสนสถานในยุคปัจจุบัน ส่วนกิจกรรมปอยหลวง ปี๋ใหม่เมือง และงานบุญต่าง ๆ ทำให้วัดยังเป็นศูนย์กลางของชีวิตผู้คนในตำบลหนองป่าครั่ง
วัดบวกครกน้อยจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดในเชียงใหม่แบบละเอียด ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องชื่อบ้านนามเมืองล้านนา ผู้ที่ชอบเส้นทางวัดชุมชน และผู้ที่อยากเห็นเชียงใหม่ในมุมสงบใกล้ชีวิตจริง การแวะมาที่วัดนี้จะช่วยเติมภาพของเชียงใหม่ให้ครบขึ้น เพราะเมืองเชียงใหม่ไม่ได้มีเพียงวัดใหญ่กลางเมืองและวัดดังบนดอย แต่ยังมีวัดชุมชนอย่างวัดบวกครกน้อยที่เก็บเรื่องเล่าของพื้นที่ แม่น้ำ เส้นทาง สถาปัตยกรรม และศรัทธาของชาวบ้านไว้อย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดบวกครกน้อย |
| ที่ตั้ง | ชุมชนบวกครกน้อย ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 1 หมู่ 2 บวกครกน้อย ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000 |
| พิกัด | 18.7872, 99.0338 |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | วัดชุมชนเก่าแก่ในตำบลหนองป่าครั่ง มีเจดีย์ล้านนาอายุกว่า 200 ปี และมีประวัติชื่อวัด 4 ชื่อตามภูมิประเทศและเส้นทางเดินทางในอดีต |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2345 จากหลักฐานในคัมภีร์ใบลานเก่า สร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบองค์เดิมเมื่อปี พ.ศ. 2458 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2527 และสร้างวิหารหลังใหม่ศิลปะล้านนาในปี พ.ศ. 2544 |
| พื้นที่วัด | 6 ไร่ 72 ตารางวา |
| ที่มาของชื่อ | มีชื่อเรียกตามลำดับบริบทของพื้นที่ ได้แก่ วัดหัวดง วัดบวกครกน้อย วัดบวกครกริมคาว และวัดบวกครกปลายราง คำว่า “บวก” หมายถึงพื้นที่แฉะหรือปรักในภาษาเหนือ ส่วน “ครก” สัมพันธ์กับลักษณะพื้นที่แอ่งลึกคล้ายก้นครก |
| ลักษณะเด่น | เจดีย์ศิลปะล้านนาทรงระฆังคว่ำสายช่างลำพูน วิหารหลังใหม่ศิลปะล้านนา อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชนหนองป่าครั่ง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เจดีย์บวกครกน้อย วิหารศิลปะล้านนา อุโบสถ กุฏิสงฆ์ 2 หลัง ศาลาการเปรียญ 2 หลัง ศาลาบาตร 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง ศาลาพระครูบาศรีวิชัย พลับพลาพระนเรศวร เทวาลัยพระพิฆเนศ |
| ประเพณี / กิจกรรมสำคัญ | งานปอยหลวง งานปี๋ใหม่เมือง งานทำบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานถวายเทียนพรรษา และกิจกรรมชุมชนของตำบลหนองป่าครั่ง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนแก้วนวรัฐ ถนนเชียงใหม่-สันกำแพงสายเก่า หรือเส้นทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่เข้าสู่ตำบลหนองป่าครั่ง ตั้งปลายทางเป็นวัดบวกครกน้อย หรือใช้พิกัด 18.7872, 99.0338 เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถสองแถว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ของชุมชนหนองป่าครั่ง และยังใช้จัดพิธีทางพระพุทธศาสนา งานบุญ และกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระกฤษดา ปภสฺสโร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-246-893 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดบวกครกหลวง ประมาณ 1 กม. 2. กาดเอื้องคำ ประมาณ 1 กม. 3. คุ้มขันโตก ประมาณ 2 กม. 4. ตลาดฉำฉา ประมาณ 2 กม. 5. สถานีรถไฟเชียงใหม่ ประมาณ 2 กม. 6. วัดดอนจั่น ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ข้าวมันไก่เอื้องคำ ประมาณ 1 กม. 2. ร้านลาบแป้ บวกครกน้อย ประมาณ 1 กม. โทร. 090-403-8335 3. TALIE BAKERY หนองป่าครั่ง ประมาณ 1 กม. โทร. 065-741-8646 4. เครปป่ะ กาดนัดบวกครกน้อย ประมาณ 1 กม. โทร. 088-267-7414 5. สมุทรสาครเย็นตาโฟ สาขาบวกครกน้อย ประมาณ 1 กม. โทร. 086-911-4047 6. ครัวน้ำหนึ่ง ประมาณ 2 กม. โทร. 089-555-1177 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. K House Apartment ประมาณ 0.3 กม. โทร. +66-81-165-6688 2. LK House ประมาณ 0.3 กม. โทร. +66-62-478-2936 3. Double J Hotel ประมาณ 0.5 กม. 4. S1 Service Apartment ประมาณ 0.5 กม. โทร. +66-53-117-148 5. Chanaporn Place ประมาณ 0.5 กม. โทร. +66-89-956-6211 6. House and Home Residence ประมาณ 0.8 กม. 7. Choktawee Smile ประมาณ 0.8 กม. โทร. +66-53-105-453 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบวกครกน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบวกครกน้อยตั้งอยู่ในชุมชนบวกครกน้อย ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองเชียงใหม่และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเชียงใหม่
ถาม: วัดบวกครกน้อยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดบวกครกน้อยเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดบวกครกน้อยมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดบวกครกน้อยสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2345 จากหลักฐานในคัมภีร์ใบลานเก่า มีเจดีย์ล้านนาอายุกว่า 200 ปี และมีการสร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบองค์เดิมไว้เมื่อปี พ.ศ. 2458
ถาม: ทำไมวัดบวกครกน้อยจึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ?
ตอบ: ชื่อของวัดเปลี่ยนไปตามบริบทของพื้นที่และการเดินทาง ได้แก่ วัดหัวดง วัดบวกครกน้อย วัดบวกครกริมคาว และวัดบวกครกปลายราง แต่ละชื่อสะท้อนภูมิประเทศ แม่น้ำแม่คาว และจุดสังเกตของชุมชนในอดีต
ถาม: ภายในวัดบวกครกน้อยมีจุดใดน่าสนใจ?
ตอบ: จุดสำคัญภายในวัด ได้แก่ เจดีย์บวกครกน้อย วิหารศิลปะล้านนา อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง ศาลาพระครูบาศรีวิชัย พลับพลาพระนเรศวร และเทวาลัยพระพิฆเนศ
ถาม: วัดบวกครกน้อยเกี่ยวข้องกับประเพณีใดบ้าง?
ตอบ: วัดบวกครกน้อยเกี่ยวข้องกับงานปอยหลวง งานปี๋ใหม่เมือง งานทำบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานถวายเทียนพรรษา และกิจกรรมชุมชนของตำบลหนองป่าครั่ง
ถาม: เดินทางไปวัดบวกครกน้อยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้ถนนแก้วนวรัฐ ถนนเชียงใหม่-สันกำแพงสายเก่า หรือเส้นทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่เข้าสู่ตำบลหนองป่าครั่ง แล้วตั้งปลายทางเป็นวัดบวกครกน้อยหรือพิกัด 18.7872, 99.0338
ถาม: สามารถเที่ยววัดบวกครกน้อยร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดบวกครกหลวง กาดเอื้องคำ คุ้มขันโตก ตลาดฉำฉา สถานีรถไฟเชียงใหม่ และวัดดอนจั่นได้ในเส้นทางฝั่งตะวันออกของเมืองเชียงใหม่
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว



