หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.สุเทพ > วัดผาลาด
TL;DR: วัดผาลาด อยู่ที่บ้านห้วยผาลาด หมู่ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ สถาปัตยกรรมล้านนาผสมพม่า กลมกลืนกับป่าดอยสุเทพ มีน้ำตก ลำห้วย ทางเดินป่า โบราณสถานเก่า และพื้นที่ปฏิบัติธรรม.

เชียงใหม่

วัดผาลาด

วัดผาลาด

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
 
วัดผาลาด หรือวัดสกิทาคา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 101 บ้านห้วยผาลาด หมู่ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ บนเส้นทางขึ้นดอยสุเทพก่อนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์จากการเป็นวัดป่ากลางธรรมชาติที่มีลำห้วยและน้ำตกไหลผ่าน มีประวัติสัมพันธ์กับตำนานการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นดอยสุเทพในรัชสมัยพระเจ้ากือนา และมีโบราณสถานสำคัญหลายส่วน เช่น พระวิหาร เจดีย์ศิลปะพม่า หอพระเจ้าน้ำตก พระพุทธรูปหน้าผา บ่อน้ำทิพย์ วิหารพระเจ้ากือนา วิหารวัดสามยอบ และลานปฏิบัติธรรมที่ร่มรื่น
 
เสน่ห์สำคัญของวัดผาลาดอยู่ที่ความกลมกลืนระหว่างศาสนสถานกับป่าเขาดอยสุเทพ วัดไม่ได้ตั้งเด่นอยู่ริมถนนแบบวัดท่องเที่ยวทั่วไป แต่ซ่อนตัวลงไปในพื้นที่ป่าด้านล่างจากถนนศรีวิชัย ผู้เดินทางจะเห็นทางเข้าด้านบนเป็นศาลาและป้ายชื่อวัดสีแดง ก่อนขับรถหรือเดินลงไปยังพื้นที่วัดด้านล่างประมาณ 200 เมตร เมื่อเข้าไปถึงบริเวณวัด จะพบโลกอีกบรรยากาศหนึ่งที่สงบ เย็น และต่างจากเมืองเชียงใหม่ด้านล่างอย่างชัดเจน เสียงน้ำไหลจากลำห้วยผาลาด ต้นไม้ใหญ่ เงามอสส์บนหินเก่า และอาคารศาสนาที่ค่อย ๆ ปรากฏท่ามกลางป่า ทำให้วัดผาลาดเป็นหนึ่งในวัดที่ให้ประสบการณ์สงบลึกที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่
 
วัดผาลาดสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากือนา เพื่อเป็นอนุสรณ์บนเส้นทางอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ดอยสุเทพ ตำนานเล่าว่าพระเจ้ากือนาและพระมหาสุมนะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นบนหลังช้างมงคล แล้วตั้งสัจจะอธิษฐานให้ช้างเป็นผู้นำทางไปยังสถานที่เหมาะสมสำหรับประดิษฐานพระธาตุ ช้างได้เดินออกจากเมืองเชียงใหม่ทางประตูหัวเวียง มุ่งหน้าขึ้นสู่ดอยสุเทพ ระหว่างทางช้างหยุดพักและย่อเข่าหลายจุด หนึ่งในนั้นคือบริเวณห้วยผาลาด ก่อนเดินต่อไปยังยอดดอยสุเทพ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
 
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดผาลาดกับวัดพระธาตุดอยสุเทพจึงแนบแน่นมาก วัดผาลาดไม่ใช่เพียงวัดระหว่างทางขึ้นดอย แต่เป็นหมุดหมายหนึ่งในตำนานพระธาตุดอยสุเทพและเส้นทางศรัทธาโบราณของเชียงใหม่ หลังจากสร้างพระธาตุดอยสุเทพแล้ว พระเจ้ากือนาทรงมีพระราชดำริให้สร้างวัดตามรายทางอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเพื่อเป็นอนุสรณ์ วัดผาลาดจึงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญบนเส้นทางดังกล่าว และยังคงบรรยากาศของวัดป่าที่สัมพันธ์กับเส้นทางเดินขึ้นดอยไว้อย่างชัดเจน
 
ชื่อ “วัดผาลาด” มีที่มาจากภูมิประเทศของพื้นที่ คำว่า “ผาลาด” สัมพันธ์กับลักษณะของผาหินและน้ำตกที่ลาดชันในบริเวณวัด อีกกระแสหนึ่งเล่าว่าเดิมเรียกว่า “วัดผะเลิด” ซึ่งหมายถึงความลื่น เพราะบริเวณนี้เป็นแนวหินและลำธารที่ทั้งคนและช้างมักลื่นล้มระหว่างเดินตามเส้นทางขึ้นเขา ต่อมาจึงเรียกเป็นวัดผาลาดตามห้วยผาลาดที่ไหลผ่านวัด ชื่อนี้จึงสะท้อนลักษณะภูมิประเทศจริงของวัด ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นโดยแยกขาดจากธรรมชาติ
 
อีกชื่อหนึ่งของวัดคือ “วัดสกิทาคา” หรือ “วัดสกทาคามีวนาราม” ชื่อสกทาคามีเกี่ยวข้องกับคติธรรมในพระพุทธศาสนา หมายถึงพระอริยบุคคลชั้นสกทาคามี ซึ่งเป็นหนึ่งในลำดับการบรรลุธรรมตามคติพระพุทธศาสนาเถรวาท ชื่อดังกล่าวทำให้วัดผาลาดมีมิติทางธรรมะควบคู่กับมิติทางภูมิประเทศ กล่าวคือชื่อ “ผาลาด” บอกลักษณะสถานที่ ส่วนชื่อ “สกิทาคา” บอกความหมายเชิงธรรม วัดแห่งนี้จึงมีทั้งภาษาแห่งธรรมชาติและภาษาแห่งศรัทธาอยู่ในชื่อเดียวกัน
 
พระวิหารของวัดผาลาดตั้งอยู่กลางวัด เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนที่มีสถาปัตยกรรมล้านนาผสมพม่า เดิมวิหารเก่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนา แต่ภายหลังพังทลายเหลือเพียงฐาน ต่อมามีการสร้างวิหารหลังใหม่ขึ้นในช่วงครูบาศรีวิชัยสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ โดยวางตำแหน่งเลี่ยงจากฐานวิหารเดิมเพื่อไม่ให้ทับซ้อนกัน งานวิหารที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นหลักฐานสำคัญของการฟื้นฟูวัดในยุคครูบาศรีวิชัย และสะท้อนรสนิยมทางศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากช่างชาวพม่าในเชียงใหม่
 
หน้าบันของพระวิหารเป็นจุดเด่นที่ควรหยุดชมอย่างตั้งใจ ด้านหน้ามีงานไม้แกะสลักรูปนกยูง ประดับกระจกสีฟ้าและเขียว ส่วนด้านหลังมีลายกระต่าย ลวดลายเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเครื่องประดับอาคาร แต่เป็นภาษาศิลปกรรมที่สะท้อนอิทธิพลพม่าและความสัมพันธ์ของเชียงใหม่กับชุมชนช่างและผู้ศรัทธาหลายกลุ่มในช่วงเวลาที่วัดได้รับการบูรณะ การใช้ลายนกยูงทำให้วิหารมีเอกลักษณ์แตกต่างจากวิหารล้านนาแบบทั่วไป และกลายเป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวสายศิลปะควรใช้เวลาสังเกต
 
ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบชาวลั้วะ ซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของพื้นที่เชิงดอยสุเทพ พระพุทธรูปปางมารวิชัยสื่อถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้าต่อพญามารก่อนตรัสรู้ เป็นปางที่แสดงความมั่นคง หนักแน่น และการเอาชนะอุปสรรคทางจิตใจ เมื่อประดิษฐานอยู่ภายในวัดป่ากลางธรรมชาติอย่างวัดผาลาด จึงยิ่งขับความหมายเรื่องความสงบ การละวาง และการตั้งมั่นของใจได้ชัดเจน
 
ด้านหลังพระวิหารเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์สำคัญของวัดผาลาด เจดีย์องค์นี้มีรูปแบบศิลปะพม่า สร้างโดยช่างชาวพม่าในช่วงเดียวกับการสร้างวิหารยุคครูบาศรีวิชัย ฐานเจดีย์เป็นฐานสี่เหลี่ยมรองรับฐานย่อเก็จหลายชั้น องค์เจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับลายปูนปั้นยักษ์ ส่วนยอดแหลมไม่มีฉัตรกางกั้น ลักษณะของเจดีย์มีความหนักแน่นและสงบ เข้ากับภูมิทัศน์ป่าชื้นรอบวัด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่มอสส์และพืชเล็ก ๆ ขึ้นปกคลุมบางส่วน ทำให้เจดีย์ดูเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของป่าดอยสุเทพ
 
ในอดีตพระเจดีย์เคยถูกลักลอบขุดเจาะเพื่อนำของมีค่าออกไปจนยอดพังลงมาและองค์เจดีย์เสียหาย ภายหลังมีการบูรณะให้มั่นคงและกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ขึ้น การซ่อมแซมนี้ทำให้เจดีย์ยังคงเป็นหลักหมายสำคัญของวัดในปัจจุบัน ผู้มาเยือนควรชมเจดีย์ด้วยความเคารพ เพราะไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่งดงาม แต่เป็นหลักฐานของการสูญเสีย การฟื้นฟู และการดูแลมรดกศรัทธาให้คงอยู่ต่อเนื่อง
 
หอพระเจ้าน้ำตกเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้วัดผาลาดมีเอกลักษณ์มาก ตัวอาคารก่ออิฐฉาบปูนสีขาวหม่น ตั้งทอดตัวยาวขนานไปกับสายน้ำ เปิดด้านหน้าเป็นแนวซุ้มโค้งเรียงต่อเนื่อง ประดับเสาติดผนัง งานปูนปั้น และลวดลายเครือเถา ภายในอาคารมีผนังด้านหลังเป็นเพิงผาหินธรรมชาติที่ยื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ แล้วประดิษฐานพระพุทธรูปเรียงตามแนวผาหิน อาคารนี้จึงไม่พยายามเอาชนะภูมิประเทศ แต่เลือกใช้หน้าผา น้ำตก และความชื้นของป่าเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมทางศาสนา
 
ความงามของหอพระเจ้าน้ำตกอยู่ที่การปล่อยให้ธรรมชาติและอาคารอยู่ร่วมกันอย่างพอดี คราบตะไคร่ ผิวปูนเก่า เสียงน้ำไหล เงาต้นไม้ และพระพุทธรูปตามแนวผาหินทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศสงบลึก เหมาะสำหรับการนั่งพักใจมากกว่าการรีบถ่ายภาพแล้วเดินผ่าน ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอยู่กับพื้นที่นี้อย่างเงียบ ๆ เพราะเป็นจุดที่แสดงแก่นแท้ของวัดผาลาดได้ชัดที่สุด คือศาสนสถานที่ไม่ได้แยกตัวออกจากป่า แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของป่าอย่างนุ่มนวล
 
วิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์เป็นอาคารร่วมสมัยภายในวัด ก่อด้วยอิฐ หลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น ประตูด้านหน้ามีจิตรกรรมรูปเทวดา 2 องค์อย่างงดงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ อาคารนี้ช่วยเพิ่มมิติทางศาสนาให้กับวัด เพราะแนวคิดพระพุทธเจ้า 5 พระองค์สัมพันธ์กับคติพุทธเรื่องกาลเวลา การสืบต่อพระศาสนา และความศรัทธาที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผู้มาเยือนจึงสามารถชมได้ทั้งในฐานะงานสถาปัตยกรรมและพื้นที่สักการะ
 
พระพุทธรูปหน้าผาเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีเรื่องเล่าน่าสนใจ เดิมบริเวณนี้เชื่อว่าเคยเป็นที่ตั้งวิหารแบบพม่าที่นิยมสร้างบนแนวผา ปัจจุบันหลงเหลือให้เห็นเพียงส่วนฐาน ในอดีตเคยประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน หนึ่งในนั้นคือ “พระไล่กา” ซึ่งมีตำนานว่าคนโบราณลงอาคมไว้เพื่อไม่ให้อีกาบินผ่านวัด ต่อมาพระพุทธรูปเดิมถูกทำลายในช่วงสงครามกับพม่า ภายหลังชาวไทใหญ่ที่อพยพหลบภัยสงครามมาอาศัยบริเวณนี้ได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ในศิลปะแบบไทใหญ่
 
พื้นที่พระพุทธรูปหน้าผาจึงเป็นจุดที่รวมหลายชั้นของประวัติศาสตร์ ทั้งร่องรอยศิลปะพม่า พระพุทธรูปเชียงแสน ตำนานพระไล่กา ความเชื่อเรื่องการคุ้มครองวัด และการเข้ามาของชาวไทใหญ่ในช่วงความไม่สงบทางประวัติศาสตร์ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดผาลาดไม่ใช่วัดที่มีเพียงเรื่องช้างมงคลกับพระธาตุดอยสุเทพเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่บันทึกความทรงจำของผู้คนหลายกลุ่มและหลายช่วงเวลาไว้ร่วมกัน
 
บ่อน้ำทิพย์ของวัดผาลาดเป็นจุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่สะท้อนภูมิปัญญาเดิมของผู้คนบนเส้นทางดอยสุเทพ บ่อน้ำมีการสร้างทับซ้อนหลายยุค ตั้งแต่ยุคที่สัมพันธ์กับการอัญเชิญพระธาตุขึ้นดอยสุเทพ สมัยพม่ามีอำนาจในเชียงใหม่ และสมัยครูบาศรีวิชัย การมีบ่อน้ำในวัดป่ากลางดอยมีความหมายเชิงการใช้งานอย่างชัดเจน เพราะน้ำจำเป็นต่อพระสงฆ์ ผู้เดินทาง และผู้ปฏิบัติธรรม อีกทั้งยังสะท้อนการจัดการน้ำของคนโบราณที่เลือกใช้ระบบกรองและเก็บน้ำจากพื้นที่ธรรมชาติ
 
ฐานโบราณสถานวิหารพระเจ้ากือนาเป็นอีกจุดที่ควรอ่านควบคู่กับประวัติวัด เพราะเป็นร่องรอยของวิหารเดิมที่สัมพันธ์กับยุคพระเจ้ากือนา ปัจจุบันยังมองเห็นแนวอิฐและฐานพระประธานอยู่ใกล้ลำธาร โดยมีศาลาครอบบางส่วนไว้ พื้นที่นี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าวัดผาลาดไม่ได้มีเพียงอาคารที่บูรณะใหม่ในยุคหลัง แต่ยังคงมีร่องรอยชั้นเก่าที่เชื่อมโยงกลับไปถึงตำนานการสร้างวัดในยุคล้านนา
 
วิหารวัดสามยอบและม่อนภาวนาเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับชื่อวัดโสดาปันนารามหรือสามยอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดตามรายทางอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ปัจจุบันเห็นเป็นเนินดินสูง มีร่องรอยอิฐและลวดลายปูนปั้นกระจายอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน บริเวณนี้ช่วยเสริมภาพว่าเส้นทางขึ้นดอยสุเทพในอดีตไม่ได้มีเพียงวัดผาลาดแห่งเดียว แต่เป็นภูมิทัศน์ศรัทธาที่ประกอบด้วยจุดหยุดพัก จุดสักการะ และวัดรายทางหลายแห่ง
 
ลานปฏิบัติธรรมของวัดผาลาดเป็นพื้นที่ที่สอดคล้องกับบรรยากาศวัดป่าอย่างมาก ความร่มรื่นของต้นไม้ เสียงน้ำไหล ความเย็นจากลำห้วย และความสงบของพื้นที่ทำให้วัดเหมาะกับการนั่งสมาธิภาวนา ผู้ที่มาเยือนควรให้ความสำคัญกับความเงียบเป็นพิเศษ เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและที่พำนักของพระสงฆ์ การเดินชมจึงควรตั้งอยู่บนความสำรวมและความเคารพต่อผู้ใช้พื้นที่ทางศาสนา
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดเป็นอีกทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดผ่านการเดินป่า เส้นทางเริ่มจากบริเวณด้านสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 7 เชิงดอยสุเทพ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินตามสภาพร่างกายและจังหวะพัก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางโบราณที่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนใช้เดินขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพมาก่อนมีถนนขึ้นดอย ผู้เดินทางจะผ่านป่า ลำห้วย จุดชมวิว และร่องรอยความเชื่อระหว่างทาง ก่อนถึงวัดผาลาดซึ่งเป็นจุดพักกลางเส้นทาง
 
ผู้ที่เลือกเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับทางดินและหิน พกน้ำดื่ม แต่งกายสุภาพ และเริ่มเดินช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงแดดและความร้อน เส้นทางไม่ยากเท่าการเดินต่อขึ้นไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ แต่ยังเป็นทางธรรมชาติที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ ๆ เพราะพื้นดิน หิน และรากไม้อาจลื่น การเดินทางแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดผาลาดในฐานะวัดป่าและจุดพักใจบนเส้นทางศรัทธา
 
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดินเทรล สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถแดง แท็กซี่ หรือบริการเรียกรถผ่านแอปขึ้นมาตามถนนศรีวิชัย เส้นทางเดียวกับการขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงพระธาตุดอยสุเทพ ทางเข้าวัดมีป้ายชัดเจน จากถนนหลักสามารถลงไปยังตัววัดได้ประมาณ 200 เมตร การเดินทางด้วยรถเหมาะกับผู้สูงอายุ ครอบครัว หรือผู้ที่มีเวลาจำกัด แต่ควรขับรถด้วยความระมัดระวังเพราะถนนขึ้นดอยมีโค้งและมีรถสัญจรตลอดวัน
 
วัดผาลาดไม่เก็บค่าเข้าชมวัด ผู้ที่เดินทางเข้าวัดทางถนนสายหลักสามารถเข้าไหว้พระและชมวัดได้โดยไม่มีค่าเข้าชมวัดโดยตรง อย่างไรก็ตาม เส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดอยู่ในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งมีการจัดเก็บค่าบริการสำหรับผู้ใช้เส้นทางเทรลตามอัตราของอุทยาน ผู้เดินทางควรเตรียมเงินสดและตรวจป้ายประกาศหน้างานอีกครั้งก่อนเริ่มเดิน เพราะค่าบริการส่วนนี้เป็นค่าบริการพื้นที่อุทยาน ไม่ใช่ค่าเข้าชมวัด
 
วัดผาลาดมีงานประเพณีสำคัญคือ “เดือน 5 เป็ง วัดผาลาด” หรือประเพณีเป็งเดือนห้าเป็ง ตวยฮอยครูบาตามเส้นทางธรรมชาติ ไหว้สาพระธาตุแสนสุข และอัญเชิญพระธาตุ อาราธนาพระดอกไม้ งานนี้เชื่อมโยงวัดผาลาดกับเส้นทางศรัทธาเก่าจากวัดฝายหินสู่วัดผาลาด มีขบวนแห่ การสรงน้ำพระธาตุแสนสุข การสาธิตภูมิปัญญาล้านนา การทำกรวยดอกไม้ การทำดอกไม้ไหว และการทำเครื่องหอมล้านนา ประเพณีนี้ทำให้วัดผาลาดยังคงมีชีวิตทางวัฒนธรรมร่วมสมัย ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานในป่าเท่านั้น
 
งานเดือน 5 เป็งยังสะท้อนบทบาทของวัดผาลาดในฐานะพื้นที่รวมพลังของศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา และชุมชน หน่วยงานคณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัย เทศบาลเมืองสุเทพ เครือข่ายวัฒนธรรม และพุทธศาสนิกชนร่วมกันจัดกิจกรรม ทำให้วัดผาลาดเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันอย่างชัดเจน ผู้ที่มาเยือนในช่วงงานประเพณีจะได้เห็นวัดในอีกมิติหนึ่ง คือวัดป่าที่มีขบวนศรัทธา ดอกไม้ล้านนา เครื่องสักการะ และผู้คนจำนวนมากเดินตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อสืบสานตำนานดอยสุเทพ
 
อีกประเด็นสำคัญของวัดผาลาดคือการจัดการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม เพราะวัดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวที่ขับรถขึ้นดอยและผู้เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พื้นที่วัดเป็นทั้งศาสนสถาน แหล่งธรรมชาติ และโบราณสถานที่มีความเปราะบาง จึงต้องอาศัยความร่วมมือของผู้มาเยือนในการรักษาความสงบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าเขตสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ปีนหรือแตะต้องโบราณสถาน พระพุทธรูป หรือประติมากรรมเก่าแก่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยววัดผาลาดคือช่วงเช้าถึงก่อนเที่ยง เพราะอากาศเย็น แสงสวย และผู้คนยังไม่หนาแน่น หากต้องการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ควรเริ่มช่วงเช้าเพื่อให้มีเวลาเที่ยววัดและเดินกลับก่อนบ่ายแก่ ช่วงเย็นสามารถชมวัดได้เช่นกัน แต่ไม่เหมาะกับการลงเทรลเมื่อแสงน้อย ส่วนฤดูฝนวัดจะเขียวชุ่มฉ่ำมากเป็นพิเศษ แต่ควรระวังพื้นลื่น ลำห้วยน้ำแรง และเส้นทางธรรมชาติที่เปียกแฉะ
 
การแต่งกายเมื่อเข้าวัดผาลาดควรสุภาพ เสื้อควรคลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงควรมีความยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารศาสนา และควรรักษาความสงบตลอดการเดินชมวัด แม้วัดจะอยู่ในป่าและมีบรรยากาศคล้ายสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่พื้นที่นี้ยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีผู้มาปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนจึงควรสำรวมกิริยา พูดคุยเบา ๆ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนการสักการะ
 
การเดินทาง ไปวัดผาลาดจากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้ถนนห้วยแก้ว ผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ และอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จากนั้นขึ้นถนนศรีวิชัยเส้นเดียวกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยประมาณ 4.5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้ายมือ มีป้ายวัดและศาลาเป็นจุดสังเกต ผู้ขับรถสามารถลงไปจอดบริเวณลานวัดตามพื้นที่ที่จัดไว้ หรือจอดด้านบนตามความเหมาะสมแล้วเดินลงไปยังตัววัด
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเรียกรถแดง รถแท็กซี่ หรือบริการเรียกรถผ่านแอปจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้ โดยควรตกลงจุดรับกลับล่วงหน้า เพราะบริเวณวัดอยู่กลางเส้นทางขึ้นดอยและอาจเรียกรถกลับได้ไม่สะดวกในบางช่วงเวลา หากต้องการเที่ยวต่อวัดพระธาตุดอยสุเทพ สามารถใช้วัดผาลาดเป็นจุดแวะกลางทางก่อนขึ้นไปยังพระธาตุ และใช้เส้นทางเดียวกันลงกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะคือเริ่มจากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย แวะวัดผาลาด จากนั้นไปต่อวัดพระธาตุดอยสุเทพ หรือหากต้องการเที่ยวแบบช้าและเน้นศิลปะธรรมชาติ สามารถจัดเส้นทางร่วมกับน้ำตกห้วยแก้ว สวนสัตว์เชียงใหม่ วัดอุโมงค์ และบ้านข้างวัดได้ในวันเดียวกัน เส้นทางนี้ทำให้เห็นเชียงใหม่ครบหลายมิติ ทั้งศรัทธาล้านนา ป่าเขาดอยสุเทพ วัดปฏิบัติธรรม แหล่งสร้างสรรค์ และพื้นที่พักผ่อนใกล้เมือง
 
ร้านอาหารและที่พักใกล้วัดผาลาดส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ถนนสุเทพ ถนนห้วยแก้ว ย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และย่านนิมมานเหมินท์ เพราะพื้นที่ตัววัดอยู่ในเขตป่าและไม่มีร้านอาหารจำนวนมากภายในวัด ผู้มาเยือนควรวางแผนรับประทานอาหารก่อนขึ้นวัดหรือหลังลงจากวัด โดยเลือกแวะร้านอาหารเชิงดอย ร้านกาแฟ ร้านอาหารไทย ร้านอาหารมังสวิรัติ หรือร้านในย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตามเส้นทางเดินทาง
 
โดยสรุป วัดผาลาดเป็นวัดที่ควรค่าแก่การแวะเยือนอย่างยิ่งสำหรับผู้รักวัดเก่า ศิลปกรรมล้านนา ธรรมชาติ และเส้นทางศรัทธาดอยสุเทพ วัดมีทั้งตำนานช้างมงคลในสมัยพระเจ้ากือนา พระวิหารล้านนาผสมพม่า เจดีย์เก่ากลางป่า หอพระเจ้าน้ำตก พระพุทธรูปหน้าผา บ่อน้ำทิพย์ วิหารพระเจ้ากือนา วิหารวัดสามยอบ ลานปฏิบัติธรรม และลำห้วยผาลาดที่ไหลผ่านพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การมาเยือนวัดผาลาดจึงไม่ใช่เพียงการไหว้พระระหว่างทางขึ้นดอยสุเทพ แต่เป็นการเดินเข้าสู่พื้นที่ที่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และพระพุทธศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดผาลาด หรือวัดสกิทาคา
ที่ตั้งบ้านห้วยผาลาด หมู่ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่101 บ้านห้วยผาลาด หมู่ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
พิกัด18.800545, 98.934083
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ไฮไลต์วัดป่าบนเส้นทางดอยสุเทพ มีลำห้วยและน้ำตกไหลผ่าน พระวิหารล้านนาผสมพม่า เจดีย์ศิลปะพม่า หอพระเจ้าน้ำตก พระพุทธรูปหน้าผา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากือนา เพื่อเป็นอนุสรณ์บนเส้นทางอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นดอยสุเทพ ก่อนมีการบูรณะสำคัญในยุคครูบาศรีวิชัยสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ
ที่มาของชื่อชื่อผาลาดมาจากลักษณะผาหินและน้ำตกที่ลาดชันบริเวณวัด และสัมพันธ์กับชื่อห้วยผาลาดที่ไหลผ่านพื้นที่วัด
ชื่ออื่นวัดสกิทาคา หรือวัดสกทาคามีวนาราม
ลักษณะเด่นสถาปัตยกรรมล้านนาผสมพม่า กลมกลืนกับป่าดอยสุเทพ มีน้ำตก ลำห้วย ทางเดินป่า โบราณสถานเก่า และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
สิ่งสำคัญภายในวัดพระวิหาร พระเจดีย์ หอพระเจ้าน้ำตก วิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ พระพุทธรูปหน้าผา บ่อน้ำทิพย์ วิหารพระเจ้ากือนา วิหารวัดสามยอบ ศาลาพระพุทธรูป ลานปฏิบัติธรรม และลำห้วยผาลาด
ประเพณี / กิจกรรมสำคัญประเพณีเดือน 5 เป็ง วัดผาลาด ตวยฮอยครูบาตามเส้นทางธรรมชาติ ไหว้สาพระธาตุแสนสุข อัญเชิญพระธาตุ อาราธนาพระดอกไม้ และสรงน้ำพระธาตุแสนสุข
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญเขตทางเข้าด้านบน ลานวัด พระวิหาร พระเจดีย์ หอพระเจ้าน้ำตก แนวพระพุทธรูปหน้าผา บ่อน้ำทิพย์ แนวฐานวิหารพระเจ้ากือนา วิหารวัดสามยอบ ม่อนภาวนา ลานปฏิบัติธรรม ลำห้วย และจุดชมวิวเมืองเชียงใหม่
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูธีรสุตพจน์ ดร. หรือพระมหาสง่า ธีรสํวโร
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนห้วยแก้ว ผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ และอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย แล้วขึ้นถนนศรีวิชัยไปทางวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงพระธาตุดอยสุเทพ หรือเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดจากเชิงดอยสุเทพ ระยะทางประมาณ 2 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและสักการะ เป็นวัดป่าที่มีพระสงฆ์จำพรรษา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์บนเส้นทางดอยสุเทพ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เก็บค่าเข้าชมวัด หากเดินทางเข้าทางถนนหลัก ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดมีค่าบริการพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยตามอัตราที่ประกาศ
เบอร์ติดต่อหลัก087-645-4390
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ประมาณ 4.5 กม.
2. น้ำตกห้วยแก้ว ประมาณ 5 กม.
3. สวนสัตว์เชียงใหม่ ประมาณ 5 กม.
4. วัดอุโมงค์ ประมาณ 6 กม.
5. บ้านข้างวัด ประมาณ 6 กม.
6. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ประมาณ 6 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ผาลาดตะวันรอน ประมาณ 3 กม. โทร. 053-216-576
2. Basecamp Coffee House ประมาณ 4 กม. โทร. 094-618-9090
3. No.39 Cafe ประมาณ 6 กม. โทร. 086-879-6697
4. Food4Thought ประมาณ 7 กม. โทร. 053-217-395
5. Anchan Vegetarian Restaurant ประมาณ 7 กม. โทร. 083-581-1689
6. ข้าวซอยแม่สาย ประมาณ 8 กม. โทร. 053-213-284
ที่พักใกล้เคียง1. Villa Mahabhirom ประมาณ 6 กม. โทร. 053-281-599, 098-747-3366
2. TUCK Me iN ประมาณ 6 กม. โทร. 089-990-9949
3. Four O’Clock Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 061-790-4446
4. The Core Gallery Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 053-218-163
5. Hotel MAYU Chiang Mai ประมาณ 8 กม. โทร. 098-806-5896
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดผาลาดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดผาลาดตั้งอยู่เลขที่ 101 บ้านห้วยผาลาด หมู่ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ บนเส้นทางถนนศรีวิชัยขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
 
ถาม: วัดผาลาดมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดผาลาดเป็นวัดเก่าแก่ที่สัมพันธ์กับตำนานการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นดอยสุเทพในรัชสมัยพระเจ้ากือนา และเป็นวัดป่าที่มีโบราณสถานสำคัญหลายส่วนท่ามกลางธรรมชาติดอยสุเทพ
 
ถาม: จุดเด่นของวัดผาลาดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระวิหารล้านนาผสมพม่า เจดีย์ศิลปะพม่า หอพระเจ้าน้ำตก ลำห้วยผาลาด พระพุทธรูปหน้าผา บ่อน้ำทิพย์ วิหารพระเจ้ากือนา วิหารวัดสามยอบ และบรรยากาศสงบร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
 
ถาม: วัดผาลาดเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดผาลาดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
 
ถาม: วัดผาลาดมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดผาลาดไม่เก็บค่าเข้าชมวัดสำหรับผู้เดินทางเข้าทางถนนหลัก ส่วนผู้ใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดต้องชำระค่าบริการพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยตามอัตราที่ประกาศ
 
ถาม: เดินขึ้นวัดผาลาดได้ไหม?
ตอบ: ได้ สามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาดจากบริเวณเชิงดอยสุเทพ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางนี้เป็นทางเดินป่าเก่าที่สัมพันธ์กับเส้นทางศรัทธาขึ้นดอยสุเทพ
 
ถาม: ควรเที่ยววัดผาลาดร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย น้ำตกห้วยแก้ว สวนสัตว์เชียงใหม่ วัดอุโมงค์ บ้านข้างวัด และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
ถาม: เข้าวัดผาลาดควรแต่งกายอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อคลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงมีความยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนา รักษาความสงบ และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรมภายในวัด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)