หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.พระสิงห์ > วัดศรีเกิด
TL;DR: วัดศรีเกิด อยู่ที่ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางมายังถนนราชดำเนินในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน.

เชียงใหม่

วัดศรีเกิด

วัดศรีเกิด

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.00 น.
 
วัดศรีเกิด เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ภายในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรมล้านนา และความศรัทธาของชาวเชียงใหม่ จุดเด่นที่สุดของวัดคือพระพุทธรูปสำคัญที่รู้จักกันในชื่อ พระเจ้าแข้งคม พระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทองขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะพุทธศิลป์แตกต่างจากพระพุทธรูปล้านนาโดยทั่วไป และเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงประวัติเมืองเชียงใหม่ในสมัยพระเจ้าติโลกราชกับการฟื้นฟูเมืองในสมัยพระเจ้ากาวิละ
 
วัดศรีเกิดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเมืองเก่าเชียงใหม่แบบลึกและมีสาระ เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงบรรยากาศสงบสำหรับไหว้พระ แต่ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับศิลาจารึก พระพุทธรูปสำคัญ วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเจ้าแข้งคม และหลักฐานการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน วัดตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน เส้นทางสำคัญของเมืองเก่าที่เชื่อมต่อกับวัดพระสิงห์ วัดทุงยู วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ประตูท่าแพ และถนนคนเดินวันอาทิตย์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเดินชมเมืองเก่าเชียงใหม่ได้อย่างต่อเนื่องภายในวันเดียว
 
ความสำคัญของวัดศรีเกิดเริ่มจากสถานะของวัดในฐานะวัดราษฎร์ฝ่ายมหานิกายที่ตั้งอยู่ในตำบลพระสิงห์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ วัดประเภทนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับชุมชนเมืองโดยตรง เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนในละแวกถนนราชดำเนิน เป็นจุดทำบุญ ไหว้พระ และรักษาร่องรอยความทรงจำของเมืองเก่าที่ดำรงต่อเนื่องมาหลายช่วงสมัย
 
ในทางประวัติศาสตร์ วัดศรีเกิดสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากาวิละ ราว พ.ศ. 2343 โดยชื่อที่เกี่ยวข้องกับวัดในหลักฐานเดิมคือ วัดหลวงโพธิรุกขพิชชาราม ซึ่งปรากฏเชื่อมโยงกับศิลาจารึกคราวอัญเชิญพระเจ้าแข้งคมเข้ามาประดิษฐานในวิหาร วัดศรีเกิดจึงเป็นพื้นที่ที่มีหลักฐานหลายชั้น ทั้งชื่อวัดเดิม ชื่อที่ปรากฏในวรรณกรรมเก่า จารึกเกี่ยวกับพระพุทธรูปแข้งคม และบริบททางการเมืองวัฒนธรรมของเชียงใหม่ในยุคฟื้นเมืองหลังสมัยพม่า
 
แม้วัดศรีเกิดในรูปแบบที่เห็นปัจจุบันจะสัมพันธ์กับสมัยพระเจ้ากาวิละอย่างชัดเจน แต่ชื่อวัดศรีเกิดปรากฏในโคลงหริภุญชัย ซึ่งแต่งขึ้นราว พ.ศ. 2025–2060 ในบทที่ 12 การปรากฏชื่อนี้ทำให้วัดศรีเกิดมีความน่าสนใจในฐานะชื่อสถานที่ทางศาสนาที่มีร่องรอยอยู่ในเอกสารวรรณกรรมเก่าแก่ของล้านนา เมื่อนำมาประกอบกับหลักฐานศิลาจารึกและข้อมูลพระเจ้าแข้งคม วัดแห่งนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าการเป็นวัดประจำชุมชนทั่วไป เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงวรรณกรรม จารึก พุทธศิลป์ และประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ไว้ด้วยกัน
 
วิหารของวัดศรีเกิดสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2352 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าแข้งคม แม้รูปแบบวิหารเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตตามการบูรณะและการใช้งานของวัดในระยะยาว แต่ความสำคัญของวิหารยังอยู่ที่การเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของเชียงใหม่ ภายในวิหารจึงเป็นจุดที่ควรใช้เวลาชมอย่างสงบ ไม่ควรเดินผ่านอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งความศรัทธา ศิลปกรรม และหลักฐานประวัติศาสตร์ไว้ในจุดเดียว
 
พระเจ้าแข้งคม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิราบ หล่อด้วยสำริด ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 94 นิ้ว สูง 112 นิ้ว และมีน้ำหนักประมาณ 3,960 กิโลกรัม พระพุทธรูปองค์นี้ได้รับการยกย่องในฐานะพระพุทธรูปสำคัญที่มีลักษณะเฉพาะต่างจากแบบแผนล้านนาทั่วไป โดยเฉพาะพระชงฆ์หรือหน้าแข้งที่ทำเป็นสันชัดเจน จึงเกิดชื่อเรียกว่า “พระเจ้าแข้งคม” ชื่อนี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกตามศรัทธา แต่เกิดจากลักษณะทางพุทธศิลป์ที่มองเห็นได้จริง
 
พระเจ้าแข้งคมเกี่ยวข้องกับพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์สำคัญแห่งล้านนา ผู้โปรดให้หล่อพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นที่วัดป่าตาลน้อยหรือวัดตาลวันมหาวิหารเมื่อ พ.ศ. 2027 ลักษณะขององค์พระสะท้อนอิทธิพลศิลปะอยุธยารูปแบบอู่ทองรุ่นที่ 2 และมีเค้าศิลปะเขมรแบบบายนอยู่ร่วมด้วย เห็นได้จากพระพักตร์สี่เหลี่ยม พระเนตรเปิดกว้าง พระโอษฐ์หนา พระหนุเหลี่ยม มีไรพระศก ขมวดพระเกศาเล็ก พระรัศมีเป็นเปลวสูง และชายสังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่ยาวลงมาจรดพระนาภี ลักษณะเหล่านี้ทำให้พระเจ้าแข้งคมเป็นพระพุทธรูปที่มีความโดดเด่นมากในกลุ่มพุทธศิลป์ล้านนา
 
การที่พระพุทธรูปองค์นี้มีอิทธิพลจากศิลปะอยุธยาและรูปแบบลพบุรีปะปนอยู่ในพื้นที่ล้านนา แสดงให้เห็นการแลกเปลี่ยนทางศิลปกรรมระหว่างอาณาจักรและภูมิภาคในอดีต พระพุทธรูปล้านนาส่วนมากมีลักษณะพระพักตร์อิ่ม นุ่มนวล และให้ความรู้สึกละมุนตามแบบเชียงแสนหรือล้านนา แต่พระเจ้าแข้งคมมีพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระเนตรเปิดกว้าง และพระชงฆ์เป็นสัน จึงมีบุคลิกที่เข้มแข็ง สง่างาม และแตกต่างอย่างชัดเจน การชมพระเจ้าแข้งคมจึงเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจศิลปะล้านนาในมิติที่หลากหลายกว่าภาพจำทั่วไป
 
ในสมัยพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าแข้งคมได้รับการอัญเชิญจากวัดป่าตาลน้อยมาประดิษฐานเป็นพระประธานในวิหารวัดศรีเกิด การอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญเข้าสู่เมืองเชียงใหม่มีความหมายทั้งทางศาสนาและการเมืองวัฒนธรรม เพราะเป็นช่วงที่เชียงใหม่กำลังฟื้นฟูเมือง วัด ผู้คน และระบบศรัทธาหลังผ่านความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ยาวนาน พระเจ้าแข้งคมจึงไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปเก่าแก่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูศาสนาและความมั่นคงทางจิตใจของเมืองเชียงใหม่ในยุคพระเจ้ากาวิละ
 
ศิลาจารึกวัดศรีเกิดมีความสำคัญมากต่อการศึกษาประวัติของวัดและพระเจ้าแข้งคม จารึกดังกล่าวเป็นอักษรฝักขาม ภาษาไทย จารึกบนหินทรายสีเทา กำหนดอายุ พ.ศ. 2352 มีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดพิธีฉลองพระพุทธรูปแข้งคม วัดป่าตาล โดยมีพระมหาสมเด็จปวัตตหลวงโพธิรุกขาพิชารามหรือ นนทาวิริยวังโส เป็นประธานในพิธี และมีสาธุเจ้ากาวีรปัญโญชติลวังโสเป็นศาสนูปถัมภก จารึกนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันบทบาทของวัดศรีเกิดในช่วงสมัยพระเจ้ากาวิละ
 
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดศรีเกิดในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478 การขึ้นทะเบียนนี้สะท้อนคุณค่าของวัดในฐานะแหล่งศิลปกรรมและโบราณสถานที่ควรได้รับการอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมจึงควรมองวัดศรีเกิดในฐานะพื้นที่มรดกวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงจุดแวะไหว้พระทั่วไป การเดินชมควรให้ความสำคัญกับทั้งองค์พระ วิหาร เจดีย์ ต้นโพธิ์ พื้นที่วัด และบรรยากาศโดยรอบซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบของวัดเก่าในเมืองเชียงใหม่
 
อาคารและพื้นที่สำคัญภายในวัดศรีเกิดประกอบด้วยวิหาร อุโบสถ เจดีย์ ต้นโพธิ์ และพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา วิหารเป็นหัวใจหลักของการเยี่ยมชมเพราะเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าแข้งคม ส่วนอุโบสถเป็นพื้นที่สำหรับสังฆกรรมและแสดงบทบาทของวัดในฐานะวัดที่ยังมีการใช้งานทางพระพุทธศาสนา เจดีย์ภายในวัดเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มภาพของวัดล้านนาในเขตเมืองเก่า และต้นโพธิ์ให้บรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ
 
ปัจจุบันวัดศรีเกิดยังเป็นวัดที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม มีพระภิกษุจำพรรษา และมีพระครูสุนทรขันติรัตเป็นเจ้าอาวาส วัดจึงยังคงมีชีวิตทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารที่กำหนด ไม่สัมผัสองค์พระหรือโบราณวัตถุ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มากราบไหว้ การเคารพกติกาของวัดเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณภาพ
 
บรรยากาศของวัดศรีเกิดต่างจากวัดแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ เพราะพื้นที่วัดมีขนาดไม่ใหญ่และตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าที่มีผู้คนสัญจรตลอดวัน ความน่าสนใจของวัดจึงอยู่ที่ความสงบซึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางเส้นทางท่องเที่ยวหลัก เมื่อก้าวเข้าสู่เขตวัด นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงพื้นที่ศาสนาที่แยกตัวออกจากความคึกคักบนถนนราชดำเนินอย่างพอดี เหมาะสำหรับการไหว้พระ พักใจ และชมรายละเอียดทางศิลปกรรมโดยไม่เร่งรีบ
 
การเดินทางไปวัดศรีเกิดสะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ภายในคูเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่พักในเขตเมืองเก่า โดยเฉพาะย่านวัดพระสิงห์ ถนนสามล้าน ถนนราชมรรคา หรือบริเวณประตูท่าแพ สามารถเดินเท้ามายังวัดได้อย่างสะดวก หากเดินทางจากนอกเขตเมืองเก่า สามารถใช้รถแดง รถรับจ้าง รถยนต์ส่วนตัว หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมายังถนนราชดำเนินได้โดยตรง การเดินเท้าในย่านนี้เหมาะที่สุด เพราะมีวัด ร้านอาหาร คาเฟ่ และจุดท่องเที่ยวหลายแห่งอยู่ใกล้กัน
 
หากเริ่มต้นจากวัดพระสิงห์ สามารถเดินตามถนนราชดำเนินมายังวัดศรีเกิดได้ในเวลาไม่นาน และสามารถเดินต่อไปยังวัดทุงยู วัดพันเตา วัดเจดีย์หลวง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และประตูท่าแพได้ตามลำดับ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นภาพรวมของเมืองเก่าเชียงใหม่ผ่านวัดและถนนสายสำคัญในเขตคูเมือง โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งอากาศเหมาะกับการเดินชมเมืองมากกว่าช่วงกลางวัน
 
วันอาทิตย์เป็นวันที่วัดศรีเกิดสามารถจัดเข้ากับแผนเที่ยวถนนคนเดินราชดำเนินได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถมาไหว้พระและชมพระเจ้าแข้งคมในช่วงกลางวันหรือบ่าย แล้วรอเดินชมถนนคนเดินในช่วงเย็น เส้นทางนี้ช่วยให้การเที่ยวเชียงใหม่มีทั้งมิติด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม อาหารท้องถิ่น และวิถีเมืองร่วมสมัยอยู่ในวันเดียวกัน
 
วัดศรีเกิดยังเหมาะกับผู้ที่สนใจถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและบรรยากาศเมืองเก่า จุดที่ควรสังเกตคือแนววิหาร รูปทรงอาคาร พื้นที่รอบเจดีย์ ต้นโพธิ์ และมุมสงบภายในวัด ภาพถ่ายจากวัดศรีเกิดจะให้ความรู้สึกต่างจากภาพวัดใหญ่ที่คุ้นตา เพราะเป็นภาพของวัดชุมชนเก่าแก่ที่ยังอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันของเมืองเชียงใหม่อย่างแนบเนียน
 
สำหรับผู้สนใจพุทธศิลป์ พระเจ้าแข้งคมเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรมาเยือนวัดศรีเกิดด้วยตนเอง การอ่านข้อมูลจากหนังสือหรือเว็บไซต์ช่วยให้เข้าใจประวัติและลักษณะทางศิลปะได้ระดับหนึ่ง แต่การเห็นองค์พระในวิหารจริงจะทำให้เข้าใจขนาด น้ำหนัก สัดส่วน พระพักตร์ พระชงฆ์ และความสง่างามขององค์พระได้ชัดเจนกว่า พระพุทธรูปองค์นี้ช่วยเปิดมุมมองว่าเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางศิลปกรรมที่รับและแปลงอิทธิพลจากภายนอกให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีบริบทของตนเอง
 
วัดศรีเกิดจึงเป็นวัดที่ควรบรรจุไว้ในเส้นทางเที่ยววัดเชียงใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อหาลึกกว่าการแวะชมวัดยอดนิยมทั่วไป วัดแห่งนี้มีทั้งประวัติสมัยพระเจ้ากาวิละ หลักฐานชื่อวัดในโคลงหริภุญชัย ศิลาจารึก พ.ศ. 2352 พระเจ้าแข้งคมที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าติโลกราช และสถานะโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใน พ.ศ. 2478 ทุกองค์ประกอบทำให้วัดศรีเกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีข้อมูลแน่น อ่านสนุก และชมจริงได้อย่างมีความหมาย
 
โดยสรุป วัดศรีเกิดเป็นวัดเก่าในเมืองเชียงใหม่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมสูง จุดเด่นอยู่ที่พระเจ้าแข้งคม พระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทองขนาดใหญ่ที่มีลักษณะหน้าแข้งเป็นสันคมตามชื่อ และเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของพุทธศิลป์ล้านนาที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอยุธยาและลพบุรี วัดตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย ใกล้วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ประตูท่าแพ และถนนคนเดินราชดำเนิน จึงเหมาะทั้งสำหรับการไหว้พระ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และการจัดเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่าเชียงใหม่แบบครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่วัดศรีเกิด
ที่ตั้งถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่171 ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
พิกัด18.7881, 98.9842
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย
ไฮไลต์พระเจ้าแข้งคม พระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทองขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะอยุธยาและลพบุรี
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากาวิละ ราว พ.ศ. 2343 วิหารสร้างราว พ.ศ. 2352 เพื่อประดิษฐานพระเจ้าแข้งคม และกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478
ชื่อเดิม / ชื่อในหลักฐานวัดหลวงโพธิรุกขพิชชาราม ปรากฏเชื่อมโยงกับศิลาจารึกคราวอัญเชิญพระเจ้าแข้งคมเข้ามาประดิษฐานในวิหาร
สิ่งสำคัญภายในวัดพระเจ้าแข้งคม วิหาร อุโบสถ เจดีย์ ต้นโพธิ์ และพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา
ลักษณะเด่นของพระเจ้าแข้งคมพระพุทธรูปปางมารวิชัย สำริดลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 94 นิ้ว สูง 112 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 3,960 กิโลกรัม มีพระชงฆ์เป็นสันคมซึ่งเป็นที่มาของชื่อ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญวิหารประดิษฐานพระเจ้าแข้งคม อุโบสถ เจดีย์ ต้นโพธิ์ และพื้นที่วัดสำหรับไหว้พระทำบุญ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูสุนทรขันติรัต
การเดินทางเดินทางมายังถนนราชดำเนินในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ผู้ที่พักในย่านวัดพระสิงห์และคูเมืองสามารถเดินเท้าได้สะดวก
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและยังเป็นวัดที่มีการใช้งานทางพระพุทธศาสนาในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกมีที่จอดรถในพื้นที่จำกัด เหมาะกับการเดินเท้าจากย่านวัดพระสิงห์หรือถนนราชดำเนิน
เบอร์ติดต่อหลัก053-277-147
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดทุงยู ประมาณ 0.1 กม.
2. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 0.3 กม.
3. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ประมาณ 0.7 กม.
4. วัดพันเตา ประมาณ 0.8 กม.
5. ถนนคนเดินราชดำเนิน ประมาณ 0.1 กม.
6. ประตูท่าแพ ประมาณ 1 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. อาข่า อ่ามา ลา ฟัตตอเรีย พระสิงห์ ประมาณ 0.1 กม.
2. บ้านบุรี คาเฟ่ แอนด์ เรสเทอรองต์ ประมาณ 0.1 กม. โทร. 053-416-500, 093-490-0878
3. อิตส์ กู๊ด คิทเช่น ประมาณ 0.2 กม. โทร. 089-432-2323
4. เฮือนเพ็ญ ประมาณ 0.6 กม. โทร. 053-814-548, 094-628-4312
5. เอสพี ชิกเก้น ประมาณ 0.7 กม.
6. เฟิร์น ฟอเรสต์ คาเฟ่ ประมาณ 1.1 กม. โทร. 084-616-1144
ที่พักใกล้เคียง1. บุรี แกลเลอรี่ เฮ้าส์ ประมาณ 0.2 กม. โทร. 053-416-500, 093-490-0878
2. 99 เดอะ เฮอริเทจ โฮเทล ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-326-287, 097-920-4252
3. ยู เชียงใหม่ ประมาณ 0.6 กม. โทร. 053-327-000, 081-960-5584
4. ดิ อินไซด์ เฮาส์ ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-904-699
5. ราชมรรคา โฮเทล ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-904-111 ถึง 112
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีเกิดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีเกิดตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ภายในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ใกล้วัดพระสิงห์และถนนคนเดินราชดำเนิน
 
ถาม: วัดศรีเกิดมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดศรีเกิดเป็นวัดเก่าแก่ในเมืองเชียงใหม่ที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าแข้งคม ศิลาจารึก พ.ศ. 2352 และประวัติการฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ในสมัยพระเจ้ากาวิละ
 
ถาม: พระเจ้าแข้งคมคืออะไร?
ตอบ: พระเจ้าแข้งคมเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยสำริด ลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 94 นิ้ว สูง 112 นิ้ว และมีพระชงฆ์เป็นสันคมซึ่งเป็นที่มาของชื่อ
 
ถาม: วัดศรีเกิดเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดศรีเกิดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.00 น.
 
ถาม: วัดศรีเกิดเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดศรีเกิดไม่เสียค่าเข้าชม เหมาะสำหรับการไหว้พระและเดินชมวัดในเส้นทางเมืองเก่าเชียงใหม่
 
ถาม: เดินทางไปวัดศรีเกิดได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมายังถนนราชดำเนิน หากพักในเขตเมืองเก่าหรือย่านวัดพระสิงห์สามารถเดินเท้าได้สะดวก
 
ถาม: วัดศรีเกิดอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวใดบ้าง?
ตอบ: วัดศรีเกิดอยู่ใกล้วัดทุงยู วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ถนนคนเดินราชดำเนิน และประตูท่าแพ
 
ถาม: ใครควรไปเที่ยววัดศรีเกิด?
ตอบ: วัดศรีเกิดเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าเชียงใหม่ พุทธศิลป์ล้านนา ประวัติพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าแข้งคม และการเดินเที่ยวเมืองเก่าแบบสงบไม่เร่งรีบ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)