หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ช้างม่อย > วัดชมพู
TL;DR: วัดชมพู อยู่ที่ถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากประตูท่าแพ ตลาดวโรรส หรือย่านเมืองเก่าได้สะดวก ใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป รถยนต์ส่วนตัว.

เชียงใหม่

วัดชมพู

วัดชมพู

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดชมพู จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บนถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดแห่งนี้มีคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ล้านนา ศิลปกรรมพระธาตุ และความทรงจำของชุมชนช้างม่อย จุดเด่นสำคัญคือพระธาตุเจดีย์ทองจังโกซึ่งมีรูปทรงเชื่อมโยงกับพระธาตุดอยสุเทพ จนผู้คนในชุมชนเรียกว่าเป็นพระธาตุเจดีย์คู่แฝดของพระธาตุดอยสุเทพ วัดยังเป็นพื้นที่ศรัทธาที่เปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมศิลปกรรมได้ทุกวัน
 
วัดชมพูเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเชียงใหม่แบบเดินทางง่าย เพราะตั้งอยู่ใกล้ประตูท่าแพ ตลาดสมเพชร ตลาดวโรรส วัดเชียงมั่น วัดอู่ทรายคำ และย่านช้างม่อยเก่า ซึ่งเป็นย่านเก่าที่มีทั้งวัด ชุมชน ตลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักขนาดเล็กอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่น แม้วัดจะอยู่ใกล้เขตเมืองท่องเที่ยวที่คึกคัก แต่พื้นที่ภายในวัดยังรักษาบรรยากาศสงบแบบวัดชุมชนเก่าไว้ได้ดี เหมาะกับการแวะไหว้พระช่วงเช้า เดินชมพระธาตุ และต่อเส้นทางไปยังย่านเมืองเก่าได้สะดวก
 
ชื่อเดิมของวัดชมพูคือ วัดใหม่พิมพา ชื่อนี้เชื่อมโยงกับตำนานพระธาตุดอยสุเทพและเรื่องเล่าของพระนางพิมพาเทวี ซึ่งเดินทางขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพได้ยากเพราะเส้นทางขึ้นดอยในอดีตยังลำบาก ไม่มีถนนและยานพาหนะเหมือนปัจจุบัน จึงเกิดการสร้างพระธาตุเจดีย์ที่วัดใหม่พิมพาเพื่อเป็นสถานที่สักการะแทนพระธาตุดอยสุเทพสำหรับผู้ที่เดินทางขึ้นดอยไม่สะดวก เรื่องเล่านี้ทำให้วัดชมพูมีความหมายพิเศษ เพราะวัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ช่วยเชื่อมผู้คนในเมืองกับพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่
 
วัดชมพูได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2325 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2445 สถานะดังกล่าวยืนยันบทบาทของวัดในฐานะศาสนสถานที่มีความสำคัญต่อคณะสงฆ์และชุมชน วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดชมพระธาตุเท่านั้น แต่เป็นวัดชุมชนที่ผ่านการใช้งานทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำบุญ ฟังธรรม ร่วมพิธีกรรม และเป็นพื้นที่เชื่อมสัมพันธ์ของผู้คนในละแวกช้างม่อยเก่า ความเก่าแก่ของวัดจึงควรอ่านควบคู่กับบทบาทของชุมชนที่อยู่รายรอบวัดมาอย่างยาวนาน
 
การเปลี่ยนชื่อจากวัดใหม่พิมพาเป็นวัดชมพูสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในสมัยพระเจ้ากาวิละ เมื่อพระเจ้ากาวิละทรงปราบศัตรูพม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่และเสด็จเข้าเสวยเมือง มีการกล่าวถึงพระอาจารย์ผู้ฉมังเวทนามว่า ครูบาชมพู ซึ่งติดตามมาในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ยอมเข้าไปพำนักภายในเมืองและเลือกพำนักรักษาพระนครอยู่ ณ วัดใหม่พิมพา วัดแห่งนี้จึงถูกเรียกขานว่า “วัดครูบาชมพู” ก่อนที่ชื่อจะค่อย ๆ เหลือเป็น “วัดชมพู” ตามการเรียกของผู้คนในเวลาต่อมา
 
เรื่องราวของครูบาชมพูทำให้วัดแห่งนี้มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะวัดชมพูไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับศรัทธาพระธาตุเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับช่วงฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่หลังพ้นอำนาจพม่า พื้นที่วัดเคยถูกกล่าวถึงว่าเป็นที่ตั้งกองบัญชาการรบของแม่ทัพพม่าในอดีต เมื่อเมืองเชียงใหม่กลับเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู การที่พระอาจารย์ชมพูเลือกพำนักอยู่บริเวณนี้จึงทำให้วัดกลายเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของการปกปักรักษาเมืองและการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่สงครามสู่พื้นที่ศรัทธา
 
พระธาตุเจดีย์ทองจังโกคือหัวใจสำคัญของวัดชมพู องค์พระธาตุมีลักษณะโดดเด่นจากการหุ้มด้วยแผ่นโลหะที่เรียกว่าแผ่นทองจังโก ตัวพระธาตุสูงประมาณ 30 เมตร กว้างด้านละประมาณ 11.30 เมตร ยอดพระธาตุมีฉัตร 7 ชั้น ลวดลายประดับบนแผ่นโลหะใช้วิธีสลักดุนเป็นลายกระหนกใบเทศ ลายก้านขด และบางแผ่นมีลวดลายเกี่ยวกับสิบสองนักษัตร รายละเอียดเหล่านี้ทำให้พระธาตุวัดชมพูเป็นงานศิลปกรรมที่ควรชมอย่างช้า ๆ ไม่ใช่เพียงเดินผ่านหรือถ่ายภาพจากระยะไกล
 
การประดับทองจังโกบนพระธาตุวัดชมพูเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญ เพราะ “ทองจังโก” ไม่ได้หมายถึงทองคำทั้งองค์ แต่เป็นแผ่นโลหะที่นำมาตกแต่งผิวองค์พระธาตุ แล้วลงรักปิดทองหรือประดับให้เกิดประกายงดงามเมื่อกระทบแสง ลักษณะนี้พบในศิลปกรรมล้านนาหลายแห่ง และเป็นวิธีสร้างความศักดิ์สิทธิ์ ความสว่าง และความเป็นมงคลให้กับองค์พระธาตุ พระธาตุเจดีย์ทองจังโกของวัดชมพูจึงมีคุณค่าทั้งด้านศรัทธาและด้านช่างศิลป์
 
ผู้คนในชุมชนช้างม่อยมักเล่าว่าพระธาตุวัดชมพูเป็นพระธาตุพี่น้องหรือคู่แฝดกับพระธาตุดอยสุเทพ เพราะรูปทรงมีความใกล้เคียงกันและมีเรื่องเล่าเชื่อมโยงกันโดยตรง สำหรับคนในอดีตที่ไม่สามารถเดินทางขึ้นดอยสุเทพได้ การมาสักการะพระธาตุวัดชมพูจึงเปรียบเสมือนได้เข้าใกล้พระธาตุศักดิ์สิทธิ์บนดอยสุเทพในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกกว่า ความหมายนี้ทำให้วัดชมพูมีบทบาทเป็นวัดของผู้คนทั่วไป เป็นพระธาตุของชุมชนเมือง และเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศรัทธาเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
 
ในด้านงานบูรณะ พระธาตุเจดีย์วัดชมพูได้รับการบูรณะครั้งสำคัญและแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2542 โดยมีพระครูพิพัฒน์สมาจารและคณะกรรมการวัดร่วมดำเนินการ งานบูรณะใช้เวลายาวนานหลายปี มีการควบคุมดูแลและออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปไทย รวมทั้งทำงานร่วมกับช่างฝีมือพื้นบ้านล้านนา การบูรณะครั้งนี้ไม่ใช่การซ่อมแซมแบบผิวเผิน แต่เป็นการรักษารูปแบบเดิม เสริมส่วนที่ขาดหาย และคงความสมบูรณ์ของพระธาตุให้เป็นมรดกทางศรัทธาและศิลปกรรมของชุมชนต่อไป
 
นอกจากพระธาตุแล้ว วัดชมพูยังมีซุ้มประตูโบราณทางทิศเหนือซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีความสำคัญมาก ซุ้มประตูนี้สะท้อนแนวคิดการวางผังชุมชนหัววัดในอดีตที่ใช้ประตูวัดเป็นแกนนำสายตา มีบ้านเรือนรายล้อมวัด และมีเส้นทางเดินของชุมชนเชื่อมเข้าสู่ศาสนสถาน ซุ้มประตูโบราณจึงไม่ใช่เพียงทางเข้า แต่เป็นหลักฐานทางผังเมืองระดับชุมชน บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้านเรือนโดยรอบก่อนที่ถนนสำหรับรถยนต์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
 
ซุ้มประตูโบราณวัดชมพูยังมีเรื่องเล่าว่าเป็นประตูเจ้า ซึ่งเจ้าเมืองในอดีตใช้เดินเข้าสู่วัด บริเวณทางเข้าทิศเหนือเคยเป็นแกนสำคัญของวัดและชุมชน แต่เมื่อการสัญจรเปลี่ยนจากตรอกเดินเป็นถนนสำหรับรถ พื้นที่นี้จึงค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลง ผู้มาเยือนในปัจจุบันควรใช้เวลามองซุ้มประตูนี้อย่างตั้งใจ เพราะเป็นจุดที่ช่วยให้เข้าใจว่าผังวัดเก่าในเชียงใหม่ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อรถยนต์ แต่ถูกออกแบบเพื่อการเดิน การเข้าสู่วัดของชุมชน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับวัด
 
ภายในวัดยังมีหอไตรซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น มีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นบน หอไตรเป็นพื้นที่สำคัญในวัดไทยและวัดล้านนา เพราะเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาคัมภีร์ พระไตรปิฎก และองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา รายละเอียดอาคารมีทั้งผนังสีเรียบ ตัวอักษรจีนบนเสาบางส่วน หน้าบันประดับรูปเสือในงานนูนต่ำ และแนวหลังคาที่มีองค์ประกอบนาค การมีหอไตรในวัดชมพูช่วยเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้ให้วัด ไม่ใช่เพียงพื้นที่ไหว้พระและชมพระธาตุเท่านั้น
 
องค์ประกอบทางศิลปกรรมอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือศาลาและพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัยซึ่งทำจากหินอ่อนก้อนเดียว พระพุทธรูปปางประทานอภัยสื่อถึงความคุ้มครอง ความสงบ และการคลายความหวาดกลัว การมีพระพุทธรูปหินอ่อนลักษณะนี้ทำให้วัดชมพูมีจุดชมที่แตกต่างจากวัดใกล้เคียงหลายแห่ง ผู้ที่สนใจศิลปกรรมควรสังเกตวัสดุ ท่าทาง และตำแหน่งการประดิษฐาน เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนทั้งรสนิยมทางศิลปะและความหมายทางพระพุทธศาสนา
 
พระประธานในวิหารของวัดชมพูเป็นพระพุทธรูปลงรักปิดทอง ใช้เป็นศูนย์กลางการสักการะของผู้มาเยือนและชาวบ้านในพื้นที่ การไหว้พระภายในวิหารควรทำด้วยความสงบ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร แต่งกายสุภาพ และไม่รบกวนผู้ที่กำลังทำบุญ วิหารเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสวัดชมพูในฐานะวัดที่ยังมีชีวิตทางศาสนา ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับชมโบราณสถาน เมื่อไหว้พระภายในวิหารแล้วจึงค่อยเดินออกมาชมพระธาตุและพื้นที่โดยรอบ
 
พื้นที่ช้างม่อยเก่าเป็นบริบทสำคัญที่ช่วยอธิบายวัดชมพูได้ดี ย่านนี้เป็นย่านเก่าที่มีทั้งช่างตีเหล็ก พ่อค้า แม่ค้า ตลาด และวัดจำนวนมากอยู่ใกล้กัน วัดชมพูเคยได้รับการอุปถัมภ์จากผู้คนในละแวกถนนสิทธิวงศ์และถนนช้างม่อยเก่า ทำให้วัดมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชนการค้าและช่างฝีมือ ไม่ใช่วัดที่แยกตัวออกจากชีวิตทางเศรษฐกิจของผู้คน การเที่ยววัดชมพูจึงควรมองควบคู่กับตรอกซอกซอยรอบวัด ตลาดใกล้เคียง และประวัติย่านช้างม่อยในฐานะย่านการค้าเก่าของเชียงใหม่
 
วัดชมพูยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนช้างม่อย ผู้ที่สนใจเมืองเชียงใหม่ในมิติการเรียนรู้สามารถใช้วัดเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อทำความเข้าใจย่านเก่า เพราะภายในวัดมีทั้งพระธาตุ ศิลปกรรม ประวัติครูบาชมพู เรื่องเล่าพระธาตุดอยสุเทพ ซุ้มประตูโบราณ หอไตร และบทบาทของชุมชนโดยรอบ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดชมพูมีความครบถ้วนมากกว่าวัดขนาดเล็กทั่วไป และเหมาะกับการนำเสนอในฐานะวัดเก่าที่มีเรื่องราวหลายชั้น
 
การเดินทางไปวัดชมพูสะดวกมากจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากเริ่มจากประตูท่าแพสามารถเดินขึ้นไปทางทิศเหนือเข้าสู่ย่านช้างม่อยเก่าได้ในระยะไม่ไกล หรือใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป และรถยนต์ส่วนตัว โดยระบุปลายทางว่า “วัดชมพู ถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1” หากมาจากตลาดวโรรสหรือริมแม่น้ำปิงสามารถเดินหรือเรียกรถระยะสั้นได้เช่นกัน วัดตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าที่ตรอกซอยค่อนข้างแคบ ผู้ที่ขับรถควรเผื่อเวลาเรื่องที่จอดรถและควรหลีกเลี่ยงช่วงการจราจรหนาแน่น
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินเที่ยว วัดชมพูสามารถจัดเป็นเส้นทางร่วมกับประตูท่าแพ ตลาดสมเพชร วัดเชียงมั่น วัดอู่ทรายคำ ตลาดวโรรส ถนนท่าแพ และเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ได้อย่างลงตัว เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินชมเชียงใหม่ในมุมเมืองเก่าและย่านการค้า เพราะระยะระหว่างสถานที่หลายแห่งไม่ไกลมาก สามารถแวะไหว้พระ ชิมอาหารท้องถิ่น เดินตลาด และถ่ายภาพอาคารเก่าของช้างม่อยได้ภายในวันเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดชมพูคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่แดดไม่แรง ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและชมพระธาตุในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการแวะระหว่างเดินเที่ยวประตูท่าแพและตลาดวโรรส หากต้องการถ่ายภาพพระธาตุทองจังโกควรเลือกช่วงที่แสงธรรมชาติตกกระทบองค์พระธาตุพอดี เพราะผิวโลหะและแผ่นทองจะเกิดประกายเด่นชัด การถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ ไม่รบกวนผู้ที่มาทำบุญ และไม่สัมผัสองค์พระธาตุหรือส่วนประดับเก่าแก่
 
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดชมพูควรยึดหลักเดียวกับการเข้าวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดไหล่หรือสั้นเกินควร ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนฐานพระธาตุ ไม่สัมผัสลวดลายทองจังโก ไม่รบกวนพระสงฆ์ และเคารพพื้นที่ที่ใช้ประกอบศาสนกิจของวัด หากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมชุมชน ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพใกล้ชิดเกินไปและเปิดทางให้ผู้ที่มาทำบุญใช้พื้นที่ก่อน
 
วัดชมพูมีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม เพราะมีองค์ประกอบหลากหลาย ทั้งพระธาตุทองจังโกสูงเด่น ซุ้มประตูโบราณทางทิศเหนือ หอไตร วิหาร พระพุทธรูป และตรอกซอยรอบวัดที่สะท้อนบรรยากาศช้างม่อยเก่า ภาพของวัดชมพูไม่ใช่ภาพวัดขนาดใหญ่ที่เปิดกว้างแบบวัดท่องเที่ยวหลัก แต่เป็นภาพของวัดชุมชนที่อยู่แนบกับเมืองเก่า การถ่ายภาพที่ดีจึงควรเก็บทั้งรายละเอียดวัดและบริบทชุมชนโดยรอบ
 
หากพิจารณาในเชิงประวัติศาสตร์เมือง วัดชมพูช่วยเติมภาพเชียงใหม่ด้านตะวันออกของคูเมืองได้ดี พื้นที่ช้างม่อยอยู่ใกล้ประตูท่าแพและเส้นทางไปแม่น้ำปิง จึงมีความสัมพันธ์กับการค้า การเดินทาง และชุมชนเมืองมาก่อน วัดชมพูตั้งอยู่ในบริบทนี้และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาของผู้คนในละแวกดังกล่าว การเที่ยววัดชมพูจึงช่วยให้เข้าใจว่าเมืองเชียงใหม่ไม่ได้มีเพียงวัดใหญ่ภายในคูเมือง แต่ยังมีวัดเก่าในย่านชุมชนการค้าที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตเมืองเช่นกัน
 
ในเชิงศรัทธา พระธาตุเจดีย์ทองจังโกของวัดชมพูเป็นจุดที่ควรสักการะด้วยความตั้งใจ เพราะตำนานที่เชื่อมโยงกับพระธาตุดอยสุเทพทำให้พระธาตุองค์นี้มีสถานะพิเศษสำหรับผู้ที่เคารพพระธาตุในล้านนา ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระภายในวิหาร แล้วเดินเวียนชมองค์พระธาตุโดยรอบอย่างสงบ การชมลวดลายสิบสองนักษัตร ลายก้านขด และงานสลักดุนบนแผ่นโลหะจะช่วยให้เข้าใจว่าศิลปกรรมล้านนาไม่ได้มีเพียงความงามภายนอก แต่ยังแฝงคติจักรวาล ความเป็นมงคล และความละเอียดของช่างพื้นบ้านไว้ด้วย
 
วัดชมพูยังเหมาะกับผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่องพระธาตุจำลองในบริบทล้านนา เพราะเรื่องการสร้างพระธาตุเพื่อให้ผู้ที่ขึ้นดอยสุเทพไม่สะดวกได้มาสักการะในเมือง สะท้อนแนวคิดการทำให้ศรัทธาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมระหว่างศูนย์กลางศรัทธาบนดอยกับชีวิตประจำวันของผู้คนในเมือง ผู้สูงอายุ คนที่เดินทางลำบาก และชุมชนที่อยู่ใกล้วัดสามารถเข้าถึงการสักการะพระธาตุได้โดยไม่ต้องเดินทางขึ้นภูเขา
 
วัดชมพูมีเจ้าอาวาสที่มีบทบาทต่อการดูแลวัดคือ พระครูพิพัฒน์สมาจาร ธมฺมวุฑฺโฒ ซึ่งปรากฏในข้อมูลเกี่ยวกับวัดและชุมชนช้างม่อย บทบาทของเจ้าอาวาสมีความสำคัญต่อการรักษาพระธาตุ การบูรณะศาสนสถาน การดูแลกิจกรรมวัด และการเชื่อมวัดกับชุมชนโดยรอบ วัดชุมชนเก่าเช่นวัดชมพูดำรงอยู่ได้ด้วยความร่วมมือของพระสงฆ์ คณะกรรมการวัด ชาวบ้าน และผู้มีศรัทธาที่ช่วยกันรักษาทั้งพื้นที่วัดและความทรงจำทางวัฒนธรรมของชุมชน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด วัดชมพูใช้เวลาเข้าชมประมาณ 30–60 นาที เริ่มจากไหว้พระในวิหาร ชมพระประธานลงรักปิดทอง ต่อด้วยการชมพระธาตุเจดีย์ทองจังโก ซุ้มประตูโบราณ หอไตร และพื้นที่รอบวัด หากต้องการเดินต่อสามารถออกไปยังตลาดสมเพชร วัดเชียงมั่น หรือประตูท่าแพได้ไม่ยาก เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวในเมืองแบบไม่ต้องใช้รถตลอดเวลา และต้องการเห็นเชียงใหม่ในมุมวัดเก่ากับชุมชนตลาดเก่าไปพร้อมกัน
 
จุดแข็งของวัดชมพูเมื่อเทียบกับวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากกว่า คือวัดมีเรื่องราวเฉพาะตัวที่ชัดเจน ทั้งชื่อวัดใหม่พิมพา เรื่องครูบาชมพู ความเชื่อมโยงกับพระเจ้ากาวิละ อดีตกองบัญชาการพม่า พระธาตุคู่แฝดดอยสุเทพ งานทองจังโก ซุ้มประตูโบราณ และบริบทชุมชนช่างตีเหล็กกับพ่อค้าแม่ค้าในย่านช้างม่อย รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดชมพูเป็นวัดเล็กที่มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหนาแน่น เหมาะกับการเที่ยวแบบค่อย ๆ อ่านเมืองจากสถานที่จริง
 
โดยสรุป วัดชมพูเป็นวัดเก่าที่ควรแวะเมื่อเดินเที่ยวเชียงใหม่ย่านช้างม่อยและประตูท่าแพ เพราะวัดรวมทั้งประวัติศาสตร์ล้านนา ศรัทธาพระธาตุ ศิลปกรรมทองจังโก ตำนานพระธาตุดอยสุเทพ บทบาทครูบาชมพู และความทรงจำของชุมชนเมืองเก่าไว้ในพื้นที่เดียว ผู้มาเยือนจะได้มากกว่าการไหว้พระระยะสั้น แต่ได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน การค้า เส้นทางเมือง และความศรัทธาที่ทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองวัฒนธรรมสำคัญของภาคเหนือจนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่วัดชมพู
ที่ตั้งถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่39 ถนนช้างม่อยเก่า ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
พิกัด18.79121, 98.99455
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ไฮไลต์พระธาตุเจดีย์ทองจังโก พระธาตุคู่แฝดของพระธาตุดอยสุเทพ ซุ้มประตูโบราณ หอไตร และประวัติเกี่ยวกับครูบาชมพู
ประวัติ / สมัย / ยุคเดิมชื่อวัดใหม่พิมพา ได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2325 เปลี่ยนชื่อเป็นวัดชมพูในสมัยพระเจ้ากาวิละ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2445
ที่มาของชื่อชื่อวัดชมพูมาจากครูบาชมพู พระอาจารย์ผู้ฉมังเวทที่พำนักรักษาพระนครอยู่ ณ วัดใหม่พิมพา จนผู้คนเรียกวัดครูบาชมพูและเหลือเป็นวัดชมพู
ลักษณะเด่นของพระธาตุพระธาตุสูงประมาณ 30 เมตร กว้างด้านละประมาณ 11.30 เมตร ยอดมีฉัตร 7 ชั้น หุ้มด้วยแผ่นทองจังโก มีลายสลักดุนกระหนกใบเทศ ก้านขด และสิบสองนักษัตร
การบูรณะสำคัญพระธาตุเจดีย์ได้รับการบูรณะครั้งสำคัญและแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 โดยใช้เวลาบูรณะหลายปีเพื่อรักษารูปแบบศิลปกรรมเดิม
การเดินทางเดินทางจากประตูท่าแพ ตลาดวโรรส หรือย่านเมืองเก่าได้สะดวก ใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป รถยนต์ส่วนตัว หรือเดินจากประตูท่าแพและตลาดสมเพชร
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมวัดตามเวลาทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกวิหาร พระธาตุเจดีย์ หอไตร ศาลา พื้นที่ทำบุญ พื้นที่เดินชมวัด และชุมชนร้านค้าใกล้เคียง
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระธาตุเจดีย์ทองจังโก วิหาร พระประธานลงรักปิดทอง ซุ้มประตูโบราณทางทิศเหนือ หอไตร ศาลาพระพุทธรูปหินอ่อน และพื้นที่ทำบุญ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูพิพัฒน์สมาจาร ธมฺมวุฑฺโฒ
เบอร์ติดต่อหลัก053-874-268
ข้อควรปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร ไม่ปีนฐานพระธาตุ ไม่สัมผัสลวดลายทองจังโก และเคารพผู้ที่มาทำบุญภายในวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาดสมเพชร ประมาณ 0.2 กม.
2. วัดอู่ทรายคำ ประมาณ 0.2 กม.
3. ประตูท่าแพ ประมาณ 0.4 กม.
4. วัดเชียงมั่น ประมาณ 0.6 กม.
5. ตลาดวโรรส ประมาณ 0.9 กม.
6. วัดบุพพาราม ประมาณ 1 กม.
7. เชียงใหม่ไนท์บาซาร์ ประมาณ 1 กม.
8. ริมแม่น้ำปิง ประมาณ 1 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Green Tiger Vegetarian House ประมาณ 0.1 กม. โทร. 092-778-8594
2. ก๋วยเตี๋ยวตรอกช้างม่อย ประมาณ 0.1 กม. โทร. 063-114-1442
3. Pulcinella da Stefano ประมาณ 0.2 กม. โทร. 053-874-189
4. Changcafe ช้างม่อยเก่า ประมาณ 0.3 กม. โทร. 099-293-4220
5. Under the House ประมาณ 0.5 กม. โทร. 086-407-5460
6. Cat House Chiang Mai ประมาณ 0.4 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Changmoi House Little Village ประมาณ 0.2 กม. โทร. 086-428-1424
2. The Guest Chang Moi Hotel ประมาณ 0.2 กม. โทร. 081-150-4424
3. Naptel Chang Moi ประมาณ 0.2 กม. โทร. 062-753-7888
4. Kamala’s Guesthouse ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-874-009
5. Hotel M Chiang Mai ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-211-069
6. De Chai The Deco Chiang Mai ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-273-700
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดชมพูอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดชมพูตั้งอยู่บนถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ใกล้ประตูท่าแพ ตลาดสมเพชร วัดเชียงมั่น และตลาดวโรรส
 
ถาม: วัดชมพูเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดชมพูเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดชมพูเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดชมพูไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมพระธาตุเจดีย์ได้ตามเวลาทำการ
 
ถาม: วัดชมพูเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดชมพูเดิมชื่อวัดใหม่พิมพา ต่อมาในสมัยพระเจ้ากาวิละมีเรื่องราวเกี่ยวกับครูบาชมพู ผู้พำนักรักษาพระนครอยู่ที่วัดแห่งนี้ จึงมีการเรียกว่าวัดครูบาชมพูและกลายเป็นวัดชมพูในเวลาต่อมา
 
ถาม: พระธาตุเจดีย์ทองจังโกของวัดชมพูสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระธาตุเจดีย์ทองจังโกเป็นจุดเด่นของวัดชมพู มีรูปทรงเชื่อมโยงกับพระธาตุดอยสุเทพ สูงประมาณ 30 เมตร หุ้มด้วยแผ่นทองจังโก และมีลวดลายสิบสองนักษัตรกับลายสลักดุนแบบล้านนา
 
ถาม: เดินทางไปวัดชมพูอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินจากประตูท่าแพ ตลาดสมเพชร หรือย่านช้างม่อยได้สะดวก หรือใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป และรถยนต์ส่วนตัว โดยระบุปลายทางว่าวัดชมพู ถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1
 
ถาม: วัดชมพูเหมาะกับใคร?
ตอบ: วัดชมพูเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าในเชียงใหม่ พระธาตุแบบล้านนา ศิลปกรรมทองจังโก ประวัติครูบาชมพู และการเดินเที่ยวชุมชนเก่าย่านช้างม่อย
 
ถาม: เที่ยววัดชมพูร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับตลาดสมเพชร วัดอู่ทรายคำ ประตูท่าแพ วัดเชียงมั่น ตลาดวโรรส วัดบุพพาราม เชียงใหม่ไนท์บาซาร์ และริมแม่น้ำปิงได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)