หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ช้างเผือก > วัดช่างเคี่ยน
TL;DR: วัดช่างเคี่ยน อยู่ที่บ้านช่างเคี่ยน ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดช่างเคี่ยน

วัดช่างเคี่ยน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านช่างเคี่ยน ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าในย่านช้างเผือกที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับชุมชนบ้านช่างเคี่ยน เชิงดอยสุเทพ ตำนานพระธาตุดอยสุเทพ ปางช้างของเจ้าหลวงเชียงใหม่ และเส้นทางขนวัสดุก่อสร้างขึ้นดอยสุเทพซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นแนวทางสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพในสมัยครูบาศรีวิชัย ปัจจุบันวัดยังเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมศิลปกรรมล้านนาได้ทุกวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเมืองเชียงใหม่แบบสงบ ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วัดเจ็ดยอด สวนสัตว์เชียงใหม่ และย่านนิมมานเหมินท์
 
วัดช่างเคี่ยนเป็นวัดที่ช่วยให้มองเห็นเชียงใหม่ในมิติที่ลึกกว่าเส้นทางท่องเที่ยวหลักภายในคูเมือง เพราะพื้นที่บ้านช่างเคี่ยนเป็นชุมชนเก่าใกล้เชิงดอยสุเทพ มีทั้งเรื่องราวของช่างฝีมือ การฟื้นฟูเมืองหลังยุคพม่า ชุมชนเกษตรกรรมนอกเมือง ปางช้างของเจ้าหลวง และความสัมพันธ์กับการบูรณะพระธาตุดอยสุเทพ วัดจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ไหว้พระระหว่างทางผ่านถนนห้วยแก้ว แต่เป็นพื้นที่ที่เก็บความทรงจำของชุมชนและเส้นทางศรัทธาขึ้นดอยสุเทพไว้อย่างชัดเจน
 
ประวัติของวัดช่างเคี่ยนมีชั้นข้อมูลสำคัญหลายระดับ ฐานข้อมูลวัดไทยระบุว่าวัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 1310 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2055 โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ข้อมูลนี้สะท้อนความเก่าแก่ของวัดและสถานะทางศาสนาในฐานะวัดที่มีเขตประกอบสังฆกรรมสำคัญ ขณะเดียวกัน ประวัติชุมชนบ้านช่างเคี่ยนยังให้รายละเอียดอีกชั้นหนึ่งเกี่ยวกับการฟื้นฟูชุมชนและวัดในช่วงหลังเมืองเชียงใหม่ได้รับการฟื้นฟูในยุคพระเจ้ากาวิละ ทำให้วัดแห่งนี้มีทั้งร่องรอยวัดเก่าและเรื่องเล่าการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในพื้นที่
 
ชื่อ “ช่างเคี่ยน” เป็นประเด็นที่ทำให้วัดแห่งนี้น่าสนใจมากในเชิงภาษาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คำพื้นเมืองล้านนาที่มีคำว่า “ช่าง” นำหน้ามักสัมพันธ์กับกลุ่มอาชีพหรือช่างฝีมือ เช่น วัดช่างกระดาษ วัดช่างคำ และวัดช่างเคิ่ง ส่วนคำว่า “เคี่ยน” มีความหมายว่า “กลึง” จึงมีคำอธิบายหนึ่งที่เชื่อมชื่อวัดกับกลุ่มช่างกลึงหรือช่างทำเครื่องไม้ในอดีต ชื่อวัดจึงสามารถอ่านได้ในฐานะร่องรอยของชุมชนช่างที่เคยมีบทบาทในเมืองเชียงใหม่หลังยุคการฟื้นฟูบ้านเมือง
 
อีกชั้นหนึ่งของชื่อวัดมาจากคำบอกเล่าของพ่ออุ้ยมอย อินต๊ะชาญ ผู้สูงอายุในชุมชนบ้านช่างเคี่ยน ซึ่งให้ข้อมูลว่าในช่วงชีวิตของท่านไม่เคยเห็นช่างเคี่ยนหรือช่างกลึงอยู่ในหมู่บ้านนี้ ประกอบกับในตำนานพระธาตุดอยสุเทพเรียกพื้นที่ละแวกนี้ว่า “ช้างเคียน” ชื่อช่างเคี่ยนจึงสัมพันธ์กับคำว่า “ช้างเคียน” ได้เช่นกัน มิติทางชื่อเรียกนี้ทำให้วัดช่างเคี่ยนมีคุณค่ามากขึ้น เพราะชื่อวัดไม่ได้บอกเพียงตำแหน่งที่ตั้ง แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เห็นความทรงจำของชุมชน ภาษาเก่า และความเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้านกับดอยสุเทพ
 
คำบอกเล่าของพ่ออุ้ยมอยยังช่วยเติมภาพประวัติของวัดและหมู่บ้านช่างเคี่ยนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเล่าว่าพื้นที่ตั้งวัดในปัจจุบันเดิมเป็นปางช้างของเจ้าหลวงเชียงใหม่ ช้างในปางช้างแห่งนี้มีหน้าที่ขนอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างขึ้นไปบูรณะพระธาตุดอยสุเทพ เส้นทางที่ช้างใช้ขนของขึ้นดอยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ศรัทธาของเมืองเชียงใหม่ เพราะพระธาตุดอยสุเทพเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง และการขนวัสดุขึ้นดอยในอดีตต้องอาศัยแรงคน แรงสัตว์ และความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่เชิงดอย
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ได้สร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพตามแนวทางที่ช้างเคยเดินขนวัสดุก่อสร้าง การเชื่อมโยงนี้ทำให้วัดช่างเคี่ยนมีความหมายในฐานะพื้นที่ต้นทางของเส้นทางศรัทธาสู่ดอยสุเทพ แม้ผู้คนจำนวนมากจะรู้จักถนนขึ้นดอยสุเทพจากบทบาทของครูบาศรีวิชัยเป็นหลัก แต่วัดช่างเคี่ยนและบ้านช่างเคี่ยนช่วยเติมภาพให้เห็นว่าก่อนจะมีถนนสมัยใหม่ เส้นทางขึ้นดอยเป็นเส้นทางของช้าง ชาวบ้าน พระสงฆ์ และแรงศรัทธาที่ค่อย ๆ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างเมืองกับภูเขา
 
วัดช่างเคี่ยนเดิมตั้งอยู่ทางด้านเหนือของลำห้วยช่างเคี่ยน ต่อมาวัดเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงย้ายมาตั้งในพื้นที่ปางช้างของเจ้าหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน การย้ายที่ตั้งลักษณะนี้เป็นเรื่องสำคัญในการอ่านประวัติวัด เพราะแสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้อยู่นิ่งตายตัว หากแต่ปรับตัวตามสภาพชุมชน เส้นทางน้ำ สภาพภูมิประเทศ และการใช้งานของผู้คน พื้นที่วัดในปัจจุบันจึงเป็นผลรวมของวัดเก่า ปางช้าง ชุมชนบ้านช่างเคี่ยน และการขยายตัวของเมืองเชียงใหม่ฝั่งถนนห้วยแก้ว
 
ในอดีต หมู่บ้านช่างเคี่ยนเป็นชุมชนชานเมือง มีสภาพเป็นป่าทึบ มีบ้านเรือนไม่มาก และคนในชุมชนประกอบอาชีพทำนาบนผืนนาขนาดเล็กที่อาศัยน้ำฝน เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ ข้อมูลชุมชนยังกล่าวถึงการบุกเบิกที่ดินทำนา โดยผู้ปกครองหมู่บ้านชื่อแสนสังฆะอนุญาตให้ผู้บุกเบิกทำกินก่อนเป็นเวลา 3 ปี จากนั้นจึงวัดเขตนาและขึ้นบัญชีที่ดินเพื่อเก็บภาษีในภายหลัง เรื่องนี้ทำให้เห็นชัดว่าพื้นที่วัดช่างเคี่ยนไม่ได้เป็นเพียงเขตศาสนา แต่เชื่อมกับระบบชุมชน การทำกิน การจัดที่ดิน และวิถีชาวบ้านในอดีต
 
พื้นที่บ้านช่างเคี่ยนยังมีความสัมพันธ์กับหมู่บ้านเจ็ดยอดและหมู่บ้านข่วงสิงห์ ซึ่งล้วนเป็นชุมชนสำคัญทางตอนเหนือของเมืองเชียงใหม่ การเที่ยววัดช่างเคี่ยนจึงสามารถเชื่อมโยงไปยังวัดเจ็ดยอด วัดข่วงสิงห์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ และพื้นที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่เติบโตจากเครือข่ายวัด ชุมชน ถนน ลำห้วย และพื้นที่เชิงดอย ไม่ใช่เฉพาะจากคูเมืองและประตูเมืองเท่านั้น
 
อาณาเขตและพื้นที่ตั้งวัดสะท้อนบทบาทของวัดในชุมชนได้ดี วัดช่างเคี่ยนมีพื้นที่ตั้งวัด 5 ไร่ 49 ตารางวา มีอาณาเขตด้านเหนือจดลำน้ำห้วยช่าง ด้านใต้จดถนนสาธารณะ ด้านตะวันออกจดที่ดินเอกชน และด้านตะวันตกจดถนนสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีทั้งลำน้ำ ถนน บ้านเรือน และชุมชนรายล้อม เป็นวัดที่มีความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 
อาคารเสนาสนะภายในวัดประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ 3 หลัง วิหาร ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลาบาตร และเจดีย์ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดช่างเคี่ยนเป็นวัดชุมชนที่มีพื้นที่ใช้งานครบ ทั้งพื้นที่ประกอบสังฆกรรม พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ทำบุญ พื้นที่ประกอบพิธีชุมชน และพื้นที่พักอาศัยของพระสงฆ์ ผู้มาเยือนจึงควรมองวัดแห่งนี้เป็นระบบพื้นที่ทางศาสนา ไม่ใช่เพียงอาคารใดอาคารหนึ่ง
 
อุโบสถของวัดช่างเคี่ยนเป็นสถาปัตยกรรมล้านนา ตัวอาคารเป็นปูนทั้งหลัง ครึ่งบนเป็นไม้ หลังคาด้านหน้ามี 2 ชั้น ยื่นคลุมมุขหน้า และมีบันไดขึ้นลงด้านข้าง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญของพระสงฆ์ ใช้ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา รูปแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ช่วยสะท้อนการปรับตัวของสถาปัตยกรรมวัดล้านนาในเมืองเชียงใหม่ ที่รักษาเอกลักษณ์วัสดุไม้ไว้บางส่วน และใช้โครงสร้างปูนเพื่อความมั่นคงในการใช้งานระยะยาว
 
พระวิหารของวัดช่างเคี่ยนเป็นอาคารสถาปัตยกรรมล้านนาที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด หลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น หน้าบันมีพื้นสีฟ้า ประดับลวดลายก้านขด ตรงกลางประดับปูนปั้นรูปพระนารายณ์ หัวเสาเป็นกลีบบัวซ้อนกัน 2 ชั้น โก่งคิ้วมีรวงผึ้งประดับปูนปั้นเส้นกนก หางหงส์ประดับนาค และลำยองประดับกระจกสี รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนฝีมือช่างล้านนาและความประณีตในการสร้างพื้นที่ศรัทธาของชุมชนวัดช่างเคี่ยน
 
จุดน่าสังเกตของพระวิหารคือไม่มีราวบันไดนาค ซึ่งแตกต่างจากวัดล้านนาหลายแห่งที่นิยมสร้างนาคทอดยาวบริเวณบันไดหน้าอาคาร การไม่มีราวบันไดนาคทำให้วิหารวัดช่างเคี่ยนมีลักษณะเฉพาะในเชิงรูปแบบ และช่วยให้ผู้สนใจสถาปัตยกรรมวัดล้านนาเห็นความหลากหลายของการออกแบบอาคารศาสนาในเชียงใหม่ เพราะวัดแต่ละแห่งไม่ได้ใช้แบบแผนเดียวกันทั้งหมด แต่ปรับรูปแบบตามยุคสมัย งบประมาณ ช่างผู้สร้าง และสภาพพื้นที่ของวัด
 
เจดีย์ของวัดช่างเคี่ยนเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ ลักษณะเป็นทรงเหลี่ยมย่อมุม 12 มี 2 ชั้น ชั้นมาลัยเถาแปดเหลี่ยม 7 ชั้น ก่ออิฐถือปูน องค์ระฆังเป็นทรงกลม ประดับแก้วสีและปิดทองจังโก เจดีย์องค์นี้ช่วยเพิ่มคุณค่าเชิงศิลปกรรมให้กับวัด เพราะรวมองค์ประกอบล้านนาแบบเจดีย์ย่อมุม มาลัยเถา องค์ระฆัง การประดับกระจก และการปิดทองไว้ในองค์เดียว เป็นจุดที่เหมาะกับการสังเกตรายละเอียดงานช่างและถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรมด้วยความสุภาพ
 
ศาลาการเปรียญเป็นอาคารตึก 2 ชั้น ใช้รองรับกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมของชุมชน กุฏิสงฆ์ 3 หลังเป็นพื้นที่จำพรรษาของพระภิกษุ ศาลาอเนกประสงค์และศาลาบำเพ็ญกุศลช่วยรองรับงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมชุมชน ส่วนศาลาบาตรเป็นองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับการทำบุญและกิจวัตรของพระสงฆ์ เมื่อรวมกันแล้ว วัดช่างเคี่ยนจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศาสนสถานและพื้นที่บริการสังคมตามแบบวัดไทยที่อยู่คู่ชุมชน
 
วัดช่างเคี่ยนยังมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างเด่นชัด โรงเรียนวัดช่างเคี่ยนจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2481 และมีประวัติเกี่ยวข้องกับวัดและชุมชนบ้านช่างเคี่ยน ในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม วัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2525 แผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2528 และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2525 ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดช่างเคี่ยนมีบทบาททั้งต่อพระสงฆ์ สามเณร เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปในชุมชน
 
บทบาทด้านการศึกษาของวัดช่างเคี่ยนมีความสำคัญต่อความเข้าใจวัดไทยในมิติ “บ้าน วัด โรงเรียน” วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำบุญในวันพระหรือวันสำคัญ แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การอบรม และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนหลายรุ่นในชุมชน การที่โรงเรียนและวัดอยู่ใกล้กันทำให้เด็กในพื้นที่เติบโตมากับพื้นที่ศาสนา ศิลปกรรม และประเพณีของชุมชน นี่คือคุณค่าที่วัดช่างเคี่ยนยังรักษาไว้ได้ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองเชียงใหม่
 
ในด้านการบริหารและการปกครอง วัดช่างเคี่ยนมีรายนามเจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลวัด ได้แก่ พระอธิการอินถา ถาวโร พระอธิการก้อนแก้ว คนธวํโส และพระครูธรรมธรอรุณ อรุโณ ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา สำหรับข้อมูลปัจจุบัน วัดช่างเคี่ยนมีพระครูสมุห์จตุทิพย์ ฉนฺทโก เป็นเจ้าอาวาสและมีบทบาทในการต้อนรับกิจกรรมของคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่
 
ปัจจุบันวัดช่างเคี่ยนยังเป็นวัดที่มีความเคลื่อนไหวด้านกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ในการตรวจประเมินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระดับหนเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2568 โครงการนี้เน้นการพัฒนาวัดให้เป็นพื้นที่สะอาด ร่มรื่น เป็นสัปปายะ และเป็นศูนย์กลางของชุมชนตามหลัก 5 ส. บทบาทนี้ช่วยยืนยันว่าวัดช่างเคี่ยนไม่ใช่วัดเก่าที่มีเพียงประวัติ แต่ยังเป็นวัดที่มีการดูแล ปรับปรุง และใช้งานจริงในปัจจุบัน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดช่างเคี่ยนให้ได้รายละเอียด ควรเริ่มจากการกราบพระในวิหารหรืออุโบสถ จากนั้นเดินชมหน้าบัน ลวดลายก้านขด ปูนปั้นพระนารายณ์ หัวเสากลีบบัว รวงผึ้ง เส้นกนก หางหงส์ นาค ลำยองประดับกระจกสี และเจดีย์ทรงเหลี่ยมย่อมุม 12 การเดินชมอย่างช้า ๆ จะช่วยให้เห็นความแตกต่างของวัดช่างเคี่ยนจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะเสน่ห์ของวัดนี้อยู่ที่รายละเอียดทางช่าง ความเป็นวัดชุมชน และเรื่องราวของพื้นที่
 
วัดช่างเคี่ยนยังเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เส้นทางขึ้นดอยสุเทพ เนื่องจากเรื่องเล่าพื้นที่ปางช้างและแนวทางช้างขนวัสดุก่อสร้างช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองเชียงใหม่กับดอยสุเทพได้ดีขึ้น พระธาตุดอยสุเทพไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางบนภูเขา แต่เกี่ยวข้องกับชุมชนเชิงดอยหลายแห่งที่ทำหน้าที่สนับสนุนแรงงาน เส้นทาง และทรัพยากร วัดช่างเคี่ยนจึงเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยเติมความเข้าใจเรื่องเส้นทางศรัทธาจากเมืองขึ้นสู่ดอย
 
ด้านการเดินทาง วัดช่างเคี่ยนอยู่ในเขตถนนห้วยแก้วและชุมชนบ้านช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้หลายเส้นทาง หากมาจากคูเมืองหรือประตูช้างเผือกสามารถมุ่งหน้าไปทางถนนห้วยแก้ว ผ่านย่านเมญ่า นิมมานเหมินท์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วเข้าสู่พื้นที่บ้านช่างเคี่ยน หากมาจากถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนห้วยแก้วหรือถนนคันคลองชลประทานได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินจากที่พักใกล้เคียงในย่านช่างเคี่ยนและห้วยแก้วได้
 
ทำเลของวัดช่างเคี่ยนเหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยวครึ่งวันในโซนช้างเผือก–ห้วยแก้ว–นิมมาน ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากวัดช่างเคี่ยน ต่อด้วยวัดเจ็ดยอด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ อ่างแก้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือย่านนิมมานเหมินท์ได้ในวันเดียว เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ต้องการผสมผสานวัดเก่า พิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติในเมือง คาเฟ่ ร้านอาหาร และย่านร่วมสมัยของเชียงใหม่โดยไม่ต้องเดินทางไกล
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดช่างเคี่ยนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่แดดไม่แรง ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ และชมวัดในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการแวะพักระหว่างเที่ยวถนนห้วยแก้วหรือย่านนิมมาน หากต้องการถ่ายภาพรายละเอียดสถาปัตยกรรมควรเลือกช่วงที่มีแสงธรรมชาติพอเหมาะ และควรหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์ นักเรียน หรือชาวบ้านที่เข้ามาใช้พื้นที่วัดตามกิจวัตรประจำวัน
 
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดช่างเคี่ยนควรยึดหลักการเข้าวัดไทยทั่วไป คือแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดไหล่หรือสั้นเกินควร ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป เจดีย์ งานปูนปั้น หรืองานไม้เก่าโดยไม่จำเป็น ไม่ส่งเสียงดัง และเคารพพื้นที่สงฆ์ รวมถึงพื้นที่ของโรงเรียนและชุมชนรอบวัด การเที่ยววัดด้วยความสุภาพช่วยรักษาบรรยากาศของวัดและทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างถูกต้อง
 
ในมุมของการถ่ายภาพ วัดช่างเคี่ยนเหมาะกับผู้ที่ชอบภาพวัดล้านนาในระดับรายละเอียด จุดที่ควรสังเกต ได้แก่ หลังคาวิหารซ้อน 3 ชั้น หน้าบันพื้นสีฟ้า ลายก้านขด ปูนปั้นพระนารายณ์ หัวเสากลีบบัว รวงผึ้ง เส้นกนก หางหงส์ ลำยองประดับกระจกสี อุโบสถครึ่งปูนครึ่งไม้ และเจดีย์ประดับแก้วสี การถ่ายภาพควรทำในระยะที่เหมาะสม ไม่ใช้แฟลชใกล้พระพุทธรูปหรือวัตถุเก่า และไม่เข้าไปในเขตที่วัดไม่ได้เปิดให้เข้าชม
 
วัดช่างเคี่ยนมีคุณค่าเชิงการเรียนรู้สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ล้านนา เพราะเป็นตัวอย่างของวัดที่ไม่ได้มีเรื่องราวจากราชสำนักเพียงด้านเดียว แต่มีทั้งประวัติการสร้างวัด วิสุงคามสีมา การฟื้นฟูเมือง ชุมชนบ้านช่างเคี่ยน ปางช้าง เส้นทางขึ้นดอยสุเทพ โรงเรียนวัด และโครงการพัฒนาวัดร่วมสมัย ทุกองค์ประกอบทำให้วัดแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดย่อมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน การศึกษา ภูเขา และเมืองเชียงใหม่
 
เมื่อมองในภาพรวม วัดช่างเคี่ยนคือวัดเก่าในย่านช้างเผือกที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักเชียงใหม่ให้ลึกขึ้น วัดแห่งนี้มีทั้งประวัติเก่าแก่ ชื่อที่สัมพันธ์กับภาษาและตำนานท้องถิ่น ความเกี่ยวพันกับปางช้างของเจ้าหลวง เส้นทางบูรณะพระธาตุดอยสุเทพ สถาปัตยกรรมล้านนา เจดีย์ งานปูนปั้น วิหาร อุโบสถ และบทบาทชุมชนในปัจจุบัน ผู้ที่เที่ยวเชียงใหม่บ่อยแล้วและต้องการค้นหาวัดสงบใกล้ถนนห้วยแก้วควรจัดวัดช่างเคี่ยนไว้ในเส้นทาง เพราะเป็นวัดที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน แต่ให้เรื่องราวของเมืองเชียงใหม่ได้อย่างลึกและครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่วัดช่างเคี่ยน
ที่ตั้งบ้านช่างเคี่ยน ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 1 บ้านช่างเคี่ยน ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
พิกัด18.803219, 98.981050
ไฮไลต์วัดเก่าในย่านช้างเผือก เชื่อมโยงบ้านช่างเคี่ยน ปางช้างของเจ้าหลวง เส้นทางขนวัสดุขึ้นบูรณะพระธาตุดอยสุเทพ และสถาปัตยกรรมล้านนา
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเมื่อ พ.ศ. 1310 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2055 และมีประวัติชุมชนเชื่อมโยงการฟื้นฟูเชียงใหม่หลังยุคพระเจ้ากาวิละ
ที่มาของชื่อชื่อช่างเคี่ยนอธิบายได้จากคำว่า “เคี่ยน” ที่แปลว่ากลึง และจากตำนานพระธาตุดอยสุเทพที่เรียกพื้นที่ละแวกนี้ว่า “ช้างเคียน”
ลักษณะเด่นอุโบสถล้านนาครึ่งปูนครึ่งไม้ วิหารหลังคาซ้อน 3 ชั้น หน้าบันพื้นสีฟ้า ปูนปั้นพระนารายณ์ ลำยองประดับกระจกสี และเจดีย์ทรงเหลี่ยมย่อมุม 12
อาณาเขตและที่ธรณีสงฆ์พื้นที่ตั้งวัด 5 ไร่ 49 ตารางวา ทิศเหนือจดลำน้ำห้วยช่าง ทิศใต้จดถนนสาธารณะ ทิศตะวันออกจดที่ดินเอกชน ทิศตะวันตกจดถนนสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านถนนห้วยแก้ว มุ่งหน้าไปทางย่านช้างเผือก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบ้านช่างเคี่ยน สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินจากที่พักใกล้เคียงในย่านช่างเคี่ยนได้
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมวัดตามเวลาทำการ และเป็นวัดตัวแทนจังหวัดเชียงใหม่ในโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระดับหนเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2568
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลาบาตร พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่เดินชมภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอุโบสถ พระพุทธรูปสำริด วิหารล้านนา เจดีย์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล และพื้นที่ชุมชนวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูสมุห์จตุทิพย์ ฉนฺทโก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดเจ็ดยอด ประมาณ 2 กม.
2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ประมาณ 2 กม.
3. สวนสัตว์เชียงใหม่ ประมาณ 2 กม.
4. อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประมาณ 2 กม.
5. ย่านนิมมานเหมินท์ ประมาณ 2 กม.
6. เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ประมาณ 2 กม.
7. หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประมาณ 3 กม.
8. วัดสวนดอก ประมาณ 4 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Jungle Cafe สาขาวัดช่างเคี่ยน ประมาณ 0 กม. โทร. 088-267-3803
2. Shizen ช่างเคี่ยน ประมาณ 1 กม. โทร. 098-990-7931
3. Cha Chang ช่างเคียน ประมาณ 1 กม. โทร. 096-265-2301
4. ก๋วยเตี๋ยวเรือเตี่ยกู ช่างเคี่ยน ประมาณ 1 กม. โทร. 093-136-6652
5. ส้มตำยำแซ่บยกนิ้ว ช่างเคี่ยน ประมาณ 1 กม. โทร. 088-254-0722
6. Fried Chicken ไก่ทอด ถนนช่างเคี่ยน ประมาณ 0 กม. โทร. 063-979-9194
ที่พักใกล้เคียง1. BED Changkian ประมาณ 0 กม. โทร. 053-217-300
2. SYN Boutique Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 053-215-215
3. ibis Styles Chiang Mai ประมาณ 2 กม. โทร. 053-908-888
4. Chiang Mai Phucome Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 053-211-026
5. B2 Mountain Pano Residence Chiang Mai ประมาณ 2 กม. โทร. 052-009-161
6. The Core Gallery Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 053-218-163
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดช่างเคี่ยนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดช่างเคี่ยนตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านช่างเคี่ยน ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วัดเจ็ดยอด และย่านห้วยแก้ว
 
ถาม: วัดช่างเคี่ยนเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดช่างเคี่ยนเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดช่างเคี่ยนมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดช่างเคี่ยนเป็นวัดเก่าที่มีข้อมูลการสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 1310 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2055 และมีประวัติชุมชนเกี่ยวข้องกับปางช้างของเจ้าหลวงเชียงใหม่และเส้นทางขนวัสดุขึ้นบูรณะพระธาตุดอยสุเทพ
 
ถาม: ชื่อวัดช่างเคี่ยนมีความหมายอย่างไร?
ตอบ: ชื่อช่างเคี่ยนสัมพันธ์กับคำว่า “เคี่ยน” ที่แปลว่ากลึง และยังเชื่อมโยงกับชื่อ “ช้างเคียน” ในตำนานพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเกี่ยวกับพื้นที่ปางช้างและเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดช่างเคี่ยนมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถล้านนาครึ่งปูนครึ่งไม้ พระพุทธรูปสำริด วิหารล้านนาหลังคาซ้อน 3 ชั้น หน้าบันปูนปั้นพระนารายณ์ ลวดลายก้านขด ลำยองประดับกระจกสี และเจดีย์ทรงเหลี่ยมย่อมุม 12
 
ถาม: เดินทางไปวัดช่างเคี่ยนอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านถนนห้วยแก้ว มุ่งหน้าไปทางช้างเผือก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบ้านช่างเคี่ยน โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินจากที่พักใกล้เคียงในย่านช่างเคี่ยนได้
 
ถาม: วัดช่างเคี่ยนเหมาะกับใคร?
ตอบ: วัดช่างเคี่ยนเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าในเชียงใหม่ สถาปัตยกรรมล้านนา ประวัติบ้านช่างเคี่ยน เส้นทางขึ้นดอยสุเทพ และวัดสงบใกล้ถนนห้วยแก้ว
 
ถาม: เที่ยววัดช่างเคี่ยนร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดเจ็ดยอด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ย่านนิมมานเหมินท์ เมญ่า และวัดสวนดอกได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)