หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ช้างคลาน > วัดหัวฝาย
TL;DR: วัดหัวฝาย อยู่ที่ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระธาตุเจดีย์ทรงล้านนาประดับกระจกแก้ว พระวิหาร พระอุโบสถ ธรรมมาสหลวงสำหรับเทศน์มหาชาติในเดือน 4 เป็ง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ.

เชียงใหม่

วัดหัวฝาย

วัดหัวฝาย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดหัวฝาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2130 เดิมชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล ก่อนจะเป็นที่รู้จักในชื่อวัดปูคำ วัดน้ำปู และวัดหัวฝายในเวลาต่อมา วัดแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะวัดชุมชนเก่าแก่นอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ที่ผูกพันกับทุ่งนา ลำน้ำแม่ข่า ฝายกั้นน้ำ และวิถีชีวิตของผู้คนในย่านช้างคลานมาหลายร้อยปี
 
วัดหัวฝายเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดเก่าในเมืองเชียงใหม่แบบไม่เร่งรีบ เพราะตั้งอยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก ใกล้ถนนมหิดล ถนนช้างคลาน ประตูเชียงใหม่ คลองแม่ข่า ถนนคนเดินวัวลาย และย่านไนท์บาซาร์ จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตแบบวัดท่องเที่ยวหลัก แต่เป็นคุณค่าของเรื่องเล่า ชื่อวัดที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศเดิม เจดีย์ล้านนาประดับกระจกแก้ว พระวิหาร ธรรมมาสหลวง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ และพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สะท้อนความศรัทธาของชุมชนหัวฝายอย่างชัดเจน
 
ชื่อวัดหัวฝายบอกเล่าภูมิประเทศเดิมของพื้นที่ช้างคลานได้อย่างดี ในอดีตบริเวณนี้อยู่นอกกำแพงเมืองเชียงใหม่และเป็นพื้นที่ทุ่งนากว้าง มีลำน้ำสาขาของน้ำแม่ข่าไหลผ่าน และมีฝายทดน้ำอยู่หน้าวัด ชาวบ้านใช้ฝายแห่งนี้เพื่อกักและผันน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และการเกษตร เมื่อชุมชนค่อย ๆ ขยายจากทุ่งนาเป็นหมู่บ้าน ชื่อ “หัวฝาย” จึงกลายเป็นชื่อที่จดจำง่ายและสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัด น้ำ และชีวิตของผู้คนในพื้นที่
 
ก่อนชื่อวัดหัวฝายจะเป็นที่ใช้กันแพร่หลาย วัดแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า วัดศรีสร้อยทรายมูล ชื่อนี้เป็นชื่อเก่าที่ปรากฏในประวัติวัดและสะท้อนภาพของวัดชุมชนในพื้นที่นอกเมือง ต่อมาชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดปูคำ เพราะพื้นที่วัดเดิมอยู่กลางทุ่งนา มีปูอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวถึงช่วงที่ยอดพระธาตุของวัดพังลงมา แล้วมีชาวบ้านเห็นปูเงินและปูคำอาศัยอยู่บริเวณพระธาตุ เสมือนช่วยรักษาองค์พระธาตุ จึงเกิดชื่อวัดปูคำขึ้นในความทรงจำของชุมชน
 
อีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านใช้เรียกวัดคือ วัดน้ำปู เพราะในสมัยที่พื้นที่รอบวัดยังเป็นทุ่งนา มีปูมากและชาวบ้านมักจับปูมาทำน้ำปูกินเมื่อว่างเว้นจากการทำนา ชื่อวัดน้ำปูจึงไม่ใช่เพียงชื่อเล่นของวัด แต่เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมอาหาร วิถีเกษตร และระบบนิเวศของพื้นที่ช้างคลานในอดีต ก่อนที่บริเวณนี้จะเปลี่ยนเป็นย่านเมือง อาคาร บ้านเรือน ถนน และพื้นที่เศรษฐกิจของเชียงใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
 
ประวัติการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2130 ทำให้วัดหัวฝายมีอายุยาวนานกว่า 400 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของชั้นประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ในยุคล้านนา วัดแห่งนี้ไม่ได้มีภาพลักษณ์แบบวัดหลวงที่สร้างโดยกษัตริย์หรือขุนนาง แต่มีลักษณะของวัดที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา และรวมผู้คนในชุมชนเข้าด้วยกัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดหัวฝายมีคุณค่าในฐานะวัดชุมชนที่สะท้อนประวัติศาสตร์จากระดับชีวิตประจำวันของผู้คน
 
ตำแหน่งของวัดที่อยู่นอกแนวกำแพงเมืองเชียงใหม่เดิมมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเมืองเชียงใหม่ เพราะพื้นที่นอกคูเมืองไม่ได้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางเดิน พื้นที่ชุมชน และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ วัดหัวฝายตั้งอยู่บริเวณทุ่งช้างคลานเดิม ในเส้นทางที่ผู้คนจากตัวเมืองเดินผ่านออกไปทางทิศใต้ ผ่านบริเวณประตูก้อม คันนา ฝายกั้นน้ำ และชุมชนรอบน้ำแม่ข่า เรื่องราวเหล่านี้ช่วยให้เห็นเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่เติบโตจากระบบน้ำและชุมชนรอบเมือง ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภายในคูเมืองเท่านั้น
 
วัดหัวฝายได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร การได้รับวิสุงคามสีมาเป็นข้อมูลสำคัญที่ยืนยันสถานะของวัดในระบบพระพุทธศาสนา เพราะเกี่ยวข้องกับพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีสำคัญของพระสงฆ์ วัดหัวฝายจึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าในชุมชน แต่เป็นวัดที่มีสถานะทางศาสนาชัดเจนและยังคงเป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวบ้านในย่านนี้
 
องค์ประกอบสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งภายในวัดคือ พระธาตุเจดีย์ ซึ่งเดิมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงล้านนา เมื่อเวลาผ่านไปเจดีย์ทรุดโทรมและพังลงมา ชาวบ้านจึงร่วมกับทางวัดบูรณะเจดีย์ขึ้นใหม่ โดยประดับกระจกแก้วทั้งองค์ ทำให้เจดีย์วัดหัวฝายมีลักษณะสะดุดตาในเชิงทัศนศิลป์ และเป็นตัวอย่างของการบูรณะศาสนสถานที่เกิดจากแรงศรัทธาของชุมชนมากกว่าการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
 
เจดีย์วัดหัวฝายมีความหมายมากกว่าการเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ เพราะเกี่ยวข้องกับชื่อวัดปูคำและความเชื่อเรื่องปูเงินปูคำที่ชาวบ้านเล่าขานสืบกันมา เรื่องเล่านี้ทำให้เจดีย์เป็นศูนย์กลางของความทรงจำในชุมชน และช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัดเก่าแต่ละแห่งไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะจากอายุหรือรูปทรงทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังมีความหมายจากเรื่องเล่า ความศรัทธา และความผูกพันของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่รอบวัด
 
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระธาตุเจดีย์วัดหัวฝายได้รับความสนใจจากการดูแลด้านโบราณสถาน เนื่องจากมีการพบรอยแตกร้าวบริเวณชั้นเรือนธาตุและมีการดำเนินการรัดดามเฝือกโดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เพื่อป้องกันความเสียหายและวางแผนบูรณะซ่อมแซมต่อไป สำหรับผู้เข้าชม ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เคารพเขตกั้นหรือป้ายแนะนำของวัด และไม่ปีน ไม่สัมผัส หรือเข้าใกล้ส่วนที่วัดจำกัดพื้นที่
 
พระวิหารของวัดหัวฝายเป็นอีกพื้นที่สำคัญ ภายในวิหารมีสิ่งที่น่าสนใจคือ ธรรมมาสหลวง ซึ่งใช้ในการเทศน์มหาชาติในเดือน 4 เป็ง ธรรมมาสหลวงนี้มีอายุเก่าแก่นับร้อยปีและมีลวดลายที่ได้รับอิทธิพลศิลปะพม่า เป็นศาสนวัตถุที่สะท้อนทั้งการใช้งานจริงในพิธีกรรมและรสนิยมทางศิลปะของยุคสมัย การมีธรรมมาสหลวงอยู่ในวิหารทำให้วัดหัวฝายมีความสำคัญด้านประเพณีเทศน์มหาชาติและการสืบทอดพระธรรมคำสอนในชุมชน
 
ธรรมมาสหลวงของวัดหัวฝายมีเรื่องเล่าหลายสาย บ้างกล่าวว่าได้ขอมาจากเจ้านายฝ่ายเหนือ บ้างกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับของตระกูลสำคัญในอดีต และมีเรื่องเล่าถึงการลอยน้ำมาติดบริเวณฝายหน้าวัด ความหลากหลายของเรื่องเล่านี้ควรอ่านในฐานะมุขปาฐะหรือความทรงจำร่วมของชุมชน ไม่ใช่ข้อมูลโบราณคดีที่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรครบถ้วน จุดสำคัญคือธรรมมาสหลวงยังเป็นวัตถุสำคัญที่บอกเล่าบทบาทของวัดหัวฝายในพิธีเทศน์มหาชาติและงานบุญของชาวบ้าน
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรชมภายในวิหารคือ แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ ซึ่งเป็นหินแก้วใสสีดำ นำมาแกะสลักเป็นพระสารูปเจ้าโดยเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 และแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ศรัทธาชาวบ้านวัดหัวฝายร่วมกับทางวัดจัดสร้างและประดิษฐานไว้ในวิหาร เพื่อให้เป็นที่เคารพสักการะ หินดังกล่าวเชื่อมโยงกับพระครูชลธารพิทักษ์ คำปัน มหาวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติวัด
 
แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำช่วยเพิ่มมิติให้กับการเที่ยววัดหัวฝาย เพราะเป็นศาสนวัตถุที่เกิดขึ้นในสมัยร่วมสมัย แต่เชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญของวัดและศรัทธาของชาวบ้านอย่างแน่นแฟ้น ผู้มาเยือนจึงควรมองว่าวัดหัวฝายไม่ได้มีเพียงโบราณสถานเก่าแก่ แต่ยังมีร่องรอยการสร้างสรรค์และการสืบศรัทธาของชุมชนในช่วงหลัง พื้นที่วัดจึงมีทั้งอดีตอันยาวนานและปัจจุบันที่ยังเคลื่อนไหวอยู่เสมอ
 
พระพุทธรูปเก่าแก่ประจำวัดหัวฝายมีความสำคัญมากในเชิงศรัทธาและศิลปกรรม ประวัติวัดกล่าวถึงพระพุทธรูปเก่าแก่ทั้งหมด 4 องค์ ได้แก่ พระพุทธสิงห์หนึ่งจำนวน 3 องค์ โดยสูญหายไป 2 องค์ และพระพุทธรูปหินอ่อนศิลปะเชียงแสน 1 องค์ ข้อมูลนี้สะท้อนว่าวัดหัวฝายเคยมีปูชนียวัตถุเก่าแก่ที่สัมพันธ์กับรูปแบบศิลปะพุทธในภาคเหนือ และทำให้วัดมีความสำคัญในฐานะแหล่งศิลปกรรมท้องถิ่นที่ควรได้รับการดูแลรักษา
 
พระอุโบสถของวัดหัวฝายเป็นอาคารศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น การอุปสมบทและสังฆกรรมอื่น ๆ การมีพระอุโบสถภายในวัดทำให้วัดหัวฝายยังคงบทบาทเป็นวัดชุมชนที่มีการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงจุดชมสถาปัตยกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนควรเคารพพื้นที่พระอุโบสถ แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร และหลีกเลี่ยงการรบกวนเมื่อมีพิธีกรรมของพระสงฆ์หรือชาวบ้าน
 
ศาลาอเนกประสงค์ของวัดหัวฝายมีบทบาทต่อชุมชนโดยตรง วัดมีศาลาอเนกประสงค์ทั้งหลังเก่าและหลังใหม่ โดยหลังเก่าใช้สำหรับจัดงานศพและเก็บข้าวของเครื่องใช้ของวัด ส่วนหลังใหม่ใช้เป็นสถานที่จัดงานต่าง ๆ ตามความเหมาะสม บทบาทนี้สะท้อนหน้าที่ของวัดไทยในชุมชนอย่างชัดเจน เพราะวัดเป็นทั้งพื้นที่ศาสนา พื้นที่พิธีกรรม พื้นที่รวมญาติ และพื้นที่ช่วยเหลือสังคมในวาระสำคัญของชีวิต
 
ภายในประวัติวัดหัวฝายยังปรากฏรายนามเจ้าอาวาสและผู้ดูแลวัดหลายรูป ได้แก่ พระดี คนะวังโส พ.ศ. 2476–2478 พระตา รตนรัฐวตโณ พ.ศ. 2478–2489 พระยาน เขมงกโล พ.ศ. 2489–2504 พระครูชลธารพิทักษ์ คำปัน มหาวัณโณ พ.ศ. 2504–2538 พระปลัดมนตรี อภิวัณโณ พ.ศ. 2538–2540 พระไปฏิกา เอกรัตน์ ประภัสโร พ.ศ. 2540–2541 พระอธิการสุกิจ คนสีโล พ.ศ. 2541–2547 และพระประดิษฐ์ ทินฺนญาโณ ซึ่งปรากฏในลำดับผู้รักษาการในข้อมูลประวัติวัด
 
สิ่งที่ทำให้วัดหัวฝายแตกต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่คือความใกล้ชิดกับภูมิประเทศและชุมชนเดิมของเชียงใหม่ ชื่อวัดผูกกับฝายกั้นน้ำ ชื่อวัดปูคำผูกกับทุ่งนาและปูในพื้นที่ ชื่อวัดน้ำปูผูกกับอาหารและวิถีเกษตร ส่วนเจดีย์และธรรมมาสหลวงผูกกับศรัทธาและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ทุกชื่อและทุกองค์ประกอบในวัดจึงเป็นเหมือนชั้นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้มาเยือนอ่านเมืองเชียงใหม่ได้ลึกขึ้น
 
การเที่ยววัดหัวฝายควรใช้เวลาอย่างน้อย 30–60 นาที เริ่มจากการไหว้พระภายในวิหาร ชมธรรมมาสหลวงและแท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ จากนั้นเดินชมพระธาตุเจดีย์ประดับกระจกแก้ว พระอุโบสถ และพื้นที่วัดโดยรอบ หากมีเขตจำกัดใกล้องค์เจดีย์ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดอย่างเคร่งครัด การชมวัดแบบค่อย ๆ สังเกตจะทำให้เห็นทั้งรายละเอียดทางศิลปกรรมและความหมายของวัดในฐานะศูนย์กลางจิตใจของชุมชนหัวฝาย
 
การเดินทางไปวัดหัวฝาย ทำได้สะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากเริ่มจากประตูเชียงใหม่หรือถนนคชสาร สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่ย่านช้างคลานและถนนมหิดล แล้วใช้เส้นทางภายในชุมชนไปยังวัดหัวฝาย บริเวณวัดอยู่ใกล้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเชียงใหม่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินจากที่พักในย่านช้างคลานและถนนมหิดลได้
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในย่านไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลาน ถนนลอยเคราะห์ หรือประตูท่าแพ สามารถจัดวัดหัวฝายเป็นจุดแวะเที่ยวในเส้นทางวัดและชุมชนฝั่งตะวันออก–ใต้ของเมืองได้สะดวก เส้นทางใกล้เคียงมีวัดศรีสุพรรณ ถนนคนเดินวัวลาย ประตูเชียงใหม่ คลองแม่ข่า วัดนันทาราม และย่านตลาดเมืองเก่า การจัดเส้นทางแบบนี้ช่วยให้ได้เห็นเชียงใหม่ทั้งมุมวัดเก่า งานช่างล้านนา ชุมชนริมน้ำ และตลาดท้องถิ่นในวันเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดหัวฝายคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่แดดไม่แรง ช่วงเช้าเหมาะสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และถ่ายภาพบรรยากาศเงียบสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการแวะพักระหว่างเที่ยวเมือง หากมาในฤดูฝนควรระวังพื้นลื่นบริเวณลานวัดและใกล้อาคารเก่า หากต้องการถ่ายภาพเจดีย์และงานศิลปกรรม ควรเลือกช่วงที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอและไม่รบกวนผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ
 
ข้อปฏิบัติสำหรับการเข้าชมวัดหัวฝายควรยึดหลักเดียวกับการเข้าวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดไหล่หรือสั้นเกินควร ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหารและอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป โบราณวัตถุ ธรรมมาสหลวง หรือองค์ประกอบเก่าโดยไม่จำเป็น ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนฐานเจดีย์ และเคารพพื้นที่พระสงฆ์ การปฏิบัติเหล่านี้ช่วยรักษาความสงบของวัดและลดความเสี่ยงต่อโบราณสถานที่มีอายุยาวนาน
 
ในด้านการถ่ายภาพ วัดหัวฝายเหมาะกับผู้ที่ชอบเก็บรายละเอียดเชิงวัฒนธรรมมากกว่าการถ่ายภาพมุมกว้างแบบสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ จุดที่ควรสังเกตคือเจดีย์ประดับกระจกแก้ว พระวิหาร ธรรมมาสหลวง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ และบรรยากาศวัดชุมชนในย่านเมือง นักท่องเที่ยวควรถ่ายภาพด้วยความสุภาพ หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีพระพุทธรูปหรือศาสนวัตถุ และไม่ถ่ายภาพพระสงฆ์ในระยะใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
วัดหัวฝายยังมีคุณค่าเชิงการเรียนรู้สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชียงใหม่ เพราะเป็นตัวอย่างของวัดที่เกิดจากความต้องการของชุมชน ไม่ใช่จากอำนาจรัฐเพียงอย่างเดียว ประวัติของวัดช่วยอธิบายการใช้พื้นที่นอกกำแพงเมือง ระบบน้ำแม่ข่า การทำเกษตร ชื่อบ้านนามเมือง ความเชื่อเรื่องพระธาตุ และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมของชุมชน หากอ่านวัดหัวฝายผ่านบริบทเหล่านี้ การเที่ยววัดจะมีความหมายลึกกว่าการแวะไหว้พระระยะสั้น
 
เมื่อเปรียบเทียบกับวัดยอดนิยมในเชียงใหม่ วัดหัวฝายเป็นวัดที่ควรค่าแก่การเขียนถึงในมุม “วัดเล็กที่มีเรื่องใหญ่” เพราะมีทั้งประวัติเก่าแก่ตั้งแต่ พ.ศ. 2130 ชื่อวัดหลายชั้นที่โยงกับภูมิประเทศและวิถีชาวนา เจดีย์ล้านนาประดับกระจกแก้ว ธรรมมาสหลวงที่ใช้เทศน์มหาชาติ แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ และพระพุทธรูปเก่าแก่ วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้อ่านที่ต้องการค้นพบเชียงใหม่ในมุมละเอียด ไม่ซ้ำกับเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป
 
โดยสรุป วัดหัวฝายคือวัดเก่าในตำบลช้างคลานที่บอกเล่าเชียงใหม่ผ่านน้ำ ทุ่งนา ฝาย ชุมชน และศรัทธาได้ครบถ้วน วัดยังเปิดให้เข้าทำบุญและเข้าชมตามเวลาทำการ มีจุดสำคัญให้สักการะและศึกษา ได้แก่ พระธาตุเจดีย์ พระวิหาร ธรรมมาสหลวง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ พระพุทธรูปเก่าแก่ และพื้นที่ชุมชนวัด ผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่แบบเข้าใจเมืองมากขึ้นควรแวะวัดหัวฝายในเส้นทางเดียวกับคลองแม่ข่า วัดศรีสุพรรณ ถนนคนเดินวัวลาย ประตูเชียงใหม่ และย่านช้างคลาน
 
ชื่อสถานที่วัดหัวฝาย
ที่ตั้งตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่154 ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100
พิกัด18.77357, 98.99359
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ในย่านช้างคลาน มีประวัติตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2130 เดิมชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล มีเรื่องเล่าวัดปูคำ วัดน้ำปู พระธาตุเจดีย์ทรงล้านนาประดับกระจกแก้ว ธรรมมาสหลวง และแท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2130 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร
ที่มาของชื่อชื่อวัดหัวฝายมาจากบริเวณใกล้วัดเคยมีฝายกั้นน้ำที่ชาวบ้านใช้ในการอุปโภค บริโภค และทำเกษตร เดิมวัดมีชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล และชาวบ้านเรียกวัดปูคำหรือวัดน้ำปูจากเรื่องเล่าเรื่องปูในทุ่งนาและบริเวณพระธาตุ
ลักษณะเด่นพระธาตุเจดีย์ทรงล้านนาประดับกระจกแก้ว พระวิหาร พระอุโบสถ ธรรมมาสหลวงสำหรับเทศน์มหาชาติในเดือน 4 เป็ง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ และพระพุทธรูปเก่าแก่
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มาย่านช้างคลานหรือถนนมหิดล สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินจากที่พักในย่านช้างคลานได้ วัดอยู่ใกล้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเชียงใหม่
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมวัดตามเวลาทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพระวิหาร พระอุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ พื้นที่ทำบุญ พื้นที่เดินชมวัด และพื้นที่ร่มไม้ภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระธาตุเจดีย์ พระวิหาร พระอุโบสถ ธรรมมาสหลวง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ พระพุทธรูปเก่าแก่ ศาลาอเนกประสงค์ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
ข้อควรระวังควรปฏิบัติตามป้ายแนะนำของวัดและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือสัมผัสบริเวณเจดีย์และโบราณวัตถุ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. คลองแม่ข่า ประมาณ 1 กม.
2. ถนนคนเดินวัวลาย ประมาณ 1 กม.
3. วัดศรีสุพรรณ ประมาณ 1 กม.
4. ประตูเชียงใหม่ ประมาณ 1 กม.
5. วัดนันทาราม ประมาณ 1 กม.
6. วัดศรีปิงเมือง ประมาณ 1 กม.
7. เชียงใหม่ไนท์บาซาร์ ประมาณ 2 กม.
8. อาร์ต อิน พาราไดซ์ เชียงใหม่ ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. อิ่มเส้น ริมโค้ง ประมาณ 0 กม. โทร. 084-406-8224
2. Ked Teahouse and Bistro ประมาณ 1 กม. โทร. 062-358-0088
3. เฝอเวียงจันทน์ สาขาถนนช้างคลาน ประมาณ 2 กม. โทร. 053-271-174
4. ร้านอาหารรวมมิตร ฮาลาล ประมาณ 2 กม. โทร. 053-819-085, 089-853-7217
5. Changklan Halal Bakery ประมาณ 2 กม. โทร. 094-684-3137
ที่พักใกล้เคียง1. WE Terminal Hotel Chiang Mai ประมาณ 1 กม. โทร. 053-271-100
2. Yellotel Hotel Chiang Mai ประมาณ 1 กม. โทร. 053-277-977, 094-757-5737
3. The Park Hotel Chiang Mai ประมาณ 1 กม.
4. Shangri-La Chiang Mai ประมาณ 2 กม. โทร. 053-253-888
5. Chiang Mai Marriott Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 053-253-666
6. At Gate Thaphae Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 053-272-878, 092-694-9798
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวฝายอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหัวฝายตั้งอยู่ในตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในย่านเมืองใกล้ถนนมหิดล คลองแม่ข่า ประตูเชียงใหม่ และถนนช้างคลาน
 
ถาม: วัดหัวฝายเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดหัวฝายเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดหัวฝายเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดหัวฝายไม่เสียค่าเข้าชม สามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาทำการ
 
ถาม: วัดหัวฝายมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดหัวฝายตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2130 เดิมชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล ต่อมาชาวบ้านเรียกวัดปูคำหรือวัดน้ำปู และเปลี่ยนเป็นวัดหัวฝายจากทำเลใกล้ฝายกั้นน้ำที่ชุมชนใช้ในการเกษตรและชีวิตประจำวัน
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดหัวฝายมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระธาตุเจดีย์ทรงล้านนาประดับกระจกแก้ว พระวิหาร พระอุโบสถ ธรรมมาสหลวง แท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ และพระพุทธรูปเก่าแก่
 
ถาม: เดินทางไปวัดหัวฝายอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินจากที่พักในย่านช้างคลานและถนนมหิดล โดยวัดอยู่ใกล้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเชียงใหม่
 
ถาม: วัดหัวฝายเหมาะกับใคร?
ตอบ: วัดหัวฝายเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าในเชียงใหม่ ประวัติศาสตร์ชุมชนช้างคลาน ระบบน้ำแม่ข่า ศิลปกรรมล้านนา การไหว้พระ และการเที่ยววัดขนาดสงบในเขตเมือง
 
ถาม: เที่ยววัดหัวฝายร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับคลองแม่ข่า ถนนคนเดินวัวลาย วัดศรีสุพรรณ วัดนันทาราม ประตูเชียงใหม่ วัดศรีปิงเมือง เชียงใหม่ไนท์บาซาร์ และอาร์ต อิน พาราไดซ์ เชียงใหม่ได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ชั่วโมงที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)