พิพิธภัณฑ์ และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย

Rating: 3.9/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวนนทบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ภายในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการทำหน้าที่มากกว่าพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพราะไม่ได้เพียงเก็บรวบรวมองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยไว้ให้ชมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา สมุนไพร การนวดไทย อาหารไทย และการดูแลสุขภาพเข้ากับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ ผู้ที่มาเยือนจึงไม่ได้รับเพียงความรู้เชิงประวัติศาสตร์ หากยังมองเห็นภาพรวมของการแพทย์แผนไทยในฐานะวิถีชีวิต ความเชื่อ วัฒนธรรม และมรดกทางปัญญาที่สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยในนนทบุรีน่าเที่ยวหรือไม่ คำตอบคือที่นี่เหมาะอย่างยิ่งทั้งสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย ผู้เรียนด้านสมุนไพรและการนวดไทย นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนผู้ที่อยากเห็นภาพว่าภูมิปัญญาไทยถูกนำมาประยุกต์เป็นระบบสุขภาพได้อย่างไร ภายในอาคารมีการจัดแสดงตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานและรากทางความเชื่อ ไปจนถึงวิวัฒนาการของศาสตร์การแพทย์แผนไทยในแต่ละยุคสมัย รวมทั้งมีพื้นที่บริการและกิจกรรมที่สะท้อนการใช้จริง เช่น ห้องอาหารเพื่อสุขภาพ จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร พื้นที่บริการด้านการแพทย์แผนไทย และสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ที่รายล้อมอาคาร
ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารทรงไทยแบบเครื่องก่อจำนวน 9 หลัง ออกแบบโดยศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ งานออกแบบทำให้ทั้งอาคารมีเอกลักษณ์โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น เพราะแม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ราชการสมัยใหม่ แต่กลับถ่ายทอดบรรยากาศของสถาปัตยกรรมไทยได้อย่างสง่างามและกลมกลืน ความงามของอาคารไม่ได้เป็นเพียงเปลือกภายนอก หากยังสะท้อนแนวคิดของพิพิธภัณฑ์ที่ต้องการให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าการแพทย์แผนไทยไม่ได้แยกขาดจากรากวัฒนธรรมไทย แต่เติบโตมาพร้อมศาสนา วิถีชุมชน ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภายในอาคารแบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นใต้ดิน ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 โดยชั้นที่ 2 เป็นหัวใจสำคัญของส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับความเป็นมาและวิวัฒนาการของการแพทย์แผนไทย ภายในพื้นที่ชั้นนี้มีการจัดห้องนิทรรศการไว้ 7 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องทำหน้าที่เหมือนบทเรียนที่ค่อย ๆ พาผู้ชมทำความเข้าใจว่าแพทย์แผนไทยไม่ได้หมายถึงเรื่องยาหรือการนวดเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมโลกทัศน์ วิธีคิด และการดำเนินชีวิตของคนไทยในแต่ละภูมิภาคด้วย
ห้องที่ 1 คือ หอพระไภษัชคุรุไวทูรยประภา ซึ่งจัดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับการแพทย์แผนไทย หรือที่เรียกว่าแนวคิดแบบพุทธศาสน์การแพทย์ ห้องนี้ช่วยให้เห็นว่าการเยียวยาในสังคมไทยโบราณไม่ได้อยู่แค่ในมิติของร่างกาย แต่ยังเชื่อมโยงกับจิตใจ ศรัทธา และความเชื่อเรื่องการดูแลชีวิตอย่างสมดุล การเริ่มต้นเส้นทางการชมด้วยห้องนี้จึงมีความหมายมาก เพราะเป็นการปูพื้นฐานให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าแพทย์แผนไทยเติบโตขึ้นมาจากระบบความคิดที่ลึกและกว้างกว่าการรักษาอาการเจ็บป่วยเพียงด้านเดียว
ห้องที่ 2 คือ หอบรมครูการแพทย์แผนไทย ซึ่งสะท้อนพิธีไหว้ครูและความเคารพต่อสายวิชาตามคติไทยดั้งเดิม ห้องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ที่อยากเข้าใจว่าทำไมศาสตร์การแพทย์แผนไทยจึงให้ความสำคัญกับครู อาจารย์ และการรับถ่ายทอดองค์ความรู้แบบมีพิธีกรรมรองรับ เพราะในอดีตวิชาแพทย์ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงข้อมูลที่อ่านจากตำราแล้วใช้ได้ทันที แต่เป็นศาสตร์ที่ต้องรับการฝึกฝนอย่างมีวินัย มีความเคารพ และมีคุณธรรมประกอบ การจัดแสดงในส่วนนี้จึงทำให้พิพิธภัณฑ์มีมิติทางวัฒนธรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ห้องที่ 3 คือ ห้องวิวัฒนาการการแพทย์แผนไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะแสดงพัฒนาการของการแพทย์แผนไทยตั้งแต่ยุคก่อนสุโขทัย ต่อเนื่องผ่านอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน ห้องนี้ช่วยให้ผู้ชมมองเห็นเส้นทางขององค์ความรู้ไทยในเชิงประวัติศาสตร์อย่างเป็นลำดับ ว่าศาสตร์การแพทย์ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มีการปรับตัว เปลี่ยนบทบาท และได้รับการฟื้นฟูในแต่ละช่วงเวลา บางยุคเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน บางยุคได้รับการรวบรวมเป็นตำรา บางยุคถูกผลักดันให้อยู่ในระบบสาธารณสุข จึงเป็นห้องที่เหมาะมากสำหรับผู้ต้องการเข้าใจภาพใหญ่ของการแพทย์แผนไทยในบริบทของประวัติศาสตร์ชาติไทย
ห้องที่ 4 คือ ห้องภูมิปัญญาไทย ที่นำเสนอองค์ความรู้ของแพทย์พื้นบ้านทั้ง 4 ภาคของไทย ซึ่งทำให้ผู้ชมเห็นความหลากหลายของภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างชัดเจน แม้จะเรียกรวมว่าแพทย์แผนไทย แต่ในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่กลับมีวิธีคิด วิธีใช้สมุนไพร สูตรตำรับ และแนวทางดูแลสุขภาพที่แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ วัตถุดิบพื้นถิ่น และวิถีชีวิตของผู้คน ห้องนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งในมุมของวัฒนธรรมเปรียบเทียบ เพราะช่วยให้เข้าใจว่าองค์ความรู้ด้านสุขภาพของไทยไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว หากเป็นเครือข่ายของภูมิปัญญาจำนวนมากที่เติบโตอยู่บนฐานวัฒนธรรมท้องถิ่น
ห้องที่ 5 คือ ห้องการนวดไทย ซึ่งเล่าประวัติความเป็นมาและจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องมือการนวดประเภทต่าง ๆ จุดนี้น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่สนใจการนวดแผนไทยในฐานะมรดกวัฒนธรรมและวิชาชีพร่วมสมัย เพราะทำให้เห็นว่าการนวดไม่ได้เป็นเพียงบริการเพื่อผ่อนคลาย แต่เป็นศาสตร์ที่มีระบบความรู้รองรับ มีทฤษฎีเกี่ยวกับเส้น การกด การยืด และการฟื้นฟูสมดุลร่างกาย การจัดแสดงอุปกรณ์และความเป็นมาของการนวดยังช่วยเชื่อมให้ผู้ชมเข้าใจด้วยว่าเหตุใดนวดไทยจึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
ห้องที่ 6 คือ ห้องอาหารไทย ซึ่งถือเป็นส่วนจัดแสดงที่ช่วยขยายมุมมองของผู้ชมได้ดีมาก เพราะชี้ให้เห็นว่าการแพทย์แผนไทยไม่ได้แยกออกจากการกินอยู่ในชีวิตประจำวัน ภายในห้องนำเสนอวัฒนธรรมการกินตามฤดูกาลและตามธาตุของคนไทยทั้ง 4 ภาค โดยสะท้อนให้เห็นว่าการเลือกอาหารของคนไทยดั้งเดิมมีมิติเรื่องการดูแลสุขภาพแทรกอยู่เสมอ อาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่เป็นเครื่องมือดูแลสมดุลของร่างกายตามภูมิปัญญาเดิม จุดนี้มีคุณค่ามากสำหรับผู้อ่านยุคปัจจุบันที่มักสนใจแนวคิดเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะจะทำให้เข้าใจว่าความคิดเช่นนี้มีรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนานแล้ว
ห้องที่ 7 คือ ห้องยา ซึ่งจัดแสดงหลัก 4 ประการในการปรุงยา เครื่องยา และสมุนไพรไทยประเภทต่าง ๆ ห้องนี้เป็นอีกพื้นที่สำคัญที่ทำให้ผู้เข้าชมมองเห็นความซับซ้อนของการแพทย์แผนไทยในมิติที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ วิธีการจัดยา การรู้จักสรรพคุณของพืชแต่ละชนิด และการนำสมุนไพรมาใช้ในตำรับยาอย่างเป็นระบบ การได้เห็นเครื่องยาและสมุนไพรจริงช่วยให้ความรู้ที่หลายคนคุ้นเพียงชื่อ กลายเป็นภาพที่ชัดเจนและมีชีวิตมากขึ้น
นอกจากส่วนพิพิธภัณฑ์บนชั้นที่ 2 แล้ว ชั้นที่ 1 ของอาคารยังทำหน้าที่เชื่อมโลกของการจัดแสดงเข้ากับการใช้จริงในปัจจุบันอย่างน่าสนใจ ภายในประกอบด้วยห้องอาหารเพื่อสุขภาพที่จำหน่ายอาหารสุขภาพ รวมถึงห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น ยาดม ยาทา ลูกอม สบู่ และยาสระผม ผู้ที่มาเยือนจึงไม่ได้เพียงเดินชมแล้วจบ แต่ยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรและการดูแลสุขภาพกลับไปได้ ทำให้ประสบการณ์ของการเยี่ยมชมมีความต่อเนื่องและใกล้ตัวมากขึ้น
ในบริเวณเดียวกันยังมีพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการสุขภาพ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย ห้องตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย ห้องอบสมุนไพร และห้องนวด ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ในความหมายแบบนิ่ง ๆ แต่เป็นศูนย์กลางที่รวมทั้งการเรียนรู้ การบริการ และการต่อยอดทางวิชาชีพไว้ด้วยกัน ผู้ที่สนใจศาสตร์ด้านนี้สามารถเห็นภาพได้ในทันทีว่าองค์ความรู้ที่จัดแสดงอยู่บนชั้นพิพิธภัณฑ์นั้นยังมีชีวิตอยู่และถูกนำไปใช้จริงในระบบบริการสุขภาพไทย
บริการนวดรักษาในพื้นที่ต้องสมัครสมาชิกก่อน โดยมีบริการนวดรักษา นวดสุขภาพ นวดฝ่าเท้า ประคบสมุนไพร และอบสมุนไพร อัตราค่าบริการที่มีการเผยแพร่ไว้ ได้แก่ นวดรักษาและนวดสุขภาพ 200 บาท นวดฝ่าเท้า 150 บาท ประคบสมุนไพร 150 บาท และอบสมุนไพร 100 บาท ซึ่งช่วยให้ผู้สนใจด้านสุขภาพมองเห็นอีกแง่มุมหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นพื้นที่ซึ่งองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยสามารถเชื่อมจากนิทรรศการไปสู่การใช้บริการจริงได้โดยตรง
ชั้นใต้ดินของอาคารประกอบด้วยห้องประชุม ห้องสมุด และศูนย์จำหน่ายหนังสือของโครงการพัฒนาด้านต่าง ๆ ซึ่งช่วยขยายบทบาทของสถานที่จากการเป็นพิพิธภัณฑ์สู่การเป็นแหล่งองค์ความรู้แบบครบวงจร ผู้ที่ต้องการศึกษาลึกต่อในเชิงวิชาการหรืออยากค้นคว้าเรื่องการแพทย์แผนไทยอย่างจริงจังจึงสามารถมองสถานที่นี้เป็นทั้งพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และจุดเริ่มต้นของการศึกษาต่อยอดได้พร้อมกัน
อีกหนึ่งจุดที่โดดเด่นมากของบริเวณภายนอกอาคารคือ เขามอ ซึ่งจำลองมาจากวัดโพธิ์ บนเขามอมีการคัดเลือกท่าฤาษีดัดตนขนาดเท่าคนจริงมาจัดแสดง 25 ท่า พร้อมปลูกสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ไว้บนเขา จุดนี้ถือเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ชมสัมผัสบรรยากาศของภูมิปัญญาไทยในรูปแบบที่มีชีวิตชีวาและเข้าใจง่ายมากขึ้น เพราะไม่ได้เห็นเพียงคำอธิบายหรือภาพประกอบ แต่ได้เห็นรูปท่าจริง ได้เห็นการจัดวางภูมิทัศน์ และได้เชื่อมโยงความรู้เรื่องร่างกาย สมุนไพร และการดูแลตนเองเข้าด้วยกัน
ภายในเขามอยังมี ถ้ำฤาษีเขามอ หรือถ้ำครูแผนไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ปรับอากาศ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปฤาษีดัดตนในท่าต่าง ๆ บรรยากาศของส่วนนี้ทำให้การเยี่ยมชมมีมิติที่แตกต่างจากห้องจัดแสดงภายในอาคาร เพราะให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าสู่โลกของการฝึกตนและภูมิปัญญาแบบไทยดั้งเดิม รอบ ๆ เขามอแวดล้อมด้วยต้นไม้สมุนไพรหลายชนิด บางต้นมีระบบสัญญาณเสียง เมื่อกดปุ่มแล้วต้นไม้สามารถบอกข้อมูลรายละเอียดของตนเองได้ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและทำให้ผู้ชมเรียนรู้เรื่องสมุนไพรได้อย่างเพลิดเพลิน
บริเวณรอบอาคารทั้งหมดถูกโอบล้อมด้วยสวนสมุนไพรที่ปลูกไว้นับพันชนิด ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีลักษณะคล้ายทั้งพิพิธภัณฑ์ สวนพฤกษศาสตร์สมุนไพร และศูนย์การเรียนรู้สุขภาพในเวลาเดียวกัน ผู้ที่เดินชมภายนอกจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศร่มรื่นและมิติของการเรียนรู้ที่กว้างกว่าภายในอาคาร สวนสมุนไพรเหล่านี้มีคุณค่าอย่างมากในแง่การศึกษาพืชยาไทย และยังช่วยตอกย้ำบทบาทของสถานที่ว่าเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์แผนไทยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้เชิงทฤษฎีกับสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างน่าสนใจ
ภายในพื้นที่ยังมีซุ้มขายอาหารที่ทำจากพืชผักสมุนไพร ร้านขายพืชผักปลอดสารพิษ และร้านขายยาสมุนไพร ซึ่งทำให้การมาเยือนมีลักษณะเป็นประสบการณ์รอบด้าน ผู้ที่สนใจเรื่องสุขภาพสามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์ เรียนรู้เรื่องอาหารไทยตามฤดูกาล แล้วต่อยอดไปสู่การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารสุขภาพในพื้นที่เดียวกันได้ นี่คือจุดแข็งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหลายแห่ง เพราะมีความเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตจริงอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนต่อยอดในเชิงวิชาชีพ สถานที่แห่งนี้ยังมีบทบาทด้านการฝึกอบรมผ่านสถาบันส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย ผู้เรียนสามารถสมัครเรียนหลักสูตรต่าง ๆ ได้หลายแบบ ทั้งนวดตัวและนวดเท้า โดยมีใบประกาศนียบัตรรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข จุดนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ แต่ยังช่วยสร้างบุคลากรและต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การประกอบอาชีพได้จริง จึงเหมาะทั้งกับผู้ที่มาท่องเที่ยว ผู้ที่มาศึกษา และผู้ที่กำลังมองหาเส้นทางวิชาชีพในสายสุขภาพทางเลือก
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจุดเด่นตรงที่สามารถตอบโจทย์คำถามยอดนิยมของผู้ค้นหาได้หลายแบบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น “พิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทย นนทบุรี อยู่ที่ไหน” “พิพิธภัณฑ์สมุนไพรใกล้กรุงเทพมีที่ไหนบ้าง” “แหล่งเรียนรู้การนวดไทยในนนทบุรีมีอะไรน่าสนใจ” หรือ “เที่ยวกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี มีอะไรให้ดู” เพราะสถานที่นี้เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ และพื้นที่บริการในจุดเดียวกัน ทำให้เหมาะมากสำหรับการมาแบบครึ่งวันถึง 1 วัน โดยเฉพาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจการแพทย์แผนไทย หรือครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้สิ่งใกล้ตัวในรูปแบบที่แตกต่างจากห้างหรือแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ที่นี่มีความหมายมากยิ่งขึ้นคือการเป็นภาพแทนของการฟื้นคืนคุณค่าภูมิปัญญาไทยในระบบสาธารณสุขร่วมสมัย เมื่อเดินชมตั้งแต่ห้องนิทรรศการเรื่องพุทธศาสน์การแพทย์ ห้องวิวัฒนาการประวัติศาสตร์ ห้องภูมิปัญญาไทยทั้ง 4 ภาค ห้องนวดไทย ห้องอาหารไทย และห้องยา ผู้ชมจะพบว่าแพทย์แผนไทยไม่ใช่เพียงเรื่องในอดีต หากยังเป็นองค์ความรู้ที่ถูกตีความใหม่และประยุกต์ใช้ต่อในโลกปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในรูปแบบของบริการสุขภาพ การศึกษา การวิจัย ผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
ในด้านประวัติและความเป็นมาของพื้นที่จัดแสดง อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนางานแพทย์แผนไทยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และยังถูกกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในอาคารสำคัญที่รองรับภารกิจของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในช่วงเริ่มต้นของการจัดตั้งหน่วยงาน จึงกล่าวได้ว่าตัวอาคารเองก็มีความหมายในเชิงสถาบัน ไม่ได้เป็นเพียงเปลือกอาคารสำหรับจัดแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลักดันแพทย์แผนไทยให้มีพื้นที่ชัดเจนในระบบสุขภาพไทย
ผู้ที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมไทยก็มักประทับใจกับบรรยากาศของอาคารทรงไทยแบบเครื่องก่อจำนวน 9 หลังที่เรียงตัวอย่างงดงาม ภายนอกให้ความรู้สึกเคร่งขรึมและสงบ ขณะที่ภายในกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวของชีวิต ความเชื่อ สุขภาพ และภูมิปัญญาไทย การได้ชมอาคารและพื้นที่โดยรอบจึงไม่ใช่แค่การมาเรียนรู้ข้อมูล แต่ยังเป็นประสบการณ์ทางสุนทรียภาพด้วย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจการออกแบบไทยร่วมสมัยและงานของศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี
การเดินทาง มายังพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยถือว่าสะดวกสำหรับผู้ที่เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ หรือพื้นที่รอบนนทบุรี เพราะสถานที่ตั้งอยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุขบนถนนติวานนท์ ในอำเภอเมืองนนทบุรี หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนติวานนท์หรือถนนงามวงศ์วานเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ได้ค่อนข้างสะดวก ส่วนผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะ ข้อมูลเดิมระบุว่าสามารถโดยสารรถประจำทางสาย 97 ได้ นอกจากนี้พื้นที่กระทรวงสาธารณสุขยังอยู่ในโซนที่เข้าถึงได้ง่ายจากเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ทำให้การวางแผนมาเยือนในปัจจุบันง่ายขึ้นกว่ายุคก่อนมาก เมื่อมาถึงแล้วควรเผื่อเวลาเดินชมอย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมง หากต้องการดูนิทรรศการหลายห้องอย่างละเอียด เดินชมเขามอ สวนสมุนไพร และแวะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพในพื้นที่ ก็ควรเผื่อเวลาเพิ่มเป็นครึ่งวันจะเหมาะกว่า
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ควรทราบว่ามีการแจ้งให้ติดต่อหรือทำหนังสือล่วงหน้าก่อนเข้าชมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยวันเปิดทำการที่มีการเผยแพร่ไว้คือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะถ้ามาเป็นหมู่คณะ นักเรียน นักศึกษา หรือคณะศึกษาดูงาน เพราะจะช่วยให้การประสานงานราบรื่นและทำให้สามารถเข้าชมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในแง่ของค่าธรรมเนียมเข้าชม มีข้อมูลเผยแพร่ว่าชาวไทยผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 15 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับคุณค่าด้านการเรียนรู้ที่ได้รับ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจระบบภูมิปัญญาไทยเรื่องสุขภาพแบบองค์รวมได้อย่างลึกซึ้ง
ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าชม การฝึกอบรม หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยได้โดยตรง เบอร์โทรศัพท์ที่มีการเผยแพร่ไว้สำหรับการติดต่อเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ได้แก่ 0 2590 2600 และ 0 2590 2606 ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมบางส่วนมีการเผยแพร่เบอร์ 0 2591 0598-9 สำหรับการสอบถามเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าสถานที่ยังคงทำหน้าที่จริงในเชิงบริการและการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงแบบปิดตาย
หากมองในภาพรวม พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย จังหวัดนนทบุรี คือสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการใช้ประโยชน์จริงของการแพทย์แผนไทยไว้ในพื้นที่เดียวอย่างครบถ้วน ผู้ที่มาที่นี่จะได้เรียนรู้ตั้งแต่รากฐานทางความเชื่อและศาสนา วิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละภูมิภาค การนวดไทย อาหารไทยตามฤดูกาล การปรุงยา การใช้สมุนไพร ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในระบบสุขภาพร่วมสมัย จึงเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมและสุขภาพที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของนนทบุรี
สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมองหาสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพที่ได้ทั้งความรู้และบรรยากาศร่มรื่น ที่นี่ตอบโจทย์อย่างชัดเจน เพราะสามารถผสมผสานการเดินชมอาคารไทย ชมสวนสมุนไพร สำรวจนิทรรศการหลายมิติ และเรียนรู้เรื่องสุขภาพแบบไทยได้ภายในการเดินทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ส่วนสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม สุขภาพ หรือการศึกษา สถานที่แห่งนี้ก็มีคุณค่ามากในฐานะกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยสามารถทำควบคู่ไปกับการบริการ การฝึกอบรม และการสร้างประโยชน์สาธารณะได้จริง
เมื่อมองจากมุมของผู้อ่านยุคปัจจุบันที่นิยมค้นหาสถานที่เที่ยวพร้อมข้อมูลใช้งานจริง พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยมีความโดดเด่นตรงที่ให้มากกว่าความรู้บนป้ายจัดแสดง ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และการต่อยอดของศาสตร์การแพทย์แผนไทยในสังคมไทยจริง ๆ หากกำลังวางแผนเที่ยวนนทบุรีแบบมีสาระ หรืออยากหาสถานที่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ไทยเข้ากับสุขภาพและวิถีชีวิต ที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรบันทึกไว้ในแผนการเดินทางอย่างยิ่ง
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย |
| ที่ตั้ง | ภายในกระทรวงสาธารณสุข ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี |
| ที่อยู่ | อาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 88/23 หมู่ 4 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000 |
| ไฮไลต์ | อาคารทรงไทยแบบเครื่องก่อ 9 หลัง, นิทรรศการการแพทย์แผนไทย 7 ห้อง, เขามอจำลองจากวัดโพธิ์, ท่าฤาษีดัดตน 25 ท่า, สวนสมุนไพรนับพันชนิด |
| ประวัติ | พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรมด้านการแพทย์แผนไทยของกระทรวงสาธารณสุข และมีบทบาทเชื่อมโยงงานพิพิธภัณฑ์กับการบริการและการศึกษาด้านแพทย์แผนไทย |
| ผู้ออกแบบอาคาร | ศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ฝึกอบรม พื้นที่บริการสุขภาพแผนไทย ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และสวนสมุนไพรในพื้นที่เดียว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ชั้น 2 ห้องจัดแสดง 7 ห้อง, ชั้น 1 ห้องอาหารเพื่อสุขภาพและพื้นที่บริการแพทย์แผนไทย, ชั้นใต้ดินห้องประชุมและห้องสมุด, ภายนอกมีเขามอ ถ้ำครูแผนไทย และสวนสมุนไพร |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ผ่านถนนติวานนท์ได้สะดวก อยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมืองนนทบุรี ข้อมูลเดิมระบุว่าสามารถโดยสารรถประจำทางสาย 97 ได้ และเหมาะกับการเผื่อเวลาเข้าชมอย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมแบบติดต่อล่วงหน้า |
| วันเปิดทำการ | วันจันทร์ - วันศุกร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ชาวไทย 30 บาท, เด็ก 15 บาท, นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท, ชาวต่างชาติ 150 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องอาหารเพื่อสุขภาพ, ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร, ห้องตรวจรักษาแพทย์แผนไทย, ห้องอบสมุนไพร, ห้องนวด, ห้องสมุด, ห้องประชุม, สวนสมุนไพร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0 2590 2600, 0 2590 2606 |
| เบอร์สอบถามหลักสูตรฝึกอบรม | 0 2591 0598-9 |
| 1. สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) อุทยานมกุฏรมยสราญ – 2 กม. 2) พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน – 2 กม. 3) The Mall Ngamwongwan – 3 กม. 4) พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี – 3 กม. 5) วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง – 3 กม. |
| 2. ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) Artisan Dining – 2 กม. โทร. 064 264 6332 2) เนื้อแท้ The Nine Center Tiwanon – 4 กม. โทร. 061 889 7008 3) เชฟถนอม The Nine Center Tiwanon – 4 กม. โทร. 061 849 6622 4) Tanabe Izakaya The Nine Center Tiwanon – 4 กม. โทร. 093 350 9444 5) The Annyeong BBQ The Nine Center Tiwanon – 4 กม. โทร. 02 056 8334 |
| 3. ที่พักใกล้เคียง | 1) Oakwood Suites Tiwanon Bangkok – 3 กม. โทร. 02 149 9450 2) Mida Hotel Ngamwongwan – 3 กม. โทร. 02 591 7227 3) Grand Richmond Stylish Convention Hotel – 4 กม. โทร. 02 831 8888 4) Nonthaburi Palace Hotel – 5 กม. โทร. 02 969 0160 5) Regent Ngamwongwan Hotel – 4 กม. โทร. 02 952 7360 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ถาม: พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม
ถาม: ต้องทำหนังสือล่วงหน้าก่อนเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีการแจ้งให้ทำจดหมายหรือติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะกรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะ
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: มีห้องจัดแสดง 7 ห้องเกี่ยวกับพุทธศาสน์การแพทย์ พิธีไหว้ครู วิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย 4 ภาค การนวดไทย อาหารไทย และห้องยา รวมถึงเขามอ ถ้ำครูแผนไทย และสวนสมุนไพร
ถาม: มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีข้อมูลเผยแพร่ว่าชาวไทย 30 บาท เด็ก 15 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท
ถาม: ที่นี่มีบริการด้านสุขภาพแผนไทยด้วยหรือไม่?
ตอบ: มีพื้นที่บริการด้านการแพทย์แผนไทย เช่น ห้องนวด ห้องอบสมุนไพร และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย โดยบริการนวดรักษาบางประเภทต้องสมัครสมาชิกก่อน
ถาม: เหมาะกับใครเป็นพิเศษ?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจสมุนไพรและการนวดไทย ตลอดจนผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพใกล้กรุงเทพฯ
ถาม: หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมควรติดต่อที่เบอร์ใด?
ตอบ: สามารถติดต่อได้ที่ 0 2590 2600 และ 0 2590 2606 ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมมีเบอร์ 0 2591 0598-9
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage
