วัดกลางบางแก้ว และพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก

Rating: 3.8/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวนครปฐม
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: วัดเปิดทุกวัน / พิพิธภัณฑ์เปิดวันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: พิพิธภัณฑ์ 09.00 - 16.00 น.
วัดกลางบางแก้ว และพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก จังหวัดนครปฐม เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีนที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความศรัทธาของชาวนครชัยศรีมาอย่างยาวนาน เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดคงคาราม” ซึ่งสะท้อนความผูกพันกับสายน้ำอย่างชัดเจน เพราะชุมชนโบราณในลุ่มแม่น้ำท่าจีนต่างอาศัยแม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ทั้งเพื่อการเดินทาง การค้าขาย และการติดต่อระหว่างชุมชน วัดกลางบางแก้วจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางจิตใจและวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่มาแต่เดิม
เสน่ห์สำคัญของวัดกลางบางแก้วอยู่ที่การเป็นวัดเก่าแก่ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดยังคงมีองค์ประกอบสำคัญของวัดไทยโบราณอย่างโบสถ์ วิหาร และพระประธานเก่าแก่ที่สะท้อนให้เห็นพัฒนาการของพุทธศิลป์ไทยในอดีต เมื่อเดินเข้าสู่เขตวัด ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ต่างจากวัดท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์หลายแห่ง เพราะที่นี่ให้ความรู้สึกสงบ ร่มรื่น และยังคงกลิ่นอายของวัดชุมชนริมน้ำอย่างเด่นชัด
อีกมิติหนึ่งที่ทำให้วัดกลางบางแก้วโดดเด่นกว่าวัดโบราณทั่วไป คือการเป็นแหล่งรวมมรดกทางศาสนาและภูมิปัญญาไทยที่เชื่อมโยงกับพระเกจิอาจารย์สำคัญของวัด โดยเฉพาะหลวงปู่บุญ และหลวงปู่เพิ่ม พระเถระผู้มีชื่อเสียงอย่างมากในสายพระเครื่อง วัตถุมงคล วิชาอาคม ตำรายาไทย และองค์ความรู้โบราณหลากแขนง ชื่อเสียงของวัดกลางบางแก้วจึงไม่ได้ผูกอยู่กับสถาปัตยกรรมโบราณเท่านั้น แต่ยังเชื่อมอยู่กับประวัติของครูบาอาจารย์ผู้สร้างรากฐานให้วัดมีความสำคัญในระดับประเทศ
หลวงปู่บุญ หรือท่านเจ้าคุณพุทธวิถีนายก (บุญ ขันธโชติ) เป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วในช่วงปี พ.ศ. 2429 - 2478 นับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของวัด ในสมัยของท่าน วัดกลางบางแก้วเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะสำนักพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยมด้วยวิทยาคม ความรู้ทางสมุนไพร และศาสตร์โบราณด้านต่าง ๆ วัตถุมงคลของหลวงปู่บุญยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสมและผู้มีศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพระบูชา พระเครื่อง และเครื่องรางของขลังหลายรูปแบบ
นอกจากชื่อเสียงด้านวัตถุมงคลแล้ว หลวงปู่บุญยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความรอบรู้ด้านยาไทย สมุนไพร และโหราศาสตร์อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หลงเหลือเพียงในเรื่องเล่าหรือความทรงจำของลูกศิษย์เท่านั้น แต่ยังปรากฏอยู่ในรูปของคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำราตัวยา ปฏิทินโหราศาสตร์ลายมือ และของใช้ส่วนตัวที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ของวัด ความโดดเด่นตรงนี้ทำให้วัดกลางบางแก้วไม่ใช่เพียง “วัดพระเครื่อง” แต่เป็นวัดที่เก็บรักษาภูมิปัญญาไทยแบบองค์รวมไว้อย่างน่าสนใจมาก
ต่อมา หลวงปู่เพิ่ม พระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม ปุญญวสโน) ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่บุญ ได้สืบตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อจากอาจารย์ของท่าน หลวงปู่เพิ่มมีบทบาทสำคัญในการสืบทอดทั้งแนวทางการปกครองวัด ความรู้ด้านวัตถุมงคล และการธำรงรักษาศรัทธาของชุมชนไว้ต่อเนื่อง ภาพลักษณ์ของวัดกลางบางแก้วในฐานะวัดสำคัญแห่งนครชัยศรีจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากบุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่เกิดจากการสืบทอดอย่างต่อเนื่องของสายครูบาอาจารย์ที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อผู้คนในพื้นที่และผู้มีศรัทธาทั่วประเทศ
ปัจจุบันวัดกลางบางแก้วอยู่ภายใต้การดูแลของ พระครูสิริชัยคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอนครชัยศรีและเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกของวัดให้คงอยู่ในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ หนึ่งในผลงานสำคัญของท่านคือการก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก” ขึ้นภายในวัด เพื่อเป็นสถานที่จัดเก็บโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ และองค์ความรู้ของอดีตเจ้าอาวาสทั้ง 2 รูปอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้มาเยือนไม่เพียงได้ไหว้พระและชมวัด แต่ยังสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัดได้อย่างลึกซึ้งในพื้นที่เดียวกัน
พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกถือเป็นจุดเด่นสำคัญของวัดกลางบางแก้วในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรื่องราวของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่มมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ผ่านการจัดแสดงวัตถุจริง เอกสารจริง และเครื่องใช้จริงจำนวนมาก การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสะสมของเก่า แต่เป็นการ “รักษาความทรงจำของวัด” ไว้ในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม ให้ผู้สนใจด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์ พระเครื่อง และภูมิปัญญาไทยสามารถเข้ามาศึกษาได้โดยตรง
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ชั้น แต่ละชั้นมีเนื้อหาและลักษณะเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน ชั้นที่ 1 เป็นชั้นที่เชื่อมผู้มาเยือนเข้ากับตัวตนของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่มมากที่สุด เพราะจัดแสดงประวัติ รูปถ่าย รูปปั้น ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล และพระบูชาที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสทั้ง 2 รูป นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับยาไทย สมุนไพร และตำรารักษาโรค ซึ่งช่วยเปิดมุมมองว่าพระเกจิอาจารย์ในอดีตไม่ได้เป็นเพียงผู้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นผู้รักษาและถ่ายทอดวิชาความรู้เพื่อประโยชน์ของชุมชนด้วย
ในชั้นที่ 1 ผู้มาเยือนยังจะได้เห็นคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำราโหราศาสตร์ ตำรายาไทย และสมุดภาพพระมาลัย ซึ่งล้วนเป็นวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสะท้อนโลกทัศน์ของสังคมไทยในอดีตได้อย่างชัดเจน เอกสารเหล่านี้ช่วยทำให้พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกมีคุณค่าเกินกว่าการเป็นพิพิธภัณฑ์วัดทั่วไป เพราะเป็นแหล่งที่เชื่อมโยงพุทธศาสนา ความเชื่อ การแพทย์พื้นบ้าน และวัฒนธรรมการเรียนรู้เข้าด้วยกันในมิติที่น่าสนใจมาก
ชั้นที่ 2 ของพิพิธภัณฑ์เน้นการจัดแสดงเครื่องใช้และศิลปวัตถุที่สะท้อนฐานะ ความประณีต และรสนิยมของสังคมในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเครื่องถ้วยชามของใช้ แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง และธรรมาสน์มุกของหลวงปู่บุญ ซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะได้รับการสร้างถวายโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 8 รายละเอียดในชั้นนี้ช่วยขยายความเข้าใจว่าความสำคัญของวัดกลางบางแก้วไม่ได้อยู่เฉพาะในระดับท้องถิ่น แต่ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายชนชั้นนำและวัฒนธรรมชั้นสูงของสังคมไทยในบางช่วงเวลาด้วย
ชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศขรึมขลังและชวนให้ใช้เวลาชมอย่างละเอียด เพราะจัดแสดงพระบุเงิน พระบูชาไม้แกะ ธรรมาสน์บุษบกเก่าสลักไม้ลงรักปิดทอง และกุฏิเก่าของหลวงปู่ที่นำมาประกอบในลักษณะเดิม เพื่อประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ให้มีสภาพใกล้เคียงกับเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ส่วนนี้เป็นเสมือนพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้รู้สึกใกล้ชิดกับอดีตมากขึ้น ไม่เพียงในแง่ของการมองเห็นสิ่งของ แต่ยังรับรู้ถึงวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และบรรยากาศของสำนักสงฆ์ในอดีตได้อย่างลึกซึ้ง
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกจึงเป็นมากกว่าห้องแสดงวัตถุโบราณ แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องของวัดกลางบางแก้วผ่านบุคคล ผ่านข้าวของ และผ่านองค์ความรู้ที่เคยมีชีวิตจริงอยู่ในชุมชน วัตถุแต่ละชิ้นไม่ได้มีความหมายเพียงในฐานะของสะสม แต่เป็นพยานของยุคสมัย เป็นหลักฐานของความศรัทธา และเป็นตัวแทนของภูมิปัญญาที่เคยรับใช้ผู้คนมาแล้วจริง
ด้านสถาปัตยกรรม วัดกลางบางแก้วยังมีจุดน่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวัดเก่าและพุทธศิลป์ไทย โบสถ์ วิหาร และพระประธานภายในวัดล้วนสะท้อนความเก่าแก่ของสถานที่ได้อย่างชัดเจน บรรยากาศโดยรวมของวัดยังคงมีความสงบและร่มเย็น ต้นไม้ใหญ่และแนวริมแม่น้ำช่วยเสริมให้พื้นที่วัดมีความผ่อนคลาย ต่างจากวัดที่มีลักษณะเร่งรีบหรือเน้นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ความเรียบง่ายของวัดกลางบางแก้วจึงเป็นจุดแข็งในตัวเอง เพราะทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าการมาเยือนที่นี่เป็นทั้งการไหว้พระ การเดินชมวัฒนธรรม และการพักใจไปพร้อมกัน
สำหรับผู้สนใจพระเครื่องและวัตถุมงคล วัดกลางบางแก้วเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากในประวัติศาสตร์พระเครื่องไทย ชื่อของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่มถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องในวงการพระเครื่อง โดยเฉพาะสายเครื่องรางคงกระพันและวัตถุมงคลโบราณ อย่างไรก็ตาม แม้ผู้มาเยือนจะไม่ได้มีพื้นฐานด้านพระเครื่องเลย วัดแห่งนี้ก็ยังมีมิติทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากพอจะทำให้การเดินชมมีความหมาย ทั้งในเรื่องประวัติครูบาอาจารย์ สถาปัตยกรรม และการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์
ในแง่ของการท่องเที่ยว วัดกลางบางแก้วเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางท่องเที่ยวนครชัยศรีแบบวัฒนธรรมและชุมชน เพราะทำเลของวัดอยู่ในอำเภอนครชัยศรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังคงมีเสน่ห์ของชุมชนเก่า ตลาดท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ และวัดสำคัญหลายแห่งอยู่ไม่ไกลกัน ผู้มาเยือนสามารถวางแผนเที่ยวต่อเนื่องได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นตลาดท่านา เจษฎา เทคนิค มิวเซียม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย หรือวัดสำคัญอื่น ๆ ในย่านเดียวกัน ทำให้วัดกลางบางแก้วเหมาะทั้งสำหรับการมาโดยเฉพาะและการแทรกอยู่ในทริป 1 วันของนครชัยศรี
การเดินทาง มายังวัดกลางบางแก้ว หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนบรมราชชนนีหรือถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่นครปฐม จากนั้นเข้าสู่อำเภอนครชัยศรีและเดินทางต่อมายังวัด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนเก่าริมแม่น้ำท่าจีน การเดินทางโดยรถส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะเที่ยวจุดอื่นในนครชัยศรีต่อได้ง่าย ส่วนผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางเข้าสู่นครชัยศรีก่อน แล้วต่อรถรับจ้างในพื้นที่มายังวัดได้
ผู้ที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ควรสังเกตว่าช่วงเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์ต่างจากตัววัด โดยพิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กนักเรียนและนักศึกษา 10 บาท หากมาเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าเรียนเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วตามระเบียบของพิพิธภัณฑ์ การวางแผนเวลาให้ตรงกับวันเปิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือวางแผนทริปแบบเฉพาะเจาะจง
ในมุมของความสำคัญร่วมสมัย วัดกลางบางแก้วยังทำหน้าที่เป็นตัวอย่างของวัดที่สามารถผสาน “ศรัทธา” เข้ากับ “การอนุรักษ์” ได้อย่างเป็นรูปธรรม การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ภายในวัดช่วยให้มรดกของครูบาอาจารย์ไม่สูญหาย และช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับผู้มีความเชื่อ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา นักสะสม ผู้สนใจศิลปวัตถุ และนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วย
หากสรุปให้ชัด วัดกลางบางแก้วและพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก คือหนึ่งในจุดหมายที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา พุทธศิลป์ และเรื่องเล่าของครูบาอาจารย์ไทยอย่างหาได้ยากในพื้นที่นครปฐม ผู้มาเยือนจะได้มากกว่าการไหว้พระ เพราะยังได้เห็นร่องรอยของสังคมไทยในอดีต ได้สัมผัสบรรยากาศวัดริมน้ำที่ยังมีชีวิต และได้เรียนรู้มรดกทางภูมิปัญญาที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างตั้งใจในพื้นที่เดียวกันอย่างครบถ้วน
| สรุปสถานที่ | วัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีน เดิมชื่อวัดคงคาราม สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกสำหรับจัดแสดงโบราณวัตถุ วัตถุมงคล และมรดกของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม |
| จุดเด่นของสถานที่ | วัดเก่าแก่บรรยากาศสงบ มีโบสถ์ วิหาร และพระประธานโบราณ พร้อมพิพิธภัณฑ์ 3 ชั้นที่รวบรวมพระเครื่อง เครื่องราง ตำรายาไทย คัมภีร์ใบลาน ศิลปวัตถุ และกุฏิเก่าของหลวงปู่ |
| ประวัติ/ยุคสมัย | เดิมชื่อวัดคงคาราม เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการสืบทอดความสำคัญต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน |
| เจ้าอาวาสปัจจุบัน | พระครูสิริชัยคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอนครชัยศรี |
| ที่อยู่ | ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางบรมราชชนนีหรือเพชรเกษมเข้าสู่อำเภอนครชัยศรี แล้วเดินทางต่อมายังวัดกลางบางแก้วซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนริมน้ำท่าจีน |
| วันเปิดทำการ / เวลาเปิดทำการ | วัดเปิดทุกวัน / พิพิธภัณฑ์เปิดวันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 16.00 น. |
| ค่าธรรมเนียม | พิพิธภัณฑ์: ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็กนักเรียน นักศึกษา 10 บาท / เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าเรียนเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานภายในวัด พื้นที่สักการะศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์ภายในวัด และพื้นที่จอดรถสำหรับผู้มาเยือน |
| โซนต่าง ๆ | พิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ 1) ประวัติและเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญ-หลวงปู่เพิ่ม เครื่องราง วัตถุมงคล ตำรายา สมุนไพร คัมภีร์ใบลาน 2) เครื่องถ้วยชาม แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง และธรรมาสน์มุก 3) พระบุเงิน พระบูชาไม้แกะ ธรรมาสน์บุษบก และกุฏิเก่าพร้อมหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาดท่านา (ตลาดเก่านครชัยศรี) ประมาณ 1 กม. 2. The Layout For Train ประมาณ 1.6 กม. 3. พิพิธภัณฑ์รถเก่า เจษฎา เทคนิค มิวเซียม ประมาณ 1.9 กม. 4. สถานีรถไฟนครชัยศรี ประมาณ 2.3 กม. 5. วัดกลางคูเวียง ประมาณ 2.4 กม. 6. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ประมาณ 2.9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวจารย์ชัช ข้าวแกงนครชัยศรี ประมาณ 1.2 กม. โทร 083-157-9519, 086-322-6766 2. Mosaic Cha นครชัยศรี ประมาณ 1.3 กม. โทร 062-326-4152 3. ลั่งเอง ตลาดท่านา นครชัยศรี ประมาณ 1.4 กม. โทร 098-794-6645 4. ลาบเป็ดศรีสะเกษ นครชัยศรี ประมาณ 2.2 กม. โทร 066-110-4422 5. ก๋วยเตี๋ยวลงแพ ริมน้ำวัดกลางคูเวียง ประมาณ 2.4 กม. โทร 092-946-6428 6. ร้านอาหารไทยแพแม่น้ำ นครชัยศรี ประมาณ 5.6 กม. โทร 097-124-1112, 034-338-671 7. บ้านณัชชา x B COFF Cafe ประมาณ 6.1 กม. โทร 090-979-0942 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เรือนไม้ชายน้ำ (Ruean Mai Chai Nam) ประมาณ 6.1 กม. โทร 087-171-4190 2. บ้านคลองสวนโฮมสเตย์ ประมาณ 6.6 กม. โทร 081-255-3121 3. S Garden View ประมาณ 6.8 กม. โทร 093-235-3998 4. Neera Retreat Hotel ประมาณ 7.4 กม. โทร 034-324-034 5. สามพราน ริเวอร์ไซด์ (Sampran Riverside) ประมาณ 8.4 กม. โทร 034-322-544 6. RXV Wellness Village ประมาณ 8.5 กม. โทร 034-151-822 7. Barn Sampran Resort ประมาณ 8.7 กม. โทร 094-198-8848 8. Mida Grande Hotel Dhavaravati Nakhon Pathom ประมาณ 29 กม. โทร 034-966-700 |
| เบอร์ติดต่อหลักของสถานที่ | 034-331-462, 034-332-182, 095-590-5374 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกลางบางแก้วมีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยใด?
ตอบ: นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าวัดกลางบางแก้วสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเดิมมีชื่อว่า “วัดคงคาราม” และตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนโบราณ
ถาม: พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกเปิดวันไหนบ้าง?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 16.00 น.
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 20 บาท และสำหรับเด็กนักเรียนหรือนักศึกษา 10 บาท หากเข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าเรียนเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีการจัดแสดงประวัติและเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม เครื่องราง วัตถุมงคล พระบูชา ตำรายาไทย สมุนไพร คัมภีร์ใบลาน เครื่องถ้วยชาม แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง ธรรมาสน์มุก พระบูชาไม้แกะ และกุฏิเก่าพร้อมหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่
ถาม: วัดกลางบางแก้วเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจไหว้พระ เที่ยววัดโบราณ ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พุทธศิลป์ พระเครื่อง และผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวนครชัยศรีในมุมวัฒนธรรมและชุมชน
ถาม: จุดเด่นของวัดกลางบางแก้วแตกต่างจากวัดอื่นอย่างไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดกลางบางแก้วคือการรวมคุณค่าของวัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีนเข้ากับมรดกของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมทั้งศิลปวัตถุ เครื่องราง ตำรายา และองค์ความรู้โบราณไว้อย่างเป็นระบบ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage
