ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

Rating: 3.3/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวนครนายก
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จังหวัดนครนายก คือแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริที่ทำให้แนวคิดเรื่องการจัดการน้ำ ดิน ป่า พลังงาน และการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและเข้าใจได้จากพื้นที่จริง เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวเชิงความรู้ ครอบครัวที่ต้องการพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกห้องเรียน และผู้สนใจศาสตร์พระราชาที่อยากเห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก ใกล้พื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเรื่องธรรมชาติ การพัฒนา และพระราชดำริเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่สาธิตที่พาผู้มาเยือนไปทำความเข้าใจว่าการพัฒนาที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งซับซ้อนเสมอไป หากเริ่มจากการเข้าใจดิน น้ำ ป่า และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง การพัฒนาก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
จุดเด่นที่ทำให้ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป คือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้คำว่า “ศาสตร์พระราชา” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในหนังสือหรือคำบอกเล่า แต่ถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ อาคารเรียนรู้ และแปลงสาธิตภายนอกที่ผู้มาเยือนสามารถเดินดู ทำความเข้าใจ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้โดยตรง เมื่อเดินอยู่ในพื้นที่ จะเห็นว่าทุกส่วนถูกวางขึ้นเพื่ออธิบายแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตั้งแต่ระบบน้ำ การอนุรักษ์ดิน การเลือกใช้พืชที่เหมาะสม ไปจนถึงการใช้พลังงานอย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชน
ความเป็นมาของศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งจัดซื้อไว้จำนวน 14 ไร่ 2 งาน 18 ตารางวา ก่อนที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์จะขอใช้พื้นที่เพื่อจัดทำศูนย์ที่รวบรวมและแสดงแนวคิดการพัฒนาตามแนวพระราชดำริให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ต่อมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานชื่อว่า “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” และมีการเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการในปี 2551 นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของจังหวัดนครนายกที่สะท้อนบทบาทของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในมิติการเรียนรู้สาธารณะ
หากมองในเชิงเนื้อหา ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติไม่ได้สื่อสารเพียงเรื่องเกษตรหรือสิ่งแวดล้อมแบบแยกส่วน แต่พยายามทำให้ผู้ชมเห็นความเชื่อมโยงของทุกองค์ประกอบอย่างเป็นระบบ น้ำเกี่ยวข้องกับป่า ป่าเกี่ยวข้องกับดิน ดินเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก และทั้งหมดเชื่อมกลับมาสู่คุณภาพชีวิตของคนในสังคม แนวคิดนี้เองทำให้การเดินชมศูนย์มีลักษณะคล้ายการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ผู้ชมไม่ได้รับข้อมูลเป็นชิ้น ๆ แต่ค่อย ๆ เห็นภาพรวมว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและการตัดสินใจที่เหมาะกับพื้นที่จริง
ภายในบริเวณศูนย์มีทั้งอาคารนิทรรศการ อาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว อาคารประชุม ร้านค้า ลานนิทรรศการกลางแจ้ง และแปลงสาธิตหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน อาคารนิทรรศการช่วยปูพื้นความเข้าใจเรื่องพระราชกรณียกิจและแนวคิดการพัฒนา ส่วนพื้นที่ภายนอกทำหน้าที่ขยายแนวคิดเหล่านั้นให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น การใช้พืชเพื่ออนุรักษ์ดิน การจัดการน้ำในพื้นที่เกษตร การออกแบบระบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ และการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างพอเหมาะ ไม่ฟุ่มเฟือย แต่มีประสิทธิภาพ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของศูนย์คือการสาธิตเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของประเทศไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องรับมือทั้งน้ำหลากในฤดูฝนและการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง แนวคิด “แก้มลิง” ที่ได้รับการถ่ายทอดในศูนย์แห่งนี้ ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าการกักเก็บน้ำส่วนเกินไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่เป็นเรื่องการออกแบบพื้นที่ให้รับน้ำและระบายน้ำอย่างมีระบบ แนวคิดนี้มีคุณค่ามากในบริบทของสังคมไทย เพราะแสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาน้ำต้องคิดทั้งภาพใหญ่และภาพย่อยไปพร้อมกัน
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่โดดเด่นคือการสาธิตเรื่องหญ้าแฝก ซึ่งเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในงานอนุรักษ์ดินและน้ำ แม้สำหรับคนทั่วไป หญ้าแฝกอาจดูเป็นเพียงพืชธรรมดา แต่เมื่อได้เห็นการอธิบายในพื้นที่จริง จะเข้าใจว่าระบบรากของหญ้าแฝกช่วยยึดดิน ลดการพังทลาย รักษาความชุ่มชื้น และช่วยฟื้นฟูคุณภาพพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีแปลงหญ้าแฝกในศูนย์จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเชิงสวยงาม แต่เป็นบทเรียนสำคัญว่าการฟื้นฟูธรรมชาติบางครั้งอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง
ในส่วนของเกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพว่าการจัดสรรพื้นที่ทำกินอย่างสมดุลมีความหมายอย่างไร หลักคิดเรื่องการแบ่งพื้นที่เพื่อแหล่งน้ำ พื้นที่เพาะปลูก พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ เป็นหลักการที่ดูเรียบง่าย แต่มีพลังมาก เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำรงชีพและสร้างความมั่นคงให้ครัวเรือน แนวคิดนี้ไม่เพียงเหมาะกับเกษตรกร แต่ยังเป็นกรอบความคิดที่ทำให้คนเมืองเข้าใจความหมายของคำว่า “พอเพียง” ในเชิงปฏิบัติได้ชัดขึ้นว่าความพอเพียงไม่ใช่ความขาดแคลน แต่คือการวางระบบชีวิตอย่างมีเหตุผลและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
นอกจากองค์ความรู้เรื่องน้ำ ดิน และเกษตรแล้ว ศูนย์ยังมีมุมสาธิตเกี่ยวกับพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยขยายกรอบความเข้าใจให้กว้างขึ้นไปอีกว่า การพัฒนาที่ดีต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ การจัดการน้ำเสีย หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของชุมชน จุดนี้ทำให้ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมีความน่าสนใจมากสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ทำงานด้านพัฒนา เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตสามารถจัดการได้ด้วยความรู้ การออกแบบ และความพอดี
บรรยากาศของศูนย์มีเสน่ห์ในแบบที่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติทั่วไป เพราะแม้จะโอบล้อมด้วยความเขียวขจีและมีความสงบแบบพื้นที่ใกล้เขื่อน แต่บรรยากาศที่นี่ไม่ได้ชวนให้มาเพียงเพื่อพักสายตาเท่านั้น หากยังชวนให้เดินช้า ๆ อ่าน ทำความเข้าใจ และค่อย ๆ ซึมซับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พื้นที่หลายจุดให้ความรู้สึกเหมือนการเดินอยู่ในห้องเรียนกลางแจ้งที่ไม่ได้เคร่งขรึมจนเกินไป มีทั้งความร่มรื่น ความเรียบง่าย และความเป็นธรรมชาติที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายพร้อมกับเปิดรับการเรียนรู้ไปในตัว
เสน่ห์อีกอย่างของการมาเยือนศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ คือการได้สัมผัสวิธีเล่าเรื่องที่เริ่มจากพระราชกรณียกิจและค่อย ๆ เชื่อมลงมาสู่ชีวิตประจำวันของคนไทย เมื่อเดินชมพื้นที่ จะเห็นว่าหลายเรื่องที่อาจเคยได้ยินผ่านสื่อ เช่น แก้มลิง หญ้าแฝก หรือเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อมาเห็นในพื้นที่จริงกลับเข้าใจได้ลึกขึ้นมาก ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เพียง “เที่ยว” แต่ได้กลับออกไปพร้อมความเข้าใจชุดใหม่เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพและรู้คุณค่า
สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนมาเที่ยวนครนายก ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติถือเป็นจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับการจัดรวมกับทริปเขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกนางรอง หรือจุดท่องเที่ยวใกล้เคียง เพราะอยู่ในโซนเดียวกัน เดินทางเชื่อมต่อสะดวก และช่วยเพิ่มมิติให้ทริปจากการเที่ยวธรรมชาติทั่วไปเป็นทริปที่ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์เชิงความหมายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่อยากให้เด็ก ๆ ได้เห็นตัวอย่างการเรียนรู้นอกตำรา หรือกลุ่มนักเรียนที่ต้องการเข้าใจโครงการพระราชดำริผ่านสถานที่จริง
ในมุมของผู้สนใจประวัติศาสตร์ความคิดด้านการพัฒนา ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่สื่อสารแนวทางการพัฒนาประเทศที่ยึดพื้นฐานจากภูมิสังคม ไม่เร่งเร้าการเติบโตแบบตัดขาดจากธรรมชาติ แต่เน้นความสมดุลระหว่างคนกับทรัพยากร ความสำคัญปัจจุบันของศูนย์จึงไม่ได้ลดลงตามเวลา ตรงกันข้าม ยิ่งโลกเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศแปรปรวน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมากขึ้น แนวคิดที่ถ่ายทอดในพื้นที่นี้ยิ่งกลับมามีน้ำหนักมากขึ้นในฐานะบทเรียนร่วมสมัยที่ยังใช้ได้จริง
ผู้ที่มาเยือนควรเผื่อเวลาเดินชมค่อนข้างพอสมควร เพราะรายละเอียดของพื้นที่ไม่ได้อยู่เพียงในอาคาร แต่กระจายอยู่ตามแปลงสาธิตและจุดเรียนรู้ต่าง ๆ การมาแบบรีบ ๆ อาจทำให้เห็นเพียงภาพรวม แต่ถ้ามีเวลาและค่อย ๆ เดิน จะพบว่าพื้นที่นี้ให้รายละเอียดมากกว่าที่คิด ทั้งในเชิงภูมิทัศน์ การออกแบบเส้นทาง และเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจุด การเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย หมวก หรืออุปกรณ์กันแดดจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะหากตั้งใจเดินดูพื้นที่ภายนอกอย่างเต็มที่
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยสามารถใช้เส้นทางมุ่งสู่นครนายกและต่อเข้าพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จากนั้นเข้าสู่บริเวณบ้านท่าด่านตามพิกัดของศูนย์ สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายแห่งในวันเดียว การจัดเส้นทางร่วมกับเขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกนางรอง หรือแก่งสามชั้นจะช่วยให้เดินทางคุ้มและไม่ย้อนเส้นทางมากนัก หากไม่ได้ใช้รถส่วนตัว ควรตรวจสอบรถโดยสารมายังตัวเมืองนครนายกก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือบริการรับจ้างเข้าสู่พื้นที่บ้านท่าด่าน โดยควรโทรสอบถามศูนย์ล่วงหน้าเพื่อความแน่นอนในการเข้าชม
โดยภาพรวม ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่อยากเห็น “ความหมายของการพัฒนา” ผ่านพื้นที่จริงมากกว่าการอ่านเพียงคำอธิบายสั้น ๆ เป็นจุดหมายที่ให้ทั้งความสงบ ความรู้ และแรงบันดาลใจในคราวเดียวกัน หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวนครนายกที่ลึกกว่าการมาถ่ายรูปหรือเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ควรใส่ไว้ในแผนอย่างจริงจัง เพราะเมื่อเดินออกจากศูนย์แล้ว สิ่งที่ติดกลับไปอาจไม่ใช่เพียงภาพความร่มรื่นของธรรมชาติ แต่คือมุมมองใหม่ต่อวิธีอยู่กับทรัพยากรอย่างพอดีและยั่งยืน
| สรุปสถานที่ | แหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก |
| จุดเด่นของสถานที่ | อาคารนิทรรศการและแปลงสาธิตจริงเกี่ยวกับทฤษฎีแก้มลิง หญ้าแฝก เกษตรทฤษฎีใหม่ พลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่เข้าใจง่าย |
| ประวัติ / ยุคสมัย | มูลนิธิชัยพัฒนาจัดซื้อที่ดินเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2532; พระราชทานชื่อ “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545; เปิดศูนย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 |
| ที่อยู่ | 98/1 หมู่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 26000 |
| พิกัด | 14.30317, 101.314335 |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวผ่านเส้นทางนครนายกเข้าสู่โซนเขื่อนขุนด่านปราการชล แล้วเข้าบ้านท่าด่านตามพิกัดศูนย์ หากเดินทางด้วยรถสาธารณะควรต่อรถจากตัวเมืองนครนายกและติดต่อศูนย์ล่วงหน้า |
| วันเปิดทำการ | โปรดติดต่อโครงการล่วงหน้าก่อนเดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารนิทรรศการ, อาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว, อาคารประชุม, ร้านค้า, ลานนิทรรศการกลางแจ้ง, พื้นที่เดินชมแปลงสาธิต |
| โซนต่าง ๆ | นิทรรศการภายในอาคาร, โซนแปลงสาธิตสิ่งแวดล้อม, โซนหญ้าแฝก, โซนเกษตรทฤษฎีใหม่, โซนแก้มลิง, โซนพลังงาน, พื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพร้อมระยะทาง | 1. สวนลุงเล็ก — ประมาณ 700 ม. 2. ล่องแก่งแม่น้ำนครนายก — ประมาณ 1.1 กม. 3. น้ำตกแก่งสาวน้อย — ประมาณ 1.1 กม. 4. สวนคุณเล็ก นครนายก — ประมาณ 1.5 กม. 5. แก่งสามชั้น — ประมาณ 2.1 กม. 6. R ATV — ประมาณ 2.2 กม. 7. น้ำตกนางรอง — ประมาณ 2.8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1. ครัวริมธาร นครนายก — ประมาณ 1.8 กม. — โทร 080-443-1545 2. ครัวลุงกั้ง — ประมาณ 2.2 กม. — โทร 098-164-2362, 097-240-2426 3. ช่อชะมวง นครนายก — ประมาณ 2.5 กม. — โทร 092-864-9292, 037-385-222 4. ครัวสาริกา จ.นครนายก — ประมาณ 2.6 กม. — โทร 062-501-2606 5. Cafe Laura Bar & Restaurant สาขา 3 สาริกา — ประมาณ 2.7 กม. — โทร 061-902-0918 |
| ที่พักใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1. อิงธารรีสอร์ท นครนายก — ประมาณ 1.5 กม. — โทร 087-139-9937 2. มะขามฟอร์เรสรีสอร์ท — ประมาณ 1.8 กม. — โทร 086-555-7507, 095-164-1921 3. ริมธาร รีสอร์ท — ประมาณ 1.8 กม. — โทร 092-772-8888, 092-772-9999, 063-958-8380 4. ภูสักธารรีสอร์ท นครนายก — ประมาณ 2.3 กม. — โทร 089-245-8661 5. ภูมนตรา รีสอร์ท — ประมาณ 2.4 กม. — โทร 093-616-3561, 037-349-258 |
| เบอร์ติดต่อหลักของสถานที่ | สำนักบริหารโครงการ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โทร 02-282-4425-8 ต่อ 120-122, 081-970-3779 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติตั้งอยู่ที่ 98/1 หมู่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชล
ถาม: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นของที่นี่คืออาคารนิทรรศการและแปลงสาธิตจริงเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา เช่น ทฤษฎีแก้มลิง หญ้าแฝก เกษตรทฤษฎีใหม่ พลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม
ถาม: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเชิงความรู้ ครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกห้องเรียน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยวศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาตินานแค่ไหน?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมทั้งนิทรรศการและพื้นที่แปลงสาธิตภายนอกอย่างไม่เร่งรีบ
ถาม: เดินทางไปศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติอย่างไรสะดวกที่สุด?
ตอบ: วิธีที่สะดวกที่สุดคือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางเข้าสู่นครนายกและต่อไปยังโซนเขื่อนขุนด่านปราการชล จากนั้นเข้าบ้านท่าด่านตามพิกัดของศูนย์
ถาม: ไปศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติแล้วแวะเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดทริปต่อเนื่องไปยังสวนลุงเล็ก แก่งสามชั้น น้ำตกนางรอง หรือล่องแก่งแม่น้ำนครนายกได้ เพราะอยู่ในโซนใกล้เคียงกัน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage
