หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก >อ.เมืองนครนายก
>ต.หินตั้ง
> ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
TL;DR: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อยู่ที่98/1 หมู่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 26000 เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวผ่านเส้นทางนครนายกเข้าสู่โซนเขื่อนขุนด่านปราการชล แล้วเข้าบ้านท่าด่านตามพิกัดศูนย์.
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จังหวัดนครนายก คือแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริที่ทำให้แนวคิดเรื่องการจัดการน้ำ ดิน ป่า พลังงาน และการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและเข้าใจได้จากพื้นที่จริง เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวเชิงความรู้ ครอบครัวที่ต้องการพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกห้องเรียน และผู้สนใจศาสตร์พระราชาที่อยากเห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก ใกล้พื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเรื่องธรรมชาติ การพัฒนา และพระราชดำริเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่สาธิตที่พาผู้มาเยือนไปทำความเข้าใจว่าการพัฒนาที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งซับซ้อนเสมอไป หากเริ่มจากการเข้าใจดิน น้ำ ป่า และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง การพัฒนาก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
จุดเด่นที่ทำให้ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป คือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้คำว่า “ศาสตร์พระราชา” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในหนังสือหรือคำบอกเล่า แต่ถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ อาคารเรียนรู้ และแปลงสาธิตภายนอกที่ผู้มาเยือนสามารถเดินดู ทำความเข้าใจ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้โดยตรง เมื่อเดินอยู่ในพื้นที่ จะเห็นว่าทุกส่วนถูกวางขึ้นเพื่ออธิบายแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตั้งแต่ระบบน้ำ การอนุรักษ์ดิน การเลือกใช้พืชที่เหมาะสม ไปจนถึงการใช้พลังงานอย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชน
ความเป็นมาของศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งจัดซื้อไว้จำนวน 14 ไร่ 2 งาน 18 ตารางวา ก่อนที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์จะขอใช้พื้นที่เพื่อจัดทำศูนย์ที่รวบรวมและแสดงแนวคิดการพัฒนาตามแนวพระราชดำริให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ต่อมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานชื่อว่า “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” และมีการเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการในปี 2551 นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของจังหวัดนครนายกที่สะท้อนบทบาทของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในมิติการเรียนรู้สาธารณะ
หากมองในเชิงเนื้อหา ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติไม่ได้สื่อสารเพียงเรื่องเกษตรหรือสิ่งแวดล้อมแบบแยกส่วน แต่พยายามทำให้ผู้ชมเห็นความเชื่อมโยงของทุกองค์ประกอบอย่างเป็นระบบ น้ำเกี่ยวข้องกับป่า ป่าเกี่ยวข้องกับดิน ดินเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก และทั้งหมดเชื่อมกลับมาสู่คุณภาพชีวิตของคนในสังคม แนวคิดนี้เองทำให้การเดินชมศูนย์มีลักษณะคล้ายการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ผู้ชมไม่ได้รับข้อมูลเป็นชิ้น ๆ แต่ค่อย ๆ เห็นภาพรวมว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและการตัดสินใจที่เหมาะกับพื้นที่จริง
ภายในบริเวณศูนย์มีทั้งอาคารนิทรรศการ อาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว อาคารประชุม ร้านค้า ลานนิทรรศการกลางแจ้ง และแปลงสาธิตหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน อาคารนิทรรศการช่วยปูพื้นความเข้าใจเรื่องพระราชกรณียกิจและแนวคิดการพัฒนา ส่วนพื้นที่ภายนอกทำหน้าที่ขยายแนวคิดเหล่านั้นให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น การใช้พืชเพื่ออนุรักษ์ดิน การจัดการน้ำในพื้นที่เกษตร การออกแบบระบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ และการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างพอเหมาะ ไม่ฟุ่มเฟือย แต่มีประสิทธิภาพ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของศูนย์คือการสาธิตเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของประเทศไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องรับมือทั้งน้ำหลากในฤดูฝนและการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง แนวคิด “แก้มลิง” ที่ได้รับการถ่ายทอดในศูนย์แห่งนี้ ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าการกักเก็บน้ำส่วนเกินไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่เป็นเรื่องการออกแบบพื้นที่ให้รับน้ำและระบายน้ำอย่างมีระบบ แนวคิดนี้มีคุณค่ามากในบริบทของสังคมไทย เพราะแสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาน้ำต้องคิดทั้งภาพใหญ่และภาพย่อยไปพร้อมกัน
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่โดดเด่นคือการสาธิตเรื่องหญ้าแฝก ซึ่งเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในงานอนุรักษ์ดินและน้ำ แม้สำหรับคนทั่วไป หญ้าแฝกอาจดูเป็นเพียงพืชธรรมดา แต่เมื่อได้เห็นการอธิบายในพื้นที่จริง จะเข้าใจว่าระบบรากของหญ้าแฝกช่วยยึดดิน ลดการพังทลาย รักษาความชุ่มชื้น และช่วยฟื้นฟูคุณภาพพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีแปลงหญ้าแฝกในศูนย์จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเชิงสวยงาม แต่เป็นบทเรียนสำคัญว่าการฟื้นฟูธรรมชาติบางครั้งอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง
ในส่วนของเกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพว่าการจัดสรรพื้นที่ทำกินอย่างสมดุลมีความหมายอย่างไร หลักคิดเรื่องการแบ่งพื้นที่เพื่อแหล่งน้ำ พื้นที่เพาะปลูก พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ เป็นหลักการที่ดูเรียบง่าย แต่มีพลังมาก เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำรงชีพและสร้างความมั่นคงให้ครัวเรือน แนวคิดนี้ไม่เพียงเหมาะกับเกษตรกร แต่ยังเป็นกรอบความคิดที่ทำให้คนเมืองเข้าใจความหมายของคำว่า “พอเพียง” ในเชิงปฏิบัติได้ชัดขึ้นว่าความพอเพียงไม่ใช่ความขาดแคลน แต่คือการวางระบบชีวิตอย่างมีเหตุผลและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
นอกจากองค์ความรู้เรื่องน้ำ ดิน และเกษตรแล้ว ศูนย์ยังมีมุมสาธิตเกี่ยวกับพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยขยายกรอบความเข้าใจให้กว้างขึ้นไปอีกว่า การพัฒนาที่ดีต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ การจัดการน้ำเสีย หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของชุมชน จุดนี้ทำให้ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมีความน่าสนใจมากสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ทำงานด้านพัฒนา เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตสามารถจัดการได้ด้วยความรู้ การออกแบบ และความพอดี
บรรยากาศของศูนย์มีเสน่ห์ในแบบที่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติทั่วไป เพราะแม้จะโอบล้อมด้วยความเขียวขจีและมีความสงบแบบพื้นที่ใกล้เขื่อน แต่บรรยากาศที่นี่ไม่ได้ชวนให้มาเพียงเพื่อพักสายตาเท่านั้น หากยังชวนให้เดินช้า ๆ อ่าน ทำความเข้าใจ และค่อย ๆ ซึมซับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พื้นที่หลายจุดให้ความรู้สึกเหมือนการเดินอยู่ในห้องเรียนกลางแจ้งที่ไม่ได้เคร่งขรึมจนเกินไป มีทั้งความร่มรื่น ความเรียบง่าย และความเป็นธรรมชาติที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายพร้อมกับเปิดรับการเรียนรู้ไปในตัว
เสน่ห์อีกอย่างของการมาเยือนศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ คือการได้สัมผัสวิธีเล่าเรื่องที่เริ่มจากพระราชกรณียกิจและค่อย ๆ เชื่อมลงมาสู่ชีวิตประจำวันของคนไทย เมื่อเดินชมพื้นที่ จะเห็นว่าหลายเรื่องที่อาจเคยได้ยินผ่านสื่อ เช่น แก้มลิง หญ้าแฝก หรือเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อมาเห็นในพื้นที่จริงกลับเข้าใจได้ลึกขึ้นมาก ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เพียง “เที่ยว” แต่ได้กลับออกไปพร้อมความเข้าใจชุดใหม่เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพและรู้คุณค่า
สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนมาเที่ยวนครนายก ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติถือเป็นจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับการจัดรวมกับทริปเขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกนางรอง หรือจุดท่องเที่ยวใกล้เคียง เพราะอยู่ในโซนเดียวกัน เดินทางเชื่อมต่อสะดวก และช่วยเพิ่มมิติให้ทริปจากการเที่ยวธรรมชาติทั่วไปเป็นทริปที่ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์เชิงความหมายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่อยากให้เด็ก ๆ ได้เห็นตัวอย่างการเรียนรู้นอกตำรา หรือกลุ่มนักเรียนที่ต้องการเข้าใจโครงการพระราชดำริผ่านสถานที่จริง
ในมุมของผู้สนใจประวัติศาสตร์ความคิดด้านการพัฒนา ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่สื่อสารแนวทางการพัฒนาประเทศที่ยึดพื้นฐานจากภูมิสังคม ไม่เร่งเร้าการเติบโตแบบตัดขาดจากธรรมชาติ แต่เน้นความสมดุลระหว่างคนกับทรัพยากร ความสำคัญปัจจุบันของศูนย์จึงไม่ได้ลดลงตามเวลา ตรงกันข้าม ยิ่งโลกเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศแปรปรวน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมากขึ้น แนวคิดที่ถ่ายทอดในพื้นที่นี้ยิ่งกลับมามีน้ำหนักมากขึ้นในฐานะบทเรียนร่วมสมัยที่ยังใช้ได้จริง
ผู้ที่มาเยือนควรเผื่อเวลาเดินชมค่อนข้างพอสมควร เพราะรายละเอียดของพื้นที่ไม่ได้อยู่เพียงในอาคาร แต่กระจายอยู่ตามแปลงสาธิตและจุดเรียนรู้ต่าง ๆ การมาแบบรีบ ๆ อาจทำให้เห็นเพียงภาพรวม แต่ถ้ามีเวลาและค่อย ๆ เดิน จะพบว่าพื้นที่นี้ให้รายละเอียดมากกว่าที่คิด ทั้งในเชิงภูมิทัศน์ การออกแบบเส้นทาง และเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจุด การเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย หมวก หรืออุปกรณ์กันแดดจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะหากตั้งใจเดินดูพื้นที่ภายนอกอย่างเต็มที่
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยสามารถใช้เส้นทางมุ่งสู่นครนายกและต่อเข้าพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จากนั้นเข้าสู่บริเวณบ้านท่าด่านตามพิกัดของศูนย์ สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายแห่งในวันเดียว การจัดเส้นทางร่วมกับเขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกนางรอง หรือแก่งสามชั้นจะช่วยให้เดินทางคุ้มและไม่ย้อนเส้นทางมากนัก หากไม่ได้ใช้รถส่วนตัว ควรตรวจสอบรถโดยสารมายังตัวเมืองนครนายกก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือบริการรับจ้างเข้าสู่พื้นที่บ้านท่าด่าน โดยควรโทรสอบถามศูนย์ล่วงหน้าเพื่อความแน่นอนในการเข้าชม
โดยภาพรวม ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่อยากเห็น “ความหมายของการพัฒนา” ผ่านพื้นที่จริงมากกว่าการอ่านเพียงคำอธิบายสั้น ๆ เป็นจุดหมายที่ให้ทั้งความสงบ ความรู้ และแรงบันดาลใจในคราวเดียวกัน หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวนครนายกที่ลึกกว่าการมาถ่ายรูปหรือเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ควรใส่ไว้ในแผนอย่างจริงจัง เพราะเมื่อเดินออกจากศูนย์แล้ว สิ่งที่ติดกลับไปอาจไม่ใช่เพียงภาพความร่มรื่นของธรรมชาติ แต่คือมุมมองใหม่ต่อวิธีอยู่กับทรัพยากรอย่างพอดีและยั่งยืน
| สรุปสถานที่ | แหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก |
| จุดเด่นของสถานที่ | อาคารนิทรรศการและแปลงสาธิตจริงเกี่ยวกับทฤษฎีแก้มลิง หญ้าแฝก เกษตรทฤษฎีใหม่ พลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่เข้าใจง่าย |
| ประวัติ / ยุคสมัย | มูลนิธิชัยพัฒนาจัดซื้อที่ดินเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2532; พระราชทานชื่อ “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545; เปิดศูนย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 |
| ที่อยู่ | 98/1 หมู่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 26000 |
| พิกัด | 14.30317, 101.314335 |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวผ่านเส้นทางนครนายกเข้าสู่โซนเขื่อนขุนด่านปราการชล แล้วเข้าบ้านท่าด่านตามพิกัดศูนย์ หากเดินทางด้วยรถสาธารณะควรต่อรถจากตัวเมืองนครนายกและติดต่อศูนย์ล่วงหน้า |
| วันเปิดทำการ | โปรดติดต่อโครงการล่วงหน้าก่อนเดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารนิทรรศการ, อาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว, อาคารประชุม, ร้านค้า, ลานนิทรรศการกลางแจ้ง, พื้นที่เดินชมแปลงสาธิต |
| โซนต่าง ๆ | นิทรรศการภายในอาคาร, โซนแปลงสาธิตสิ่งแวดล้อม, โซนหญ้าแฝก, โซนเกษตรทฤษฎีใหม่, โซนแก้มลิง, โซนพลังงาน, พื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพร้อมระยะทาง | 1. สวนลุงเล็ก — ประมาณ 700 ม. 2. ล่องแก่งแม่น้ำนครนายก — ประมาณ 1.1 กม. 3. น้ำตกแก่งสาวน้อย — ประมาณ 1.1 กม. 4. สวนคุณเล็ก นครนายก — ประมาณ 1.5 กม. 5. แก่งสามชั้น — ประมาณ 2.1 กม. 6. R ATV — ประมาณ 2.2 กม. 7. น้ำตกนางรอง — ประมาณ 2.8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1. ครัวริมธาร นครนายก — ประมาณ 1.8 กม. — โทร 080-443-1545 2. ครัวลุงกั้ง — ประมาณ 2.2 กม. — โทร 098-164-2362, 097-240-2426 3. ช่อชะมวง นครนายก — ประมาณ 2.5 กม. — โทร 092-864-9292, 037-385-222 4. ครัวสาริกา จ.นครนายก — ประมาณ 2.6 กม. — โทร 062-501-2606 5. Cafe Laura Bar & Restaurant สาขา 3 สาริกา — ประมาณ 2.7 กม. — โทร 061-902-0918 |
| ที่พักใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์โทร | 1. อิงธารรีสอร์ท นครนายก — ประมาณ 1.5 กม. — โทร 087-139-9937 2. มะขามฟอร์เรสรีสอร์ท — ประมาณ 1.8 กม. — โทร 086-555-7507, 095-164-1921 3. ริมธาร รีสอร์ท — ประมาณ 1.8 กม. — โทร 092-772-8888, 092-772-9999, 063-958-8380 4. ภูสักธารรีสอร์ท นครนายก — ประมาณ 2.3 กม. — โทร 089-245-8661 5. ภูมนตรา รีสอร์ท — ประมาณ 2.4 กม. — โทร 093-616-3561, 037-349-258 |
| เบอร์ติดต่อหลักของสถานที่ | สำนักบริหารโครงการ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โทร 02-282-4425-8 ต่อ 120-122, 081-970-3779 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติตั้งอยู่ที่ 98/1 หมู่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชล
ถาม: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นของที่นี่คืออาคารนิทรรศการและแปลงสาธิตจริงเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา เช่น ทฤษฎีแก้มลิง หญ้าแฝก เกษตรทฤษฎีใหม่ พลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม
ถาม: ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเชิงความรู้ ครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกห้องเรียน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยวศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาตินานแค่ไหน?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมทั้งนิทรรศการและพื้นที่แปลงสาธิตภายนอกอย่างไม่เร่งรีบ
ถาม: เดินทางไปศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติอย่างไรสะดวกที่สุด?
ตอบ: วิธีที่สะดวกที่สุดคือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางเข้าสู่นครนายกและต่อไปยังโซนเขื่อนขุนด่านปราการชล จากนั้นเข้าบ้านท่าด่านตามพิกัดของศูนย์
ถาม: ไปศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติแล้วแวะเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดทริปต่อเนื่องไปยังสวนลุงเล็ก แก่งสามชั้น น้ำตกนางรอง หรือล่องแก่งแม่น้ำนครนายกได้ เพราะอยู่ในโซนใกล้เคียงกัน
โทร : 037384049
มือถือ : 0917073073
แฟกซ์ : 037384049
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(