หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา >อ.เมืองพะเยา >ต.บ้านตุ่น > ชุมชนบ้านดอกบัว
TL;DR: ชุมชนบ้านดอกบัว อยู่ที่หมู่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เปิดทุกวัน เวลา แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน และควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการศึกษาดูงานหรือพักโฮมสเตย์.

พะเยา

ชุมชนบ้านดอกบัว

ชุมชนบ้านดอกบัว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน และควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการศึกษาดูงานหรือพักโฮมสเตย์
 
ชุมชนบ้านดอกบัว จังหวัดพะเยา หรือที่หลายแหล่งเรียกว่า บ้านบัว เป็นชุมชนต้นแบบในตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งผลิตเข่งไม้ไผ่และงานจักสานที่ประสบความสำเร็จมากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เข่งจากบ้านดอกบัวไม่ได้จำหน่ายเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพะเยาเท่านั้น แต่ยังส่งขายไปทั่วภาคเหนือและกระจายไปยังหลายพื้นที่ในภาคกลาง ทำให้ชื่อของบ้านดอกบัวกลายเป็นที่รู้จักทั้งในฐานะแหล่งผลิตงานจักสาน แหล่งศึกษาดูงานเศรษฐกิจพอเพียง และหมู่บ้านตัวอย่างด้านการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน
 
ความสำคัญของบ้านดอกบัวไม่ได้อยู่เพียงการสานเข่งจำนวนมาก แต่เกิดจากการคิด วางแผน และจัดการระบบอาชีพอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านใช้วัตถุดิบหลักคือไม้ไผ่จากพื้นที่ป่าไผ่ที่ชุมชนปลูกและดูแลไว้เพื่อป้อนอาชีพการสานเข่ง มีพื้นที่ไผ่ประมาณ 500 ไร่ การมีวัตถุดิบของตนเองทำให้ชุมชนลดการพึ่งพาแหล่งภายนอก ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และสร้างอาชีพเสริมที่ต่อยอดจากทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน บ้านดอกบัวจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของชุมชนที่ไม่ได้รอความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ภูมิปัญญา แรงงาน และการจัดการร่วมกันเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง
 
ชุมชนบ้านดอกบัวตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา ไม่ไกลจากตัวเมืองพะเยาและเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดอนาลโยทิพยาราม กว๊านพะเยา และแหล่งเรียนรู้ในชุมชนตำบลบ้านตุ่น ทำเลดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวก ทั้งในรูปแบบการเที่ยวชุมชนแบบครึ่งวัน การศึกษาดูงานแบบกลุ่ม หรือการพักโฮมสเตย์เพื่อเรียนรู้วิถีชุมชนอย่างใกล้ชิด เสน่ห์ของบ้านดอกบัวคือบรรยากาศเรียบง่าย ทุ่งนา ป่าไผ่ บ้านเรือนชนบท และผู้คนที่ยังรักษาวิถีการทำงานแบบชุมชนไว้ได้อย่างดี
 
บ้านดอกบัวมีชื่อเสียงในฐานะหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับประเทศและชุมชนต้นแบบด้านการพึ่งตนเอง ความโดดเด่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นผลจากกระบวนการพัฒนาชุมชนที่ต่อเนื่อง ทั้งด้านเกษตรอินทรีย์ การจัดการน้ำ การอนุรักษ์ป่า การปลูกไผ่ การรวมกลุ่มอาชีพจักสาน การจัดฐานเรียนรู้ การจัดโฮมสเตย์ และการต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากหลายพื้นที่ บ้านดอกบัวจึงเป็นชุมชนที่มีเนื้อหาการเรียนรู้หลากหลาย ไม่ใช่เพียงหมู่บ้านผลิตเข่งอย่างเดียว
 
จุดเด่นของชุมชนคือการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาวางระบบให้เกิดมูลค่า ไผ่เป็นพืชที่อยู่คู่กับวิถีชนบทไทยมานาน ใช้ทำบ้าน เครื่องมือ เครื่องใช้ ภาชนะ และงานจักสานจำนวนมาก แต่ที่บ้านดอกบัว ชาวบ้านไม่ได้ใช้ไผ่แบบกระจัดกระจาย หากแต่พัฒนาให้เป็นฐานวัตถุดิบของอาชีพหลักและอาชีพเสริม มีการปลูกและดูแลป่าไผ่เพื่อใช้ผลิตเข่ง สุ่มไก่ เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ และงานจักสานรูปแบบต่าง ๆ การมีป่าไผ่ประมาณ 500 ไร่จึงเป็นทั้งทุนทางธรรมชาติ ทุนทางเศรษฐกิจ และทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน
 
เข่งไม้ไผ่ของบ้านดอกบัวสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พัฒนาให้ตอบโจทย์ตลาดจริง เข่งเป็นภาชนะที่ใช้แพร่หลายในระบบเกษตรและการค้าขาย โดยเฉพาะการใส่ผัก ผลไม้ พืชไร่ และสินค้าการเกษตรต่าง ๆ จุดแข็งของเข่งคือแข็งแรง ระบายอากาศได้ดี น้ำหนักไม่มาก และผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ชาวบ้านดอกบัวใช้ทักษะการจักตอก การเหลาไม้ การขึ้นโครง การสาน และการเก็บรายละเอียด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและจำหน่ายได้ต่อเนื่อง
 
กระบวนการสานเข่งเริ่มจากการเลือกไผ่ที่เหมาะสม ไผ่ต้องมีอายุพอดี ไม่อ่อนเกินไปจนไม่แข็งแรง และไม่แก่เกินไปจนเปราะ จากนั้นนำมาตัด ผ่า เหลา และจักเป็นเส้นตอกตามขนาดที่ต้องการ ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความชำนาญสูง เพราะตอกที่ดีต้องมีความสม่ำเสมอ ยืดหยุ่น และไม่แตกง่าย เมื่อตอกพร้อมแล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการขึ้นรูปเข่ง การสานลาย การเสริมขอบ และการตรวจความแข็งแรงก่อนนำไปใช้งานหรือจำหน่าย
 
งานจักสานบ้านดอกบัวเป็นงานที่ผสมผสานระหว่างฝีมือและระบบการผลิตแบบชุมชน ผู้สูงอายุสามารถมีบทบาทในขั้นตอนที่ต้องใช้ประสบการณ์ เยาวชนสามารถเรียนรู้และช่วยในบางขั้นตอน ผู้ชายและผู้หญิงต่างมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตตามความถนัด ทำให้อาชีพสานเข่งไม่ได้เป็นเพียงงานช่าง แต่เป็นระบบเศรษฐกิจครัวเรือนที่เชื่อมสมาชิกหลายรุ่นเข้าด้วยกัน เมื่อมีคำสั่งซื้อหรือความต้องการจากตลาด ชุมชนจึงสามารถระดมแรงงาน ความรู้ และวัตถุดิบในพื้นที่เพื่อตอบสนองได้อย่างยืดหยุ่น
 
ความสำเร็จของบ้านดอกบัวเกิดจากการมองไกลของชุมชน การปลูกไผ่ไว้ป้อนอาชีพแสดงให้เห็นการวางแผนวัตถุดิบล่วงหน้า ไม่ใช่การตัดไผ่จากป่าธรรมชาติอย่างไม่จำกัด การบริหารจัดการในลักษณะนี้ช่วยลดแรงกดดันต่อป่า รักษาความสมดุลของทรัพยากร และทำให้ชุมชนมีแหล่งวัตถุดิบที่ต่อเนื่อง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการรู้จักประมาณตน มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และใช้ความรู้ควบคู่คุณธรรมในการดำเนินชีวิตและพัฒนาอาชีพ
 
บ้านดอกบัวยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานที่ได้รับความสนใจจากหน่วยงาน สถานศึกษา กลุ่มชุมชน และนักท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เพราะมีฐานเรียนรู้หลายด้าน เช่น ฐานการจักสานเข่ง ฐานเกษตรอินทรีย์ ฐานการจัดการน้ำ ฐานการอนุรักษ์ป่า ฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ และการจัดการโฮมสเตย์ในชุมชน ผู้มาเยือนจึงสามารถเรียนรู้ภาพรวมของการพัฒนาชุมชนได้เป็นระบบ ตั้งแต่ทรัพยากรธรรมชาติ อาชีพ วัฒนธรรม เศรษฐกิจครัวเรือน ไปจนถึงการต้อนรับนักท่องเที่ยว
 
ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนบ้านบัวทำหน้าที่เป็นจุดกลางในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงาน มีการจัดกิจกรรมและฐานเรียนรู้ให้เหมาะกับกลุ่มผู้มาเยือน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้ที่สนใจงานจักสานสามารถชมขั้นตอนการผลิตเข่งและผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ ผู้ที่สนใจเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเรียนรู้การจัดการทรัพยากรของหมู่บ้าน ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนสามารถพักโฮมสเตย์ เดินชมหมู่บ้าน และรับประทานอาหารพื้นบ้านได้ตามรูปแบบกิจกรรมที่ชุมชนจัดเตรียม
 
การเดินทางมาบ้านดอกบัวจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นชุมชนต้นแบบของจริง ไม่ใช่เพียงอ่านจากรายงานหรือชมจากภาพถ่าย เมื่อได้เดินเข้าไปในหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวจะเห็นองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เช่น บ้านเรือนที่ยังสัมพันธ์กับพื้นที่เกษตร ลำน้ำและพื้นที่ธรรมชาติ ป่าไผ่ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบ เสียงงานจักสานจากครัวเรือน กลุ่มโฮมสเตย์ และผู้คนที่พร้อมอธิบายเรื่องราวของหมู่บ้านด้วยความภูมิใจ
 
ประวัติชุมชนบ้านบัวมีเรื่องเล่าท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐาน เดิมพื้นที่บ้านบัวเป็นป่า มีครอบครัวกลุ่มแรกเข้ามาตั้งบ้านเรือนและทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เพราะเห็นว่าพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การดำรงชีวิต ชื่อ “บ้านบัว” มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบุคคลในยุคแรกของชุมชน และถูกใช้เป็นชื่อหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน แม้รายละเอียดบางส่วนจะเป็นความทรงจำท้องถิ่น แต่เรื่องเล่านี้ช่วยสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ป่า แหล่งน้ำ และการตั้งถิ่นฐานในอดีต
 
บ้านดอกบัวมีภูมิทัศน์ที่เหมาะกับการเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ พื้นที่หมู่บ้านมีทั้งป่า ทุ่งนา ลำห้วย และพื้นที่เกษตร ชาวบ้านพัฒนาแนวคิดการจัดการน้ำและการฟื้นฟูป่าอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จด้านการบริหารจัดการน้ำและการฟื้นฟูป่าทำให้บ้านดอกบัวได้รับการกล่าวถึงในฐานะชุมชนที่เดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม พื้นที่ป่าไผ่จึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งวัตถุดิบ แต่ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้น ลดการพังทลายของดิน และสร้างระบบนิเวศให้กับชุมชน
 
การปลูกไผ่เพื่อป้อนอาชีพสานเข่งเป็นตัวอย่างสำคัญของการจัดการทรัพยากรหมุนเวียน ไผ่เป็นพืชที่เติบโตเร็ว แตกหน่อได้ต่อเนื่อง และใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย หากมีการตัดอย่างมีระบบและปลูกทดแทนอย่างเหมาะสม ไผ่สามารถเป็นวัตถุดิบที่ยั่งยืนมากกว่าวัสดุบางประเภทที่ใช้แล้วหมดไป บ้านดอกบัวจึงแสดงให้เห็นว่าชุมชนสามารถเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นรายได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายฐานทรัพยากรของตนเอง
 
นอกจากเข่งสำหรับใช้งานจริง ชาวบ้านยังพัฒนางานจักสานให้หลากหลายขึ้น เช่น ตะกร้า ของใช้ ของฝาก ของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตามความต้องการของตลาด การปรับตัวนี้มีความสำคัญ เพราะตลาดเข่งแบบดั้งเดิมอาจเปลี่ยนไปตามระบบขนส่งและบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ การต่อยอดเป็นของฝากและผลิตภัณฑ์ประยุกต์ช่วยให้ภูมิปัญญาจักสานไม่หยุดอยู่กับสินค้าเพียงแบบเดียว และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมด้านการออกแบบ การตลาด และการเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์
 
บ้านดอกบัวจึงเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ใช้ทั้งภูมิปัญญาเดิมและการปรับตัวร่วมสมัย งานจักสานเข่งเป็นรากฐานสำคัญ แต่การพัฒนาชุมชนยังต่อยอดไปสู่โฮมสเตย์ การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ การจัดกิจกรรมกลุ่ม และการสร้างภาพจำของหมู่บ้านในฐานะหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้รายได้ของชุมชนไม่ได้พึ่งพาช่องทางเดียว และทำให้ผู้มาเยือนมีเหตุผลมากขึ้นในการเดินทางเข้ามาเรียนรู้
 
ในมุมของการท่องเที่ยว ชุมชนบ้านดอกบัวเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเรียนรู้วิถีชุมชน งานหัตถกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มากกว่านักท่องเที่ยวที่ต้องการแหล่งบันเทิงหรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ บรรยากาศของหมู่บ้านเป็นแบบเรียบง่าย มีความสงบและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านเรือน ชมงานจักสาน พูดคุยกับคนในชุมชน เรียนรู้การใช้ไผ่ และพักโฮมสเตย์เพื่อสัมผัสชีวิตชนบทของพะเยาอย่างแท้จริง
 
การพักโฮมสเตย์ในชุมชนบ้านบัวเป็นอีกประสบการณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจพื้นที่ได้ลึกขึ้น โฮมสเตย์ไม่ได้เป็นเพียงที่นอนพัก แต่เป็นประตูเข้าสู่วิถีชีวิตของชุมชน ผู้เข้าพักอาจได้สัมผัสอาหารพื้นบ้าน การพูดคุยกับเจ้าของบ้าน การเดินชมแปลงเกษตร การเรียนรู้เรื่องจักสาน และการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในหมู่บ้าน การพักลักษณะนี้เหมาะกับคณะศึกษาดูงาน กลุ่มครอบครัว นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์ใกล้ชิดชุมชน
 
บ้านบัวโฮมสเตย์เป็นรูปแบบที่พักชุมชนที่รองรับนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงาน โดยข้อมูลสาธารณะระบุว่าชุมชนมีโฮมสเตย์หลายหลังและสามารถรองรับผู้เดินทางแบบกลุ่มได้ การพักในหมู่บ้านช่วยให้การศึกษาดูงานไม่เร่งรีบ เพราะผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาช่วงเย็นและเช้าเรียนรู้บรรยากาศจริงของชุมชน นอกจากนั้นยังช่วยกระจายรายได้สู่ครัวเรือนโดยตรง ทำให้การท่องเที่ยวเกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่มากกว่าการแวะชมเพียงระยะสั้น
 
กิจกรรมที่น่าสนใจในบ้านดอกบัวเริ่มจากการชมฐานการเรียนรู้จักสานเข่ง ผู้มาเยือนจะเห็นขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมไผ่ การจักตอก การสานลาย การขึ้นรูป และการตกแต่งชิ้นงาน หากเป็นกลุ่มศึกษาดูงานสามารถจัดกิจกรรมทดลองสานหรือพูดคุยกับช่างฝีมือในชุมชนได้ตามรูปแบบที่ชุมชนจัดเตรียมไว้ กิจกรรมนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจคุณค่าของงานหัตถกรรมพื้นบ้านและความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุธรรมชาติกับทักษะมนุษย์
 
อีกกิจกรรมที่ควรสนใจคือการเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์และการจัดการพื้นที่ชุมชน บ้านดอกบัวมีชื่อเสียงด้านหมู่บ้านข้าวอินทรีย์และการใช้วิถีพอเพียง การเดินชมพื้นที่เกษตรจะช่วยให้เห็นว่าชุมชนไม่ได้แยกงานจักสานออกจากการทำเกษตร แต่ใช้ทั้งสองอย่างเป็นฐานของเศรษฐกิจครัวเรือน ฤดูทำนาอาจทำให้เห็นชีวิตชาวบ้านในทุ่ง ส่วนช่วงนอกฤดูทำนาเป็นช่วงที่งานจักสานมีบทบาทมากขึ้นในฐานะอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง
 
ชุมชนบ้านดอกบัวยังมีความน่าสนใจในด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ผู้ที่มาศึกษาดูงานมักสนใจว่าทำอย่างไรหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่จึงสามารถสร้างชื่อเสียงระดับประเทศได้ คำตอบสำคัญอยู่ที่การมีผู้นำชุมชน การมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้าน การวางแผนทรัพยากร การรวมกลุ่มอาชีพ การจัดระบบต้อนรับผู้มาเยือน และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ชุมชนที่เข้มแข็งจึงไม่ได้เกิดจากทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบความร่วมมือที่ทำให้ทรัพยากรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
ในด้านวัฒนธรรม บ้านดอกบัวสะท้อนวิถีชนบทล้านนาที่ผูกพันกับข้าว ไผ่ น้ำ ป่า และครัวเรือน งานจักสานไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่เป็นวัฒนธรรมการใช้มือ ความอดทน และความละเอียดอ่อน เมื่อคนในครอบครัวสานเข่งหรือทำผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ร่วมกัน ภูมิปัญญาจะถูกส่งต่อผ่านการลงมือทำ เด็กและเยาวชนอาจเริ่มจากการช่วยงานเล็ก ๆ ก่อนค่อย ๆ เรียนรู้ทักษะที่ซับซ้อนขึ้น การรักษางานจักสานจึงเป็นการรักษาความรู้ที่อยู่ในมือของชาวบ้าน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การมาเที่ยวบ้านดอกบัวสามารถจัดเป็นเส้นทางครึ่งวันจากตัวเมืองพะเยาได้อย่างสะดวก เริ่มจากเดินทางไปชุมชนบ้านดอกบัวในช่วงเช้า ชมฐานจักสานและศูนย์เรียนรู้ รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านชุมชน จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดอนาลโยทิพยาราม จุดชมวิวกว๊านพะเยา หรือกลับเข้าเมืองเพื่อเที่ยววัดศรีโคมคำและกว๊านพะเยา เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวไม่ไกลจากตัวเมือง แต่ได้เนื้อหาทั้งชุมชน วัฒนธรรม และธรรมชาติ
 
หากมีเวลา 1 วันเต็ม สามารถเริ่มจากชุมชนบ้านดอกบัวในช่วงเช้า ใช้เวลาเรียนรู้ฐานจักสานและวิถีชุมชนอย่างละเอียด จากนั้นแวะคาเฟ่หรือร้านอาหารในบ้านตุ่น ช่วงบ่ายขึ้นไปวัดอนาลโยทิพยารามเพื่อชมสถาปัตยกรรมทางศาสนาและวิวกว๊านพะเยา แล้วปิดท้ายด้วยการชมพระอาทิตย์ตกที่ริมกว๊านพะเยาในตัวเมือง เส้นทางนี้ทำให้เห็นพะเยาครบ 3 มิติ คือชุมชนต้นแบบ ศาสนสถาน และธรรมชาติริมกว๊าน
 
ถ้าต้องการศึกษาดูงานหรือพักโฮมสเตย์ ควรติดต่อล่วงหน้าเสมอ เพราะกิจกรรมชุมชนและการจัดฐานเรียนรู้อาจต้องเตรียมคน เตรียมสถานที่ และประสานงานกับเจ้าบ้าน การเดินทางแบบกลุ่มควรแจ้งจำนวนคน วัตถุประสงค์ ระยะเวลา และกิจกรรมที่ต้องการเรียนรู้ เช่น จักสานเข่ง เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ โฮมสเตย์ หรือการจัดการทรัพยากร การติดต่อล่วงหน้าจะช่วยให้ชุมชนจัดกิจกรรมได้เหมาะสมและผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
 
การเดินทาง ไปชุมชนบ้านดอกบัวสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองพะเยามุ่งหน้าไปตำบลบ้านตุ่น ระยะทางไม่ไกล ใช้เวลาเดินทางไม่นานเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอำเภอรอบนอก หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นจากตัวเมืองพะเยาไปยังบ้านตุ่นได้ แต่ควรสอบถามเวลาและเส้นทางล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการเดินทางเข้าไปยังจุดเรียนรู้ในหมู่บ้านหรือพักโฮมสเตย์
 
เส้นทางเข้าชุมชนบ้านดอกบัวเหมาะกับการเที่ยวแบบชุมชน เพราะสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่ใกล้เคียงได้หลายจุด วัดอนาลโยทิพยารามเป็นจุดสำคัญที่อยู่ไม่ไกล เหมาะกับการไหว้พระและชมวิวกว๊านพะเยาจากมุมสูง กว๊านพะเยาเป็นจุดพักผ่อนหลักของจังหวัด ส่วนวัดศรีโคมคำเป็นวัดสำคัญของเมืองพะเยา เมื่อจัดเส้นทางร่วมกัน บ้านดอกบัวจะทำหน้าที่เป็นจุดเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนที่เติมเต็มการเที่ยวเมืองพะเยาได้อย่างดี
 
ร้านอาหารและคาเฟ่ในพื้นที่บ้านตุ่นช่วยให้การเที่ยวชุมชนสะดวกขึ้น บ้านต้นเต๊า Coffee & Food ณ บ้านบัว เป็นหนึ่งในร้านที่มีข้อมูลสาธารณะชัดเจน ตั้งอยู่ในบ้านบัวและมีบรรยากาศธรรมชาติ เหมาะสำหรับแวะพัก ดื่มกาแฟ รับประทานอาหาร และสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารในตำบลบ้านตุ่นและพื้นที่ใกล้กว๊านพะเยา ซึ่งสามารถเลือกตามแผนการเดินทางและเวลาที่มี
 
ที่พักในพื้นที่มีทั้งโฮมสเตย์ชุมชนและโรงแรมในตัวเมืองพะเยา หากต้องการเรียนรู้วิถีบ้านดอกบัวอย่างใกล้ชิด บ้านบัวโฮมสเตย์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะตั้งอยู่ในชุมชนและเชื่อมโยงกับกิจกรรมศึกษาดูงานโดยตรง หากต้องการความสะดวกแบบโรงแรม สามารถเลือกพักในตัวเมืองพะเยา เช่น โรงแรมบ้านมะกรูด โรงแรมพะเยานอร์ทเทิร์นเลค โรงแรมเอ็มทู หรือโรงแรมบีทู พะเยา แล้วเดินทางมาเที่ยวบ้านดอกบัวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สะดวก
 
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จักสานจากบ้านดอกบัวถือเป็นการสนับสนุนชุมชนโดยตรง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อเข่ง ตะกร้า ของใช้ไม้ไผ่ หรือของฝากตามที่ชุมชนมีจำหน่ายในช่วงนั้น ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นสะท้อนทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นและแรงงานฝีมือของชาวบ้าน การซื้อของจากชุมชนจึงไม่ใช่เพียงการได้ของฝากกลับบ้าน แต่เป็นการช่วยให้ภูมิปัญญาจักสานมีตลาดและมีโอกาสถ่ายทอดต่อไป
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพหรือทำคอนเทนต์ควรให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของพื้นที่ ชุมชนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยจริง ไม่ใช่ฉากท่องเที่ยวที่จัดขึ้นทั้งหมด ควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล บ้านเรือน หรือขั้นตอนการผลิตใกล้ชิด ควรเคารพเวลาทำงานของชาวบ้าน และไม่รบกวนกิจกรรมในครัวเรือน การท่องเที่ยวชุมชนที่ดีต้องรักษาความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ของผู้มาเยือนกับความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีของคนในพื้นที่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทางคือช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะสามารถชมฐานเรียนรู้ เดินดูหมู่บ้าน และถ่ายภาพได้สะดวก หากต้องการเห็นกิจกรรมจักสาน ควรสอบถามชุมชนล่วงหน้า เนื่องจากงานผลิตอาจขึ้นอยู่กับรอบคำสั่งซื้อ ฤดูกาลทำนา และตารางกิจกรรมของกลุ่มชาวบ้าน ส่วนผู้ที่ต้องการพักโฮมสเตย์ควรติดต่อก่อนเดินทางทุกครั้ง เพื่อให้ชุมชนเตรียมที่พัก อาหาร และกิจกรรมได้เหมาะสม
 
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวบ้านดอกบัว ได้แก่ รองเท้าที่เดินสบาย หมวกหรือร่มสำหรับกันแดด กล้องถ่ายภาพ ถุงผ้าสำหรับใส่ของฝาก และเงินสดสำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือชำระค่าบริการบางรายการ เพราะร้านค้าชุมชนบางแห่งอาจไม่ได้รองรับการชำระเงินทุกรูปแบบ หากเดินทางมาเป็นกลุ่ม ควรประสานเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และกิจกรรมล่วงหน้าเพื่อให้การต้อนรับเป็นไปอย่างราบรื่น
 
บ้านดอกบัวเป็นตัวอย่างที่ดีของการท่องเที่ยวที่ให้ประโยชน์มากกว่าความสวยงาม ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงเห็นหมู่บ้านสงบหรือซื้อของฝาก แต่ได้เรียนรู้ว่าชุมชนหนึ่งสามารถใช้ทรัพยากรในพื้นที่ สร้างอาชีพ จัดการสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร เสน่ห์ของบ้านดอกบัวจึงอยู่ที่กระบวนการเบื้องหลังความสำเร็จ ตั้งแต่การปลูกไผ่ 500 ไร่ การสานเข่ง การรวมกลุ่ม การจัดโฮมสเตย์ ไปจนถึงการเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเรียนรู้จากทั่วประเทศ
 
ในเชิงวัฒนธรรม บ้านดอกบัวช่วยยืนยันว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นยังมีคุณค่าในสังคมปัจจุบัน แม้โลกจะมีบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่และวัสดุอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่งานจักสานไม้ไผ่ยังคงมีความหมายในฐานะผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ใช้งานได้จริง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากได้รับการออกแบบและจัดการตลาดอย่างเหมาะสม งานเหล่านี้สามารถเป็นทั้งของใช้ ของฝาก สินค้าชุมชน และสื่อเล่าเรื่องของหมู่บ้านได้พร้อมกัน
 
สำหรับจังหวัดพะเยา ชุมชนบ้านดอกบัวเป็นอีกภาพหนึ่งของการท่องเที่ยวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพะเยาไม่ได้มีเพียงกว๊านพะเยา วัด หรือธรรมชาติบนภูเขาเท่านั้น แต่ยังมีชุมชนต้นแบบที่ใช้ชีวิตและภูมิปัญญาเป็นจุดเด่น การเดินทางมาที่นี่ทำให้เห็นพะเยาในมิติของการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวอย่างมีเนื้อหาและกลับไปพร้อมความเข้าใจมากกว่าภาพถ่ายสวย ๆ
 
โดยสรุป ชุมชนบ้านดอกบัวเป็นแหล่งผลิตเข่งไม้ไผ่และงานจักสานสำคัญของจังหวัดพะเยา เป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแหล่งศึกษาดูงาน และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่มีความครบถ้วนทั้งอาชีพ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการจัดการชุมชน ผู้ที่เดินทางมาเยือนจะได้เห็นพลังของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงระดับประเทศจากทรัพยากรใกล้ตัวอย่างไม้ไผ่ และจากความร่วมมือของคนในชุมชนที่ทำงานอย่างเป็นระบบจนกลายเป็นต้นแบบให้หลายพื้นที่เรียนรู้ได้อย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่ชุมชนบ้านดอกบัว หรือ บ้านบัว
ที่ตั้งหมู่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
ที่อยู่บ้านบัว หมู่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา 56000
ไฮไลต์แหล่งผลิตเข่งไม้ไผ่และงานจักสานสำคัญของจังหวัดพะเยา หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ แหล่งศึกษาดูงาน และชุมชนโฮมสเตย์
ประวัติ / ความเป็นมาบ้านบัวเป็นชุมชนในตำบลบ้านตุ่นที่พัฒนาจากหมู่บ้านเกษตรกรรมและงานจักสาน สู่การเป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศ มีชื่อเสียงด้านการสานเข่งจากไม้ไผ่และการจัดฐานเรียนรู้ชุมชน
ที่มาของชื่อชื่อบ้านบัวเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าการตั้งถิ่นฐานของคนรุ่นแรกในพื้นที่ และถูกใช้เป็นชื่อหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนชื่อบ้านดอกบัวเป็นชื่อที่ใช้เรียกในบริบทการท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ชุมชน
ลักษณะเด่นมีป่าไผ่ประมาณ 500 ไร่สำหรับเป็นวัตถุดิบงานจักสาน ผลิตเข่ง สุ่มไก่ ตะกร้า ของใช้ไม้ไผ่ และผลิตภัณฑ์ประยุกต์ พร้อมฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่น่าสนใจชมการสานเข่ง เรียนรู้งานจักสานไม้ไผ่ ศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง ชมเกษตรอินทรีย์ พักโฮมสเตย์ ซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน และเดินชมวิถีหมู่บ้าน
การเดินทางจากตัวเมืองพะเยามุ่งหน้าไปตำบลบ้านตุ่น ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ได้สะดวก เหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเชื่อมต่อกับวัดอนาลโยทิพยารามและกว๊านพะเยา
สถานะปัจจุบันเป็นชุมชนต้นแบบ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง แหล่งผลิตงานจักสาน และพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวเชิงชุมชนกับคณะศึกษาดูงาน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการแนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน และควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการศึกษาดูงานหรือพักโฮมสเตย์
ค่าเข้าไม่พบประกาศเก็บค่าเข้าชมทั่วไป ค่ากิจกรรม ศึกษาดูงาน อาหาร หรือโฮมสเตย์ควรสอบถามชุมชนล่วงหน้า
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์เรียนรู้ชุมชน ฐานเรียนรู้จักสาน โฮมสเตย์ ร้านอาหาร/คาเฟ่ในชุมชน ผลิตภัณฑ์จักสาน และพื้นที่รองรับคณะศึกษาดูงานตามการประสานล่วงหน้า
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญศูนย์เรียนรู้ชุมชน ฐานจักสานเข่ง พื้นที่ป่าไผ่ แปลงเกษตรอินทรีย์ โฮมสเตย์ บ้านเรือนชุมชน และจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องชุมชนบ้านบัว หมู่ 4 ตำบลบ้านตุ่น ร่วมกับกลุ่มอาชีพจักสาน กลุ่มโฮมสเตย์ และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น
เบอร์ติดต่อหลักอบต.บ้านตุ่น โทร. 054-423-098 / บ้านบัวโฮมสเตย์ โทร. 081-950-5430, 053-717-952
เว็บไซต์ / แหล่งข้อมูลทางการThailand Tourism Directory, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, หน่วยงานจังหวัดพะเยา, อบต.บ้านตุ่น และฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดอนาลโยทิพยาราม ประมาณ 5 กม.
2. กว๊านพะเยา ประมาณ 10 กม.
3. วัดศรีโคมคำ ประมาณ 11 กม.
4. อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ประมาณ 11 กม.
5. ถนนคนเดินกว๊านพะเยา ประมาณ 11 กม.
6. วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. บ้านต้นเต๊า Coffee & Food ณ บ้านบัว ประมาณ 0 กม. โทร. 094-719-2653
2. ต้นบัว CAFE ประมาณ 3 กม. โทร. 063-114-7984
3. ร้านอาหารและครัวชุมชนบ้านบัว ประมาณ 0 กม.
4. ร้านอาหารพื้นบ้านในตำบลบ้านตุ่น ประมาณ 3 กม.
5. ร้านอาหารริมกว๊านพะเยา ประมาณ 10 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านบัวโฮมสเตย์ ประมาณ 0 กม. โทร. 081-950-5430, 053-717-952
2. บ้านต้นเต๊า โฮมสเตย์ / ที่พักชุมชนบ้านบัว ประมาณ 0 กม.
3. Baanmagrood พะเยา ประมาณ 11 กม. โทร. 061-578-4771
4. โรงแรมพะเยานอร์ทเทิร์นเลค ประมาณ 11 กม. โทร. 054-411-123
5. M2 Hotel Waterside ประมาณ 12 กม. โทร. 054-070-587
6. B2 Phayao Boutique & Budget Hotel ประมาณ 14 กม. โทร. 054-070-070, 1328
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ชุมชนบ้านดอกบัวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ชุมชนบ้านดอกบัว หรือบ้านบัว ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เป็นชุมชนต้นแบบและแหล่งผลิตเข่งไม้ไผ่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด
 
ถาม: ชุมชนบ้านดอกบัวมีชื่อเสียงเรื่องอะไร?
ตอบ: มีชื่อเสียงด้านการสานเข่งไม้ไผ่ งานจักสาน การปลูกไผ่ประมาณ 500 ไร่เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ และการเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบที่รองรับคณะศึกษาดูงาน
 
ถาม: ไปชุมชนบ้านดอกบัวสามารถทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?
ตอบ: สามารถชมการสานเข่ง เรียนรู้งานจักสานไม้ไผ่ ศึกษาฐานเศรษฐกิจพอเพียง พักโฮมสเตย์ ซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน และเดินชมวิถีหมู่บ้านได้
 
ถาม: ชุมชนบ้านดอกบัวเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: สามารถเดินทางไปได้ทุกวัน โดยแนะนำให้เข้าชมช่วงกลางวัน และควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการศึกษาดูงาน จัดกิจกรรมกลุ่ม หรือพักโฮมสเตย์
 
ถาม: ชุมชนบ้านดอกบัวมีโฮมสเตย์หรือไม่?
ตอบ: มีโฮมสเตย์ชุมชนสำหรับนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงาน ผู้สนใจควรติดต่อบ้านบัวโฮมสเตย์ล่วงหน้าเพื่อสอบถามจำนวนห้อง กิจกรรม อาหาร และเงื่อนไขการเข้าพัก
 
ถาม: บ้านดอกบัวเหมาะกับคณะศึกษาดูงานหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะชุมชนมีฐานเรียนรู้หลายด้าน เช่น จักสานเข่ง เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ การจัดการป่าไผ่ โฮมสเตย์ และการบริหารจัดการชุมชน
 
ถาม: เดินทางไปชุมชนบ้านดอกบัวอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองพะเยามุ่งหน้าไปตำบลบ้านตุ่น ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ได้สะดวก ระยะทางเหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเชื่อมต่อกับวัดอนาลโยทิพยารามและกว๊านพะเยา
 
ถาม: เที่ยวชุมชนบ้านดอกบัวแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดอนาลโยทิพยาราม กว๊านพะเยา วัดศรีโคมคำ อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง และถนนคนเดินกว๊านพะเยาได้

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชนประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ชุมชนบ้านดอกบัว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
วัด วัด(39)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(6)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(11)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)