หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา >อ.แม่ใจ
>ต.บ้านเหล่า
> เวียงห้าว
TL;DR: เวียงห้าว อยู่ที่บ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เปิดทุกวัน เวลา ตลอดวันสำหรับการชมพื้นที่ภายนอก ควรเข้าชมในช่วงกลางวัน.
เวียงห้าว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ตลอดวันสำหรับการชมพื้นที่ภายนอก ควรเข้าชมในช่วงกลางวัน
เวียงห้าว จังหวัดพะเยา เป็นเมืองโบราณสำคัญของอำเภอแม่ใจ ตั้งอยู่บริเวณบ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นร่องรอยชุมชนโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแนวคูเมืองรูปวงกลมซึ่งยังสามารถมองเห็นเค้าโครงได้จากสภาพภูมิประเทศและภาพถ่ายทางอากาศ พื้นที่แห่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญของการตั้งถิ่นฐานในอดีต และยังมีเรื่องเล่าพื้นบ้านที่เชื่อมโยงกับตำนานช้างดุร้ายชื่อ “ปู้ก่ำงาเขียว” จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “เวียงห้าว” ซึ่งสะท้อนทั้งความเชื่อ ความกลัว การรวมแรงของผู้คน และความทรงจำทางวัฒนธรรมของชุมชนแม่ใจอย่างลึกซึ้ง
เวียงห้าวไม่ใช่โบราณสถานที่โดดเด่นด้วยอาคารขนาดใหญ่หรือซากเจดีย์สูงตระหง่านเหมือนบางแหล่งในภาคเหนือ แต่มีคุณค่าจากผังเมืองโบราณ คูเมือง คันดิน และตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนท้องถิ่น ลักษณะของเมืองโบราณประเภทนี้ต้องใช้การสังเกตและการทำความเข้าใจบริบทโดยรอบเป็นสำคัญ เพราะสิ่งที่หลงเหลืออาจปรากฏในรูปของแนวคูคันดิน รูปร่างพื้นที่ ชื่อบ้าน ชื่อท้องถิ่น และเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา มากกว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างสมบูรณ์แบบ การมาเยือนเวียงห้าวจึงเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โบราณคดีชุมชน วัฒนธรรมล้านนา และเรื่องเล่าพื้นบ้านของพะเยา
ข้อมูลชุมชนระบุว่าเวียงห้าวเป็นเมืองโบราณที่สำคัญของอำเภอแม่ใจ และสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชุมชนโบราณของชาวลั๊วะ หรือกลุ่มชนดั้งเดิมที่มีบทบาทในพื้นที่ภาคเหนือก่อนและระหว่างการขยายตัวของวัฒนธรรมล้านนา การสันนิษฐานเช่นนี้ช่วยให้เวียงห้าวมีความสำคัญในฐานะแหล่งที่สะท้อนชั้นวัฒนธรรมเก่าแก่ของพื้นที่แม่ใจ เพราะก่อนที่เมืองพะเยาและรัฐล้านนาจะมีบทบาทเด่น ชุมชนดั้งเดิมจำนวนมากได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามพื้นที่ราบลุ่ม เชิงเขา แหล่งน้ำ และเส้นทางธรรมชาติ เวียงห้าวจึงอาจเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของการตั้งถิ่นฐานเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับภูมิประเทศและทรัพยากรของอำเภอแม่ใจ
เรื่องเล่าที่สำคัญที่สุดของเวียงห้าวคือตำนานปู้ก่ำงาเขียว ช้างดุร้ายที่มีฤทธิ์มากจนผู้คนในอดีตหวาดกลัว เล่ากันว่าหากช้างเชือกนี้หันหน้าไปทางทิศใด บ้านเมืองในทิศนั้นจะล้มตายทั้งเมือง ด้วยความกลัว ผู้คนจึงเร่งขุดคูเมืองขึ้นอย่างเร่งรีบเพื่อป้องกันภัยจากช้างดุร้าย การเร่งขุดคูเมืองทำให้สูญเสียแรงงานและกำลังคนจำนวนมาก จึงเกิดคำว่า “ห้าว” ซึ่งในความหมายท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับความใจร้อน ความเร่งรีบ หรือการกระทำอย่างรวดเร็วเกินปกติ และกลายเป็นชื่อเวียงห้าวที่เรียกต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ตำนานปู้ก่ำงาเขียวไม่ควรถูกมองเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความกลัวในอดีต ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีพลังสูงและมีความสำคัญในสังคมภาคเหนือ ทั้งในฐานะแรงงาน สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และสัญลักษณ์อำนาจ เรื่องเล่าช้างดุร้ายที่ทำให้ผู้คนต้องเร่งสร้างคูเมืองจึงอาจสะท้อนความทรงจำเรื่องภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม โรคระบาด สัตว์ป่า หรือเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ชุมชนต้องระดมแรงงานสร้างแนวป้องกันอย่างฉุกละหุก ตำนานจึงช่วยเก็บความทรงจำของเหตุการณ์เก่าในรูปแบบที่คนรุ่นหลังยังเล่าต่อได้
ลักษณะคูเมืองของเวียงห้าวเป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะจากข้อมูลท้องถิ่นและแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่ ระบุว่าสามารถมองเห็นแนวคูเมืองรูปวงกลมได้ค่อนข้างชัดเจนจากภาพถ่ายทางอากาศ และมีประตูเมือง 4 ด้าน การมีคูเมืองรูปวงกลมเช่นนี้สะท้อนการจัดวางพื้นที่แบบเมืองโบราณที่มีขอบเขตชัดเจน เมืองในอดีตจำนวนมากสร้างคูคันดินเพื่อกำหนดเขตชุมชน ป้องกันภัย ควบคุมน้ำ และแสดงสถานะของพื้นที่ การมีประตู 4 ด้านยังสะท้อนความสัมพันธ์ของเมืองกับเส้นทางเข้าออกและทิศทางที่ผู้คนใช้สัญจรในอดีต
แม้เวียงห้าวจะไม่ได้มีข้อมูลทางโบราณคดีเผยแพร่กว้างขวางเท่าเมืองโบราณขนาดใหญ่อื่น ๆ ในจังหวัดพะเยา แต่การที่ชุมชนยังจดจำชื่อเวียง ตำนาน และแนวคูเมืองไว้ได้ ทำให้สถานที่นี้มีคุณค่าในมิติของมรดกชุมชนอย่างมาก โบราณสถานบางแห่งมีคุณค่าเพราะมีศิลปวัตถุจำนวนมาก ขณะที่บางแห่งมีคุณค่าเพราะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เวียงห้าวอยู่ในกลุ่มหลังอย่างชัดเจน คือเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในอิฐหรือหิน แต่อยู่ในชื่อเรียก เรื่องเล่า และความสัมพันธ์ของผู้คนกับบ้านเกิด
พื้นที่บ้านดงอินตาเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของเวียงห้าวอยู่ในตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นชุมชนที่มีทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายด้าน ข้อมูลชุมชนยังกล่าวถึงปราชญ์ชาวบ้าน งานจักสาน และองค์ความรู้พื้นบ้านที่อยู่ร่วมกับเรื่องราวของเวียงห้าว การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมองหาแนวคูเมือง แต่เป็นการทำความเข้าใจชุมชนแม่ใจในภาพรวม ตั้งแต่ประวัติศาสตร์โบราณ เรื่องเล่าพื้นบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้าน ไปจนถึงวิถีชีวิตชนบทที่ยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน
เวียงห้าวเหมาะกับการเที่ยวแบบเรียนรู้มากกว่าการเที่ยวแบบรีบเช็กอิน ผู้มาเยือนควรเตรียมใจว่าพื้นที่เมืองโบราณอาจไม่ได้มีป้ายขนาดใหญ่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนแหล่งท่องเที่ยวหลัก การชมพื้นที่ควรใช้แผนที่นำทางควบคู่กับการสอบถามคนในชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่น การได้รับคำบอกเล่าจากคนในพื้นที่จะช่วยให้เข้าใจตำนานและตำแหน่งแนวคูเมืองได้ดีขึ้น เพราะสถานที่ประเภทนี้มีรายละเอียดจำนวนมากที่อาจไม่ปรากฏชัดแก่ผู้เดินทางครั้งแรก
การชมเวียงห้าวควรเริ่มจากการทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่าเมืองโบราณแห่งนี้มีลักษณะเป็นเวียงหรือชุมชนที่มีคูเมืองล้อมรอบ เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้วจึงค่อยสังเกตแนวพื้นที่ รูปร่างชุมชน สภาพคันดิน ร่องน้ำเดิม เส้นทาง และชื่อบ้านในบริเวณใกล้เคียง การมองด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าเวียงห้าวไม่ใช่เพียงพื้นที่ธรรมดา แต่เป็นภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในชุมชนปัจจุบัน
ในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เวียงห้าวช่วยให้เราเห็นว่าอำเภอแม่ใจไม่ได้มีเพียงแหล่งน้ำหนองเล็งทราย วัดสำคัญ หรือเส้นทางผ่านระหว่างพะเยากับเชียงรายเท่านั้น แต่ยังมีชั้นประวัติศาสตร์ที่ลึกลงไปถึงชุมชนโบราณและตำนานพื้นบ้าน พื้นที่แม่ใจตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีทั้งแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และเส้นทางคมนาคม จึงเป็นพื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานมายาวนาน เวียงห้าวจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับแม่ใจในฐานะพื้นที่ประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงอำเภอทางผ่าน
ชื่อเวียงห้าวยังมีความน่าสนใจในทางภาษา เพราะคำว่า “เวียง” ในวัฒนธรรมล้านนาใช้เรียกเมืองหรือชุมชนที่มีคูคันล้อมรอบ ส่วนคำว่า “ห้าว” ตามเรื่องเล่าท้องถิ่นสัมพันธ์กับความเร่งรีบ ใจร้อน หรือการขุดคูเมืองอย่างรีบร้อน ชื่อสถานที่จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนประวัติศาสตร์ย่อส่วน เพียงชื่อเดียวสามารถบอกได้ทั้งลักษณะเมืองและตำนานการเกิดเมือง นี่คือคุณค่าของชื่อบ้านนามเมืองที่มักเก็บเรื่องราวเก่าแก่ไว้ในคำสั้น ๆ
หากมองเวียงห้าวในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม สิ่งสำคัญคือการรักษาทั้งพื้นที่และเรื่องเล่าเอาไว้ควบคู่กัน การอนุรักษ์โบราณสถานไม่ได้หมายถึงการรักษาคันดินหรือคูเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบันทึกตำนาน การถ่ายทอดความรู้ของผู้เฒ่าผู้แก่ การทำป้ายข้อมูล การจัดเส้นทางเดินศึกษา และการทำให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่เห็นคุณค่าของบ้านเกิด หากคูเมืองยังอยู่แต่เรื่องเล่าหายไป ความหมายของเวียงห้าวจะลดลงอย่างมาก ในทางกลับกัน หากเรื่องเล่ายังอยู่และพื้นที่ได้รับการดูแล เวียงห้าวจะสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนที่มีชีวิตได้ต่อไป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ การมาเวียงห้าวควรเชื่อมโยงกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอแม่ใจ เช่น หนองเล็งทราย แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของลำน้ำอิง วัดพระธาตุจอมก๊อ ศาสนสถานสำคัญบนเนินเขาในพื้นที่แม่ใจ และชุมชนบ้านเหล่าที่มีร่องรอยภูมิปัญญาพื้นบ้าน การจัดทริปเช่นนี้จะช่วยให้เข้าใจแม่ใจครบทั้งมิติประวัติศาสตร์ แหล่งน้ำ ศาสนา และวิถีชุมชน
หนองเล็งทรายเป็นสถานที่ใกล้เวียงห้าวที่ควรแวะมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ของอำเภอแม่ใจ มีพื้นที่ประมาณ 5,500 ไร่ และเป็นจุดเริ่มต้นของลำน้ำอิง ปัจจุบันพื้นที่นี้ยังเกี่ยวข้องกับการเกษตร การประมงพื้นบ้าน และการพักผ่อนหย่อนใจ การเดินทางจากเมืองโบราณเวียงห้าวไปยังหนองเล็งทรายช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนโบราณกับแหล่งน้ำในพื้นที่แม่ใจได้ดีขึ้น แม้เวียงห้าวจะเป็นเรื่องของคูเมืองและชุมชนโบราณ ส่วนหนองเล็งทรายเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ทั้งสองพื้นที่ต่างสะท้อนบทบาทของน้ำต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในแม่ใจ
วัดพระธาตุจอมก๊อเป็นอีกสถานที่สำคัญที่สามารถจัดรวมกับเวียงห้าวได้ดี เพราะตั้งอยู่ในอำเภอแม่ใจและเป็นศาสนสถานที่มีความผูกพันกับความเชื่อของคนในพื้นที่ วัดตั้งอยู่บนเนินเขาและสามารถมองเห็นทัศนียภาพของชุมชนได้รอบด้าน การเที่ยวเวียงห้าวร่วมกับวัดพระธาตุจอมก๊อจึงทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งมิติเมืองโบราณและมิติศรัทธาของผู้คนในอำเภอแม่ใจ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเวียงห้าวคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง หากมาในฤดูฝนควรระวังพื้นลื่น หญ้ารก หรือพื้นที่ชื้นแฉะตามแนวคูเมือง หากมาในฤดูร้อนควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากพื้นที่เมืองโบราณประเภทคูคันดินมักอยู่กลางแจ้งและไม่มีร่มเงาตลอดเส้นทาง การเดินชมด้วยความระมัดระวังจะช่วยให้ปลอดภัยและไม่กระทบต่อสภาพพื้นที่
การเดินทาง ไปเวียงห้าวสามารถเดินทางจากตัวเมืองพะเยาไปยังอำเภอแม่ใจ แล้วเข้าสู่ตำบลบ้านเหล่าและบ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ระยะทางจากตัวเมืองพะเยาประมาณ 30–35 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ หากเริ่มจากตัวอำเภอแม่ใจจะใช้ระยะทางสั้นกว่า เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ ผู้ที่ไม่คุ้นพื้นที่ควรใช้แผนที่นำทางไปยังบ้านดงอินตาเหนือ ตำบลบ้านเหล่า หรือสอบถามเทศบาลตำบลแม่ใจและคนในชุมชนเพื่อระบุจุดเข้าชมที่เหมาะสม
การเที่ยวเวียงห้าวควรให้ความสำคัญกับมารยาทในชุมชน เพราะพื้นที่เมืองโบราณอยู่ใกล้พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน นักท่องเที่ยวไม่ควรขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับยานพาหนะ ไม่เหยียบย่ำพื้นที่เพาะปลูก ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขุดคุ้ยคันดินหรือแนวคูเมือง และไม่เก็บดิน หิน เศษวัตถุ หรือสิ่งของใด ๆ กลับไป หากต้องการถ่ายภาพบุคคล บ้านเรือน หรือพื้นที่ส่วนบุคคลควรขออนุญาตก่อนเสมอ
ร้านอาหารใกล้เวียงห้าวมีตัวเลือกกระจายอยู่ในอำเภอแม่ใจและบริเวณหนองเล็งทราย เช่น ครัวหนองเล็งทรายแม่ใจ ร้านมีเปา เรสเตอรองท์ Hug View Cafe ร้านอาหารพลอยกรรณ และร้านอาหารท้องถิ่นอื่น ๆ ในตัวอำเภอแม่ใจ ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวเวียงห้าวสามารถวางแผนชมเมืองโบราณในช่วงเช้า แล้วไปพักรับประทานอาหารหรือกาแฟบริเวณหนองเล็งทรายและศรีถ้อยในช่วงสายหรือเที่ยง จากนั้นค่อยต่อไปยังวัดพระธาตุจอมก๊อหรือกลับตัวเมืองพะเยา
ที่พักใกล้เวียงห้าวมีทั้งที่พักในอำเภอแม่ใจและที่พักใกล้ตัวเมืองพะเยา หากต้องการพักใกล้พื้นที่แม่ใจสามารถเลือกที่พักอย่าง Eden’s Home แม่ใจ บ้านมะนาว ตำบลแม่ใจ เล็งทรายรีสอร์ท หรือที่พักขนาดเล็กในพื้นที่ หากต้องการตัวเลือกที่พักหลากหลายขึ้นและสะดวกต่อการเที่ยวกว๊านพะเยา สามารถพักในตัวเมืองพะเยาแล้วขับรถมาเที่ยวเวียงห้าวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ ระยะทางไม่ไกลจนเกินไปและสามารถจัดเป็นเส้นทางครึ่งวันได้อย่างเหมาะสม
เวียงห้าวเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้ที่สนใจเรื่องเล่าพื้นบ้าน เพราะพื้นที่นี้สอนให้เห็นว่าโบราณสถานไม่ได้มีเพียงสิ่งก่อสร้างใหญ่โตเท่านั้น แต่ยังมีเมืองโบราณที่เหลือร่องรอยในผืนดิน คูน้ำ ชื่อบ้าน และตำนาน การมาเยือนเวียงห้าวจึงเป็นการเรียนรู้วิธีอ่านภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม คืออ่านทั้งพื้นที่จริง เรื่องเล่า ภาษา และชีวิตชุมชนร่วมกัน
โดยสรุป เวียงห้าวเป็นเมืองโบราณสำคัญของอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ที่มีคุณค่าจากแนวคูเมืองรูปวงกลม ตำนานปู้ก่ำงาเขียว การสันนิษฐานเรื่องชุมชนโบราณชาวลั๊วะ และความสัมพันธ์กับชุมชนบ้านดงอินตาเหนือในปัจจุบัน แม้จะเป็นแหล่งโบราณสถานที่ต้องใช้การสังเกตและการทำความเข้าใจมากกว่าการชมสิ่งก่อสร้างสมบูรณ์แบบ แต่เวียงห้าวคือหลักฐานสำคัญของรากเหง้าท้องถิ่นแม่ใจ เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าอดีตผ่านคูเมือง ชื่อเวียง และเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา หากได้รับการดูแลและถ่ายทอดอย่างเหมาะสม เวียงห้าวจะยังคงเป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์กลางชุมชนที่มีคุณค่าต่อทั้งคนแม่ใจและผู้มาเยือนจังหวัดพะเยา
| ชื่อสถานที่ | เวียงห้าว |
| ที่ตั้ง | บ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา |
| ที่อยู่ | เวียงห้าว บ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา 56130 |
| ไฮไลต์ | เมืองโบราณรูปวงกลมของอำเภอแม่ใจ แนวคูเมืองและคันดิน ตำนานปู้ก่ำงาเขียว เรื่องเล่าชาวลั๊วะ และภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ในชุมชนบ้านดงอินตาเหนือ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นเมืองโบราณสำคัญของอำเภอแม่ใจ สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนโบราณของชาวลั๊วะ มีตำนานการขุดคูเมืองเพื่อป้องกันช้างดุร้ายชื่อปู้ก่ำงาเขียว |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “เวียง” หมายถึงเมืองหรือชุมชนที่มีคูคันล้อมรอบ ส่วนคำว่า “ห้าว” มาจากเรื่องเล่าการขุดคูเมืองอย่างเร่งรีบและใจร้อนเพื่อป้องกันปู้ก่ำงาเขียว จึงเรียกสืบมาว่าเวียงห้าว |
| ลักษณะเด่น | แนวคูเมืองรูปวงกลม มีเค้าโครงเมืองโบราณที่เห็นได้จากภูมิประเทศและภาพถ่ายทางอากาศ มีประตูเมือง 4 ด้าน และเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับตำนานพื้นบ้านของแม่ใจ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพะเยามุ่งหน้าไปอำเภอแม่ใจ แล้วเข้าสู่ตำบลบ้านเหล่าและบ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ระยะทางประมาณ 30–35 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่เมืองโบราณและแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นของชุมชนบ้านดงอินตาเหนือ ควรเข้าชมด้วยความระมัดระวังและเคารพพื้นที่ชุมชน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ตลอดวันสำหรับการชมพื้นที่ภายนอก ควรเข้าชมในช่วงกลางวัน |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ชุมชน ทางเดินชมสภาพพื้นที่เมืองโบราณ จุดสอบถามชุมชน ร้านอาหารและคาเฟ่ในอำเภอแม่ใจ และที่จอดรถตามพื้นที่ชุมชนที่เหมาะสม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | แนวคูเมืองรูปวงกลม คันดิน ประตูเมือง 4 ด้าน พื้นที่บ้านดงอินตาเหนือ และภูมิทัศน์ชุมชนโบราณในตำบลบ้านเหล่า |
| ผู้ดูแล | เทศบาลตำบลแม่ใจ ร่วมกับชุมชนบ้านดงอินตาเหนือ ตำบลบ้านเหล่า และหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลตำบลแม่ใจ โทร. 054-499040, 054-499041 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เทศบาลตำบลแม่ใจ และข้อมูลชุมชนบ้านดงอินตาเหนือ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ชุมชนบ้านดงอินตาเหนือ ประมาณ 0 กม. 2. หนองเล็งทราย ประมาณ 8 กม. 3. ตัวอำเภอแม่ใจ ประมาณ 10 กม. 4. วัดพระธาตุจอมก๊อ ประมาณ 14 กม. 5. วัดศรีสุพรรณ / พื้นที่พระเจ้าทองทิพย์ ประมาณ 12 กม. 6. กว๊านพะเยา ประมาณ 30 กม. 7. ตัวเมืองพะเยา ประมาณ 30–35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวหนองเล็งทรายแม่ใจ ประมาณ 8 กม. โทร. 082-883-7468, 087-786-2807 2. Hug View Cafe ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ ประมาณ 9 กม. โทร. 095-705-5601 3. มีเปา เรสเตอรองท์ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ ประมาณ 9 กม. โทร. 080-465-9868 4. ร้านอาหารพลอยกรรณ อำเภอแม่ใจ ประมาณ 10 กม. โทร. 093-619-1397 5. กอดรัก Cafe แม่ใจ ประมาณ 12 กม. 6. ลอยลำดวนคาเฟ่แอนด์ฟาร์ม ประมาณ 12 กม. 7. 108 กาแฟบ้านดิน ประมาณ 12 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Eden’s Home แม่ใจ ประมาณ 10 กม. โทร. 080-306-7030 2. บ้านมะนาว ตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ ประมาณ 10 กม. โทร. 081-883-0878, 089-892-4252 3. เล็งทราย รีสอร์ท ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ ประมาณ 12 กม. โทร. 065-970-2284 4. ไอยา เกสต์เฮ้าส์ พะเยา ประมาณ 20 กม. โทร. 095-315-0757 5. M.T. Resort ป่าแฝก ประมาณ 18 กม. โทร. 061-359-2492 6. Hop Inn Phayao ตัวเมืองพะเยา ประมาณ 30 กม. โทร. 02-080-2222 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เวียงห้าวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เวียงห้าวตั้งอยู่ที่บ้านดงอินตาเหนือ หมู่ 11 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา
ถาม: เวียงห้าวมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เวียงห้าวเป็นเมืองโบราณสำคัญของอำเภอแม่ใจ มีแนวคูเมืองรูปวงกลมและตำนานปู้ก่ำงาเขียว สะท้อนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและความทรงจำของชุมชนแม่ใจ
ถาม: เวียงห้าวเกี่ยวข้องกับชาวลั๊วะอย่างไร?
ตอบ: ข้อมูลท้องถิ่นสันนิษฐานว่าเวียงห้าวน่าจะเป็นชุมชนโบราณของชาวลั๊วะ ซึ่งเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมที่มีบทบาทในพื้นที่ภาคเหนือ
ถาม: ตำนานปู้ก่ำงาเขียวคืออะไร?
ตอบ: ปู้ก่ำงาเขียวเป็นช้างดุร้ายในตำนานท้องถิ่น เล่ากันว่าผู้คนเร่งขุดคูเมืองเพื่อป้องกันช้างเชือกนี้ จนเป็นที่มาของคำว่า “ห้าว” ซึ่งหมายถึงความเร่งรีบหรือใจร้อน
ถาม: เวียงห้าวเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมพื้นที่ภายนอกได้ทุกวัน ควรเข้าชมในช่วงกลางวันและเดินชมด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นพื้นที่เมืองโบราณที่อยู่ร่วมกับชุมชน
ถาม: มีค่าเข้าชมเวียงห้าวหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับการเดินชมพื้นที่เมืองโบราณภายนอก
ถาม: เที่ยวเวียงห้าวแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่หนองเล็งทราย วัดพระธาตุจอมก๊อ ตัวอำเภอแม่ใจ กว๊านพะเยา และตัวเมืองพะเยาได้
ถาม: ติดต่อสอบถามข้อมูลเวียงห้าวได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถสอบถามข้อมูลพื้นที่ได้ที่เทศบาลตำบลแม่ใจ โทร. 054-499040 หรือ 054-499041
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



