หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.ป่าบอน >ต.ทุ่งนารี > ชุมชนเงาะป่าซาไก
TL;DR: ชุมชนเงาะป่าซาไก อยู่ที่บ้านโหล๊ะหาร หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นพื้นที่เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์มานิกับป่าดิบชื้น แหล่งน้ำ อาหารป่า สมุนไพร.
ชุมชนเงาะป่าซาไก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหาร จังหวัดพัทลุง หรือชื่อที่แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งยังใช้ว่า “ชุมชนเงาะป่าซาไก” เป็นพื้นที่เรียนรู้ชาติพันธุ์และวิถีชีวิตดั้งเดิมบริเวณบ้านโหล๊ะหาร หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ชุมชนนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์มานิที่อาศัยอยู่บริเวณป่าหลังอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนในแนวเทือกเขาบรรทัด เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า แหล่งน้ำ สมุนไพร อาหารป่า และวิถีการเคลื่อนย้ายตามความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยผู้มาเยือนควรใช้ชื่อ “มานิ” เป็นหลัก เพราะเป็นชื่อที่กลุ่มชาติพันธุ์ใช้เรียกตนเองและมีความหมายว่า “มนุษย์” ส่วนคำว่า “เงาะป่า” และ “ซาไก” ควรใช้เฉพาะในฐานะคำค้นหรือชื่อเดิมที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวเท่านั้น
บ้านโหล๊ะหารเป็นชุมชนชนบทและชุมชนชาติพันธุ์ในตำบลทุ่งนารี มีจุดเด่นด้านภูมิประเทศแบบหุบเขา มีลำธาร น้ำตก ป่าต้นน้ำ และอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่นี้จึงไม่ใช่เพียงเส้นทางเข้าไปเรียนรู้เรื่องกลุ่มชาติพันธุ์มานิ แต่ยังเป็นชุมชนที่มีธรรมชาติสมบูรณ์ มีลำคลองสำคัญ เช่น คลองพรุพ้อ คลองหลง คลองยางแดง และคลองป่าบอน รวมถึงน้ำตกควนปริง น้ำตกแม่แตง และพื้นที่ป่าดิบชื้นบริเวณแนวเทือกเขาบรรทัดที่ยังเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของคนในพื้นที่
คำว่า “โหล๊ะหาร” มีที่มาจากลักษณะพื้นที่ของหมู่บ้าน คำว่า “โหล๊ะ” หมายถึงที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ ส่วนคำว่า “หาร” หมายถึงแหล่งน้ำหรือบึง เมื่อรวมกันจึงกลายเป็นชื่อบ้านโหล๊ะหาร ชื่อดังกล่าวสะท้อนภูมิประเทศของชุมชนอย่างชัดเจน เพราะพื้นที่นี้มีทั้งที่ราบลุ่ม ลำธาร แหล่งน้ำ และพื้นที่เชิงเขา บ้านโหล๊ะหารเคยเป็นชุมชนเก่า ต่อมาถูกทิ้งร้างจากปัญหาโจรผู้ร้ายและโรคระบาด ก่อนมีผู้คนกลับเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ในช่วงหลัง และกลายเป็นหมู่ที่ 7 ของตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุงมาจนถึงปัจจุบัน
บริบทของชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหารควรเข้าใจด้วยความระมัดระวัง เพราะมานิไม่ใช่ “ของแปลก” สำหรับการชม แต่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองที่มีศักดิ์ศรี ความรู้ ระบบเครือญาติ ภาษา และวิธีจัดการชีวิตของตนเอง การนำเสนอพื้นที่นี้ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวจึงควรเปลี่ยนมุมมองจากการ “เข้าไปดูคน” เป็นการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมด้วยความเคารพ ผ่านการประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ชุมชนบ้านโหล๊ะหาร หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้พาเข้าเยี่ยมอย่างเหมาะสม ไม่ควรเดินเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยของมานิเองโดยไม่มีผู้ประสานงานหรือไม่ได้รับความยินยอมจากชุมชน
มานิกลุ่มบ้านโหล๊ะหารเป็นกลุ่มที่มีวิถีผูกพันกับป่าเทือกเขาบรรทัด พวกเขาอาศัยความรู้เรื่องพืชป่า อาหารป่า สมุนไพร เส้นทางน้ำ และฤดูกาลในการดำรงชีวิต หลายแหล่งข้อมูลระบุว่ามานิบางกลุ่มยังคงเคลื่อนย้ายที่พักตามแหล่งอาหาร มีการสร้างที่พักแบบเรียบง่ายด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้และไม้เล็ก และจะย้ายที่พักเมื่อทรัพยากรอาหารเปลี่ยนไป แนวคิดเรื่องบ้านของมานิจึงแตกต่างจากสังคมเมือง เพราะพื้นที่อยู่อาศัยไม่ใช่เพียงตัวบ้าน แต่รวมถึงป่า แหล่งน้ำ เส้นทางเดิน และทรัพยากรที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในแต่ละฤดูกาล
วิถีของมานิสะท้อนความรู้เรื่องธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง อาหารในแต่ละช่วงปีเกี่ยวข้องกับหัวมัน เผือก กลอย ผลไม้ป่า น้ำผึ้ง สมุนไพร และสัตว์ป่าที่หาได้ตามฤดูกาล ความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เกิดจากการสังเกตธรรมชาติ การถ่ายทอดภายในครอบครัว และประสบการณ์การใช้ชีวิตในป่าหลายชั่วอายุคน มานิจึงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่าดิบชื้นภาคใต้ โดยเฉพาะในบริบทเทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นผืนป่าต้นน้ำสำคัญของพัทลุง
ภาษาเป็นอีกมิติสำคัญของชุมชนมานิ ข้อมูลชาติพันธุ์ระบุว่ามานิบ้านโหล๊ะหารใช้ภาษามานิและภาษาถิ่นภาคใต้ในการสื่อสาร แต่ภาษามานิไม่มีระบบตัวเขียนแบบภาษาราชการทั่วไป สิ่งนี้ทำให้การถ่ายทอดความรู้ยังคงพึ่งพาการพูด การจำ การสังเกต และการปฏิบัติจริง เมื่อผู้มาเยือนต้องการเรียนรู้เรื่องมานิ จึงควรให้ความสำคัญกับการฟังอย่างเคารพ และไม่ควรตัดสินวิถีชีวิตด้วยมาตรฐานของสังคมเมืองเพียงด้านเดียว
ในช่วงหลัง วิถีชีวิตของมานิบ้านโหล๊ะหารมีการเปลี่ยนแปลงจากการติดต่อกับสังคมภายนอกมากขึ้น ทั้งหน่วยงานรัฐ นักท่องเที่ยว องค์กรช่วยเหลือ และเทคโนโลยีที่เข้ามาในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้มานิบางส่วนต้องพึ่งพาสังคมภายนอกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเกิดความท้าทายด้านวัฒนธรรม สิทธิ สุขภาพ และความเป็นส่วนตัว ดังนั้นการท่องเที่ยวหรือการเขียนถึงชุมชนนี้ควรระวังไม่ทำให้มานิถูกมองเป็นวัตถุจัดแสดง แต่ควรเน้นการให้เกียรติ สิทธิในการเลือกพบหรือไม่พบผู้มาเยือน และสิทธิในการกำหนดรูปแบบการดำรงชีวิตของตนเอง
อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนเป็นจุดหมายสำคัญของพื้นที่บ้านโหล๊ะหาร ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน เป็นอ่างเก็บน้ำที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าดิบชื้น บรรยากาศสงบ เหมาะกับการชมวิว พักผ่อน และศึกษาบริบทป่าต้นน้ำของชุมชน โครงการอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนมีบทบาทด้านการเกษตรและการจัดการน้ำ สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรได้รับประโยชน์จำนวนมาก และยังเป็นจุดตั้งต้นของการทำความเข้าใจภูมิประเทศที่อยู่เบื้องหลังวิถีมานิบ้านโหล๊ะหาร
ผู้ที่สนใจพื้นที่นี้ควรเริ่มต้นจากการเที่ยวอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนและบ้านโหล๊ะหารก่อน เพราะเป็นพื้นที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและมีหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวข้องโดยตรง การเข้าไปในพื้นที่ป่าหรือพื้นที่พักอาศัยของมานิต้องประสานงานล่วงหน้า ไม่ควรเดินเท้าเข้าไปเอง แม้ในแหล่งท่องเที่ยวเก่าจะระบุเส้นทางว่าเดินต่อจากอ่างเก็บน้ำเข้าไปในป่าหลายกิโลเมตร แต่ในเชิงจริยธรรมการท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้มาเยือน ความเป็นส่วนตัวของมานิ และสภาพพื้นที่ป่าที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล
การเรียนรู้ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหารจึงควรทำผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ ผู้มาเยือนควรประสานองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนารีหรือผู้นำชุมชนบ้านโหล๊ะหารก่อนเดินทาง สอบถามว่าช่วงเวลานั้นมีความเหมาะสมในการเข้าชมหรือไม่ มีผู้ประสานงานท้องถิ่นหรือไม่ และชุมชนมานิยินยอมให้พบหรือไม่ หากไม่มีการประสานงานที่ชัดเจน ควรเลือกเที่ยวเฉพาะอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน บ้านโหล๊ะหาร น้ำตก และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงแทน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดคือการถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต การยื่นของให้เด็กโดยตรง การเข้าใกล้ที่พักโดยไม่มีผู้ประสานงาน การตั้งคำถามเชิงลดทอนศักดิ์ศรี การใช้คำเรียกที่มานิไม่พึงประสงค์ การทิ้งขยะในพื้นที่ป่า และการเผยแพร่ตำแหน่งที่พักชั่วคราวของมานิแบบละเอียดเกินจำเป็น พื้นที่อยู่อาศัยของมานิเป็นพื้นที่ชีวิต ไม่ใช่ฉากถ่ายภาพ การเคารพขอบเขตจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการเดินทาง
จุดเด่นของการมาเยือนพื้นที่บ้านโหล๊ะหารคือการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนพื้นราบกับป่าเขา บ้านโหล๊ะหารมีทั้งชุมชนเกษตรกรรม สวนยางพารา สวนปาล์ม สวนผลไม้ แหล่งน้ำ และป่าต้นน้ำ ขณะที่มานิใช้ชีวิตสัมพันธ์กับป่าและเคลื่อนย้ายตามแหล่งอาหาร พื้นที่นี้จึงทำให้ผู้เดินทางเห็นความหลากหลายของการอยู่กับธรรมชาติในพัทลุง ทั้งรูปแบบชุมชนถาวรของชาวบ้านและรูปแบบการดำรงชีวิตที่ยืดหยุ่นของมานิ
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนเป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งช่วงของวัน บริเวณอ่างเก็บน้ำมีวิวผืนน้ำและภูเขา สามารถชมภูมิทัศน์ของป่าเทือกเขาบรรทัดได้อย่างชัดเจน พื้นที่นี้ยังเหมาะกับการถ่ายภาพธรรมชาติ เดินชมอ่างเก็บน้ำ และนั่งพักผ่อนในบรรยากาศสงบ ถ้าจัดเส้นทางอย่างเหมาะสม สามารถต่อไปยังน้ำตกแม่แตง น้ำตกควนปริง หรือแหล่งพักผ่อนของชุมชนบ้านโหล๊ะหารได้
การเดินทาง ไปบ้านโหล๊ะหารและอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองพัทลุงให้เดินทางเข้าสู่อำเภอป่าบอน แล้วต่อไปยังตำบลทุ่งนารีและบ้านโหล๊ะหาร หมู่ที่ 7 ระยะทางจากตัวเมืองพัทลุงถึงพื้นที่บ้านโหล๊ะหารค่อนข้างเหมาะกับทริปหนึ่งวัน เมื่อถึงอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนสามารถชมวิวอ่างเก็บน้ำและขุนเขาได้ ส่วนการเข้าไปยังพื้นที่ป่าด้านหลังอ่างเก็บน้ำต้องมีผู้ประสานงานในพื้นที่และควรเดินทางเฉพาะเมื่อได้รับการอนุญาตเท่านั้น
หากเดินทางจากอำเภอหาดใหญ่หรือจังหวัดสงขลา สามารถเข้าสู่เส้นทางอำเภอป่าบอนผ่านถนนสายหลัก แล้วต่อเข้าตำบลทุ่งนารี การใช้รถส่วนตัวจะเหมาะกว่า เพราะระบบขนส่งสาธารณะเข้าไปถึงพื้นที่บ้านโหล๊ะหารและอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนไม่สะดวกเท่าแหล่งท่องเที่ยวหลักในเมืองพัทลุง อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงกระจายอยู่ตามชุมชนและเชิงเขา
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะเส้นทางไปอ่างเก็บน้ำและพื้นที่เชิงเขาควรเดินทางในเวลาที่มีแสงสว่างเพียงพอ ช่วงหน้าฝนควรตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่เทือกเขาบรรทัดมีฝนตกชุก เส้นทางเดินป่าหรือเส้นทางชุมชนบางช่วงอาจลื่น น้ำหลาก หรือไม่เหมาะกับการเดินเท้า หากต้องการเรียนรู้วิถีมานิจริง ควรประสานล่วงหน้าหลายวันและยอมรับได้ว่าบางช่วงเวลาอาจไม่เหมาะกับการเข้าพบ
การแต่งกายควรเหมาะกับพื้นที่ธรรมชาติและชุมชน ควรสวมเสื้อผ้าที่สุภาพ คล่องตัว ระบายอากาศดี รองเท้าหุ้มส้นที่เดินบนพื้นดินหรือทางชื้นได้ เตรียมน้ำดื่ม ยากันยุง และถุงสำหรับนำขยะกลับออกมา ไม่ควรนำเครื่องเสียง อาหารที่มีกลิ่นแรง หรือสิ่งของจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ป่า เพราะอาจรบกวนทั้งคน สัตว์ และสภาพแวดล้อม
หากเดินทางมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มนักเรียน ควรเน้นการเรียนรู้ที่บ้านโหล๊ะหาร อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงก่อน ไม่ควรพาเด็กเข้าไปในพื้นที่ป่าลึกโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เส้นทางนี้เหมาะกับการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ ป่าต้นน้ำ ความหลากหลายของชุมชน และมารยาทการเคารพกลุ่มชาติพันธุ์ มากกว่าการท่องเที่ยวแบบผจญภัยหรือการเข้าไปถ่ายภาพใกล้ชิดกับผู้คน
สำหรับการจัดเส้นทางเที่ยวหนึ่งวัน สามารถเริ่มจากตัวเมืองพัทลุงหรือหาดใหญ่ในช่วงเช้า เดินทางสู่อำเภอป่าบอน แวะอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนเพื่อชมวิวและเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นต่อไปยังบ้านโหล๊ะหารหรือแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง เช่น น้ำตกแม่แตงหรือน้ำตกควนปริง แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารหรือคาเฟ่ในอำเภอป่าบอน เส้นทางนี้จะได้ครบทั้งธรรมชาติ ชุมชน และบริบทชาติพันธุ์โดยไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของมานิมากเกินไป
เมื่อเขียนหรือเล่าเรื่องชุมชนนี้ ควรใช้ถ้อยคำที่ให้เกียรติ เช่น “ชาวมานิ” “กลุ่มชาติพันธุ์มานิ” หรือ “มานิบ้านโหล๊ะหาร” แทนการเรียกด้วยคำที่มีนัยลดทอนความเป็นมนุษย์ การใช้ภาษาอย่างระมัดระวังมีความสำคัญต่อคุณภาพของบทความและต่อศักดิ์ศรีของผู้คนที่ถูกกล่าวถึง เพราะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ดีไม่ใช่เพียงการพาคนไปเห็นสิ่งที่ต่างจากตน แต่ต้องช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความต่างอย่างเคารพและไม่สร้างภาพจำที่ผิด
คุณค่าของชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหารอยู่ที่การทำให้เห็นว่าพัทลุงไม่ได้มีเพียงวัด น้ำตก ภูเขา หรืออ่างเก็บน้ำเท่านั้น แต่ยังมีมิติของกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองที่มีองค์ความรู้เรื่องป่าและการดำรงชีวิตอย่างยาวนาน พื้นที่นี้สอนให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าป่าไม่ใช่เพียงทรัพยากรหรือฉากท่องเที่ยว แต่เป็นบ้าน เป็นอาหาร เป็นยา เป็นเส้นทาง และเป็นรากของวัฒนธรรมสำหรับผู้คนบางกลุ่ม
การมาเยือนพื้นที่บ้านโหล๊ะหารจึงควรเป็นการเดินทางที่มีความรับผิดชอบสูง ผู้มาเยือนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ธรรมชาติและวัฒนธรรม ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้ชุมชนมานิสูญเสียความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย หรือสิทธิในการกำหนดชีวิตของตนเอง หากเดินทางด้วยความเข้าใจ พื้นที่นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของพัทลุงที่เชื่อมโยงคน ป่า น้ำ และวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง โดยไม่ลดทอนผู้คนให้กลายเป็นเพียงภาพท่องเที่ยว
| ชื่อสถานที่ | ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหาร / ชุมชนเงาะป่าซาไก |
| ชื่อที่ควรใช้ | มานิ หรือ ชาวมานิ |
| ที่ตั้ง | บ้านโหล๊ะหาร หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง |
| ที่อยู่ชุมชนหลัก | บ้านโหล๊ะหาร ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง 93170 |
| พิกัดบ้านโหล๊ะหาร | 7.1746686253473, 100.100512504578 |
| ไฮไลต์ | ชุมชนชาติพันธุ์มานิ บ้านโหล๊ะหาร อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน ป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด วิถีหาของป่า สมุนไพร และการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมอย่างเคารพสิทธิชุมชน |
| ลักษณะเด่น | เป็นพื้นที่เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์มานิกับป่าดิบชื้น แหล่งน้ำ อาหารป่า สมุนไพร และการเคลื่อนย้ายตามความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าไปยังบ้านโหล๊ะหารและอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนในตำบลทุ่งนารี การเข้าใกล้พื้นที่พักอาศัยของมานิต้องมีผู้ประสานงานและได้รับความยินยอมก่อนทุกครั้ง |
| สถานะปัจจุบัน | บ้านโหล๊ะหารเป็นชุมชนชนบทและชุมชนชาติพันธุ์ที่ยังมีข้อมูลการติดตามจากหน่วยงานด้านชาติพันธุ์และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ส่วนการเข้าพบมานิควรประสานงานล่วงหน้า |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนและอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. สำหรับข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่เผยแพร่สาธารณะ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | บ้านโหล๊ะหาร อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน พื้นที่ป่าท้ายบ้านโหล๊ะหาร แนวเทือกเขาบรรทัด น้ำตกควนปริง น้ำตกแม่แตง และพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติของชุมชน |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานประสานงาน | องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนารี และชุมชนบ้านโหล๊ะหาร |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น | อบต.ทุ่งนารี โทร. 0-7482-0359 |
| ข้อควรปฏิบัติ | ใช้คำเรียก “มานิ” ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ ไม่เข้าเขตที่พักโดยไม่มีผู้ประสานงาน ไม่รบกวนวิถีชีวิต ไม่ให้ของโดยตรงกับเด็ก ไม่เผยแพร่ตำแหน่งที่พักชั่วคราวแบบละเอียด และนำขยะกลับออกจากพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน ประมาณ 1 กม. 2. บ้านโหล๊ะหารและเส้นทางชุมชนทุ่งนารี ประมาณ 1 กม. 3. น้ำตกแม่แตง ประมาณ 7 กม. 4. น้ำตกควนปริง ประมาณ 10 กม. 5. สวนน้ำบ้านโหล๊ะหารประชารัฐ ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Friendship Coffee & Bar ป่าบอน ประมาณ 16 กม. โทร. 062-037-1451, 099-235-0299 2. พักพิงอิงทางคอฟฟี่ ประมาณ 17 กม. โทร. 074-841-638, 083-020-0703 3. ครัวเพื่อนโภชนา ป่าบอน ประมาณ 16 กม. โทร. 098-952-6920 4. บังมีนไก่อบโอ่ง สาขาป่าบอน ประมาณ 17 กม. โทร. 089-291-2851 5. Ko'made Cafe & Restaurant ประมาณ 18 กม. โทร. 082-889-7898 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Grace Room Resort ประมาณ 12 กม. โทร. 093-574-4958 2. Baan Jae Wae Homestay ประมาณ 17 กม. โทร. 088-832-5352 3. ดาหลา รีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 061-990-0676 4. สุวรรณปาล์มรีสอร์ท ประมาณ 20 กม. 5. ที่พักในตัวเมืองพัทลุง ประมาณ 45 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บริเวณบ้านโหล๊ะหาร หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง โดยพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้สะดวกคือบ้านโหล๊ะหารและอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน
ถาม: ควรเรียกชุมชนนี้ว่าอะไร?
ตอบ: ควรเรียกว่า “มานิ” หรือ “ชาวมานิ” เพราะเป็นชื่อที่กลุ่มชาติพันธุ์ใช้เรียกตนเอง ส่วนคำว่า “เงาะป่า” และ “ซาไก” ควรใช้เฉพาะในฐานะชื่อเดิมหรือคำค้นที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลเก่า
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพบชาวมานิได้เองหรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรเข้าไปเอง ควรประสาน อบต.ทุ่งนารี ชุมชนบ้านโหล๊ะหาร หรือผู้ประสานงานท้องถิ่นก่อนทุกครั้ง และเข้าพื้นที่เฉพาะเมื่อได้รับความยินยอมจากชุมชนเท่านั้น
ถาม: พื้นที่นี้เปิดให้เที่ยววันไหนและเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่ท่องเที่ยวบ้านโหล๊ะหารและอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ส่วนการเข้าพื้นที่มานิต้องประสานงานและพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายครั้ง
ถาม: ชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหารมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับป่าดิบชื้นเทือกเขาบรรทัด ความรู้เรื่องอาหารป่า สมุนไพร การเคลื่อนย้ายตามแหล่งอาหาร และบริบทชุมชนบ้านโหล๊ะหารที่อยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน
ถาม: ไปเที่ยวพื้นที่นี้ควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรเคารพความเป็นส่วนตัว ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต ไม่เข้าเขตที่พักชั่วคราว ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนวิถีชีวิต และไม่ใช้คำเรียกที่ลดทอนศักดิ์ศรีของกลุ่มชาติพันธุ์
ถาม: เที่ยวชุมชนมานิบ้านโหล๊ะหารแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน น้ำตกแม่แตง น้ำตกควนปริง สวนน้ำบ้านโหล๊ะหารประชารัฐ และร้านอาหารหรือคาเฟ่ในอำเภอป่าบอนได้
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




