หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.เมืองพัทลุง >ต.คูหาสวรรค์ > วัดคูหาสวรรค์
TL;DR: วัดคูหาสวรรค์ อยู่ที่เชิงเขาคูหาสวรรค์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เปิดทุกวัน เวลา ช่วงเวลากลางวันสำหรับสักการะและชมถ้ำ.

พัทลุง

วัดคูหาสวรรค์

วัดคูหาสวรรค์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงเวลากลางวันสำหรับสักการะและชมถ้ำ
 
วัดคูหาสวรรค์ พระอารามหลวง จังหวัดพัทลุง เป็นวัดเก่าแก่และโบราณสถานสำคัญของเมืองพัทลุง ตั้งอยู่เลขที่ 248 ถนนราเมศวร์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง บริเวณเชิงเขาคูหาสวรรค์ ใกล้ตัวตลาดพัทลุงและย่านเมืองเก่า วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตำนานพื้นบ้าน โบราณคดี ถ้ำธรรมชาติ และร่องรอยการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้อย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง
 
หัวใจสำคัญของวัดคือ ถ้ำคูหาสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัด ชาวบ้านนิยมเรียกวัดนี้ว่า วัดคูหาสูง หรือ วัดสูง ส่วนถ้ำคูหาสวรรค์มีชื่อเรียกเก่าในท้องถิ่นว่า “ถ้ำน้ำเงิน” หรือ “ถ้ำพระ” เพราะภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ที่เป็นจุดสักการะสำคัญ พระพุทธรูปปูนปั้นและดินเหนียวจำนวนมาก พระเจดีย์องค์เล็ก พระพิมพ์ดินดิบสมัยศรีวิชัย และองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่บอกเล่าการใช้พื้นที่ถ้ำแห่งนี้เป็นศาสนสถานมาอย่างยาวนาน
 
วัดคูหาสวรรค์ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่มีข้อมูลจากหนังสือทำเนียบวัดจังหวัดพัทลุงของพระครูอริยสังวร (เอียด) ระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 1924 ขณะเดียวกันตำนานนางเลือดขาวเล่าว่า เมื่อตาสามโมกับยายเพชรถึงแก่กรรมแล้ว พระกุมารกับนางเลือดขาวได้นำอัฐิของท่านทั้งสองไปเก็บไว้ในถ้ำคูหาสวรรค์ เรื่องเล่านี้ทำให้ถ้ำคูหาสวรรค์ไม่ใช่เพียงถ้ำธรรมชาติหรือที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำของชุมชน เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างตำนานท้องถิ่น บรรพบุรุษ และความศรัทธาของคนพัทลุง
 
ความสำคัญของวัดคูหาสวรรค์ยังปรากฏในหนังสือพระกัลปนาวัดเมืองพัทลุงสมัยอยุธยา ซึ่งกล่าวถึงการสร้างวัดบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์ การสร้างพระพุทธรูป และการถวายทรัพย์สินเป็นพระกัลปนาแก่วัด ระบบพระกัลปนานี้สะท้อนว่าวัดมีบทบาทมากกว่าสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นศูนย์กลางทางศาสนา เศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนในอดีต วัดได้รับการอุปถัมภ์ มีผู้คนเกี่ยวข้อง มีแรงงาน มีที่นา และมีบทบาทต่อการดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนาในเมืองพัทลุงอย่างเป็นระบบ
 
ในสมัยอยุธยา พื้นที่เมืองพัทลุงเคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและการรุกรานหลายครั้ง หนังสือพระกัลปนาวัดเมืองพัทลุงกล่าวถึงช่วงที่โจรสลัดมลายูเข้าปล้นเมืองพัทลุงและเผาผลาญบ้านเรือนกับวัดวาอารามมาถึงบริเวณตำบลคูหาสวรรค์ ทำให้วัดคูหาสวรรค์น่าจะถูกทำลายในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในภายหลัง ประวัติตอนนี้ทำให้เห็นว่าวัดคูหาสวรรค์ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรือง ช่วงเสียหาย และช่วงฟื้นฟูจนกลับมาเป็นศาสนสถานสำคัญของเมือง
 
เมื่อเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ วัดคูหาสวรรค์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2432 เพื่อเตรียมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสแหลมมลายู ครั้งนั้นได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. 108 ไว้บริเวณเพิงผาหน้าถ้ำ จารึกนี้ยังคงเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนให้ความสนใจ เพราะเป็นหลักฐานที่ทำให้วัดคูหาสวรรค์เชื่อมโยงโดยตรงกับพระราชประวัติและการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยในหัวเมืองภาคใต้
 
ภายหลังช่วงบูรณะครั้งใหญ่ วัดคูหาสวรรค์เคยอยู่ในสภาพวัดร้าง จนถึงปี พ.ศ. 2452 ชาวบ้านได้นิมนต์พระครูจรูญกรณีย์ หรือหลวงพ่อตุค เกสโร มาเป็นเจ้าอาวาสครองวัด ท่านได้บูรณะวัดเป็นการใหญ่ ทำให้วัดคูหาสวรรค์ค่อย ๆ ฟื้นตัวและเจริญขึ้นอีกครั้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2467 เมืองพัทลุงย้ายจากตำบลลำปำมาตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์ พระยาคณาศัยสุนทร (สา สุวรรณสาร) ผู้ว่าราชการเมืองในขณะนั้น ได้ช่วยบูรณะวัดอีกแรงหนึ่ง ทำให้วัดมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะวัดประจำเมืองและศูนย์กลางศรัทธาใกล้เมืองใหม่
 
วัดคูหาสวรรค์เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จประพาสหลายครั้ง นอกจากจารึก จ.ป.ร. 108 ของรัชกาลที่ 5 แล้ว ในปี พ.ศ. 2471 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสวัดคูหาสวรรค์และทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร. ไว้บริเวณเพิงผาหน้าถ้ำ ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสถ้ำคูหาสวรรค์และทรงจารึกพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และ ส.ก. ไว้ที่เพิงผาหน้าถ้ำเช่นกัน
 
บริเวณผนังถ้ำยังปรากฏจารึกพระนามาภิไธยของสมเด็จพระอริยวงษาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช และพระนามาภิไธยของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทำให้เพิงผาหน้าถ้ำคูหาสวรรค์เป็นพื้นที่ที่บันทึกร่องรอยบุคคลสำคัญของชาติไว้ในบริบทของวัดท้องถิ่นอย่างน่าศึกษา ผู้มาเยือนจึงควรชมจารึกเหล่านี้ด้วยความเคารพ ไม่สัมผัส ขีดเขียน หรือทำสิ่งใดที่กระทบต่อพื้นผิวหินและโบราณสถาน
 
ถ้ำคูหาสวรรค์มีลักษณะเป็นถ้ำกว้างประมาณ 18 เมตร ยาวประมาณ 28 เมตร และมีส่วนสูงเป็นเวิ้งรูปกรวย ภายในถ้ำมีบรรยากาศเย็น สงบ และขลังตามธรรมชาติของถ้ำหินปูน ตอนบนมีหินงอกคล้ายรูปช้าง ชาวบ้านเรียกว่า “ช้างผุด” หรือ “หินลับแล” พื้นถ้ำปูด้วยอิฐถือปูน มีเจดีย์องค์เล็กอยู่ภายในหนึ่งองค์ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ถ้ำเป็นทั้งพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ศิลปกรรมที่ได้รับการจัดวางเพื่อการสักการะมาอย่างยาวนาน
 
ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นและพระพุทธรูปดินเหนียวขนาดต่าง ๆ เรียงแถวเป็นระเบียบทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก รวม 37 องค์ ตามประวัติระบุว่าพระพุทธรูปจำนวน 20 องค์สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์มีการบูรณะและสร้างเพิ่มเติมอีก 17 องค์ การเรียงตัวของพระพุทธรูปภายในถ้ำทำให้ผู้มาเยือนเห็นพัฒนาการของศรัทธาหลายยุค และทำให้ถ้ำคูหาสวรรค์เป็นเหมือนวิหารธรรมชาติที่มีพระพุทธรูปโอบล้อมพื้นที่สักการะอยู่ทุกด้าน
 
พระพุทธรูปปางไสยาสน์ภายในถ้ำเป็นจุดเด่นสำคัญของวัด องค์พระประดิษฐานอยู่ในบรรยากาศของโถงถ้ำธรรมชาติ ผนังหิน เพดานถ้ำ และความเงียบภายในช่วยเสริมความสงบของการสักการะ พระพุทธไสยาสน์ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แต่เป็นศูนย์กลางของประสบการณ์การเข้าชมถ้ำ เพราะผู้มาเยือนจะรับรู้ได้ถึงการผสมผสานระหว่างศิลปะศาสนาและภูมิทัศน์ธรรมชาติอย่างกลมกลืน
 
ด้านทิศตะวันออกของเศียรพระพุทธไสยาสน์เคยพบกรุพระพิมพ์จำนวนมาก มีทั้งพระจำหลักไม้ พระพุทธรูปปูนปั้น พระสำริด และพระพิมพ์ดินดิบสมัยศรีวิชัย ชาวบ้านเรียกพระพิมพ์เหล่านี้ว่า “พระผีทำ” การพบพระพิมพ์และโบราณวัตถุเหล่านี้ทำให้ถ้ำคูหาสวรรค์มีคุณค่าทางโบราณคดีสูง เพราะสะท้อนการใช้พื้นที่ถ้ำเพื่อการบูชา การสะสมวัตถุมงคล และการสืบทอดความเชื่อทางพระพุทธศาสนามาเป็นเวลายาวนาน
 
บริเวณปากถ้ำมีหินเป็นชั้นติดกับหินปากถ้ำ สูงประมาณ 2 เมตร ชาวบ้านเรียกว่า “หัวทรพี” ตรงกันข้ามกับหัวทรพีเป็นรูปพระฤๅษีตาไฟปูนปั้น 1 องค์ ตามตำนานเล่าว่านางเลือดขาวกับเจ้าพระยากุมารสร้างขึ้นแทนอนุสาวรีย์ตาสามโมกับยายเพชร และบรรจุอัฐิของตายายทั้งสองไว้ภายใน ชาวบ้านให้ความเคารพและถือว่าเป็นจุดศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำ รายละเอียดนี้ทำให้ถ้ำคูหาสวรรค์มีมิติของความเชื่อพื้นบ้านประกอบอยู่กับพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง
 
พระอุโบสถวัดคูหาสวรรค์เป็นอีกพื้นที่สำคัญ ภายในประดิษฐานพระประธานที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้สร้างถวาย โดยมีข้อมูลว่าพระประธานสร้างจากทองคำร้อยละ 60 พระอุโบสถจึงเป็นจุดสักการะที่มีความหมายทั้งด้านศรัทธาและประวัติศาสตร์ราชสำนัก ผู้มาเยือนควรเริ่มต้นด้วยการไหว้พระในพระอุโบสถก่อนเข้าสู่พื้นที่ถ้ำ เพื่อให้การเดินชมวัดมีลำดับที่เหมาะสมและสำรวม
 
วัดคูหาสวรรค์ยังมีพระพุทธบาทจำลองตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านบนของถ้ำพระ สูงขึ้นไปประมาณ 60 เมตร สร้างโดยนายฮวดและนางขิ้ม แซ่สอ เมื่อปี พ.ศ. 2471 จุดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขึ้นไปสักการะและชมทัศนียภาพเมืองพัทลุงจากพื้นที่สูง เส้นทางขึ้นควรเดินอย่างระมัดระวัง สวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน และหลีกเลี่ยงการขึ้นในช่วงฝนตกหรือพื้นลื่น
 
นอกจากถ้ำคูหาสวรรค์และพระพุทธบาทจำลองแล้ว ภายในวัดยังมีถ้ำนางคลอด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าพื้นบ้านและการตกแต่งด้วยภาพปูนปั้นเกี่ยวกับเรื่องราวท้องถิ่น ถ้ำนางคลอดช่วยขยายประสบการณ์ของผู้มาเยือนจากการสักการะพระในถ้ำหลักไปสู่การเรียนรู้เรื่องเล่าและศิลปกรรมพื้นบ้าน วัดคูหาสวรรค์จึงเหมาะกับทั้งการไหว้พระ การศึกษาตำนาน การเรียนรู้ศิลปกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
 
วัดได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 การขึ้นทะเบียนนี้ยืนยันคุณค่าของวัดในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และโบราณคดีของประเทศ โบราณสถานภายในวัดมีทั้งถ้ำ พระพุทธรูป จารึก พระเจดีย์ และองค์ประกอบศาสนสถานอื่น ๆ จึงต้องได้รับการดูแลจากทั้งวัด หน่วยงานรัฐ และผู้มาเยือนทุกคน
 
ในปัจจุบัน วัดคูหาสวรรค์ยังคงเป็นพระอารามหลวงและศูนย์รวมศรัทธาของชาวพัทลุง ผู้คนเดินทางมาสักการะพระพุทธไสยาสน์ ไหว้พระในพระอุโบสถ ชมจารึกพระปรมาภิไธย เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และเดินชมถ้ำธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเมือง เจ้าอาวาสปัจจุบันระบุไว้ในฐานข้อมูลวัดว่าเป็นพระปริยัติวชิโรดม (พิชิต ป.ธ.7) วัดจึงมีบทบาททั้งด้านศาสนา การปกครองคณะสงฆ์ การศึกษา และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในจังหวัดพัทลุง
 
ผู้ที่มาเที่ยววัดคูหาสวรรค์ควรมองวัดนี้เป็นแหล่งเรียนรู้มากกว่าจุดแวะถ่ายภาพสั้น ๆ เพราะแต่ละส่วนของวัดมีความหมายต่างกัน พระอุโบสถสะท้อนศรัทธาและพระราชศรัทธา ถ้ำคูหาสวรรค์สะท้อนพุทธศิลป์และโบราณคดี จารึกหน้าถ้ำสะท้อนประวัติศาสตร์ชาติ พระพุทธบาทจำลองสะท้อนความศรัทธาบนพื้นที่สูง ถ้ำนางคลอดสะท้อนตำนานพื้นบ้าน ส่วนเขาคูหาสวรรค์สะท้อนภูมิทัศน์ธรรมชาติที่อยู่ร่วมกับเมืองพัทลุงมาอย่างยาวนาน
 
ในเชิงท่องเที่ยว วัดคูหาสวรรค์มีข้อได้เปรียบมากเพราะตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองพัทลุง เดินทางง่าย และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น เขาอกทะลุ อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ ศาลหลักเมืองพัทลุง วังเจ้าเมืองพัทลุง และหาดแสนสุขลำปำ ผู้ที่มีเวลาครึ่งวันสามารถเริ่มจากวัดคูหาสวรรค์ในช่วงเช้า แล้วเดินทางต่อไปยังเขาอกทะลุหรือวังเจ้าเมืองพัทลุงได้อย่างสะดวก
 
การเดินทาง ไปวัดคูหาสวรรค์สามารถเดินทางได้สะดวกมาก เพราะวัดอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ใกล้ตลาดและไม่ไกลจากสถานีรถไฟพัทลุง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนราเมศวร์ไปยังตำบลคูหาสวรรค์ได้โดยตรง หากเดินทางโดยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟพัทลุงแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถโดยสารในเมืองไปยังวัด ใช้เวลาไม่นาน เหมาะสำหรับจัดเป็นจุดแรกของการเที่ยวเมืองพัทลุง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะมีแสงเพียงพอสำหรับการเดินชมถ้ำและพื้นที่เชิงเขา อากาศไม่ร้อนจัดเกินไป และมีเวลาสักการะพระพุทธรูปภายในถ้ำอย่างสงบ ผู้มาเยือนควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากบางจุดเป็นพื้นหิน ทางขึ้นลง และพื้นที่ถ้ำ ควรเตรียมน้ำดื่มพอเหมาะ แต่ไม่ควรนำอาหารเข้าไปกินในถ้ำหรือบริเวณที่มีลิง เพื่อรักษาความสะอาดและความปลอดภัย
 
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าชมวัดคูหาสวรรค์คือแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดังในถ้ำ ไม่จับต้องพระพุทธรูปหรือจารึก ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่ปีนป่ายหินหรือโบราณสถาน ไม่ให้อาหารลิง และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสงฆ์หรือผู้ดูแลพื้นที่ วัดแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถาน จึงควรเข้าชมด้วยความเคารพต่อศาสนา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ
 
วัดคูหาสวรรค์จึงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวพัทลุงสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองนี้อย่างแท้จริง เพราะรวมทั้งพระพุทธศาสนา ถ้ำธรรมชาติ พระพุทธรูปโบราณ พระพิมพ์ศรีวิชัย จารึกพระมหากษัตริย์ ตำนานนางเลือดขาว และภูมิทัศน์เมืองไว้ในพื้นที่เดียว การมาเยือนวัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการไหว้พระในวัดเก่า แต่เป็นการเดินเข้าไปสัมผัสรากของพัทลุงผ่านถ้ำ ภูเขา ศิลปกรรม และความทรงจำที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในใจของผู้คนเมืองลุง
 
ชื่อสถานที่วัดคูหาสวรรค์ พระอารามหลวง
ชื่อเรียกท้องถิ่นวัดคูหาสูง, วัดสูง, ถ้ำคูหาสวรรค์, ถ้ำน้ำเงิน, ถ้ำพระ
ที่ตั้งเชิงเขาคูหาสวรรค์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ที่อยู่248 ถนนราเมศวร์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 93000
พิกัด7.6148637621, 100.089859758
ประเภทพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ / โบราณสถาน / ศาสนสถานสำคัญของจังหวัดพัทลุง
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
วันตั้งวัดพ.ศ. 1924
วันรับวิสุงคามสีมาพ.ศ. 2490
ไฮไลต์ถ้ำคูหาสวรรค์, พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่, พระพุทธรูปปูนปั้นและดินเหนียว 37 องค์, พระพิมพ์ดินดิบสมัยศรีวิชัย, จารึกพระปรมาภิไธยย่อ, พระอุโบสถ, พระพุทธบาทจำลอง, ถ้ำนางคลอด และวิวเมืองพัทลุงจากเชิงเขา
ประวัติ / ความสำคัญวัดเก่าแก่ของเมืองพัทลุงที่เกี่ยวข้องกับตำนานนางเลือดขาว พระกัลปนาวัดเมืองพัทลุงสมัยอยุธยา การบูรณะในสมัยรัตนโกสินทร์ การฟื้นฟูโดยพระครูจรูญกรณีย์ และการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์
ขนาดถ้ำคูหาสวรรค์กว้างประมาณ 18 เมตร ยาวประมาณ 28 เมตร และมีส่วนสูงเป็นเวิ้งรูปกรวย
สิ่งสำคัญภายในถ้ำพระพุทธรูปปางไสยาสน์, พระพุทธรูป 37 องค์, เจดีย์องค์เล็ก, หินงอกช้างผุดหรือหินลับแล, หัวทรพี, พระฤๅษีตาไฟปูนปั้น และกรุพระพิมพ์ที่พบพระจำหลักไม้ พระพุทธรูปปูนปั้น พระสำริด และพระพิมพ์ดินดิบสมัยศรีวิชัย
พระอุโบสถประดิษฐานพระประธานที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สร้างถวาย โดยมีข้อมูลว่าสร้างจากทองคำร้อยละ 60
พระพุทธบาทจำลองตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านบนของถ้ำพระ สูงขึ้นไปประมาณ 60 เมตร สร้างโดยนายฮวดและนางขิ้ม แซ่สอ เมื่อ พ.ศ. 2471
การขึ้นทะเบียนโบราณสถานกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
จารึกสำคัญจ.ป.ร. 108 ของรัชกาลที่ 5, ป.ป.ร. ของรัชกาลที่ 7, ภ.ป.ร. และ ส.ก. ของรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงจารึกพระนามาภิไธยของเจ้านายและสมเด็จพระสังฆราช
เจ้าอาวาสปัจจุบันพระปริยัติวชิโรดม (พิชิต ป.ธ.7)
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการช่วงเวลากลางวันสำหรับสักการะและชมถ้ำ
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้า อาหาร ทางลาด พื้นที่สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ปกครอง
โซน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถ, ถ้ำคูหาสวรรค์, เพิงผาหน้าถ้ำและจารึก, พระพุทธไสยาสน์, พระพุทธรูป 37 องค์, วิหารหลวงพ่อทวด, วิหารอดีตเจ้าอาวาส, พระพุทธบาทจำลอง, ถ้ำนางคลอด, จุดชมวิว และพื้นที่เชิงเขาคูหาสวรรค์
เบอร์ติดต่อ08-1279-7944 พระมหาปรีชา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด
การเดินทางเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง ใช้ถนนราเมศวร์ไปยังตำบลคูหาสวรรค์ วัดอยู่ใกล้ตลาดพัทลุงและไม่ไกลจากสถานีรถไฟพัทลุง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในเมือง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พระพุทธบาทจำลอง วัดคูหาสวรรค์ ประมาณ 0.1 กม.
2. สวนสาธารณะคูหาสวรรค์ ประมาณ 1 กม.
3. เขาอกทะลุ ประมาณ 2 กม.
4. อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) ประมาณ 2 กม.
5. ศาลหลักเมืองพัทลุง ประมาณ 5 กม.
6. วังเจ้าเมืองพัทลุง ประมาณ 7 กม.
7. หาดแสนสุขลำปำ ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารป้านุ้ย ประมาณ 1 กม. โทร. 087-477-7472
2. บ้านเฉาก๊วย อาหารตามสั่ง ประมาณ 1 กม. โทร. 083-655-0910, 095-025-5885
3. ร้านน้ำชา-โรตี บังแอนด์โก ประมาณ 1 กม.
4. ครัวบ้านสวน DO-D ประมาณ 2 กม. โทร. 090-674-2280
5. ครัวพี่เมย์ ประมาณ 2 กม. โทร. 084-466-9441, 090-624-9663
6. ท่ามิหรำขนมปัง ประมาณ 3 กม. โทร. 084-266-1157
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมหอฟ้า ประมาณ 0.5 กม. โทร. 074-611-645
2. Merdelong Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 074-615-888
3. City Park Hotel Phatthalung ประมาณ 1 กม. โทร. 074-613-516
4. โรงแรมชัยคณาธานี ประมาณ 1 กม. โทร. 074-613-777
5. The Centris Hotel Phatthalung ประมาณ 2 กม. โทร. 074-616-555
6. Siva Royal Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 074-673-999
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดคูหาสวรรค์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดคูหาสวรรค์ตั้งอยู่เลขที่ 248 ถนนราเมศวร์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง บริเวณเชิงเขาคูหาสวรรค์ ใกล้ตลาดพัทลุงและสถานีรถไฟพัทลุง
 
ถาม: วัดคูหาสวรรค์มีชื่อเรียกอื่นว่าอะไร?
ตอบ: ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดคูหาสูง หรือ วัดสูง ส่วนถ้ำคูหาสวรรค์มีชื่อเรียกเก่าว่า ถ้ำน้ำเงิน หรือ ถ้ำพระ
 
ถาม: วัดคูหาสวรรค์เปิดวันไหนและมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เหมาะกับการเข้าชมช่วงเวลากลางวัน และไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเข้าสักการะหรือชมพื้นที่วัด
 
ถาม: ถ้ำคูหาสวรรค์มีอะไรสำคัญ?
ตอบ: ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ พระพุทธรูปปูนปั้นและดินเหนียว 37 องค์ เจดีย์องค์เล็ก หินงอกช้างผุดหรือหินลับแล หัวทรพี พระฤๅษีตาไฟ และกรุพระพิมพ์ดินดิบสมัยศรีวิชัย
 
ถาม: วัดคูหาสวรรค์เกี่ยวข้องกับตำนานนางเลือดขาวอย่างไร?
ตอบ: ตำนานนางเลือดขาวเล่าว่า เมื่อถึงแก่กรรมของตาสามโมกับยายเพชร พระกุมารกับนางเลือดขาวได้นำอัฐิของท่านทั้งสองไปเก็บไว้ในถ้ำคูหาสวรรค์ และเรื่องเล่านี้ยังเชื่อมโยงกับพระฤๅษีตาไฟบริเวณปากถ้ำด้วย
 
ถาม: วัดคูหาสวรรค์เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยอย่างไร?
ตอบ: บริเวณเพิงผาหน้าถ้ำมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อของรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 7 รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นหลักฐานการเสด็จประพาสวัดคูหาสวรรค์ของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์
 
ถาม: พระพุทธบาทจำลองวัดคูหาสวรรค์อยู่ตรงไหน?
ตอบ: พระพุทธบาทจำลองตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านบนของถ้ำพระ สูงขึ้นไปประมาณ 60 เมตร สร้างโดยนายฮวดและนางขิ้ม แซ่สอ เมื่อ พ.ศ. 2471
 
ถาม: ควรเที่ยววัดคูหาสวรรค์คู่กับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวคู่กับเขาอกทะลุ อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ ศาลหลักเมืองพัทลุง วังเจ้าเมืองพัทลุง หาดแสนสุขลำปำ และสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองพัทลุงได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(25)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(16)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(6)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)