หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออก >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตราด >อ.แหลมงอบ >ต.แหลมงอบ > มัสยิดนูรุ้ลการีม
TL;DR: มัสยิดนูรุ้ลการีม อยู่ที่หมู่ 1 ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นศาสนสถานที่เติบโตจากบะแลไม้ริมทะเล สู่มัสยิดถาวรของชุมชน และเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนสิทธิทางศาสนาและการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง.
มัสยิดนูรุ้ลการีม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
มัสยิดนูรุ้ลการีม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด รหัสไปรษณีย์ 23120 เป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนมุสลิมบ้านยายม่อมและพื้นที่แหลมงอบที่มีความหมายมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ เพราะมัสยิดแห่งนี้คือศูนย์กลางความศรัทธา การศึกษา การรวมกลุ่มของชุมชน และบทบาททางสังคมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์ป่าชายเลน และการดูแลประมงชายฝั่งของชาวบ้านในพื้นที่ชายทะเลจังหวัดตราด
มัสยิดนูรุ้ลการีมมีประวัติการก่อตั้งยาวนานกว่า 60 ปี เริ่มต้นจากชุมชนมุสลิมขนาดเล็กในตำบลแหลมงอบ โดยเฉพาะบริเวณหมู่บ้านยายม่อม ซึ่งในช่วงแรกมีครอบครัวมุสลิมอยู่ไม่ถึง 10 หลังคาเรือน กลุ่มสัปบุรุษในพื้นที่แยกตัวมาจากมัสยิดอัลกุบรอ บ้านน้ำเชี่ยว และมัสยิดนูรุ้ลมุบีน บ้านแหลมทองหลาง เพื่อก่อตั้งพื้นที่ประกอบศาสนกิจที่ตอบสนองต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชนแหลมงอบมากขึ้น การมีมัสยิดของตนเองช่วยให้ชาวมุสลิมในพื้นที่สามารถละหมาด เรียนศาสนา พบปะ และจัดกิจกรรมชุมชนได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปยังชุมชนมุสลิมอื่น
ผู้บุกเบิกมัสยิดนูรุ้ลการีมคืออิหม่ามยูซุฟ มันจะหุนา ซึ่งเป็นอิหม่ามคนแรกของชุมชน ท่านมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานศาสนสถานและการรวมตัวของสัปบุรุษในช่วงที่ชุมชนยังเล็กมาก หลังจากสิ้นท่านอิหม่ามยูซุฟ มันจะหุนา ชุมชนได้แต่งตั้งอิหม่ามยูซูฟ สลาม เป็นอิหม่ามคนต่อมา ท่านเดิมเป็นคนจังหวัดสตูลและย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในตำบลแหลมงอบ อิหม่ามยูซูฟ สลามมีบทบาททั้งในฐานะครูและผู้นำศาสนา จึงทำให้มัสยิดแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ละหมาดและพื้นที่เรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ในชุมชน
มัสยิดนูรุ้ลการีมหลังเดิมไม่ได้ตั้งอยู่ในจุดปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่อีกฝั่งคลอง เป็นมัสยิดขนาดเล็กสร้างด้วยไม้ อยู่ใกล้ทะเลมาก ห่างจากทะเลประมาณ 3 – 4 วา ลักษณะพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนวิถีชีวิตมุสลิมชายฝั่งที่ผูกพันกับทะเล คลอง และประมงพื้นบ้านอย่างใกล้ชิด แต่ในทางปฏิบัติ การเดินทางไปมัสยิดค่อนข้างลำบากเพราะต้องข้ามคลอง อีกทั้งพื้นที่เดิมยังประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะตลิ่ง ทำให้โครงสร้างพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้งานในระยะยาว ชุมชนจึงเห็นความจำเป็นในการย้ายมาสร้างมัสยิดในพื้นที่ใหม่ที่ปลอดภัยและสะดวกต่อการเดินทางมากกว่า
ในปี พ.ศ. 2512 ชุมชนได้ย้ายมาสร้างมัสยิดในที่ตั้งใหม่ในสมัยอิหม่ามสุรินทร์ ยิหวาซอล ซึ่งเป็นอิหม่ามคนที่ 3 ของมัสยิดนูรุ้ลการีม ช่วงแรกสร้างเป็นบะแลไม้ ใช้งานอยู่ประมาณ 6 ปี ก่อนจะพัฒนาเป็นอาคาร 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นปูนและชั้นบนเป็นไม้ อาคารรูปแบบนี้สะท้อนการปรับตัวของชุมชนในช่วงที่ทรัพยากรยังมีจำกัด แต่ต้องการพื้นที่ศาสนาที่มั่นคงกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม โครงสร้างไม้ประสบปัญหาปลวกกัดกินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนต้องรื้อและสร้างบะแลหลังใหม่ขึ้นมาทดแทนอีกครั้ง
การพัฒนาสู่มัสยิดหลังปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2544 หลังจากมีผู้บริจาคเงินสนับสนุนการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ ผู้มีจิตศรัทธาที่มีส่วนร่วมสนับสนุนมีทั้งตระกูลที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เช่น ตระกูลนานา บุญมาเลิศ แฉล่มวารี แดงบุหงา แมนนานา และผู้ศรัทธาอีกหลายท่าน จากนั้นชุมชนจึงระดมทุนและร่วมแรงร่วมใจกันอย่างต่อเนื่อง จนมัสยิดสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2551 กลายเป็นอาคารมัสยิดที่ใช้ประกอบศาสนกิจและรองรับบทบาทชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
อิหม่ามคนปัจจุบันของมัสยิดนูรุ้ลการีมคืออิหม่ามอับดุลเลาะห์ หรือณรงค์ เจ๊ะเซ็น ซึ่งสืบต่อบทบาทผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนในพื้นที่บ้านยายม่อม ตำบลแหลมงอบ มัสยิดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ละหมาดประจำวันและละหมาดวันศุกร์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงครอบครัวมุสลิมหลายรุ่นเข้าด้วยกัน เป็นสถานที่สอนศาสนา ปลูกฝังระเบียบวินัยทางจิตใจ และเป็นศูนย์กลางในการผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของชาวมุสลิมในพื้นที่ชายฝั่ง
บทบาทสำคัญด้านหนึ่งของมัสยิดนูรุ้ลการีมคือการรณรงค์ให้เด็กผู้หญิงมุสลิมในโรงเรียนสายสามัญสามารถคลุมหิญาบได้ ก่อนหน้านี้โรงเรียนหลายแห่งยังมีข้อจำกัดและความไม่เข้าใจเกี่ยวกับการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลาม ทำให้การคลุมหิญาบของนักเรียนหญิงเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยการพูดคุย ผลักดัน และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง มัสยิดนูรุ้ลการีมและชุมชนบ้านยายม่อมจึงมีบทบาทเป็นแกนนำในการเรียกร้องสิทธิทางศาสนาและวัฒนธรรม จนเด็กผู้หญิงมุสลิมในโรงเรียนสายสามัญได้รับอนุญาตให้คลุมหิญาบได้ และแนวทางดังกล่าวยังส่งผลให้ชุมชนอื่น เช่น บ้านน้ำเชี่ยว เริ่มดำเนินรอยตาม
นอกจากบทบาทด้านศาสนาและการศึกษา มัสยิดนูรุ้ลการีมยังเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนในพื้นที่บ้านยายม่อม ชาวบ้านและมัสยิดร่วมกันปลูกป่าชายเลนทดแทนพื้นที่ที่ถูกทำลาย พร้อมรณรงค์ให้ผู้มาเยือนตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศชายฝั่ง ป่าชายเลนเป็นทรัพยากรสำคัญของแหลมงอบ เพราะช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเป็นฐานชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน การที่มัสยิดมีบทบาทร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ์พื้นที่นี้แสดงให้เห็นว่าศาสนสถานสามารถเป็นศูนย์กลางของการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในอดีตมีหลายองค์กรเข้ามาจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนในหมู่บ้านยายม่อม รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม กิจกรรมลักษณะนี้ทำให้พื้นที่รอบมัสยิดและหมู่บ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ศาสนา แต่กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องชุมชนชายฝั่ง ระบบนิเวศ และการจัดการทรัพยากรร่วมกันของคนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมัสยิดนูรุ้ลการีมจึงสามารถเชื่อมโยงการเยี่ยมชมศาสนสถานกับการเรียนรู้เรื่องป่าชายเลนและวิถีประมงชายฝั่งได้อย่างกลมกลืน
อีกประเด็นที่ทำให้มัสยิดนูรุ้ลการีมมีความสำคัญต่อชุมชนคือการอนุรักษ์ประมงชายฝั่ง ชาวบ้านในพื้นที่มีภูมิปัญญาและแนวปฏิบัติร่วมกันในการปกป้องพื้นที่ทำกินของประมงพื้นบ้าน โดยไม่อนุญาตให้เรือประมงขนาดใหญ่เข้ามาทำประมงในพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง หากมีเรือใหญ่เข้ามาในเขตที่กระทบต่อวิถีประมงท้องถิ่น มัสยิดและชาวบ้านจะร่วมกันดำเนินเรื่องต่อหน่วยงานรัฐและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง บทบาทนี้สะท้อนความเข้มแข็งของชุมชนมุสลิมชายฝั่งที่ไม่ได้มองศาสนาแยกจากชีวิตประจำวัน แต่ใช้หลักความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมาดูแลฐานทรัพยากรของชุมชน
พื้นที่แหลมงอบเป็นหนึ่งในอำเภอสำคัญของจังหวัดตราด เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อสู่ทะเล เกาะช้าง และชุมชนชายฝั่งหลายแห่ง บริเวณใกล้มัสยิดนูรุ้ลการีมมีทั้งจุดชมวิวแหลมงอบ ประภาคารแหลมงอบ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง หาดทรายดำ ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว และท่าเรือที่เชื่อมต่อการเดินทางไปเกาะต่าง ๆ นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ ศาสนา และวิถีชุมชนสามารถจัดเส้นทางเที่ยวมัสยิดนูรุ้ลการีมร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเห็นอีกมิติหนึ่งของตราดนอกเหนือจากทะเลและเกาะ
บรรยากาศของมัสยิดนูรุ้ลการีมมีความสงบ เรียบง่าย และเชื่อมโยงกับชุมชนจริง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนควรเข้าใจว่าที่นี่เป็นศาสนสถานที่ยังมีการใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอาคารอย่างเดียว การแต่งกายสุภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ชายควรหลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุดและกางเกงสั้นมาก ผู้หญิงควรแต่งกายมิดชิด และควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ละหมาดโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการถ่ายภาพควรสอบถามก่อน โดยเฉพาะเมื่อมีผู้กำลังประกอบศาสนกิจหรือมีเด็กและครอบครัวอยู่ในพื้นที่
มัสยิดนูรุ้ลการีมเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจบทความหรือเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดตราด เพราะเป็นตัวอย่างของศาสนสถานที่เล่าเรื่องชุมชนได้หลายชั้น ตั้งแต่การอพยพของชาวมุสลิมจากหลายจังหวัด เช่น ฉะเชิงเทรา อยุธยา กรุงเทพฯ สตูล และพื้นที่อื่น ๆ เข้ามาตั้งถิ่นฐานในแหลมงอบ ไปจนถึงการก่อสร้างมัสยิดหลายยุค การย้ายที่ตั้งจากฝั่งคลองเดิม และการพัฒนาสู่มัสยิดปัจจุบันที่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2551
การเดินทาง ไปมัสยิดนูรุ้ลการีมสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองตราดให้มุ่งหน้าไปทางอำเภอแหลมงอบ ใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังจุดชมวิวแหลมงอบและท่าเรือในพื้นที่ เมื่อเข้าสู่ตำบลแหลมงอบให้มุ่งหน้าไปยังหมู่ 1 บ้านยายม่อม มัสยิดตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลแหลมงอบ ระยะทางจากตัวเมืองตราดประมาณ 15 – 18 กม. ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ หากเดินทางต่อไปเกาะช้างหรือเกาะหมาก สามารถแวะชมมัสยิดและพื้นที่ชุมชนก่อนหรือหลังเดินทางไปท่าเรือได้
สำหรับผู้เดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถขึ้นรถตู้หรือรถโดยสารมายังตัวเมืองตราดก่อน จากนั้นต่อรถสองแถว รถรับจ้าง หรือเหมารถในท้องถิ่นมายังอำเภอแหลมงอบ การเดินทางลักษณะนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาครึ่งวันในแหลมงอบ โดยสามารถรวมเส้นทางมัสยิดนูรุ้ลการีม จุดชมวิวแหลมงอบ หาดทรายดำ และชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวเข้าด้วยกัน หากมาเป็นคณะศึกษาดูงาน ควรประสานชุมชนหรือผู้นำท้องถิ่นล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าชมศาสนสถานและพื้นที่อนุรักษ์เป็นไปอย่างเหมาะสม
จุดเด่นของการมาเยือนมัสยิดนูรุ้ลการีมไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของอาคาร แต่อยู่ที่เรื่องราวของผู้คนที่ช่วยกันรักษาศาสนา ชุมชน และทรัพยากรชายฝั่งไว้พร้อมกัน ตั้งแต่อิหม่ามยูซุฟ มันจะหุนา ผู้บุกเบิกมัสยิด อิหม่ามยูซูฟ สลาม ผู้เป็นทั้งครูและผู้นำศาสนา อิหม่ามสุรินทร์ ยิหวาซอล ผู้มีบทบาทในช่วงย้ายที่ตั้งและพัฒนาอาคาร ไปจนถึงอิหม่ามอับดุลเลาะห์ เจ๊ะเซ็น ผู้นำปัจจุบันที่สืบต่อบทบาททางศาสนาและชุมชน เรื่องราวต่อเนื่องเหล่านี้ทำให้มัสยิดนูรุ้ลการีมเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของแหลมงอบสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจตราดในมิติที่ลึกขึ้น
หากจัดโปรแกรมเที่ยว มัสยิดนูรุ้ลการีมสามารถเริ่มต้นเป็นจุดเรียนรู้ช่วงเช้า จากนั้นเดินทางต่อไปยังหาดทรายดำเพื่อชมระบบนิเวศชายฝั่ง แวะจุดชมวิวแหลมงอบและประภาคารในช่วงเย็น หรือเชื่อมต่อไปยังชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวเพื่อเรียนรู้พหุวัฒนธรรมของจังหวัดตราด เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ได้ทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา ธรรมชาติ อาหารท้องถิ่น และบรรยากาศริมทะเลของอำเภอแหลมงอบในวันเดียว
ในฐานะศาสนสถานของชุมชนมุสลิมบ้านยายม่อม มัสยิดนูรุ้ลการีมคือหลักฐานของการยืนหยัดของชุมชนเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโตจากครอบครัวไม่กี่หลังคาเรือน สู่ชุมชนที่มีมัสยิดมั่นคง มีผู้นำศาสนาหลายรุ่น มีบทบาทด้านการศึกษา สิทธิการแต่งกายของนักเรียนหญิงมุสลิม การอนุรักษ์ป่าชายเลน และการปกป้องประมงพื้นบ้าน ผู้ที่เดินทางมาเยือนจึงไม่ได้เพียงเห็นมัสยิดแห่งหนึ่งในแหลมงอบ แต่จะได้เห็นภาพของศาสนาในฐานะพลังของชุมชนที่ช่วยรักษาตัวตนและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งของจังหวัดตราดไว้อย่างมีคุณค่า
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดนูรุ้ลการีม |
| ที่ตั้ง | หมู่ 1 ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด |
| ที่อยู่ | เลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด 23120 |
| ไฮไลต์ | มัสยิดเก่าแก่ของชุมชนมุสลิมบ้านยายม่อม มีประวัติกว่า 60 ปี และมีบทบาทเด่นด้านศาสนา การศึกษา การอนุรักษ์ป่าชายเลน และประมงชายฝั่ง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ก่อตั้งโดยอิหม่ามยูซุฟ มันจะหุนา สัปบุรุษเดิมแยกตัวจากมัสยิดอัลกุบรอ บ้านน้ำเชี่ยว และมัสยิดนูรุ้ลมุบีน บ้านแหลมทองหลาง ย้ายมาสร้างที่ตั้งใหม่ในปี พ.ศ. 2512 และสร้างมัสยิดหลังปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2551 |
| ที่มาของชื่อ | นูรุ้ลการีมเป็นชื่อมัสยิดของชุมชนมุสลิมบ้านยายม่อมในตำบลแหลมงอบ ใช้เป็นศูนย์กลางศาสนกิจและการรวมตัวของสัปบุรุษในพื้นที่ |
| ลักษณะเด่น | เป็นศาสนสถานที่เติบโตจากบะแลไม้ริมทะเล สู่มัสยิดถาวรของชุมชน และเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนสิทธิทางศาสนาและการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองตราดมุ่งหน้าไปอำเภอแหลมงอบ เข้าสู่หมู่ 1 บ้านยายม่อม ตำบลแหลมงอบ ระยะทางประมาณ 15 – 18 กม. เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือเหมารถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นมัสยิดประจำชุมชนบ้านยายม่อมและยังใช้ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมในพื้นที่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. สำหรับการเยี่ยมชมโดยทั่วไป และควรหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงประกอบศาสนกิจ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ละหมาด พื้นที่ชุมชนโดยรอบ เส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวแหลมงอบ และพื้นที่เรียนรู้สิ่งแวดล้อมชายฝั่งใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อาคารมัสยิด พื้นที่ละหมาด พื้นที่ชุมชนบ้านยายม่อม พื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลนใกล้ชุมชน |
| ผู้ดูแล / อิหม่ามปัจจุบัน | อิหม่ามอับดุลเลาะห์ หรือณรงค์ เจ๊ะเซ็น |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวแหลมงอบ / ประภาคารแหลมงอบ ประมาณ 3 กม. 2. อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง ประมาณ 3 กม. 3. หาดทรายดำ แหลมงอบ ประมาณ 5 กม. 4. ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ประมาณ 8 กม. 5. ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประมาณ 10 กม. 6. ท่าเรือแหลมงอบ ประมาณ 3 กม. 7. ตัวเมืองตราด ประมาณ 15 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. จันทราก๋วยเตี๋ยวทะเล ประมาณ 3 กม. โทร. 039-597041 2. ริมทะเลซีฟู๊ดแอนด์รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 039-597678, 061-9899536 3. ทิวธารา ประมาณ 5 กม. โทร. 063-047-1204 4. อานารีน ฮาล้าลฟู๊ด ประมาณ 4 กม. 5. สุดตะวันออกซีฟู้ด ครูชาติ ประมาณ 4 กม. 6. บ้านย่า Coffee ประมาณ 4 กม. 7. ก๋วยเตี๋ยวหมูโบร้าน-โบราณ ประมาณ 4 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Suchanari At Laem Ngop ประมาณ 5 กม. โทร. 083-605-2413 2. Baan Hotelier Resort ประมาณ 15 กม. โทร. 085-045-7807 3. Rimlay Seafood & Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 039-597678, 061-9899536 4. Big House Resort, Trat ประมาณ 12 กม. 5. Bann Lookjan Trat ประมาณ 13 กม. 6. Toscana Trat Hotel ประมาณ 15 กม. 7. Trat 101 Hotel ประมาณ 16 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดนูรุ้ลการีมอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มัสยิดนูรุ้ลการีมตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด 23120
ถาม: มัสยิดนูรุ้ลการีมมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: มัสยิดแห่งนี้ก่อตั้งมากว่า 60 ปี โดยอิหม่ามยูซุฟ มันจะหุนา เป็นผู้บุกเบิกและเป็นอิหม่ามคนแรก ต่อมามีการย้ายที่ตั้งในปี พ.ศ. 2512 และสร้างมัสยิดหลังปัจจุบันเสร็จในปี พ.ศ. 2551
ถาม: อิหม่ามปัจจุบันของมัสยิดนูรุ้ลการีมคือใคร?
ตอบ: อิหม่ามปัจจุบันคืออิหม่ามอับดุลเลาะห์ หรือณรงค์ เจ๊ะเซ็น
ถาม: มัสยิดนูรุ้ลการีมมีบทบาทต่อชุมชนอย่างไร?
ตอบ: มัสยิดมีบทบาทเป็นศูนย์กลางศาสนา การศึกษา การผลักดันสิทธิการคลุมหิญาบของนักเรียนหญิงมุสลิม การอนุรักษ์ป่าชายเลน และการดูแลประมงชายฝั่งของชุมชนบ้านยายม่อม
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมมัสยิดนูรุ้ลการีมได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเยี่ยมชมได้โดยควรแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ และหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงเวลาประกอบศาสนกิจ
ถาม: ไปมัสยิดนูรุ้ลการีมจากตัวเมืองตราดอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองตราดให้มุ่งหน้าไปอำเภอแหลมงอบ เข้าสู่หมู่ 1 บ้านยายม่อม ตำบลแหลมงอบ ระยะทางประมาณ 15 – 18 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ถาม: ควรเที่ยวมัสยิดนูรุ้ลการีมร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับจุดชมวิวแหลมงอบ ประภาคารแหลมงอบ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง หาดทรายดำ และชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวได้
ถาม: มัสยิดนูรุ้ลการีมเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจศาสนสถานอิสลาม ประวัติศาสตร์ชุมชนชายฝั่ง วัฒนธรรมมุสลิม การอนุรักษ์ป่าชายเลน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอแหลมงอบ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●มัสยิด
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



