หน้าหลัก >ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ > จ.สุรินทร์
TL;DR: รวมที่เที่ยวสุรินทร์ พร้อมไฮไลต์ การเดินทาง และจุดที่ควรรู้สำหรับวางแผนเที่ยวได้เร็วขึ้นบนมือถือ

สุรินทร์

สุรินทร์

คำขวัญ :สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม

จังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หรือที่เรียกว่า “ภาคอีสาน” โดยตั้งอยู่ในกลุ่มพื้นที่อีสานตอนล่าง หรือ “อีสานใต้” ซึ่งมีลักษณะทางวัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างเฉพาะตัวจากพื้นที่อื่นของภูมิภาค สุรินทร์มีชื่อเสียงโดดเด่นในระดับประเทศและระดับนานาชาติในฐานะเมืองแห่งช้าง หรือ “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่” ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับช้างที่สืบทอดมายาวนานหลายชั่วอายุคน
 
พื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์มีขนาดประมาณ 8,124 ตารางกิโลเมตร หรือราว 5 ล้านไร่ จัดเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ลำดับที่ 24 ของประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ พื้นที่ภูเขาทางตอนใต้บริเวณแนวเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติติดกับประเทศกัมพูชา พื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดในตอนกลาง และพื้นที่ราบลุ่มทางตอนเหนือที่เหมาะสมต่อการเกษตร โดยมีแหล่งน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำมูล ลำน้ำชี และห้วยเสนง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนมาอย่างยาวนาน
 
สภาพภูมิอากาศของสุรินทร์เป็นแบบมรสุมเขตร้อน มี 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว โดยฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความสำคัญต่อการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำทำให้สุรินทร์เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศ
 
ในด้านประวัติศาสตร์ สุรินทร์เป็นพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคอารยธรรมขอมโบราณเมื่อกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา หลักฐานสำคัญคือกลุ่มปราสาทหิน เช่น ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทบ้านพลวง และโบราณสถานอีกจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลของอาณาจักรขอมที่เคยรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้ หลังจากการเสื่อมอำนาจของขอม เมืองในบริเวณนี้ถูกทิ้งร้างไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นชุมชนอีกครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
 
จุดกำเนิดอัตลักษณ์ของสุรินทร์อย่างแท้จริงเกิดขึ้นจากกลุ่มชนพื้นเมืองที่เรียกว่า “กูย” หรือ “ส่วย” ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เมื่อราวปี พ.ศ. 2260 กลุ่มชนนี้มีความสามารถโดดเด่นในการจับช้างป่าและฝึกช้างให้เชื่องเพื่อใช้งานในด้านต่างๆ ทั้งการเกษตร การคมนาคม และการศึกสงคราม ความเชี่ยวชาญดังกล่าวทำให้สุรินทร์กลายเป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและฝึกช้างที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นที่มาของคำว่า “เมืองช้าง”
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 หลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม) ได้ย้ายชุมชนมาตั้งที่บ้านคูประทาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชัยภูมิที่เหมาะสม มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ และสามารถป้องกันศัตรูได้ดี จนได้รับการยกฐานะเป็นเมือง และในปี พ.ศ. 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสุรินทร์” ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวัดสุรินทร์ในระบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี พ.ศ. 2451
 
สุรินทร์มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยมีประชากรหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ชาวไทยเชื้อสายเขมร ชาวกูย และชาวลาวอีสาน ซึ่งแต่ละกลุ่มมีภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ความหลากหลายนี้สะท้อนผ่านภาษาในชีวิตประจำวัน การแต่งกาย พิธีกรรม และอาหารพื้นบ้าน
 
วัฒนธรรมและประเพณี ของจังหวัดสุรินทร์มีความเข้มข้นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะ “งานแสดงช้างสุรินทร์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นเทศกาลระดับนานาชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ภายในงานมีการแสดงความสามารถของช้าง การจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และขบวนแห่วัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น
 
อีกหนึ่งประเพณีสำคัญคือ “ประเพณีแซนโฎนตา” ซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวไทยเชื้อสายเขมรในการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ โดยเชื่อว่าดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะกลับมาเยี่ยมลูกหลานในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้ยังมีประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีสงกรานต์ และพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างที่สะท้อนความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์
 
อาหารการกิน ของสุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารอีสานและอาหารเขมร มีรสชาติที่เข้มข้น เผ็ด และมีกลิ่นหอมของสมุนไพร เมนูที่โดดเด่น ได้แก่ ลาบ ก้อย ส้มตำ แกงอ่อม และอาหารพื้นถิ่น เช่น แกงขี้เหล็ก ต้มปลา และอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น เห็ด หน่อไม้ และแมลงกินได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวอีสาน
 
เศรษฐกิจ ของจังหวัดสุรินทร์พึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะการปลูกข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงโค กระบือ และช้าง รวมถึงอุตสาหกรรมผ้าไหมที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยเฉพาะผ้าไหมลายโบราณที่มีความประณีตสูง และเป็นสินค้าหัตถกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน
 
การค้าชายแดนกับประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณ “ช่องจอม” มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด มีการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้สุรินทร์เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนที่สำคัญในภูมิภาค
 
จุดเด่นของจังหวัดสุรินทร์ คือการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมขอมโบราณ วิถีชีวิตชาวกูย และอัตลักษณ์ของอีสานใต้ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ผ่านปราสาทหินโบราณ เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านประเพณี และพักผ่อนกับธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์
 
สุรินทร์ยังเป็นจังหวัดที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงลึก (Deep Travel) และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) โดยเฉพาะผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ อารยธรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน
 
การเดินทาง สามารถเดินทางมายังจังหวัดสุรินทร์ได้ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2 และ 226 หรือเดินทางโดยรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีสถานีหลักอยู่ในตัวเมืองสุรินทร์ รวมถึงรถโดยสารประจำทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6–8 ชั่วโมง
 
ด้วยศักยภาพที่ครบทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญของภาคอีสาน ที่สามารถมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ลึกซึ้งและแตกต่างได้อย่างแท้จริง
 
ตารางเทศกาลท่องเที่ยวประจำจังหวัดสุรินทร์ ปี 2569
ชื่องานวันที่เวลาสถานที่ (ที่อยู่เต็ม)จุดเด่น
งานแสดงช้างสุรินทร์15–17 พฤศจิกายน 256908:00–17:00สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000การแสดงช้างระดับโลก จำลองยุทธหัตถี
งานบุญแซนโฎนตากันยายน 2569ตลอดวันอำเภอศีขรภูมิ และพื้นที่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายเขมร จังหวัดสุรินทร์พิธีไหว้บรรพบุรุษแบบเขมรดั้งเดิม
งานเทศกาลผ้าไหมสุรินทร์ธันวาคม 256910:00–21:00บริเวณศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ถนนหลักเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์แสดงผ้าไหมลายโบราณ งานหัตถกรรมท้องถิ่น
งานบุญบั้งไฟพฤษภาคม 256908:00–18:00อำเภอจอมพระ และอำเภอใกล้เคียง จังหวัดสุรินทร์จุดบั้งไฟขอฝนตามความเชื่ออีสาน
งานปีใหม่และกาชาดมกราคม 256917:00–22:00ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์กิจกรรมบันเทิง ร้านค้า และการกุศล
 
ตารางแผนเที่ยวสุรินทร์ 3–5 วัน (ละเอียดจริง)
วันสถานที่ (ที่อยู่เต็ม)จุดเด่น
Day 1ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ถนนหลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์จุดเริ่มต้นทริป สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด
Day 2หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์เรียนรู้วิถีชีวิตช้าง ใกล้ชิดธรรมชาติ
Day 3ปราสาทศีขรภูมิ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์โบราณสถานขอมสวยงามระดับประเทศ
Day 4ช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา
Day 5อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์พักผ่อนชมวิวธรรมชาติ
 
ที่เที่ยว MUST VISIT จังหวัดสุรินทร์ 10 จุด
สถานที่ที่อยู่เต็มจุดเด่น
หมู่บ้านช้างบ้านตากลางตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120หมู่บ้านเลี้ยงช้างใหญ่ที่สุดในโลก
ปราสาทศีขรภูมิตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ 32110ศิลปะขอมโบราณงดงาม
ปราสาทบ้านพลวงตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ปราสาทหินขนาดเล็กสมัยขอม
ช่องจอมตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา
อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์พักผ่อนชมพระอาทิตย์ตก
ศาลหลักเมืองสุรินทร์ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง
สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์สวนสาธารณะขนาดใหญ่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
วนอุทยานพนมสวายตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์จุดชมวิวเมืองสุรินทร์
วัดบูรพารามตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์วัดสำคัญคู่เมือง
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: จังหวัดสุรินทร์มีจุดเด่นเรื่องอะไรที่สุด?
ตอบ: จังหวัดสุรินทร์มีจุดเด่นที่สุดในเรื่องช้าง จนได้รับสมญานามว่า “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่” นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้านวัฒนธรรมขอมโบราณ ผ้าไหมพื้นเมือง และวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์กูย เขมร และลาวอีสานที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
 
ถาม: ไปเที่ยวสุรินทร์ช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงที่เหมาะสำหรับการเที่ยวสุรินทร์คือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศค่อนข้างเย็นสบาย และถ้าต้องการชมงานใหญ่ของจังหวัด แนะนำช่วงงานแสดงช้างสุรินทร์ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของจังหวัด
 
ถาม: จังหวัดสุรินทร์มีที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์อะไรบ้าง?
ตอบ: สุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทบ้านพลวง และแหล่งโบราณสถานตามแนววัฒนธรรมขอม ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมโบราณในพื้นที่อีสานใต้
 
ถาม: สุรินทร์มีวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบไหนที่น่าสนใจ?
ตอบ: วัฒนธรรมของสุรินทร์มีความหลากหลายสูง โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวกูย ชาวไทยเชื้อสายเขมร และชาวลาวอีสาน มีทั้งภาษา ประเพณี การแต่งกาย และพิธีกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ประเพณีแซนโฎนตา และงานช้างที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างอย่างลึกซึ้ง
 
ถาม: อาหารขึ้นชื่อของสุรินทร์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาหารขึ้นชื่อของสุรินทร์มีทั้งอาหารอีสานและอาหารพื้นถิ่นที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเขมร เช่น ลาบ ก้อย ส้มตำ แกงอ่อม แกงขี้เหล็ก และเมนูที่ใช้วัตถุดิบพื้นบ้านอย่างเห็ด หน่อไม้ และปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
ถาม: เศรษฐกิจหลักของจังหวัดสุรินทร์คืออะไร?
ตอบ: เศรษฐกิจหลักของสุรินทร์คือภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวหอมมะลิ การเลี้ยงสัตว์ และการผลิตผ้าไหม นอกจากนี้ยังมีการค้าชายแดนกับกัมพูชาที่ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
 
ถาม: เดินทางไปจังหวัดสุรินทร์สะดวกไหม?
ตอบ: การเดินทางไปสุรินทร์สะดวก สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และรถไฟ โดยใช้เวลาจากกรุงเทพฯ ประมาณ 6–8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทาง
 
ถาม: จังหวัดสุรินทร์เหมาะกับการเที่ยวกี่วัน?
ตอบ: โดยทั่วไปสุรินทร์เหมาะกับการเที่ยวประมาณ 3–5 วัน เพราะจะมีเวลามากพอสำหรับการเที่ยวทั้งแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หมู่บ้านช้าง จุดชมวิว และตลาดท้องถิ่นได้อย่างไม่เร่งรีบ
 
ถาม: สุรินทร์เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: สุรินทร์เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงลึก รวมถึงผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องช้าง วิถีชีวิตชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์ของอีสานใต้ในมุมที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น
 
ถาม: ถ้าไปสุรินทร์ครั้งแรก ควรเริ่มเที่ยวจากที่ไหน?
ตอบ: หากไปสุรินทร์ครั้งแรก ควรเริ่มจากตัวเมืองสุรินทร์ เช่น ศาลหลักเมือง วัดสำคัญ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ จากนั้นค่อยเดินทางไปหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ปราสาทศีขรภูมิ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือชายแดนตามลำดับ

แผนที่จังหวัดสุรินทร์

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(11)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)

พิพิธภัณฑ์(1)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(15)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(1)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(9)

ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(2)

ดอย และภูเขา(2)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(6)

น้ำตก(1)

แม่น้ำลำคลอง(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)