หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.บางระจัน >ต.บ้านจ่า > โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ
TL;DR: โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ อยู่ที่ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เรียนรู้จากแปลงนาและประสบการณ์จริงของเกษตรกร เชื่อมโยงความรู้เรื่องข้าว แมลง ดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม ต้นทุนการผลิต และวัฒนธรรมชุมชนบ้านจ่า.
โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ ตำบลบ้านจ่า จังหวัดสิงห์บุรี เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวนาไทยอย่างชัดเจน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมสำคัญของภาคกลาง สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การทำนาข้าว การจัดการศัตรูพืชอย่างเหมาะสม การลดการใช้สารเคมี การพึ่งพาภูมิปัญญาชุมชน และการทำเกษตรแบบมีส่วนร่วมตามแนวทางที่ให้เกษตรกรเรียนรู้จากพื้นที่จริงตลอดฤดูกาลเพาะปลูก จุดเด่นคือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้เน้นเพียงการชมสถานที่ แต่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าใจชีวิตของเกษตรกร ผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ผ่านการเรียนรู้ปัญหา วิธีคิด และความเปลี่ยนแปลงของชุมชนทำนาในสิงห์บุรี
โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริเกิดขึ้นจากปัญหาจริงของชุมชนบ้านจ่า ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพทำนาข้าวและต้องเผชิญปัญหาโรคและแมลงศัตรูข้าวระบาดอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาหนึ่ง เกษตรกรจำนวนมากใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างกว้างขวาง เพราะต้องการปกป้องผลผลิตจากความเสียหาย แต่ผลที่ตามมาคือผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สภาพแวดล้อมในนาข้าวที่เสียสมดุล และรายได้ที่ไม่มั่นคงเมื่อราคาผลผลิตตกต่ำ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ชุมชนเริ่มมองหาทางออกที่ยั่งยืนกว่าการพึ่งพาสารเคมีเพียงอย่างเดียว
เมื่อปี พ.ศ. 2541 เกษตรกรในตำบลบ้านจ่าได้รวมกลุ่มกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการผลิตข้าวและปัญหาศัตรูพืช จึงเกิดการจัดตั้ง “โรงเรียนเกษตรกร” ขึ้นเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของเกษตรกรในชุมชน แนวคิดสำคัญของโรงเรียนเกษตรกรคือไม่ใช่โรงเรียนในความหมายของห้องเรียนทั่วไป แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เกษตรกรเป็นทั้งผู้เรียน ผู้สังเกต ผู้ทดลอง และผู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันในแปลงนา ตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแล การสังเกตแมลง การจัดการโรคพืช ไปจนถึงการตัดสินใจเรื่องการผลิตตลอดฤดูกาลเพาะปลูก
ความหมายของโรงเรียนเกษตรกรจึงอยู่ที่การเปลี่ยนเกษตรกรจากผู้รับคำสั่งหรือผู้ใช้วิธีเดิม ๆ มาเป็นผู้คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง เกษตรกรได้เรียนรู้ว่าแมลงในนาข้าวไม่ได้เป็นศัตรูทั้งหมด บางชนิดเป็นแมลงศัตรูพืช แต่บางชนิดเป็นแมลงตัวห้ำ ตัวเบียน หรือแมลงที่ช่วยรักษาสมดุลตามธรรมชาติ การรู้จักแยกแยะว่าแมลงชนิดใดเป็นมิตรหรือศัตรูทำให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีโดยไม่จำเป็น และกลับมาใช้ความรู้จากการสังเกตธรรมชาติเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำนา
เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้โรงเรียนเกษตรกรตำบลบ้านจ่าเป็นที่จดจำ คือเมื่อปี พ.ศ. 2542 รายการ “เวทีชาวบ้าน” ทางช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ได้มาถ่ายทำกิจกรรมของกลุ่มโรงเรียนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบ้านจ่า ตอน “แมลง มิตร หรือ ศัตรู ในนาข้าว” และออกอากาศเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2542 เวลา 20.30 น. เนื้อหาของรายการสะท้อนการเรียนรู้ของเกษตรกรในการทำความเข้าใจระบบนิเวศในนาข้าวและการลดการใช้สารเคมี หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทอดพระเนตรรายการดังกล่าว และมีพระราชกระแสรับสั่งชื่นชมสมาชิกโรงเรียนเกษตรกรตำบลบ้านจ่าและผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรม นับเป็นเกียรติประวัติสำคัญที่ชาวบ้านจ่าและผู้มีส่วนร่วมภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการแก้ปัญหาในนาข้าว โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริได้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและบุคคลทั่วไป โดยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านจ่าได้พัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงทุ่งนา แต่ได้เข้าใจว่านาข้าวเป็นระบบชีวิตที่ซับซ้อน มีทั้งน้ำ ดิน พืช แมลง แรงงาน ภูมิปัญญา และการตัดสินใจของเกษตรกรเป็นองค์ประกอบร่วมกัน
โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะเป็นการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงความรู้กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ว่าสุขภาพของเกษตรกรเกี่ยวข้องกับวิธีผลิตอาหารอย่างไร การใช้สารเคมีมากเกินไปส่งผลต่อดิน น้ำ แมลงที่เป็นประโยชน์ และระบบนิเวศนาข้าวอย่างไร ขณะเดียวกันก็ได้เห็นความพยายามของชุมชนในการปรับตัว สร้างความรู้ และพัฒนาการเกษตรให้ปลอดภัยขึ้น ต้นทุนเหมาะสมขึ้น และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น
ผู้ที่เดินทางมาโรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวนาไทยในมิติที่ลึกกว่าการมองทุ่งนาเป็นเพียงฉากท่องเที่ยว ชาวนาไม่ได้เป็นเพียงผู้ปลูกข้าว แต่เป็นผู้จัดการระบบนิเวศ เป็นผู้สังเกตธรรมชาติ เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องน้ำ ดิน ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และศัตรูพืชทุกวัน การเรียนรู้ในพื้นที่จริงทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าข้าวหนึ่งเมล็ดมีเบื้องหลังมากมาย ทั้งแรงงาน ความรู้ ความเสี่ยง และความอดทนของเกษตรกร
กิจกรรมที่เหมาะกับสถานที่แห่งนี้ ได้แก่ การเรียนรู้ประวัติการรวมกลุ่มของเกษตรกรบ้านจ่า การชมพื้นที่แปลงนา การสังเกตแมลงในนาข้าว การทำความเข้าใจระบบนิเวศนา การพูดคุยเรื่องการลดสารเคมี การเรียนรู้ต้นทุนการผลิต การเรียนรู้บทบาทของชุมชนในการจัดการปัญหาเกษตรกรรม และการเชื่อมโยงวัฒนธรรมข้าวกับวิถีชีวิตของคนภาคกลาง หากมีการจัดกิจกรรมกลุ่ม ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้ทั้งเชิงวิชาการและเชิงประสบการณ์ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา กลุ่มเกษตรกร และนักท่องเที่ยวที่สนใจเกษตรปลอดภัย
ในเชิงวัฒนธรรม โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริช่วยสะท้อนความสำคัญของข้าวในสังคมไทย ข้าวไม่ใช่เพียงอาหารหลัก แต่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล ความเชื่อ ประเพณี การลงแขกเกี่ยวข้าว ความสัมพันธ์ในชุมชน และความมั่นคงทางอาหาร การมาเยือนแหล่งเรียนรู้แห่งนี้จึงเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นของบ้านจ่าและบางระจันไปพร้อมกัน ผู้ที่สนใจประเพณีไทยจะเห็นได้ว่า วิถีเกษตรเป็นรากของวัฒนธรรมภาคกลางจำนวนมาก ทั้งพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว การทำบุญตามฤดูกาล และความผูกพันระหว่างวัด ชุมชน และท้องนา
พื้นที่ตำบลบ้านจ่าอยู่ในอำเภอบางระจัน ซึ่งเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์วีรชนบางระจัน ทำให้การท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรสามารถเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้อย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องชาวนาและการผลิตข้าวในช่วงหนึ่งของวัน แล้วเดินทางต่อไปยังอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน หรือวัดสำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง การเชื่อมเส้นทางแบบนี้ทำให้เห็นสิงห์บุรีทั้งในมิติของผู้กล้า ชุมชนเกษตร วัฒนธรรมข้าว และวิถีชีวิตภาคกลาง
โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริยังเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แบบชุมชนเป็นฐาน เพราะความรู้ไม่ได้มาจากตำราเพียงอย่างเดียว แต่มาจากประสบการณ์ของเกษตรกร การทดลองในแปลงนา และการแลกเปลี่ยนบทเรียนระหว่างคนในชุมชน วิธีเรียนแบบนี้ทำให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น เมื่อพบโรคหรือแมลงในนา เกษตรกรสามารถสังเกต วิเคราะห์ และเลือกวิธีจัดการที่เหมาะสม ไม่รีบใช้สารเคมีทันที การเปลี่ยนพฤติกรรมเช่นนี้มีผลต่อสุขภาพ ครอบครัว สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจครัวเรือนในระยะยาว
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว สถานที่แห่งนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจว่าอาหารในจานมีที่มาอย่างไร เด็กได้เรียนรู้ว่าข้าวต้องผ่านขั้นตอนการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว สี และแปรรูปก่อนจะกลายเป็นอาหารประจำวัน การเห็นทุ่งนาและเรื่องราวของเกษตรกรจริงช่วยปลูกฝังความเคารพต่ออาหารและผู้ผลิตอาหารได้ดี ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดมุมมองเรื่องสิ่งแวดล้อม ว่าแมลง ดิน น้ำ และพืชล้วนมีบทบาทในระบบนิเวศ ไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดจากกัน
สำหรับกลุ่มเกษตรกรจากพื้นที่อื่น โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ที่น่าสนใจ เพราะแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ร่วมกันในแปลงนา การลดต้นทุน การสังเกตแมลง และการจัดการศัตรูพืชโดยอาศัยความเข้าใจธรรมชาติ ยังเป็นประเด็นสำคัญของเกษตรกรรมไทยในปัจจุบัน เกษตรกรที่มาเยือนสามารถนำหลักคิดกลับไปปรับใช้กับพื้นที่ของตนเองได้ แม้รายละเอียดของดิน น้ำ และชนิดพืชจะแตกต่างกัน แต่หัวใจของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมยังคงใช้ได้กับชุมชนเกษตรหลายพื้นที่
ในด้านการท่องเที่ยว โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริเหมาะกับผู้ที่ต้องการทริปแบบไม่เร่งรีบ เน้นความรู้มากกว่าความบันเทิง และต้องการเข้าใจชีวิตจริงของคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวด้วยเสื้อผ้าที่สบาย รองเท้าที่เดินได้สะดวก หมวกกันแดด น้ำดื่ม และควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทางเป็นหมู่คณะ เพื่อให้สามารถจัดการเข้าชมและการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับช่วงฤดูกาล เพราะกิจกรรมในนาข้าวย่อมเปลี่ยนไปตามช่วงปลูก แตกกอ ออกรวง และเก็บเกี่ยว
การเดินทาง จากตัวเมืองสิงห์บุรีให้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ใช้ถนนสายสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี หรือถนนหมายเลข 3303 ระยะทางประมาณ 16 กม. เข้าสู่พื้นที่ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนสายเอเชียหรือทางหลวงหมายเลข 32 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสิงห์บุรี แล้วเข้าสู่เส้นทางอำเภอบางระจันและตำบลบ้านจ่า การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอำเภอบางระจันได้หลายแห่งในวันเดียว
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว หากต้องการชมบรรยากาศทุ่งนาเขียว ควรมาช่วงที่ข้าวกำลังเจริญเติบโต หากสนใจวิถีการเก็บเกี่ยว ควรเลือกช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องการจัดการแมลงในนาข้าว ควรติดต่อหน่วยงานในพื้นที่เพื่อสอบถามช่วงกิจกรรมที่เหมาะสม การมาในช่วงเช้าจะเดินสบายและเหมาะกับการเรียนรู้ภาคสนามมากกว่าช่วงแดดจัด
มารยาทในการเข้าชมสถานที่เชิงเกษตรคือไม่เดินลงแปลงนาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เด็ดพืช ไม่จับแมลงหรือสิ่งมีชีวิตในพื้นที่โดยไม่จำเป็น ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนการทำงานของเกษตรกร หากมีการถ่ายภาพบุคคลควรขออนุญาตก่อนเสมอ เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ทำกินของชุมชน การท่องเที่ยวที่ดีจึงต้องเคารพทั้งสถานที่ เจ้าของพื้นที่ และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น
เมื่อมองในภาพรวม โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ ตำบลบ้านจ่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่ชมทุ่งนา เพราะเป็นหลักฐานของการรวมพลังชุมชนเพื่อแก้ปัญหาการผลิตข้าว เป็นพื้นที่ที่ทำให้ความรู้ของเกษตรกรได้รับการยอมรับ และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจความสำคัญของชาวนาไทยได้ลึกขึ้น การมาเยือนที่นี่จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวสิงห์บุรีอย่างมีความหมาย เรียนรู้จากพื้นที่จริง และเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และชีวิตชุมชนอย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ ตำบลบ้านจ่า |
| ที่ตั้ง | ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี |
| ที่อยู่ | ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16130 |
| ไฮไลต์ | แหล่งศึกษาเรียนรู้วิถีชาวนาไทย การจัดการศัตรูพืชในนาข้าว การลดการใช้สารเคมี และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบอนุรักษ์ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เริ่มจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรตำบลบ้านจ่าเมื่อปี พ.ศ. 2541 เพื่อแก้ปัญหาโรคและแมลงระบาดในนาข้าว ลดผลกระทบจากการใช้สารเคมี และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของสมาชิกและบุคคลทั่วไป |
| เหตุการณ์สำคัญ | ปี พ.ศ. 2542 รายการเวทีชาวบ้าน ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ถ่ายทำกิจกรรมของกลุ่มโรงเรียนเกษตรกร ตอน “แมลง มิตร หรือ ศัตรู ในนาข้าว” และออกอากาศเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2542 |
| ที่มาของชื่อ | คำว่าโรงเรียนเกษตรกรหมายถึงกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในพื้นที่จริง ไม่ใช่โรงเรียนในระบบทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ให้เกษตรกรร่วมคิด แลกเปลี่ยน แก้ปัญหา และตัดสินใจด้วยตนเอง |
| ลักษณะเด่น | เรียนรู้จากแปลงนาและประสบการณ์จริงของเกษตรกร เชื่อมโยงความรู้เรื่องข้าว แมลง ดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม ต้นทุนการผลิต และวัฒนธรรมชุมชนบ้านจ่า |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พื้นที่เรียนรู้วิถีชาวนาไทย 2. แปลงเรียนรู้นาข้าวและระบบนิเวศนา 3. พื้นที่เรียนรู้เรื่องแมลงในนาข้าว 4. พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ของเกษตรกร 5. พื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสิงห์บุรีมาทางทิศตะวันตก ใช้ถนนสายสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี หรือถนนหมายเลข 3303 ระยะทางประมาณ 16 กม. เข้าสู่ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของตำบลบ้านจ่า จังหวัดสิงห์บุรี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านจ่า และหน่วยงานด้านการเกษตรในพื้นที่อำเภอบางระจัน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านจ่า โทร. 036-818-155 สำนักงานเกษตรอำเภอบางระจัน โทร. 066-097-8295 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เรียนรู้เกษตร พื้นที่แปลงนา พื้นที่ชุมชนใกล้เคียง และเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอบางระจัน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ประมาณ 6 กม. 2. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 6 กม. 3. วัดโพธิ์เก้าต้น ประมาณ 6 กม. 4. ดงยางอินวกูล ประมาณ 8 กม. 5. วัดพระปรางค์มุนี ประมาณ 12 กม. 6. วัดพิกุลทอง ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. บ้านสวนแม่ลาการ้อง ประมาณ 10 กม. โทร. 036-501-047, 081-448-3678 2. ร้านอาหารแม่ลาปลาเผา ประมาณ 10 กม. โทร. 036-587-077, 064-241-5388, 098-558-5575 3. ร้านอาหารกังหันลม ประมาณ 17 กม. โทร. 085-813-6424, 036-507-044 4. ไพบูลย์ไก่ย่าง ประมาณ 18 กม. โทร. 099-104-0362, 036-512-132 5. ร้านอาหารท่าพระจันทร์ ประมาณ 20 กม. โทร. 086-513-5610, 089-827-9495, 036-511-540 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ปลายฟ้า รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 036-510-275, 092-280-6826 2. ปาริดา รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. 3. ริมทุ่งแม่ลา รีสอร์ท ประมาณ 12 กม. 4. โกลเด้นดราก้อน รีสอร์ท ประมาณ 20 กม. โทร. 036-521-891, 085-666-3363 5. โรงแรมไชยแสง พาเลส ประมาณ 21 กม. โทร. 036-520-904 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริอยู่ที่ไหน?
ตอบ: โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริตั้งอยู่ในตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชาวนาไทยและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ถาม: โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการเรียนรู้จากแปลงนาจริง การสังเกตแมลงในนาข้าว การลดการใช้สารเคมี และการเข้าใจวิถีชีวิตของชาวนาไทยในพื้นที่จริง
ถาม: ทำไมโรงเรียนเกษตรกรตำบลบ้านจ่าจึงมีความสำคัญ?
ตอบ: เพราะเกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อแก้ปัญหาโรคและแมลงในนาข้าว ลดผลกระทบจากสารเคมี และสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชน
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปโรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสิงห์บุรีเดินทางไปทางทิศตะวันตกตามถนนสายสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี หรือถนนหมายเลข 3303 ระยะทางประมาณ 16 กม.
ถาม: โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริเปิดเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา กลุ่มเกษตรกร ผู้สนใจเกษตรปลอดภัย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาไทย
ถาม: ควรเที่ยวโรงเรียนเกษตรกรร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น ดงยางอินวกูล และวัดพิกุลทองได้
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



