หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เมืองเชียงราย >ต.แม่ข้าวต้ม > กำแพงเมืองจีนจำลอง
TL;DR: กำแพงเมืองจีนจำลอง อยู่ที่เลขที่ 171 หมู่ 15 บ้านใหม่หนองบัวแดง ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เปิดวันศุกร์ – วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 17.00 น.
กำแพงเมืองจีนจำลอง
วันเปิดทำการ: วันศุกร์ – วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น.
กำแพงเมืองจีนจำลอง ภายในมูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชียงรายที่มีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะไม่ได้มีเพียงจุดถ่ายภาพหรือสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ผสมผสานงานสถาปัตยกรรม แนวคิดเชิงกุศล ความศรัทธาทางพุทธศาสนา การเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน พื้นที่ทั้งหมดตั้งอยู่บนเนินเขาน้อยใหญ่ในบ้านใหม่หนองบัวแดง เลขที่ 171 หมู่ 15 ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 119 ไร่ จึงให้บรรยากาศที่กว้างขวาง โปร่ง และมีจุดให้เดินชมหลากหลายมุมภายในโครงการเดียว
สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความสนใจจากผู้มาเยือนจำนวนมาก คือ “กำแพงเมืองจีนจำลอง” ที่ทอดตัวยาวขึ้นลงไปตามแนวเนินเขาอย่างสวยงาม โดยมูลนิธิได้จัดสร้างกำแพงนี้ล้อมรอบพื้นที่ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันตกไปจนถึงซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก รวมระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ภาพของกำแพงที่ทอดยาวไปตามสันเนินและระดับความสูงต่ำของภูมิประเทศ ทำให้ผู้ที่มาเยือนรู้สึกคล้ายได้สัมผัสบรรยากาศของกำแพงเมืองจีนในรูปแบบที่ย่อส่วนลงมาอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์แบบเชียงราย นี่จึงไม่ใช่เพียงจุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างประสบการณ์การเดินเที่ยว การชมสวน และการมองสถาปัตยกรรมให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างน่าสนใจมาก
มูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณีก่อตั้งและพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติต่อราชวงศ์จักรี การส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและวัดวาอาราม การร่วมมือกับองค์การการกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์และสังคมสงเคราะห์ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและการเกษตรตามแนวนโยบายของภาครัฐ อีกทั้งยังประกาศจุดยืนชัดเจนว่าไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด เมื่อเข้าใจเจตนารมณ์นี้แล้ว ผู้มาเยือนจะเห็นได้ชัดว่ากำแพงเมืองจีนจำลองและอาคารต่าง ๆ ภายในโครงการไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่ทุกองค์ประกอบล้วนถูกวางไว้ภายใต้แนวคิดเรื่องบุญกุศล การเทิดพระเกียรติ และการสร้างประโยชน์สาธารณะ
พื้นที่ทั้งหมดของมูลนิธิตั้งอยู่บนเนินเขาน้อยใหญ่ฝั่งซ้ายของถนน และมีการจัดวางอาคารต่าง ๆ ให้กระจายตัวตามระดับภูมิประเทศอย่างกลมกลืน จุดนี้ทำให้การเดินชมสถานที่มีมิติ ไม่ราบเรียบ และไม่น่าเบื่อ ผู้มาเยือนจะไม่ได้เห็นเพียงอาคารเรียงต่อกันเป็นแถว แต่จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโครงการขนาดใหญ่ที่แต่ละเนินเขามีจุดหมาย มีโซน และมีเรื่องราวเฉพาะของตัวเอง นอกจากสิ่งก่อสร้างแล้ว รอบบริเวณยังมีสวนไม้ดอกไม้ประดับและสวนไม้เศรษฐกิจนานาพันธุ์ตามแนวพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้ภาพรวมของสถานที่ไม่แข็งทื่อแบบพื้นที่ก่อสร้าง แต่มีความอ่อนโยนของพืชพรรณเข้ามาช่วยเติมบรรยากาศให้ร่มรื่นและสงบขึ้นมาก
ประตูทางเข้าของมูลนิธิเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนแนวคิดการผสมผสานวัฒนธรรมได้ชัดเจน เพราะมีอยู่ 2 ด้าน โดยประตูทางเข้าด้านทิศตะวันตกเป็นซุ้มประตูแบบล้านนา ขณะที่ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเป็นซุ้มประตูลักษณะกำแพงดินเมืองโบราณชื่อ “ซุ้มประตูวิเศษไชยศรี” การมีซุ้มประตูคนละรูปแบบทำให้ตั้งแต่ยังไม่เข้าไปภายใน ผู้มาเยือนก็เริ่มสัมผัสได้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้วางตัวอยู่ในวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งแบบตายตัว แต่ตั้งใจสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงความเป็นไทย ความเป็นล้านนา และอิทธิพลจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน
เมื่อเข้าสู่พื้นที่ด้านใน สิ่งที่ผู้มาเยือนจะสังเกตได้ทันทีคือความอลังการของอาคารต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามเนินเขาในหลายรูปทรงและหลายรูปแบบทางวัฒนธรรม ความหลากหลายนี้ไม่ได้ทำให้ภาพรวมสับสน ตรงกันข้าม กลับทำให้โครงการมีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะแต่ละอาคารทำหน้าที่ต่างกันและถูกออกแบบให้มีความหมายเฉพาะ ทั้งในแง่ของการถวายพระเกียรติ การปฏิบัติธรรม การสงเคราะห์ผู้คน และการสาธิตแนวคิดเรื่องการกุศลอย่างเป็นรูปธรรม สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบเดินเที่ยวแบบซึมซับรายละเอียด เพราะยิ่งเดินช้า ยิ่งสังเกต ก็ยิ่งเห็นว่าพื้นที่แต่ละส่วนถูกออกแบบมาพร้อมกับเจตนา ไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างตกแต่งเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
หนึ่งในอาคารสำคัญคือ “อาคารอเนกกุศลสงเคราะห์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2547 และได้รับพระราชานุญาตให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติประดิษฐานที่หน้าบันของอาคารทั้งสองด้าน อาคารแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเพื่อการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แต่ยังมีบทบาทใช้งานจริงในด้านการส่งเสริมกิจกรรมปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส และการส่งเสริมอาชีพของผู้ยากไร้ รายละเอียดตรงนี้ทำให้สถานที่แห่งนี้มีมิติของการใช้ประโยชน์เชิงสังคมอย่างชัดเจน ไม่ได้มีเพียงความงามเชิงสถาปัตยกรรมเท่านั้น
บริเวณหน้าอาคารอเนกกุศลสงเคราะห์เฉลิมพระเกียรติยังเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายไทยที่สวยงาม ทำให้ผู้มาเยือนสามารถแวะสักการะขอพรได้ก่อนเดินเที่ยวต่อ ภาพของอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรที่ตั้งคู่กับศาลาแสดงพระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลในพระราชวงศ์ ยิ่งทำให้พื้นที่นี้มีลักษณะเป็นทั้งพื้นที่สักการะและพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกที่ได้จึงไม่ใช่แค่การมาเที่ยวชมสถานที่แปลกตา แต่เหมือนกำลังเดินอยู่ในพื้นที่ที่รวบรวมสัญลักษณ์สำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไว้ด้วยกัน
เดินลึกเข้าไปภายในโครงการ ก่อนถึงสระน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 3 บ่อ ผู้มาเยือนยังสามารถแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน “เทวาลัย” ได้อีกด้วย โซนนี้ช่วยเพิ่มมิติทางศรัทธาให้พื้นที่ชัดขึ้น และทำให้การเดินเที่ยวภายในมูลนิธิไม่ได้มีเพียงอารมณ์ของการชมอาคารหรือเดินออกกำลังกายตามแนวกำแพง แต่ยังมีช่วงเวลาของการหยุดสงบ ตั้งจิต และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของผู้มาเยือนแต่ละคน
หลังจากนั้น ผู้มาเยือนจำนวนมากมักขึ้นไปยัง “อาคารจตุรมุข” ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาลูกขวามือ อาคารนี้เป็นอนุสรณ์สถานและพื้นที่เฉลิมพระเกียรติที่เผยแพร่พระเกียรติคุณของพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ รวมทั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ภายในอาคารประดิษฐานพระพุทธรูปหยก “พระพุทธมหามณีรัตนมงคล” หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว เพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา การวางอาคารไว้บนยอดเขาทำให้การขึ้นไปถึงมีความรู้สึกคล้ายการเดินทางไปสู่จุดสำคัญของโครงการ เมื่อไปถึงแล้วจะได้ทั้งบรรยากาศสงบ ภาพมุมสูง และประสบการณ์การสักการะพร้อมกัน
ด้านหลังอาคารจตุรมุขยังมีอาคารที่บรรจุ “พระธาตุจำลอง 12 ราศี” ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาและเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาสักการะ อีกทั้งยังมีเจตนาถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก การมีพระธาตุจำลอง 12 ราศีช่วยให้สถานที่แห่งนี้มีรายละเอียดที่ผู้มาเยือนจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนบุคคลและการสักการะตามราศีของตนเอง ทำให้การเดินชมโครงการมีทั้งมิติของความยิ่งใหญ่ในภาพรวมและจุดเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงกับความศรัทธาส่วนตัวได้ดี
อีกอาคารที่มีความโดดเด่นมากคือ “อาคารหอเทียนฐานคุณธรรมเทียมฟ้า” ซึ่งอยู่บนยอดเขาลูกซ้ายมือ ตัวอาคารสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน และมูลนิธิได้ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาจัดสร้างขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2550 อาคารแห่งนี้ได้รับการวางศิลาฤกษ์โดย ฯพณฯ องคมนตรี ธานินทร์ กรัยวิเชียร เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2547 และยังมีความหมายมากขึ้นจากการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2548 รายละเอียดเหล่านี้ทำให้หอเทียนฐานคุณธรรมเทียมฟ้าไม่ใช่เพียงอาคารสวยแปลกตา แต่เป็นพื้นที่ที่มีน้ำหนักทั้งเชิงพิธีการและเชิงศรัทธาอย่างมาก
ผู้ริเริ่มการก่อสร้างโครงการสำคัญหลายส่วนภายในมูลนิธิคือ อาจารย์เกรียงไกร ชำนิการโกศล ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนแนวคิดของมูลนิธิให้เกิดเป็นพื้นที่จริงที่ผู้คนเข้าถึงได้ จุดนี้สำคัญเพราะช่วยให้เห็นว่าโครงการทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นแบบกระจัดกระจาย แต่มีผู้ผลักดันแนวคิดอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี มูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา การรวมพลังขององค์กรและประชาชนเช่นนี้ทำให้พื้นที่ทั้งหมดมีลักษณะเป็นงานก่อสร้างเชิงอุดมการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยความศรัทธาและการกุศลอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ที่ผู้มาเยือนจำนวนมากจดจำที่สุดยังคงเป็น “กำแพงเมืองจีนจำลอง” ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ล้อมรอบพื้นที่มูลนิธิยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และทอดตัวขึ้นลงไปตามเนินเขาอย่างสวยงาม การเดินไปตามแนวกำแพงนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ออกกำลังกายไปพร้อมกับเที่ยวชมสถานที่ เพราะทางเดินไม่ได้ราบเรียบตลอด แต่มีจังหวะขึ้นลงตามภูมิประเทศจริง ผู้ที่ชอบเดิน จะรู้สึกว่าสถานที่นี้ให้ประสบการณ์ที่ต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป เพราะได้ทั้งภาพมุมกว้างของพื้นที่ ได้ทั้งการชมสวนดอกไม้ และได้เห็นอาคารสำคัญต่าง ๆ ในมุมที่เปลี่ยนไปตลอดเส้นทาง
แนวกำแพงเมืองจีนจำลองยังมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ เพราะมูลนิธิสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีน ภายในพื้นที่ทั้งหมดจึงปรากฏอิทธิพลของศิลปะจีนในหลายส่วน ทั้งซุ้มประตู อาคารบางหลัง และแนวคิดในการจัดพื้นที่ เมื่อประกอบกับภูมิประเทศแบบเนินเขา ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศมีความแปลกตา ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีทั้งความเป็นไทย ความเป็นจีน และความเป็นพื้นที่กุศลผสมกันอย่างชัดเจนจนกลายเป็นจุดเด่นที่หาไม่ได้ง่ายในเชียงราย
นอกจากอาคารสำคัญที่เปิดใช้งานแล้ว มูลนิธิยังมีโครงการก่อสร้างอื่น ๆ ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในระยะยาว เช่น ซุ้มประตูจีนเฉลิมพระเกียรติพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร อาคารที่ประทับพระโพธิสัตว์กวนอิม 84 ปาง และอาคารหอสมุดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายการโครงการเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพื้นที่ของมูลนิธิไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งก่อสร้างที่มองเห็นในปัจจุบัน แต่มีแนวทางพัฒนาเป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรม ศรัทธา และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงประสบการณ์จริง สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้มาเยือนหลายกลุ่ม ทั้งคนที่ชอบเดินชมวิว คนที่ชอบถ่ายภาพ คนที่สนใจอาคารและพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีแนวคิดเฉพาะตัว ตลอดจนผู้ที่ตั้งใจมาทำบุญหรือมาปฏิบัติธรรม เพราะภายในโครงการไม่ได้มีเพียงจุดถ่ายรูป แต่มีมุมที่ให้ความรู้สึกสงบ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะ และมีพื้นที่ให้นั่งพักหรือเดินช้า ๆ ได้อย่างสบาย หากใครชอบเที่ยวแบบใช้เวลาอยู่กับสถานที่จริง ไม่รีบ สถานที่แห่งนี้จะให้รายละเอียดที่ค่อย ๆ เปิดออกทีละชั้นเมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
ข้อดีอีกอย่างคือการมีจุดเข้าออก 2 ด้าน ทำให้การเดินเที่ยวภายในมูลนิธิสามารถวางลำดับได้หลากหลาย จะเริ่มจากประตูล้านนาแล้วค่อยเดินไปยังกำแพงเมืองจีนจำลอง หรือจะเริ่มจากซุ้มประตูวิเศษไชยศรีแล้วขึ้นไปชมอาคารสำคัญตามเนินเขาก็ได้ ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถจัดเส้นทางตามเวลาที่มีและตามความสนใจของตนเองได้ดี หากมีเวลาไม่มากอาจเลือกดูเฉพาะจุดเด่นหลัก แต่ถ้ามีเวลาพอ การเดินครบพื้นที่จะทำให้เห็นความเชื่อมโยงของแนวคิดทั้งหมดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในด้านการเดินทาง มูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี–กำแพงเมืองจีนจำลอง ตั้งอยู่ในตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย ทำให้เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไม่ยาก เหมาะสำหรับการจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือทริปวันเดียวร่วมกับสถานที่ใกล้เคียง เช่น พีบี วัลเล่ย์ เชียงราย วัดพระธาตุกู่แก้วดอยงาม หรือแหล่งท่องเที่ยวในโซนนางแลและแม่ข้าวต้ม ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะพื้นที่ภายในกว้างและการเคลื่อนตัวระหว่างโซนต่าง ๆ จะคล่องตัวกว่า หากต้องการเดินให้ทั่ว ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5 ถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าต้องการขึ้นอาคารหลักทุกจุดและเดินแนวกำแพงยาวมากน้อยเพียงใด
เมื่อมองโดยรวม กำแพงเมืองจีนจำลองภายในมูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณีจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวถ่ายรูปแปลกตา แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่รวมเอาเจตนารมณ์ด้านศาสนา การกุศล การเฉลิมพระเกียรติ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไว้ในที่เดียว ผู้มาเยือนจะได้ทั้งภาพความอลังการของแนวกำแพงเมืองจีนจำลอง ได้ทั้งการชมอาคารสำคัญบนเนินเขา ได้ทั้งการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และได้ทั้งการเดินอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้และพรรณไม้เศรษฐกิจในบรรยากาศสงบ หากกำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่มีมิติหลายชั้น เดินได้ ถ่ายภาพได้ และมีเรื่องราวมากกว่าที่เห็นจากภายนอก สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นอีกจุดหมายที่ควรค่าแก่การแวะอย่างมาก
การเดินทาง มูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี–กำแพงเมืองจีนจำลอง ตั้งอยู่ที่เลขที่ 171 หมู่ 15 บ้านใหม่หนองบัวแดง ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ผู้เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าไปทางตำบลแม่ข้าวต้มได้สะดวก พื้นที่ตั้งอยู่บนเนินเขาและมีทางเข้าหลัก 2 ด้าน คือซุ้มประตูทางล้านนาด้านทิศตะวันตก และซุ้มประตูวิเศษไชยศรีด้านทิศตะวันออก ภายในโครงการมีเนินเขาหลายลูก จึงควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก และหากตั้งใจเดินตามแนวกำแพงเมืองจีนจำลองหรือขึ้นไปยังอาคารบนยอดเขา ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอ
| ชื่อสถานที่ | มูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี - กำแพงเมืองจีนจำลอง |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศรัทธาบนพื้นที่กว่า 119 ไร่ ในตำบลแม่ข้าวต้ม โดดเด่นด้วยกำแพงเมืองจีนจำลองยาวประมาณ 2 กิโลเมตร อาคารเฉลิมพระเกียรติหลายหลัง จุดสักการะ และภูมิทัศน์เนินเขาที่เหมาะกับการเดินชม |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 171 หมู่ 15 บ้านใหม่หนองบัวแดง ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย |
| ไฮไลต์ | กำแพงเมืองจีนจำลอง, อาคารอเนกกุศลสงเคราะห์เฉลิมพระเกียรติ, อาคารจตุรมุข, พระธาตุจำลอง 12 ราศี, อาคารหอเทียนฐานคุณธรรมเทียมฟ้า, สวนดอกไม้และสวนไม้เศรษฐกิจ |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เป็นพื้นที่ดำเนินงานของมูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี เพื่อเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี ส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สงเคราะห์สังคม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและการเกษตร |
| ลักษณะเด่น | มีประตูเข้า 2 ด้าน คือซุ้มประตูแบบล้านนาและซุ้มประตูวิเศษไชยศรีแบบกำแพงดินเมืองโบราณ ภายในมีอาคารหลากวัฒนธรรมตั้งกระจายตามเนินเขาและมีกำแพงเมืองจีนจำลองล้อมรอบพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศรัทธา และการกุศลของจังหวัดเชียงราย |
| วันเปิดทำการ | วันศุกร์ – วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานหลัก | มูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-735388 |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปตำบลแม่ข้าวต้มได้สะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว ภายในพื้นที่มีเนินเขาหลายช่วงและเหมาะกับการเดินชมเป็นระยะเวลาพอสมควร |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานเดินชม, สวนดอกไม้, สวนไม้เศรษฐกิจ, จุดสักการะ, อาคารนิทรรศการและอาคารเฉลิมพระเกียรติ, พื้นที่เหมาะสำหรับเดินออกกำลังกาย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พีบี วัลเล่ย์ เชียงราย – 7 กม. 2. ควายดินดาก อาร์ทเฮ้าส์ – 10 กม. 3. วัดพระธาตุกู่แก้วดอยงาม – 8 กม. 4. วัดเกษแก้ว – 9 กม. 5. พิพิธภัณฑ์บ้านดำ – 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กาสะลอง Restaurant, PB Valley – 7 กม. โทร 053-175199, 063-525-5385 2. ควายดินดาก อาร์ทเฮ้าส์ – 10 กม. โทร 093-248-4554 3. Bechegu Coffee แม่ข้าวต้ม – 9 กม. โทร 086-451-8401 4. ร้านอาหารในโซนพีบี วัลเล่ย์ – 7 กม. 5. คาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นในแม่ข้าวต้ม – 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. 308 แม่ข้าวต้ม ไวน์ยาร์ด – 11 กม. โทร 081-833-7181 2. วนาศรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง – 17 กม. โทร 053-603600-2 3. ไร่พีบี วัลเล่ย์ เชียงราย – 7 กม. โทร 053-175199 4. ที่พักในโซนแม่ข้าวต้ม – 8 กม. 5. ที่พักในโซนนางแล–แม่ฟ้าหลวง – 15 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กำแพงเมืองจีนจำลอง เชียงราย อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ภายในมูลนิธิอุบลรังสีจุฬามณี เลขที่ 171 หมู่ 15 บ้านใหม่หนองบัวแดง ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ถาม: เปิดให้เข้าชมวันไหนบ้าง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ถาม: มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม
ถาม: จุดเด่นของสถานที่นี้คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือกำแพงเมืองจีนจำลองยาวประมาณ 2 กิโลเมตร อาคารเฉลิมพระเกียรติหลายหลัง บรรยากาศบนเนินเขา และพื้นที่สักการะที่หลากหลาย
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยวประมาณเท่าไร?
ตอบ: หากต้องการเดินชมหลายอาคารและเดินตามแนวกำแพง ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5 ถึง 3 ชั่วโมง
ถาม: เหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ชอบเดินชมวิว ชอบสถานที่เชิงวัฒนธรรมและศรัทธา ชอบถ่ายภาพ และต้องการเที่ยวแบบใช้เวลาอยู่กับสถานที่จริงอย่างไม่เร่งรีบ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว





