วัดสามพระยาวรวิหาร
Rating: 3.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดสามพระยาวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 165 ซอยสามเสน 5 แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 เป็นวัดสำคัญในย่านสามเสนที่มีสถานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ และเป็นหนึ่งในวัดที่สะท้อนพัฒนาการของกรุงเทพฯ ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นได้อย่างน่าสนใจ เพราะเรื่องราวของวัดไม่ได้มีแค่การเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเชื่อมโยงกับชุมชน ขุนนาง และแนวคิดการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในสมัยรัชกาลที่ 3 อย่างชัดเจน
ย่านสามเสนในอดีตถือเป็นทำเลที่มีความหมายในโครงสร้างเมืองของกรุงเทพมหานคร ทั้งในด้านการเดินทางและการตั้งถิ่นฐานของผู้คน วัดในพื้นที่นี้จึงมักทำหน้าที่มากกว่า “วัดของชุมชน” แต่เป็นเสมือนหลักยึดของพื้นที่ เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้และพิธีกรรม และเป็นจุดรวมของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเมือง เมื่อมองผ่านมุมนี้ วัดสามพระยาจึงเป็นวัดที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “ศาสนา” และ “เมือง” เคยเดินคู่กันอย่างไรในอดีต
วัดสามพระยาเดิมเป็นวัดราษฎร์ เรียกกันว่าวัดสักบ้าง วัดบางขุนพรหมบ้าง สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะมาโดยลำดับ
ต่อมาในรัชกาลที่ 3 พระยาราชภักดี (สิงห์ทอง), พระยาเทพอรชุน (ทองปาน), พระยาราชวรานุกูล (ทองคำ) ที่รวมสามคนพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยตามประวัติว่า ท่านบิดาชื่อมะทอเปิ้น ได้อพยพมาจากรามัญประเทศ แต่ท่านมารดาไม่ปรากฏนาม ท่านทั้งสามได้จัดสร้างวัดนี้ขึ้นใหม่ เสร็จแล้วจึงได้ทูลเกล้าฯ และได้ถวายเป็นวัดหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า “วัดสามพระยา”
ผู้สร้างวัดสามพระยา นั้นนอกจากพระยาทั้งสามนั้นแล้ว ยังมีอีกท่านหนึ่งตามที่สืบถามได้ความว่า คือพระยาเกษตรรักษา (บุญชู) ซึ่งจะเป็นน้องเล็กของพระยาทั้งสาม แต่ในเวลาที่สร้างวัดนั้น อีกทั้งยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระพิพิธโภไคย แต่ไม่ปรากฏชื่อในนามของผู้สร้างวัด โดยท่านผู้นี้ได้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่กับครอบครัวของท่าน ณ ที่บริเวณใกล้ชิดกับวัดสามพระยานี้ และได้อุปถัมภ์บำรุงวัดตลอดมาจนถึงบุตรหลานของท่าน จึงได้เจริญรอยตามเป็นลำดับมา
พระเทพราชแสนยา (แม้น บุณยเกศานนท์) หลานของพระยาเกษตรรักษา (บุญชู) เป็นผู้เดียวที่ยังคงอยู่บ้านเดิมติดกับวัดสามพระยาจนกระทั่งถึงแก่กรรม ท่านได้ยกทรัพย์สมบัติถวายวัดสามพระยา คือที่ธรณีสงฆ์ 4 แปลงที่ 1 – แปลงที่ 4
ตามข้อนี้สมด้วยเรื่องที่เล่ากันมาว่า พระยาเกษตรรักษา (บุญชู) เป็นผู้สร้างวัดสามพระยาด้วยอีกท่านหนึ่งนั้น ได้ปรากฏมีโคลงกล่าวถึงได้ คือมีพระภิกษุรูปหนึ่งอยู่วัดพระเชตุพน ได้มาหาพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งอยู่วัดสามพระยา พอสนทนากันได้สักหน่อย จึงเขียนคำโคลงถามถึงนามท่านผู้สร้างวัดสามพระยาว่า วัดนี้ผู้ใดสร้าง ทำมา เรียกนามสามพระยา อย่างนี้ ยินนามแต่ยลหา บ่พบ เลยพ่อ คุณช่วยวิสัชน์ชี้ เล่าให้เห็นจริง
ภิกษุรูปที่อยู่วัดสามพระยา จึงเขียนตอบเป็นคำโคลงว่า อ๋อ ผู้ที่ท่านสร้าง อาราม พระยาราชภักดีตาม ชื่อตั้ง สองเทพเกษตรสาม สี่ราช นาพ่อ จึงเรียกนามพร้อมทั้ง เสร็จด้วยสามพระยา
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนายิ่งกว่าสมัยใดทั้งสิ้น เพราะทรงมีพระราชประสงค์ให้กรุงรัตนโกสินทร์มีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จึงมีคำกล่าวอยู่ประโยคหนึ่งว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 ถ้าใครชอบทำบุญ ทำกุศลด้วยการสร้างวัดหรือซ่อมแซมวัด พระองค์ก็โปรดบรรดาขุนนางและข้าราชบริพารในยุคนั้นจึงพากันเจริญตามรอยพระยุคลบาททำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก
เมื่อมองจากภาพใหญ่ของยุคนั้น วัดมิได้เป็นเพียงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็น “ทุนทางศาสนา” ที่เชื่อมเกียรติยศของผู้อุปถัมภ์เข้ากับความชอบธรรมของรัฐ การสร้างวัดหรือบูรณะวัดในช่วงรัชกาลที่ 3 จึงมักมีความหมายซ้อนทับทั้งด้านศรัทธาและด้านสังคมการเมือง และวัดสามพระยาก็เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เพราะมีทั้งการสร้างใหม่โดยขุนนาง การถวายเป็นวัดหลวง และการสืบสายอุปถัมภ์ต่อเนื่องยาวนานผ่านคนในตระกูลเดียวกัน
อีกมุมหนึ่งที่ช่วยให้เรื่องราวของวัดมีชีวิต คือการมีหลักฐานประเภท “ความทรงจำของสังคม” อย่างโคลงถาม–ตอบ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายบันทึกย่อร่วมสมัย เป็นการยืนยันนัยสำคัญว่าในความรับรู้ของผู้คนในยุคนั้น เรื่องผู้สร้างวัดไม่ใช่เพียงข่าวเล่า แต่เป็นสิ่งที่ถูกถาม ถูกตอบ และถูกจดจำในรูปแบบที่คนสมัยนั้นคุ้นเคย การอ่านโคลงนี้จึงช่วยให้เราเห็นวัดสามพระยาในฐานะพื้นที่ของความสัมพันธ์ และการยืนยันตัวตนของวัดผ่านชื่อ “สามพระยา” ที่คนเรียกและเข้าใจร่วมกัน
ในแง่การมองวัดแบบ “วัดราษฎร์สู่วัดหลวง” วัดสามพระยาให้ภาพกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน วัดราษฎร์โดยธรรมชาติจะยึดโยงกับชุมชนและการทำบุญของผู้คนทั่วไป แต่เมื่อถูกบูรณะขึ้นใหม่ด้วยทรัพยากรและอำนาจของชนชั้นนำ วัดย่อมถูกยกระดับบทบาทให้กว้างขึ้น ทั้งด้านสถานะ การบริหาร และความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ เมื่อได้เป็นวัดหลวง วัดจะกลายเป็นพื้นที่ที่รัฐและสังคมร่วมกันรับรองความสำคัญ และกลายเป็นจุดอ้างอิงของพื้นที่ไปพร้อมกัน
ด้านการบริหาร และการปกครอง มีรายชื่อเจ้าอาวาสดังนี้ พระนิโรธรังษี (เรือง) ดำรงตำแหน่งเมื่อ ร.3 – ร.4, พระธรรมสมาจาร (ศิลา) ดำรงตำแหน่งเมื่อ ร.5 – พ.ศ. 2433, พระเทพเมธี (ครุฑ) ดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2436 – 2456
พระธรรมดิลก (ขาว เขมโก) ดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2459 – 2480, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) ดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2481 – 2539, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) ดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2539 – ปัจจุบัน
เมื่อเรียงรายชื่อเจ้าอาวาสตามช่วงเวลา จะเห็นความต่อเนื่องของการบริหารวัด ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่ศาสนานี้ไม่ได้ยืนอยู่ด้วยสถาปัตยกรรมอย่างเดียว แต่ยืนอยู่ด้วยการจัดการและการดูแลที่ต่อเนื่อง วัดสามพระยาจึงเป็นตัวอย่างของวัดเมืองเก่าที่ค่อย ๆ ปรับตัวตามยุคสมัย ขณะเดียวกันก็รักษาแก่นความเป็นพระอารามหลวงไว้ได้
ในแง่ประสบการณ์ของผู้มาเยือน วัดในเขตพระนครมักมีเสน่ห์แบบ “วัดเมือง” คืออยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก รายล้อมด้วยชุมชน ร้านอาหาร และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ผู้มาเยือนจึงสามารถจัดทริปสั้น ๆ ได้ง่าย ทั้งการไหว้พระ เดินเล่นย่านเก่า หรือเชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวอื่นในย่านรัตนโกสินทร์ โดยการเที่ยวลักษณะนี้เหมาะมากกับคนที่ต้องการเห็นกรุงเทพฯ แบบที่มีชั้นของเวลาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถปักหมุดไปยังซอยสามเสน 5 ได้โดยตรง และควรเผื่อเวลาเพราะย่านพระนครมีการจราจรหนาแน่นเป็นช่วง ๆ หากใช้รถสาธารณะสามารถใช้รถโดยสารประจำทางที่วิ่งผ่านถนนสามเสน แล้วลงใกล้ซอยสามเสน 5 จากนั้นเดินเข้าไปยังวัดได้ไม่ไกล อีกทางเลือกคือใช้รถไฟฟ้าแล้วต่อแท็กซี่หรือรถสาธารณะเข้าสู่เขตพระนคร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องการหลีกเลี่ยงการขับรถเข้าเมืองเก่า
| ชื่อสถานที่ | วัดสามพระยา |
| ที่ตั้ง | 165 ซอยสามเสน 5 แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 |
| สถานะ | พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ |
| ยุคสมัย | สันนิษฐานตั้งแต่สมัยอยุธยา และบูรณะสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 3 |
| ผู้สร้าง/ผู้บูรณะสำคัญ | พระยาราชภักดี (สิงห์ทอง), พระยาเทพอรชุน (ทองปาน), พระยาราชวรานุกูล (ทองคำ) และมีการกล่าวถึงพระยาเกษตรรักษา (บุญชู) ในบทบาทผู้อุปถัมภ์ |
| เจ้าอาวาสปัจจุบัน | พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) |
| ติดต่อ | 02-628-9130, 087-923-7352 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ท่าเรือเทเวศร์ (1.0 กม.), ตลาดเทเวศร์ (1.1 กม.), ถนนข้าวสาร (1.6 กม.), ป้อมพระสุเมรุ (1.4 กม.), สวนสันติชัยปราการ (1.5 กม.), อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (2.3 กม.) |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ครัวอัปษร สาขาสามเสน (2.6 กม. โทร. 082-292-0431), สตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน เทเวศร์ (1.7 กม. โทร. 02-281-0915), เปลว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ เทเวศร์ (1.2 กม. โทร. 084-005-0982), sushi masa เทเวศน์ (1.2 กม. โทร. 02-628-5990), Place inn indian food (2.2 กม. โทร. 061-783-9699), Churoast สามเสน (0.9 กม. โทร. 086-536-4955), Grazie Pizzeria Thewet (1.1 กม. โทร. 081-582-3373) |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | Buddy Lodge Hotel ถนนข้าวสาร (2.0 กม. โทร. 02-629-4477), Riva Surya Bangkok (2.5 กม. โทร. 02-633-5000), Nouvo City Hotel (2.3 กม. โทร. 02-282-7500), Chillax Resort (2.1 กม. โทร. 02-629-4400), Rambuttri Village Inn & Plaza (2.0 กม. โทร. 02-282-9162), The Raweekanlaya Bangkok Wellness Cuisine Resort (2.2 กม. โทร. 02-628-5999) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสามพระยาอยู่เขตอะไรของกรุงเทพฯ?
ตอบ: วัดอยู่ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ย่านถนนสามเสน ซอยสามเสน 5
ถาม: วัดสามพระยาเป็นวัดหลวงหรือไม่?
ตอบ: เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ
ถาม: ทำไมจึงชื่อวัดสามพระยา?
ตอบ: เพราะมีขุนนางยศพระยา 3 ท่านร่วมกันสร้าง/บูรณะวัดขึ้นใหม่และถวายเป็นวัดหลวง แล้วรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า “วัดสามพระยา”
ถาม: วัดสามพระยาเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 3 อย่างไร?
ตอบ: วัดได้รับการสร้าง/บูรณะสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 3 และเป็นตัวอย่างของการส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในยุคนั้น
ถาม: เจ้าอาวาสปัจจุบันของวัดสามพระยาคือใคร?
ตอบ: พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)
ถาม: วัดสามพระยามีเบอร์ติดต่อหรือไม่?
ตอบ: มีเบอร์ติดต่อ 02-628-9130 และ 087-923-7352
ถาม: ไปวัดสามพระยาด้วยรถสาธารณะได้ไหม?
ตอบ: ได้ สามารถใช้รถโดยสารประจำทางที่ผ่านถนนสามเสนแล้วลงใกล้ซอยสามเสน 5 หรือใช้รถไฟฟ้าแล้วต่อแท็กซี่/รถสาธารณะเข้าสู่เขตพระนคร
แสดงความเห็น
อัลบั้มรูป(12) 
| |
● ช่างภาพ: Pai Nai Dii ● ลิงค์: painaidii.com |
|
● ช่างภาพ: Gerryganttphotography ● ลิงค์: gerryganttphotography.com/wat_sam_phraya ● ที่มา: gerryganttphotography.com |
|
● ช่างภาพ: Sailomteebanmaa ● ลิงค์: oknation.net/blog/print.php?id=442696 ● ที่มา: oknation.net |
● ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของช่างภาพ (800*500)
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม: 





ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
มหาวิทยาลัย
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนสนุก(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
โรงภาพยนตร์(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ห้างสรรพสินค้า(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
ที่พัก
โรงแรม(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(