หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.กรุงเทพมหานคร >อ.บางกอกน้อย >ต.อรุณอมรินทร์ > มัสยิดอันซอริซซุนนะห์
TL;DR: มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์, มัสยิด.

กรุงเทพมหานคร

มัสยิดอันซอริซซุนนะห์

มัสยิดอันซอริซซุนนะห์

Rating: 3.8/5 (5 votes)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (เปิดสำหรับการประกอบศาสนกิจของชุมชนเป็นหลัก)
เวลาเปิดทำการ: เข้ามัสยิดได้ตามช่วงเวลาศาสนกิจของชุมชน (เวลาแนะนำสำหรับการท่องเที่ยว 08.00–17.00 น.)
 
มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ (Ansorissunnah Royal Mosque) เป็นหนึ่งในมัสยิดในกรุงเทพที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์การอพยพของมุสลิมจากอยุธยา วิถีชีวิตผู้คนริมคลอง และการอุปถัมภ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างชัดเจน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 60/1 หมู่บ้านริมคลองบางกอกน้อย ซอยอันซอริซซุนนะห์ ถนนอรุณอมรินทร์ 24 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ริมคลองบางกอกน้อยท่ามกลางบ้านเรือนแบบชุมชนเก่า เมื่อนั่งเรือผ่านปากคลองหรือเดินเลียบริมคลองจะเห็นโดมและอาคารมัสยิดตั้งอยู่คู่กับหมู่บ้านริมคลองในบรรยากาศที่เงียบสงบแต่ยังมีชีวิตชีวา
 
ย่านปากคลองบางกอกน้อยฝั่งนี้เป็นพื้นที่เก่าแก่ที่ผู้คนตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อกรุงแตก ผู้คนจำนวนมากอพยพลงมาตามลำน้ำเจ้าพระยา แบ่งกันตั้งรกรากในย่านบางอ้อ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และอีกหลายชุมชนริมคลอง ชาวมุสลิมเองก็เช่นกัน ส่วนใหญ่เลือกตั้งบ้านเรือนอยู่ตามริมน้ำ เรียกกันว่า “แขกแพ” เพราะแต่เดิมมีแพจอดเรียงตามคลองและริมแม่น้ำ มีทั้งกลุ่มที่สืบเชื้อสายจากอยุธยาและกลุ่มที่ถูกกวาดต้อนจากหัวเมืองมลายูอย่างปัตตานี ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ฯลฯ ก่อนจะค่อยๆ ตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนมุสลิมบางกอกน้อยในเวลาต่อมา
 
คำบอกเล่าจากผู้ใหญ่ในชุมชนเล่าว่า เดิมทีชาวมุสลิมกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ฝั่งคลองปัจจุบัน แต่ไปตั้งมัสยิดและชุมชนอยู่ทางฝั่งที่ภายหลังกลายเป็นแนวทางรถไฟ มีมัสยิดไม้หลังเล็กๆ ที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาเมื่อครั้งแรกอพยพมา ภาพมัสยิดยุคบุกเบิกนั้นไม่มีหลักฐานเป็นรูปถ่ายให้เห็น เพราะเป็นยุคก่อนรัชกาลที่ 5 แต่เรื่องราวยังคงสืบต่อกันมาในตำนานชุมชนว่ามัสยิดคือหัวใจของหมู่บ้าน เป็นที่ละหมาด สอนศาสนา และเป็นศูนย์กลางให้ผู้คนได้พบปะกันทุกวันศุกร์
 
เมื่อเวลาผ่านมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ประเทศสยามเข้าสู่ยุคการพัฒนาระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง ทางรถไฟสายบางกอกน้อยจึงถูกวางแผนตัดผ่านพื้นที่ที่ชุมชนมุสลิมตั้งอยู่เดิม บริเวณเดิมของมัสยิดจำเป็นต้องถูกเวนคืนเพื่อนำไปใช้เป็นเส้นทางรถไฟ ราชการจึงมีแนวคิดจะขอที่ดินบริเวณนั้นเพื่อสร้างทาง แล้วจัดหาพื้นที่ใหม่ให้ชุมชนย้ายไปตั้งมัสยิดและบ้านเรือนแทน
 
ในช่วงนั้นเองเกิดคำถามว่าทำไมชุมชนมุสลิมจึงอยากได้พื้นที่ฝั่งคลองบางกอกน้อยในตำแหน่งปัจจุบัน มีผู้สงสัยว่ามีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ เพราะบางส่วนเป็นทำเลริมน้ำที่ถือว่าดีในยุคนั้น ทางราชการจึงส่งคนลงมาสอบถามและสืบประวัติอย่างละเอียด ก่อนจะพบความจริงว่าเหตุผลหลักของชาวมุสลิมคือ “อยากอยู่ใกล้มัสยิด” พวกเขาพร้อมแลกที่ดีริมแม่น้ำหรือริมคลอง เพื่อให้บ้านอยู่ใกล้ศาสนสถานมากที่สุด เพราะเชื่อว่าการละหมาดในมัสยิด การร่วมกิจกรรมศาสนา และการช่วยดูแลมัสยิดคือหนทางสร้างผลบุญให้แก่ตนเองและครอบครัว
 
เมื่อความตั้งใจของชุมชนเป็นที่เข้าใจ พระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ 5 จึงทรงมีพระเมตตา โปรดให้มีการแลกเปลี่ยนที่ดิน โดยยกพื้นที่ฝั่งคลองบางกอกน้อยในทำเลปัจจุบันให้เป็นที่ตั้งชุมชนและมัสยิด ทรงพระราชทานความช่วยเหลือในการสร้างมัสยิดหลังใหม่ให้ และยังพระราชทานที่ดินเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่งเพื่อสร้างโรงเรียนสำหรับเยาวชนมุสลิม ซึ่งต่อมากลายเป็นโรงเรียนราชการุญ พร้อมมีจารึกระบุพื้นที่พระราชทานอย่างชัดเจนทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตก
 
ด้วยเหตุนี้ มัสยิดอันซอริซซุนนะห์จึงถูกนับว่าเป็น “มัสยิดหลวง” คือมัสยิดที่มีรากฐานจากพระราชศรัทธาและพระราชทานที่ดินจากพระมหากษัตริย์ ชื่อ “อันซอริซซุนนะห์” มาจากภาษาอาหรับในความหมายประมาณว่า “เหล่าผู้ช่วยเหลือและผู้สนับสนุนแนวทางของท่านศาสดามุฮัมมัด” สะท้อนบทบาทของมัสยิดในฐานะที่ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นที่หล่อหลอมคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้ดำเนินชีวิตบนหนทางแห่งศรัทธา
 
เมื่อเข้าสู่ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ย่านปากคลองบางกอกน้อยเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งระเบิดอยู่บ้าง หลายพื้นที่ริมคลองและบริเวณทางรถไฟเสียหาย ในคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าเล่าว่าอาคารบางส่วนของชุมชนและสิ่งปลูกสร้างใกล้เคียงมัสยิดได้รับผลกระทบไปด้วย หลังสงครามสิ้นสุด ชุมชนจึงได้ร่วมกันฟื้นฟูบ้านเมืองและพัฒนามัสยิดให้มีความมั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น มีการสร้างอาคารคอนกรีตถาวรแทนโครงสร้างไม้เดิม ปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับทั้งการใช้งานจริงและมาตรฐานด้านโครงสร้างสมัยใหม่
 
ปัจจุบันตัวอาคารมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ที่เห็นจากริมคลองเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงเรียบง่าย ชูเส้นสายแนวนอนที่ดูมั่นคง ภายในเป็นโถงละหมาดกว้างเปิดโล่ง แยกสัดส่วนสำหรับผู้ชายและผู้หญิงตามหลักศาสนา ด้านหน้ามีลานและทางเดินเชื่อมไปยังบ้านเรือนของหมู่บ้านริมคลอง ส่วนทางด้านคลองจะเห็นระเบียงและทางลงใกล้น้ำ ทำให้มัสยิดดูเหมือนโอบรับทั้งโลกของศาสนาและชีวิตประจำวันของผู้คนริมคลองเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
 
ในด้านโครงสร้างการบริหาร มัสยิดอันซอริซซุนนะห์มีอิหม่ามและคณะกรรมการมัสยิดเป็นแกนหลักรับผิดชอบกิจการศาสนาและกิจกรรมชุมชน โดยข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานด้านศาสนาอิสลามระบุว่า อิหม่ามนายอับดุลลอฮ กรีมี ทำหน้าที่อิหม่ามประจำมัสยิด ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้นำศาสนาในฐานะศูนย์รวมใจของพี่น้องมุสลิมในย่านนี้
 
ทุกวันนี้ มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ยังคงทำหน้าที่หลักคือการจัดละหมาดห้าเวลา ละหมาดวันศุกร์ และละหมาดวันอีดทั้งอีดิลฟิตรีและอีดิลอัฎฮา ควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอนอัลกุรอานและวิชาศาสนาแก่เด็กและเยาวชน มีการบรรยายธรรมและกิจกรรมเพิ่มพูนความรู้ศาสนาสำหรับผู้ใหญ่ ช่วงค่ำวันธรรมดาโถงละหมาดมักเต็มไปด้วยเสียงสวด เสียงท่องจำโองการอัลกุรอาน และเสียงหัวเราะคุยกันเบาๆ ของชาวชุมชนหลังเสร็จสิ้นการละหมาด
 
เช่นเดียวกับชุมชนมุสลิมริมคลองหลายแห่ง เมื่อเข้าสู่เดือนรอมฎอน ย่านมัสยิดอันซอริซซุนนะห์จะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเย็นก่อนเวลาละศีลอด แถบริมคลองบางกอกน้อยและตรอกซอยใกล้มัสยิดจะมีร้านค้าและแผงอาหารฮาลาลหลากหลาย ทั้งอาหารคาว ขนมหวาน น้ำผลไม้ และขนมอบ บางช่วงจะมีร้านที่ชาวบ้านทำเฉพาะเดือนรอมฎอนเท่านั้น ทำให้พื้นที่แคบๆ ริมคลองกลายเป็นตลาดขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและบรรยากาศของศรัทธา
 
ในแง่มุมของนักท่องเที่ยว มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ ทำหน้าที่เป็นเหมือนประตูสู่การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางกอกน้อย นักเดินทางสามารถเดินผ่านหมู่บ้านริมคลองที่มีทั้งบ้านไม้หลังเก่าและบ้านปูนรุ่นใหม่ สอดแทรกด้วยร้านขายของชำ ร้านอาหารเล็กๆ และโรงเรียนราชการุญที่อยู่ไม่ไกลจากมัสยิด เสียงรถไฟที่วิ่งผ่านบนเส้นทางเดิมซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนชุดแรก ผสมกับเสียงเรือหางยาวในคลอง เสียงเด็กๆ จากโรงเรียน และเสียงอาซานจากมัสยิด ล้วนประกอบกันเป็นฉากชีวิตประจำวันที่หาดูไม่ได้ในย่านเมืองใหม่ของกรุงเทพ
 
ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมก็สามารถเข้าเยี่ยมชมมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ได้ หากแต่งกายสุภาพและให้เกียรติสถานที่ การแต่งกายสำหรับผู้ชายควรเป็นเสื้อที่ปิดไหล่ กางเกงขายาวหรือกางเกงที่ยาวปิดเข่า ส่วนผู้หญิงควรสวมเสื้อแขนยาวหรือปิดไหล่ กระโปรงหรือกางเกงขายาว และควรมีผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบ หากไม่ได้เตรียมมา อาจลองสอบถามผู้ดูแลมัสยิดว่ามีผ้าคลุมสำรองให้ยืมหรือไม่ เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ละหมาดจำเป็นต้องถอดรองเท้า และควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือเดินตัดหน้าผู้ที่กำลังละหมาดอยู่
 
สำหรับการถ่ายภาพ บริเวณภายนอกอาคารและริมคลองสามารถถ่ายได้ค่อนข้างอิสระ แต่ควรเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ หากต้องการถ่ายภาพภายในตัวมัสยิด แนะนำให้ขออนุญาตอิหม่ามหรือคณะกรรมการมัสยิดก่อนทุกครั้ง และควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือเสียงชัตเตอร์ดังๆ ที่อาจรบกวนบรรยากาศภายใน
 
บริเวณรอบมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ยังเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ของฝั่งธนได้อย่างสะดวก เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ที่อยู่ไม่ไกลไปตามแนวคลองบางกอกน้อย วัดดุสิดารามวรวิหาร และวัดภุมรินราชปักษีซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ในย่านปากคลองบางกอกน้อย รวมทั้งโรงพยาบาลศิริราช พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน และตลาดบางกอกน้อย-วังหลัง นักท่องเที่ยวจึงสามารถจัดทริปเดินเล่นริมคลอง แวะชมมัสยิดและวัดโบราณ แล้วต่อด้วยการนั่งเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ภายในหนึ่งวัน
 
การเดินทาง มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ตั้งอยู่ในซอยอันซอริซซุนนะห์ เชื่อมกับถนนอรุณอมรินทร์ 24 ริมคลองบางกอกน้อย วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวคือใช้รถแท็กซี่หรือรถส่วนตัวตามถนนอรุณอมรินทร์ โดยขับตามป้ายมาทางโรงพยาบาลศิริราช แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนอรุณอมรินทร์ฝั่งปากคลองบางกอกน้อย จากนั้นจึงเลี้ยวเข้าซอยอรุณอมรินทร์ 24 และตามป้ายบอกทางเข้า “มัสยิดอันซอริซซุนนะห์” หรือถามชาวบ้านในละแวกนั้น ที่จอดรถในซอยมีค่อนข้างจำกัด จึงควรเผื่อเวลาและมองหาที่จอดด้านนอกแล้วเดินเข้ามัสยิดแทน
 
อีกทางเลือกหนึ่งคือใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา มาลงที่ท่าวังหลัง (ท่าเรือศิริราช) หรือท่าเรือใกล้เคียง จากนั้นต่อรถแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามายังซอยอรุณอมรินทร์ 24 ใช้เวลาเดินทางต่อจากท่าเรือไม่นาน สำหรับผู้ที่ใช้รถไฟฟ้า BTS หรือ MRT แม้จะไม่มีสถานีที่อยู่ติดคลองบางกอกน้อยโดยตรง แต่สามารถลงสถานีบางหว้า สถานีจรัญฯ หรือสถานีใกล้เคียงแล้วต่อรถแท็กซี่เข้ามายังถนนอรุณอมรินทร์ได้เช่นกัน
 
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดแล้ว มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ จึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานของชุมชนมุสลิมริมคลองบางกอกน้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานที่มีชีวิตของประวัติศาสตร์การอพยพของมุสลิมจากอยุธยาและหัวเมืองมลายู การแลกเปลี่ยนที่ดินกับรัฐเพื่อสร้างทางรถไฟในสมัยรัชกาลที่ 5 การพระราชทานที่ดินและการสร้างมัสยิดหลวง ตลอดจนการอยู่ร่วมกันของชุมชนต่างศาสนาในย่านเก่าแก่ของฝั่งธนบุรี สำหรับคนที่อยากเห็นมุมที่นุ่มนวลและลึกกว่าของกรุงเทพ การเดินทางมาที่มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ เดินสำรวจหมู่บ้านริมคลอง และพูดคุยกับคนในชุมชนสักครั้ง น่าจะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ต่างออกไปจากการเที่ยววัดใหญ่หรือห้างดังอย่างแน่นอน
 
ชื่อสถานที่มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ (มัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะห์ / Ansorissunnah Royal Mosque)
ที่ตั้งบ้านเลขที่ 60/1 หมู่บ้านริมคลองบางกอกน้อย ซอยอันซอริซซุนนะห์ ถนนอรุณอมรินทร์ 24 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 ริมคลองบางกอกน้อย
ลักษณะโดยรวมมัสยิดหลวงริมคลองบางกอกน้อย เป็นศูนย์กลางศาสนา การศึกษา และวิถีชีวิตของชุมชนมุสลิมย่านปากคลองบางกอกน้อย ผสมผสานบรรยากาศหมู่บ้านริมคลองกับอาคารมัสยิดคอนกรีตสมัยใหม่ที่ยังคงความเรียบง่ายและศักดิ์สิทธิ์
สมัย/ยุคการก่อสร้างชุมชนและมัสยิดเดิมตั้งอยู่ฝั่งทางรถไฟก่อนรัชกาลที่ 5 ต่อมามีการแลกที่ดินในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ฝั่งคลองบางกอกน้อย และมีการพัฒนาเป็นอาคารคอนกรีตถาวรหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาในคริสต์ศตวรรษที่ 20
หลักฐาน/องค์ประกอบสำคัญอาคารมัสยิดคอนกรีตเสริมเหล็กทรงเรียบง่ายริมน้ำ โถงละหมาดกว้างแยกสัดส่วนชาย–หญิง เส้นสายอาคารสอดรับกับแนวคลองบางกอกน้อย โรงเรียนราชการุญที่ตั้งอยู่บนที่ดินพระราชทานใกล้มัสยิด และชุมชนริมคลองที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิม
จุดเด่นของมัสยิดเป็นหนึ่งในมัสยิดหลวงของกรุงเทพที่มีประวัติผูกโยงกับการแลกเปลี่ยนที่ดินในสมัยรัชกาลที่ 5 การอพยพของมุสลิมจากอยุธยาและหัวเมืองมลายู และการตั้งถิ่นฐานริมคลองบางกอกน้อย ทำให้เห็นทั้งมิติศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวิถีชีวิตชุมชนริมคลองในที่เดียว
ผู้ดูแลมัสยิดอิหม่ามนายอับดุลลอฮ กรีมี และคณะกรรมการมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ (ข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป หากต้องการติดต่อราชการหรือขอข้อมูลอย่างเป็นทางการควรตรวจสอบอีกครั้ง)
สถานะปัจจุบันมัสยิดที่ยังใช้งานจริงของชุมชนมุสลิมริมคลองบางกอกน้อย มีการละหมาดห้าเวลา ละหมาดวันศุกร์ การเรียนการสอนอัลกุรอานและวิชาศาสนา กิจกรรมเยาวชน และงานศาสนาตลอดปี เปิดต้อนรับผู้มาเยือนที่แต่งกายสุภาพและเคารพกติกาของชุมชน
สิ่งอำนวยความสะดวกโถงละหมาดภายในอาคารหลัก (แยกโซนชาย–หญิง) ลานด้านหน้ามัสยิด พื้นที่ใช้สอยสำหรับกิจกรรมชุมชนและการสอนศาสนา ห้องน้ำและจุดอาบน้ำละหมาด (วูฎูอ์) บริเวณโดยรอบ มีที่จอดรถจำกัดในซอย (แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะหรือจอดรถด้านนอกแล้วเดินเข้า)
ค่าธรรมเนียมเข้าชมไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการเข้ามัสยิดและร่วมละหมาด ผู้มาเยือนสามารถร่วมบริจาคเพื่อช่วยดูแลมัสยิดได้ตามศรัทธา และควรแต่งกายสุภาพ ปฏิบัติตามคำแนะนำของอิหม่ามและคณะกรรมการมัสยิด
การเดินทางโดยสาธารณะขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าวังหลัง (ศิริราช) หรือท่าเรือใกล้เคียง แล้วต่อแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าถนนอรุณอมรินทร์ 24 และซอยอันซอริซซุนนะห์ ระยะทางประมาณ 2 กม. หรือใช้รถเมล์และแท็กซี่ตามแนวถนนอรุณอมรินทร์ จากนั้นเดินเข้าซอยริมคลองเล็กน้อยก็จะถึงตัวมัสยิด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี – ประมาณ 0.7 กม.
วัดดุสิดารามวรวิหาร – ประมาณ 1.0 กม.
วัดภุมรินราชปักษี – ประมาณ 1.2 กม.
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน – ประมาณ 2.0 กม.
ตลาดบางกอกน้อย–วังหลัง – ประมาณ 2.0 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ฮาลาล/อาหารท้องถิ่น) + ระยะทาง + เบอร์โทรHan-a Halal Foods Bangkoknoi (อาหารฮาลาลริมคลองบางกอกน้อย) – ประมาณ 0.5 กม. โทร 084-654-6570
Sultana Halal Bangkoknoi (อาหารฮาลาลและสเต็ก) – ประมาณ 1.5 กม. โทร 089-301-9332
ไก่ทอดอิสลาม ศาลาน้ำเย็น (ไก่ทอด–อาหารฮาลาล) – ประมาณ 3.0 กม. โทร 095-145-7020, 088-682-4128
ที่พักใกล้เคียง + ระยะทาง + เบอร์โทรNORN Canalside Bangkok (ที่พักบูทีกริมคลองบางกอกน้อย) – ประมาณ 2.0 กม. โทร 088-884-5989
Tamrong Inn (ใกล้โรงพยาบาลศิริราช) – ประมาณ 1.8 กม. โทร 02-424-2297
Casa 17 Hotel Bangkok Noi (ใกล้ถนนอรุณอมรินทร์) – ประมาณ 1.5 กม. โทร 02-424-9142, 063-951-6996
Scene Bangkoknoi Hotel – ประมาณ 2.5 กม. โทร 02-434-9855
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: คนที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถเข้าไปเยี่ยมชมมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ หากแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ผู้หญิงควรมีผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบ เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ละหมาดต้องถอดรองเท้า และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของอิหม่ามหรือคณะกรรมการมัสยิด หากต้องการถ่ายภาพภายในควรขออนุญาตก่อนทุกครั้งเพื่อไม่ให้รบกวนผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ
 
ถาม: ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักของชุมชน ควรมาเที่ยวมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ช่วงไหนดี?
ตอบ: ในวันปกติช่วงสายถึงบ่ายเหมาะสำหรับการเดินชมอาคารและหมู่บ้านริมคลองอย่างสงบ แต่ถ้าอยากเห็นบรรยากาศคึกคัก แนะนำช่วงเย็นก่อนเวลาละศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งแถบหน้ามัสยิดและริมคลองบางกอกน้อยจะมีร้านอาหารฮาลาลและขนมหลากหลายเปิดขาย เป็นช่วงที่ได้เห็นทั้งวิถีชุมชนและเสน่ห์อาหารริมคลองไปพร้อมกัน
 
ถาม: สามารถถ่ายรูปบริเวณริมคลองและหน้ามัสยิดอันซอริซซุนนะห์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถถ่ายภาพบริเวณภายนอกอาคารและริมคลองได้ แต่ควรระวังความปลอดภัยบริเวณริมตลิ่งและท่าเรือ และควรหลีกเลี่ยงการถ่ายติดใบหน้าผู้ที่กำลังละหมาดอย่างชัดเจน หากต้องการถ่ายภาพภายในโถงละหมาด แนะนำให้ขออนุญาตอิหม่ามหรือผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง
 
ถาม: หากต้องการมาละหมาดวันศุกร์หรือวันอีดที่มัสยิดอันซอริซซุนนะห์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: สำหรับมุสลิมที่ต้องการมาละหมาดวันศุกร์หรือวันอีด ควรมาถึงล่วงเวลาเพื่อหาเวลาจอดรถและเตรียมตัวให้เรียบร้อย นำอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น ผ้าละหมาด และปฏิบัติตามคำแนะนำของอิหม่ามและคณะกรรมการมัสยิด สำหรับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม หากต้องการเข้ามาสังเกตการณ์ควรสอบถามและขออนุญาตก่อน พร้อมหลีกเลี่ยงการเดินผ่านหน้าผู้ที่กำลังละหมาดหรือส่งเสียงดังในขณะประกอบศาสนกิจ
 
ถาม: ควรแต่งกายแบบไหนจึงจะเหมาะสมในการมาเที่ยวมัสยิดอันซอริซซุนนะห์?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า เสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตที่ปิดมิดชิดกับกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวถือว่าเหมาะสม ผู้หญิงควรมีผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบ หากไม่ได้เตรียมมาอาจลองสอบถามว่ามัสยิดมีผ้าคลุมสำรองให้ยืมหรือไม่ การแต่งกายให้เกียรติสถานที่จะช่วยให้ทุกคนรู้สึกสบายใจและรักษาบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ภายในมัสยิดต่อไป

โทร : 024339400

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

มัสยิดกลุ่ม: ●มัสยิด

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/430)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)

สนามกีฬา สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก สวนสนุก(1)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)

โรงละคร โรงละคร(7)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)

ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก ที่พัก

โรงแรม โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)