หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.กรุงเทพมหานคร >อ.ธนบุรี >ต.บางยี่เรือ > มัสยิดสวนพลู
TL;DR: มัสยิดสวนพลู สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์, มัสยิด.

กรุงเทพมหานคร

มัสยิดสวนพลู

มัสยิดสวนพลู

Rating: 3.7/5 (7 votes)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (เปิดสำหรับการประกอบศาสนกิจของชุมชนเป็นหลัก)
เวลาเปิดทำการ: เข้ามัสยิดได้ตามช่วงเวลาศาสนกิจของชุมชน (เวลาแนะนำสำหรับการท่องเที่ยว 08.00–17.00 น.)
 
มัสยิดสวนพลู เป็นหนึ่งในมัสยิดในกรุงเทพที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์การอพยพของมุสลิมมลายูจากปัตตานี วิถีชีวิตผู้คนริมคลอง และบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ฝั่งธนบุรีได้อย่างชัดเจน ตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่–มหาชัย บริเวณซอยเทอดไท 11 ถนนเทอดไท ฝั่งตรงข้ามสำนักงานเขตธนบุรี เดิมพื้นที่แถบนี้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นสวนพลูสำหรับบริโภคและส่งขาย จึงถูกเรียกกันติดปากว่า “สวนพลู” และชื่อดังกล่าวก็กลายมาเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนและมัสยิดไปในที่สุด
 
ก่อนจะมาเป็นย่านตลาด รถไฟ และบ้านเรือนหนาแน่นอย่างในปัจจุบัน ย่านสวนพลูเคยเป็นพื้นที่เกษตรที่สงบเงียบ ผู้คนจำนวนมากประกอบอาชีพปลูกพลูเพื่อใช้กินหมากและส่งขายไปยังย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพ ทว่าเมื่อรัฐมีคำสั่งห้ามคนไทยกินหมาก การปลูกพลูจึงค่อยๆ ซาไปตามกาลเวลา แต่ชื่อ “สวนพลู” ยังคงอยู่คู่พื้นที่นี้ เช่นเดียวกับมัสยิดสวนพลูที่ยืนยงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมือง
 
ชุมชนมุสลิมในบริเวณมัสยิดสวนพลูประกอบด้วยหลายสายเชื้อชาติ ทั้งมุสลิมไทยดั้งเดิม เชื้อสายมลายูจากอยุธยาที่อพยพมาตั้งแต่สมัยกรุงแตก กลุ่มเชื้อสายมลายูที่ถูกกวาดต้อนจากอาณาจักรปัตตานี และมุสลิมจากอินเดียที่เข้ามาทำการค้าในสมัยหลัง ผู้คนเหล่านี้ค่อยๆ ตั้งรกราก ผูกชีวิตไว้กับคลอง ทางรถไฟ และมัสยิดหลังเล็กๆ ที่กลายเป็นศูนย์กลางศรัทธาและตัวตนของชุมชนสวนพลู
 
หากย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2329 ในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงส่งกองทัพลงไปตีเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นหัวเมืองเอกทางใต้ก่อนถึงแหลมมลายู ดินแดนที่คนไทยในยุคนั้นรู้จักในชื่อรัฐปะลิศ กลันตัน ตรังกานู และไทรบุรี การศึกครั้งนั้นอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ซึ่งชาวไทยมุสลิมจำนวนไม่น้อยรู้จักในนาม “ดาโต๊ะสมเด็จ” กองทัพสยามในคราวนั้นได้กวาดต้อนและรวบรวมชาวปัตตานีจำนวนมากมายังกรุงเทพและธนบุรี และนี่คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของการกระจายตัวมุสลิมมลายูในที่ราบลุ่มเจ้าพระยา
 
ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นนายกองควบคุมชาวตานีในคราวนั้นคือ “ตนกูมะหมุด” ชาวไทรบุรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดให้ชาวมุสลิมที่ถูกกวาดต้อนมีที่พักพิงและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพและธนบุรี บริเวณที่มีหลักฐานแน่ชัดในภายหลัง เช่น สุเหร่าเก่าสวนหลวง บ้านไทรย่านคลองตัน มหานาค บ้านสมเด็จ และคลองบางหลวง ส่วนแนว “บางหลวง” ที่ลากยาวมาตามปากคลองจนถึงวัดใหม่ทองคุ้ง ก็คือพื้นที่ที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ “สวนพลู” ซึ่งต่อมากลายเป็นทำเลที่ตั้งของมัสยิดสวนพลูในปัจจุบัน
 
แรกเริ่มเดิมที มัสยิดสวนพลูเป็นเพียงอาคารไม้ชั้นเดียวรูปทรงเรือนไทย (ปั้นหยา) ขนาดกว้างราว 5 เมตร ยาว 8 เมตร มีโดมเสาปังหรือหอกลองเป็นไม้ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนและบ้านเรือนริมคลอง อาคารหลังนั้นทำหน้าที่เป็นสุเหร่าเล็กๆ สำหรับละหมาด การเรียนอัลกุรอาน และการรวมตัวของสัปบุรุษ การที่ใช้โครงสร้างและหลังคาแบบเรือนไทยก็สะท้อนทั้งรสนิยมการช่างในยุคนั้นและการอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมไทยพุทธที่รายล้อมอยู่โดยรอบ
 
ใน พ.ศ. 2379 ชื่อของ “นายฮัจยีโต๊ะชางอ (ชาย)” ปรากฏขึ้นในฐานะอิหม่ามคนแรกของชุมชนและผู้ริเริ่มก่อสร้างตัวอาคารแบบไทยที่ก่ออิฐถือปูนขึ้นมาแทนสุเหร่าไม้เดิม อาคารใหม่นี้มีรูปทรงใกล้เคียงกับวิหารหรือกะฎีในวัดพุทธ ชาวบ้านในยุคนั้นจึงเรียกกันว่า “สุเหร่า” หรือ “กุฏี” เพราะดูละม้ายคล้ายกุฏิ/วิหารของพระสงฆ์ ลักษณะสถาปัตยกรรมเช่นนี้หาดูได้ไม่มากในปัจจุบัน โดยอีกแห่งที่ยังพอเห็นร่องรอยคือมัสยิดบางหลวง หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “กุฏีขาว” ริมคลองบางหลวง
 
ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนในระยะนั้นมีรูปทรงปั้นหยาคล้ายอาคารไม้เดิม ขนาดกว้างประมาณ 8 เมตร ยาว 12 เมตร ตรงกลางอาคารมีเสากลางสำหรับรับน้ำหนักโครงหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องโบราณ บรรยากาศภายในจึงให้ความรู้สึกเป็นทั้งเรือนสวดมนต์และบ้านของชุมชนในเวลาเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนสัปบุรุษเพิ่มมากขึ้น คณะบริหารหรือทรัสดีของมัสยิดจึงตัดสินใจซ่อมแซมและขยายตัวอาคารให้รองรับผู้มาละหมาดได้มากขึ้น
 
ใน พ.ศ. 2446 มีการปรับปรุงครั้งสำคัญ ตัวอาคารถูกขยายความยาวจากเดิม 12 เมตรออกไปจนรวมเป็น 16 เมตร แม้ความกว้างยังคงไว้ที่ 8 เมตรเช่นเดิม พร้อมกันนั้นจึงเปลี่ยนโครงหลังคาใหม่ ใช้กระเบื้องสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 8x8 นิ้วแทนกระเบื้องแบบเก่า ทำให้มัสยิดดูมั่นคงและร่วมสมัยมากขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมในช่วงต้นรัตนโกสินทร์
 
ภายหลังจากขยายอาคารแล้ว ยังมีการรื้อเสากลางเดิมออกและสร้างซุ้มประตูหน้าต่างด้วยลวดลายไม้ฉลุแบบไทยทั้งหมด ส่งผลให้ภาพรวมของมัสยิดสวนพลูกลายเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนที่มีรายละเอียดศิลปะแบบไทยอยู่มาก ทั้งในส่วนสัดส่วนอาคาร แนวหลังคาปั้นหยา และลายฉลุวิจิตร ซึ่งเมื่อมองเผินๆ หากไม่เห็นป้ายหรือเสาบัง ก็อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาคารกะฎีในวัดใกล้เคียงได้เลยทีเดียว
 
ในด้านสถานะทางกฎหมาย มัสยิดสวนพลูได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อทางราชการเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2491 ใช้ชื่อ “มัสยิดสวนพลู” อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านั้นคนทั่วไปมักเรียกกันว่า “มัสยิดบ้านสวน” หรือ “สุเหร่าบ้านสวนพลู” ตามภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสวนพลูและบ้านเรือนริมคลอง ความเก่าแก่ของมัสยิดทำให้สามารถย้อนไปได้ราว 180 ปี นับจากยุคสุเหร่าไม้หลังเล็กจนถึงอาคารก่ออิฐถือปูนและการต่อเติมครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 20
 
เมื่อมัสยิดได้รับการจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.มัสยิดอิสลามแล้ว โครงสร้างการบริหารจึงชัดเจนขึ้น โดยมีคณะกรรมการมัสยิดและอิหม่ามเป็นแกนหลัก ในช่วงหนึ่งอิหม่ามฮัจจีอับดุจฮามิด จุลธีระ ได้เป็นผู้นำในการบริหารจัดการและต่อเติมอาคารด้านตะวันออกเพิ่มอีกประมาณ 8 เมตร แต่ยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมไว้ให้มากที่สุด พร้อมปรับปรุงเรือนไม้ (บาแล) ที่อยู่ต่อจากตัวอาคารมัสยิด โดยลดระดับพื้นและเชื่อมต่อกับตัวอาคารหลักให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานเดียวกัน ยาวต่อเนื่องราว 24 เมตร
 
อย่างไรก็ตาม เวลาไม่เคยหยุดเดิน ทั้งสภาพอาคารที่ทรุดโทรมและจำนวนสัปบุรุษที่เพิ่มขึ้นทำให้พื้นที่ภายในเริ่มคับแคบ คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดจึงประชุมร่วมกับสัปบุรุษและยุวมุสลิมสวนพลู จนมีมติร่วมกันว่าจำเป็นต้องรื้อตัวอาคารเดิมออกทั้งหมด แล้ววางโครงการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ที่แข็งแรง ทันสมัย และรองรับผู้คนได้มากขึ้น
 
ทุนเริ่มต้นของการก่อสร้างมัสยิดหลังปัจจุบันมาจากการบริจาคของฮัจยะฮ์เนาะ ยกยอคุณ ประมาณ 280,000 บาท จากนั้นจึงค่อยๆ ระดมทุนจากสัปบุรุษและมุสลิมจากพื้นที่อื่นตามแบบฉบับของชุมชนศรัทธาในยุคนั้น เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ตัวเลขค่าก่อสร้างเฉพาะอาคารรวมทั้งสิ้นกว่า 1,040,552 บาท นับว่าเป็นโครงการที่ใหญ่และท้าทายความร่วมมือของคนในชุมชนสวนพลูอย่างยิ่งในเวลานั้น
 
ในระหว่างการก่อสร้างอาคารใหม่ มีการปรับปรุงและเสริมสร้างเสาบังหรือหอกลองให้มีรูปทรงและรายละเอียดทางศิลปะที่เข้ากับอาคารหลังใหม่ เสาบังกลายเป็นจุดเด่นที่มองเห็นได้จากระยะไกล เป็นทั้งเครื่องหมายเรียกศรัทธาและสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าตรงนี้คือใจกลางของหมู่บ้านสวนพลู กล่าวได้ว่าเสาบังของมัสยิดสวนพลูเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของหมู่บ้านในยุคนั้น และยังคงสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนจนถึงปัจจุบัน
 
เมื่อมัสยิดสวนพลูหลังใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบภายในอีกหลายจุด ทั้งพื้นที่ละหมาดหลักที่เปิดโล่งรองรับสัปบุรุษจำนวนมาก พื้นที่สำหรับสอนศาสนาและกิจกรรมของยุวมุสลิม ไปจนถึงจุดเชื่อมต่อกับทางรถไฟและชุมชนโดยรอบ ก่อนจะมีการจัดพิธีเปิดเฉลิมฉลองอาคารมัสยิดสวนพลูหลังใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ธันวาคม 2518 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอีกครั้งในประวัติศาสตร์ของชุมชนนี้
 
ทุกวันนี้ หากมองจากริมถนนเทอดไทหรือจากหน้าสำนักงานเขตธนบุรี เราจะเห็นอาคารมัสยิดสวนพลูที่มีเส้นสายเรียบง่ายแต่มั่นคงในแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ผสมผสานกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ชวนให้นึกถึงอาคารเดิม ทั้งในส่วนของแนวหลังคา สัดส่วนตัวอาคาร และช่องเปิดบางส่วนที่สะท้อนศิลปะแบบไทย เสาบังที่สูงเด่นช่วยกำหนดเส้นขอบฟ้าขนาดย่อมของชุมชนสวนพลูริมทางรถไฟ และกลายเป็นฉากหลังประจำชีวิตประจำวันของคนในย่านนี้
 
ภายในมัสยิด พื้นที่ละหมาดถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แบ่งสัดส่วนสำหรับผู้ชายและผู้หญิงตามหลักศาสนา พรมปูพื้นช่วยให้การละหมาดเป็นไปอย่างสงบ ล้อมรอบด้วยผนังและช่องแสงที่รับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน ช่วงค่ำคืน เสียงอาซานจากเสาบังจะดังไปทั่วบริเวณเป็นสัญญาณให้ผู้ศรัทธาเตรียมตัวเข้าสู่เวลาแห่งการละหมาด ขณะที่ข้างล่างติดทางรถไฟและในซอยยังเต็มไปด้วยเสียงผู้คนและร้านค้าเล็กๆ ของชุมชน
 
ชุมชนมุสลิมสวนพลูในปัจจุบันยังคงประกอบด้วยครอบครัวเก่าแก่เชื้อสายมลายูจากปัตตานี–อยุธยา ผสมกับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตในเมืองใหญ่ บางครอบครัวทำงานในย่านธุรกิจกลางกรุงเทพ แต่ยังกลับมาละหมาดที่มัสยิดสวนพลูเป็นประจำ ทำให้มัสยิดยังคงเป็น “บ้านหลังที่สอง” ทางจิตวิญญาณของคนในย่านนี้ ขณะเดียวกันก็มีชุมชนไทยพุทธและคนต่างศาสนาอาศัยอยู่โดยรอบ เกิดเป็นภาพการอยู่ร่วมกันอย่างสงบในย่านเก่าแก่ของฝั่งธนบุรี
 
ในฐานะศูนย์กลางศรัทธา มัสยิดสวนพลูจัดให้มีละหมาดห้าเวลา ละหมาดวันศุกร์ และละหมาดในวันอีดสำคัญ ทั้งอีดิลฟิตรีและอีดิลอัฎฮา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเรียนการสอนอัลกุรอานและวิชาศาสนาให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการจัดบรรยายธรรมและเวิร์กช็อปเล็กๆ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าใจหลักคำสอนอิสลามในมิติต่างๆ ทั้งด้านศรัทธา จริยธรรม และการดำเนินชีวิตประจำวัน
 
เมื่อเข้าสู่เดือนรอมฎอน ชุมชนมัสยิดสวนพลูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเย็นก่อนเวลาละศีลอด ตลอดแนวริมทางรถไฟหน้ามัสยิดจะเต็มไปด้วยร้านอาหารฮาลาลและขนมพื้นบ้าน ทั้งอาหารคาวหวาน ขนมบดิน โรตี ขนมปังและเค้กอบสดใหม่จากร้านมารียะห์เบเกอรี่ รวมถึงเมนูอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยวที่ชาวชุมชนคุ้นเคย บรรยากาศเหล่านี้ทำให้มัสยิดสวนพลูกลายเป็นหนึ่งใน “ฮับอาหารฮาลาล” สำคัญของฝั่งธนสำหรับคนที่อยากลองชิมของอร่อยแบบมุสลิมแท้ๆ
 
รอบๆ มัสยิดยังมีร้านอาหารฮาลาลให้เลือกอีกหลายร้าน เช่น ร้านอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยวในชื่อคิงกี้ บ้านบังหวัง ที่เป็นร้านเจ้าประจำของคนมัสยิดสวนพลู ร้านกะเพราเส้นฮาลาลในซอยเทอดไท 11 ร้านขนมบดินป้าเล็ก และร้านขนมจากมารียะห์เบเกอรี่ที่ทำขนมปังและเค้กอบใหม่แทบทุกวัน ร้านส่วนใหญ่เปิดขายทั้งหน้าร้านและผ่านแอปเดลิเวอรี ทำให้คนกรุงเทพจากมุมอื่นๆ ก็สามารถสั่งมาชิมได้ไม่ยาก
 
ในมุมมองของนักท่องเที่ยว มัสยิดสวนพลูคือ “ที่เที่ยวกรุงเทพ” แบบโลคัลที่ต่างออกไปจากการเดินห้างหรือไปแลนด์มาร์กยอดนิยมอย่างวัดใหญ่หรือห้างริมแม่น้ำ นักเดินทางสามารถเริ่มจากย่านตลาดพลู เดินเลียบทางรถไฟไปยังซอยเทอดไท 11 ผ่านบ้านเรือนเก่า ร้านอาหารฮาลาล และร้านขายของชำขนาดเล็ก แล้วจึงเข้าสู่ลานหน้ามัสยิดที่มองเห็นเสาบังสูงตระหง่าน เมื่อจังหวะเวลาเหมาะพอดีกับการละหมาด ก็จะได้ยินเสียงอาซานก้องสะท้อนกับเสียงรถไฟ เป็นภาพที่ผสมกันอย่างลงตัวระหว่างเมืองสมัยใหม่กับวิถีชุมชน
 
การเข้าชมสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถทำได้ แต่ควรให้เกียรติสถานที่และผู้ศรัทธาเป็นสำคัญ การแต่งกายควรสุภาพ ปิดไหล่ ปิดเข่า ผู้หญิงควรมีผ้าคลุมผมหรือฮิญาบ หากไม่ได้เตรียมมาอาจลองสอบถามผู้ดูแลว่ามีผ้าคลุมสำรองให้ยืมหรือไม่ เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ละหมาดต้องถอดรองเท้า และควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือเดินตัดหน้าผู้ที่กำลังละหมาดอยู่ หากต้องการถ่ายภาพภายในอาคารควรขออนุญาตอิหม่ามหรือคณะกรรมการมัสยิดก่อนเพื่อไม่ให้รบกวนบรรยากาศการประกอบศาสนกิจ
 
โดยรอบมัสยิดสวนพลูยังเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นของฝั่งธนได้อย่างสะดวก วัดเวฬุราชินราชวรวิหารและสำนักงานเขตธนบุรีอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ย่านตลาดพลูที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารริมทางและตึกแถวเก่าแก่ก็อยู่ใกล้แค่เดินถึง รวมถึงวัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมารามและย่านริมคลองอื่นๆ ที่สามารถจัดเป็นทริปเดินเที่ยว–ชิม–ไหว้ในวันเดียวได้สบายๆ สำหรับคนที่อยากเห็นอีกมุมของฝั่งธนที่ผสมทั้งศิลปะไทย จีน และมุสลิมเข้าด้วยกัน
 
การเดินทาง มัสยิดสวนพลูตั้งอยู่ในซอยเทอดไท 11 ถนนเทอดไท ตรงข้ามสำนักงานเขตธนบุรี และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟตลาดพลูและสถานี BTS ตลาดพลู นักท่องเที่ยวที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีตลาดพลู แล้วต่อรถสองแถว รถเมล์ หรือแท็กซี่เข้าสี่แยกบางแคย่อยและซอยเทอดไท 11 จากนั้นเดินเข้าซอยตามแนวทางรถไฟไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงลานหน้ามัสยิด สำหรับผู้ที่ขับรถส่วนตัวสามารถข้ามสะพานกรุงธนบุรีหรือสะพานตากสิน มุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์และถนนเทอดไท แต่ควรเผื่อเวลาและมองหาที่จอดนอกซอย เนื่องจากบริเวณหน้ามัสยิดและในซอยมีพื้นที่จอดรถค่อนข้างจำกัด
 
หากเลือกพักค้างคืนย่านฝั่งธนบุรี เช่น ย่านตลาดพลู ย่านกรุงธนบุรี หรือใกล้สถานี BTS ต่างๆ ก็สามารถใช้มัสยิดสวนพลูเป็นหนึ่งในจุดแวะเรียนรู้วัฒนธรรมและชิมอาหารฮาลาล ก่อนต่อไปเยี่ยมชมวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือข้ามสะพานไปยังย่านเมืองเก่าอย่างสำเพ็ง–เยาวราชได้ไม่ยาก ระยะทางจากมัสยิดสวนพลูไปยังโซนท่องเที่ยวหลักยังถือว่าไม่ไกล เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยววัดใหญ่หรือห้างดังมาเป็นการเดินเล่นในชุมชนมุสลิมริมทางรถไฟแทน
 
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดแล้ว มัสยิดสวนพลูจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานสำหรับชาวมุสลิมในย่านสวนพลูเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานที่มีชีวิตของประวัติศาสตร์การอพยพของมุสลิมมลายู การปรับตัวของชุมชนในเมืองใหญ่ และการผสมผสานของสถาปัตยกรรมไทยกับอิสลามอย่างกลมกลืน หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวกรุงเทพที่ไม่ซ้ำใคร ใช้เวลาไม่นาน และได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนจริงๆ การเดินทางมาที่มัสยิดสวนพลูแล้วค่อยๆ เดินสำรวจรอบทางรถไฟ ชิมอาหารฮาลาล และพูดคุยกับคนในชุมชน จะเป็นประสบการณ์ที่นุ่มนวลและอบอุ่นไม่แพ้การไปเยือนแลนด์มาร์กชื่อดังเลยทีเดียว
 
ชื่อสถานที่มัสยิดสวนพลู
ที่ตั้งซอยเทอดไท 11 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 ติดทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่–มหาชัย ฝั่งตรงข้ามสำนักงานเขตธนบุรี
ลักษณะโดยรวมมัสยิดเก่าแก่ของชุมชนมุสลิมสวนพลู เป็นศูนย์กลางศาสนา การศึกษา และวิถีชีวิตของมุสลิมฝั่งธนบุรี ผสมผสานบทบาทศาสนสถานกับการเป็นย่านอาหารฮาลาลและแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมริมทางรถไฟ
สมัย/ยุคการก่อสร้างเริ่มจากสุเหร่าไม้ชั้นเดียวราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาสร้างอาคารก่ออิฐถือปูนครั้งแรก พ.ศ. 2379 ขยายอาคาร พ.ศ. 2446 จดทะเบียนเป็นมัสยิดสวนพลู พ.ศ. 2491 และก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่แล้วเสร็จพร้อมพิธีเปิด พ.ศ. 2518
หลักฐาน/องค์ประกอบสำคัญอาคารมัสยิดคอนกรีตเสริมเหล็กทรงเรียบง่าย เสาบัง (หอกลอง) ที่สูงเด่นเหนือชุมชน ลายไม้ฉลุแบบไทยในส่วนประตู–หน้าต่าง (จากอาคารเดิม) และบรรยากาศชุมชนมุสลิมริมทางรถไฟที่ยังคงมีชีวิตชีวา
จุดเด่นของวัดเป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ของฝั่งธนบุรีที่สะท้อนร่องรอยการอพยพของมุสลิมมลายูจากปัตตานี ผสมกับสถาปัตยกรรมแบบกะฎีไทยและอาคารมัสยิดยุคใหม่ ตั้งอยู่ริมทางรถไฟในย่านสวนพลูที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารฮาลาลและตลาดชุมชน ทำให้ได้ทั้งบรรยากาศศาสนสถานและความคึกคักแบบโลคัลในที่เดียว
สถานะปัจจุบันยังคงเป็นมัสยิดที่ใช้งานจริงของชุมชนมุสลิมสวนพลู มีการละหมาดห้าเวลา ละหมาดวันศุกร์ การเรียนการสอนศาสนา และกิจกรรมชุมชน เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แต่งกายสุภาพและเคารพกติกาของพื้นที่
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ละหมาดภายในอาคารหลัก แยกโซนชาย–หญิง ลานกว้างหน้ามัสยิด ห้องน้ำและจุดอาบน้ำละหมาด (วูฎูอ์) พื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชนและการสอนศาสนา ที่จอดรถมีจำกัดบริเวณหน้ามัสยิดและริมซอย (แนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะ)
ค่าธรรมเนียมเข้าชมไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการเข้าชมและละหมาดภายในมัสยิด ผู้มาเยือนสามารถร่วมบริจาคช่วยดูแลมัสยิดได้ตามศรัทธา และควรแต่งกายสุภาพ เคารพข้อปฏิบัติของชุมชน
การเดินทางโดยสาธารณะสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีตลาดพลู แล้วต่อรถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือเดินเลียบทางรถไฟเข้าสู่ซอยเทอดไท 11 (ระยะทางประมาณ 0.5 กม.) หรือใช้รถเมล์สายที่วิ่งผ่านถนนเทอดไท ลงป้ายสำนักงานเขตธนบุรีและเดินเข้าซอยไปยังมัสยิด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)วัดเวฬุราชินราชวรวิหาร – ประมาณ 0.3 กม.
ตลาดพลู (ย่านสตรีทฟู้ดและตึกเก่า) – ประมาณ 0.8 กม.
สถานีรถไฟตลาดพลู – ประมาณ 0.5 กม.
สถานี BTS ตลาดพลู – ประมาณ 0.5 กม.
วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร – ประมาณ 1.5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ฮาลาล) + ระยะทาง + เบอร์โทรKingkee บ้านบังหวัง (อาหารตามสั่ง–ก๋วยเตี๋ยว) – ประมาณ 0.1 กม. โทร 086-750-5175, 083-547-4931, 089-794-4368
กะเพราเส้นฮาลาล เทอดไท 11 – ประมาณ 0.1 กม. (หน้ามัสยิด/ซอยเดียวกัน)
บ้านขนมบดิน ป้าเล็ก มัสยิดสวนพลู – ประมาณ 0.1 กม. โทร 081-560-4307
มารียะห์เบเกอรี่ (ขนมบดิน–ขนมปังและเค้กฮาลาล) – ประมาณ 0.2 กม. โทร 086-057-7550, 085-984-8883
ที่พักใกล้เคียง + ระยะทาง + เบอร์โทรKrungthai Hostel Station @ ตลาดพลู – ประมาณ 1.0 กม. โทร 092-285-4222, 087-679-5547
โรงแรมฮ็อป อินน์ กรุงเทพ สถานีกรุงธนบุรี (HOP INN Bangkok Krung Thonburi Station) – ประมาณ 4.0 กม. โทร 02-080-2222 (Reservation Center)
Amanah Bangkok Hotel (ย่านถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน) – ประมาณ 3.0 กม. โทร 02-466-6598, 02-466-6599
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: คนที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถเข้าไปเยี่ยมชมมัสยิดสวนพลูได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ หากแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ผู้หญิงควรมีผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบ เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ละหมาดต้องถอดรองเท้า และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของอิหม่ามหรือคณะกรรมการมัสยิด หากต้องการถ่ายภาพภายในควรขออนุญาตก่อนทุกครั้งเพื่อไม่ให้รบกวนผู้ที่กำลังประกอบศาสนกิจ
 
ถาม: ถ้าต้องการมาชิมอาหารฮาลาลแถวมัสยิดสวนพลู ควรมาเวลาไหน?
ตอบ: ในวันปกติช่วงสายถึงบ่ายจะมีร้านอาหารฮาลาลเปิดให้บริการรอบมัสยิดและริมทางรถไฟ แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ แนะนำช่วงเย็นก่อนเวลาละศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งจะมีร้านขายอาหารและขนมฮาลาลหลากหลายเมนูเรียงรายตลอดแนวหน้ามัสยิดและชุมชน
 
ถาม: สามารถถ่ายรูปกับทางรถไฟและบริเวณหน้ามัสยิดสวนพลูได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถถ่ายภาพบริเวณภายนอกมัสยิดและริมทางรถไฟได้ แต่ควรระมัดระวังความปลอดภัย ไม่ยืนใกล้รางรถไฟจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการถ่ายติดใบหน้าผู้ที่กำลังละหมาดอย่างชัดเจน หากต้องการถ่ายภาพภายในตัวอาคาร ควรขออนุญาตผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง
 
ถาม: หากต้องการมาละหมาดวันศุกร์หรือวันอีดที่มัสยิดสวนพลูต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: แนะนำให้มาถึงล่วงหน้าเพื่อหาเวลาจอดรถหรือจัดเตรียมที่ละหมาด นำอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น ผ้าละหมาด และปฏิบัติตามคำแนะนำของอิหม่ามและคณะกรรมการมัสยิด สำหรับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม หากต้องการเข้ามาสังเกตการณ์ควรสอบถามและขออนุญาตก่อน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินผ่านหน้าผู้ที่กำลังละหมาด
 
ถาม: ควรแต่งกายแบบไหนจึงจะเหมาะสมในการมาเที่ยวมัสยิดสวนพลู?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า เสื้อแขนสั้นที่ปิดมิดชิดกับกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวถือว่าเหมาะสม ผู้หญิงควรมีผ้าคลุมผมหรือฮิญาบ หากไม่ได้เตรียมมาอาจลองสอบถามที่มัสยิดว่ามีผ้าคลุมให้ยืมหรือไม่ เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่และผู้ศรัทธาในชุมชน

โทร : 024727020

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

มัสยิดกลุ่ม: ●มัสยิด

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/430)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)

สนามกีฬา สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก สวนสนุก(1)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)

โรงละคร โรงละคร(7)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)

ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก ที่พัก

โรงแรม โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)