หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.พระนคร >ต.พระบรมมหาราชวัง > ขนมหม้อตาล วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ
TL;DR: ขนมหม้อตาล วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ. จุดเด่นคือ มีรูปร่างคล้ายหม้อดินเผาใบจิ๋ว ตัวแป้งกรอบร่วน ด้านในหยอดน้ำตาลสีสันสวยงาม เมื่อรับประทานจะได้สัมผัสกรอบตัดกับความหวานกำลังดี.
ขนมหม้อตาล วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ
ขนมหม้อตาล วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ เชื่อกันว่าขนมหม้อตาลเป็นอีกหนึ่งขนมชาววังที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ เพราะในสมัยนี้หาทานได้ยากมาก เนื่องด้วยวิธีการทำที่มีขั้นตอนเยอะ สลับซับซ้อนจึงหาคนทำได้ยาก และในสมัยก่อนขนมหม้อตาลนิยมใช้ในพิธีงานแต่งจึงมีอีกชื่อเรียกว่าขนมหม้อเงิน หม้อทอง ด้วยลักษณะของขนมหม้อตาลที่คล้ายกับหม้อดินเผาขนาดเล็ก ส่วนด้านในจะมีสีสันต่าง ๆ ที่ได้จากน้ำตาลเคี่ยว โดยรสชาติของขนมหม้อตาลจะมีความกรอบตัดกับความหวานกำลังดี เรียกได้ว่าเป็นขนมชาววังหายากที่น่ารับประทานมาก
สูตรลับขนมโบราณวิธีการทำขนมหม้อตาลให้อร่อย
1. แป้งต้องไม่แห้งเกินไป ขั้นตอนการทำเมื่อผสมแป้งสำหรับใช้ทำตัวหม้อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นวดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเนื้อส่วนผสมเข้ากันดี แต่หากรู้สึกว่าเนื้อตัวแป้งแห้ง และร่วนเกินไป ให้เติมน้ำผสมลงไปในแป้ง และนวดจนเนื้อแป้งเข้าที่ดี
2. อบควันเทียนเพิ่มความหอมน่าทาน กลิ่นเป็นคุณสนบัติสำคัญของขนมไทย วิธีการนำตัวหม้อของของขนมหม้อตาลที่สุกแล้ว ไปอบควันเทียนอย่างน้อย 1 - 2 ชั่วโมง หรือหากมีเวลามากพอให้อบควันเทียนทิ้งไว้หนึ่งคืน เพราะจะทำให้ตัวแป้งมีกลิ่นหอมมากก่อนที่จะนำไปหยอดน้ำตาล
ขนมหม้อตาล ขนมชาววัง มีลักษณะ คล้ายหม้อดินเผาใบจิ๋ว มีความกรอบร่วนด้านใน มีสีสันต่าง ๆ ซึ่งทำจากน้ำตาล โดยเคี่ยวจนหอมหวาน จนละลายในปากได้เลยตัวถ้วยขนม ผสมแป้งสาลีน้ำเย็น ไข่แดงกรุแป้งในพิมพ์หม้อตาล จากนั้นอบให้สุก ไส้ผสมน้ำตาลทราย กับน้ำเคี่ยวให้ข้นตักใส่ถ้วยหยดสีตามต้องการ หยอดลงในพิมพ์ให้น้ำตาลแห้ง ดูจากลักษณะภายนอกดูน่ารักหลากสีสันชวนน้ำลายสอเมื่อลองลิ้มชิมรสเนื้อแป้งของขนมที่กรอบจะเข้ากันดีกับตัวน้ำตาลที่หวานกําลังดี
ขนมไทย ขนมโบราณ ขนมหวานไทย นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน โดยมีสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง ขนมไทยดั้งเดิม ขนมโบราณ นั้นจะมีส่วนผสมคือ แป้ง, กะทิ และน้ำตาล เท่านั้น
โดยในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่า งานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร โดยส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาสวยงาม และมีความประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม
เครื่องปรุงแป้ง
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ (ใช้แต่ไข่แดง ) 2 ฟอง
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 4 ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุงน้ำตาลสำหรับหยอดใส่ในแป้ง
- น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
- น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ
- สีผสมอาหารหลายๆ สี ๆ ละ 1 – 2 หยด
วิธีทำขนมไทย (สูตรขนมไทย)
1. ขั้นตอนแรกนวดแป้งกับน้ำมันพืช ไข่แดง เกลือ และน้ำเข้าด้วยกัน ถ้าแป้งแห้งไปให้เติมน้ำได้อีก นวดจนล่อน และมีลักษณะปั้นได้ ใช้ผ้าขาวบางที่เปียกหมาด ๆ คลุมแป้งไว้ไม่ให้แห้ง จากนั้นแบ่งแป้งออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้พอใส่พิมพ์ได้ กดลงในพิมพ์ให้เป็นรูปหม้อ แต่งขอบและทำที่จับ หูหิ้วให้สวยงาม นำไปอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮด์ จากนั้นพอน้ำสุกนำออกมาเรียงใส่ถาดพักไว้
2. ขั้นตอนสุดท้ายใส่น้ำตาลไอซิ่งในชามผสม หยดสีไปตามต้องการ โดยต้องค่อย ๆ เติมน้ำเย็นทีละ 1 ช้อนโต๊ะ คนจนน้ำตาลมีลักษณะข้น นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวพอเป็นยางมะตูมปิดไฟยกลงพักไว้สักครู่พออุ่น และยังไม่ทัน จะแข็งตัว ใช้ช้อนชาเล็ก ๆ ตักหยดลงในหม้อตาล ทิ้งไว้จนน้ำตาลแข็งตัวจึงเก็บขนมใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
| ชื่อขนม | ขนมหม้อตาล |
| ชื่อเรียกอื่น | ขนมหม้อเงิน หม้อทอง |
| ประเภท | ขนมไทยชาววัง ขนมไทยโบราณ ขนมหวานไทย ขนมมงคล |
| ประวัติ | ขนมหม้อตาลเป็นขนมไทยชาววังที่พบได้น้อยในปัจจุบัน เพราะมีขั้นตอนการทำละเอียดและซับซ้อน ต้องใช้ความประณีตสูงในการขึ้นรูปแป้งให้คล้ายหม้อดินเผาขนาดเล็ก ในสมัยก่อนนิยมใช้ในพิธีแต่งงาน จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ขนมหม้อเงิน หม้อทอง” เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคลของคู่บ่าวสาว |
| ความหมายมงคล | สื่อถึงความมั่งมี เงินทอง ความสมบูรณ์พูนสุข และการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่มั่นคง จึงเหมาะกับงานแต่งงานและพิธีมงคล |
| ลักษณะเด่น | มีรูปร่างคล้ายหม้อดินเผาใบจิ๋ว ตัวแป้งกรอบร่วน ด้านในหยอดน้ำตาลสีสันสวยงาม เมื่อรับประทานจะได้สัมผัสกรอบตัดกับความหวานกำลังดี |
| ส่วนผสมแป้ง | แป้งสาลีอเนกประสงค์ ไข่แดง เกลือ น้ำมันพืช และน้ำ |
| ส่วนผสมน้ำตาลสำหรับหยอด | น้ำตาลไอซิ่ง น้ำเย็น และสีผสมอาหารหลายสี |
| กรรมวิธีสำคัญ | นวดแป้งให้เนียนและปั้นได้ กรุแป้งลงพิมพ์เป็นรูปหม้อ แต่งขอบและหูหม้อให้สวยงาม อบจนแป้งสุก แล้วหยอดน้ำตาลเคี่ยวสีต่าง ๆ ลงด้านใน รอจนแข็งตัว |
| เคล็ดลับความอร่อย | แป้งต้องไม่แห้งหรือร่วนเกินไป ควรนวดจนเนื้อแป้งเข้ากันดี หากแห้งให้ค่อย ๆ เติมน้ำ และควรอบควันเทียนตัวหม้อก่อนหยอดน้ำตาลเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมแบบขนมไทยโบราณ |
| ลักษณะที่ดี | ตัวแป้งควรกรอบร่วน ไม่แข็งกระด้าง รูปทรงหม้อชัดเจน ขอบและหูหม้อประณีต น้ำตาลด้านในแห้งตัวดี สีสวย และมีรสหวานพอดี |
| โอกาสที่นิยมใช้ | พิธีแต่งงาน งานมงคล งานทำบุญ งานต้อนรับแขกสำคัญ และงานอนุรักษ์ขนมไทยโบราณ |
| เหตุผลที่หาทานยาก | ต้องใช้ความชำนาญในการนวดแป้ง กรุพิมพ์ แต่งรูปหม้อ อบแป้ง และหยอดน้ำตาลให้สวยงาม ทำให้ใช้เวลามากและมีผู้ทำลดลงในปัจจุบัน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ขนมหม้อตาลคืออะไร?
ตอบ: ขนมหม้อตาลเป็นขนมไทยชาววังโบราณ มีลักษณะคล้ายหม้อดินเผาใบเล็ก ตัวขนมทำจากแป้งสาลีผสมไข่แดง น้ำมันพืช เกลือ และน้ำ แล้วนำไปกรุในพิมพ์ให้เป็นรูปหม้อ ก่อนอบให้สุกและหยอดน้ำตาลสีต่าง ๆ ลงด้านใน
ถาม: ทำไมขนมหม้อตาลจึงมีอีกชื่อว่า ขนมหม้อเงิน หม้อทอง?
ตอบ: ในสมัยก่อนขนมหม้อตาลนิยมใช้ในพิธีแต่งงาน จึงเรียกอีกชื่อว่า “ขนมหม้อเงิน หม้อทอง” เพื่อสื่อถึงความมั่งคั่ง เงินทอง ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลของชีวิตคู่
ถาม: ขนมหม้อตาลมีความหมายมงคลอย่างไร?
ตอบ: ขนมหม้อตาลสื่อถึงความมั่งมี ความสมบูรณ์พูนสุข และการมีทรัพย์สินเงินทองเต็มบ้านเต็มเรือน ลักษณะคล้ายหม้อจึงเปรียบเหมือนภาชนะที่เก็บความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับงานมงคล โดยเฉพาะงานแต่งงาน
ถาม: ขนมหม้อตาลมีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: จุดเด่นของขนมหม้อตาลคือรูปร่างคล้ายหม้อดินเผาขนาดเล็ก มีขอบและหูหม้อที่ต้องตกแต่งอย่างประณีต ตัวแป้งมีความกรอบร่วน ส่วนด้านในเป็นน้ำตาลเคี่ยวสีสันสวยงาม ให้รสหวานพอดีและละลายในปาก
ถาม: ส่วนผสมหลักของขนมหม้อตาลมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ส่วนผสมของตัวแป้ง ได้แก่ แป้งสาลีอเนกประสงค์ ไข่แดง เกลือ น้ำมันพืช และน้ำ ส่วนไส้น้ำตาลด้านในใช้น้ำตาลไอซิ่ง น้ำเย็น และสีผสมอาหารหลายสี เพื่อให้ขนมมีสีสันสวยงาม
ถาม: ทำไมขนมหม้อตาลจึงหาทานยากในปัจจุบัน?
ตอบ: ขนมหม้อตาลหาทานยากเพราะมีขั้นตอนการทำหลายส่วนและต้องใช้ความละเอียดสูง ตั้งแต่การนวดแป้งให้พอดี การกดแป้งลงพิมพ์ การแต่งรูปหม้อ การอบแป้ง และการหยอดน้ำตาลให้สวยงาม จึงต้องใช้เวลาและฝีมือมากกว่าขนมทั่วไป
ถาม: ขั้นตอนใดสำคัญที่สุดในการทำขนมหม้อตาล?
ตอบ: ขั้นตอนสำคัญคือการนวดแป้งและขึ้นรูปในพิมพ์ หากแป้งแห้งเกินไปจะร่วนและแตกร้าว หากแป้งเหลวเกินไปจะขึ้นรูปยาก ดังนั้นต้องนวดจนแป้งเนียน ล่อน และสามารถกรุพิมพ์เป็นรูปหม้อได้อย่างสวยงาม
ถาม: ทำไมต้องอบควันเทียนขนมหม้อตาล?
ตอบ: การอบควันเทียนช่วยเพิ่มกลิ่นหอมละมุนให้กับตัวแป้ง เป็นเอกลักษณ์ของขนมไทยโบราณและขนมชาววัง หากอบไว้นาน 1–2 ชั่วโมง หรืออบข้ามคืน กลิ่นหอมจะซึมเข้าเนื้อแป้งมากขึ้น ทำให้ขนมมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
ถาม: ขนมหม้อตาลที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: ขนมหม้อตาลที่ดีควรมีรูปทรงหม้อชัดเจน ตัวแป้งกรอบร่วนแต่ไม่แข็ง ขอบและหูหม้อเรียบร้อย น้ำตาลด้านในแข็งตัวดี สีสวย ไม่เหนียวเยิ้ม และมีรสหวานพอดี
ถาม: ขนมหม้อตาลเหมาะใช้ในโอกาสใด?
ตอบ: ขนมหม้อตาลเหมาะสำหรับงานแต่งงาน งานมงคล งานทำบุญ งานต้อนรับแขกสำคัญ และงานที่ต้องการนำเสนอขนมไทยโบราณหายาก เพราะมีทั้งความหมายมงคลและรูปลักษณ์ที่สวยงามประณีต
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




