หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.ลาดกระบัง >ต.ทับยาว > วัดพลมานีย์
TL;DR: วัดพลมานีย์ อยู่ที่แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก ใช้ถนนประชาพัฒนา ถนนหลวงแพ่ง ถนนลาดกระบัง ถนนร่มเกล้า หรือเส้นทางเชื่อมจากถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง.
วัดพลมานีย์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดพลมานีย์ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่ตั้งอยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งเหนือ วัดแห่งนี้มีความสำคัญต่อชุมชนทับยาวและย่านหลวงแพ่งมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นวัดที่เกิดจากแรงศรัทธาของกำนันพลและนางบุญมา แสงหิรัญ ผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด และยังได้รับนามวัดที่เชื่อมโยงกับชื่อของผู้สร้างจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัดพลมานีย์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาวัดชุมชนเก่าริมคลอง ชมบรรยากาศชุมชนลาดกระบังฝั่งตะวันออก และเรียนรู้การเปลี่ยนผ่านของพื้นที่จากชุมชนเกษตรกรรมสู่ย่านเมืองที่มีทั้งถนน มอเตอร์เวย์ โรงงาน โรงเรียน และชุมชนที่ยังพึ่งพาวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ
วัดพลมานีย์ตั้งอยู่เลขที่ 22 หมู่ 2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 พื้นที่วัดอยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งเหนือและเชื่อมกับถนนประชาพัฒนา ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของชุมชนทับยาว ย่านนี้อยู่ไม่ไกลจากหัวตะเข้ หลวงแพ่ง ถนนลาดกระบัง และพื้นที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้วัดพลมานีย์เป็นจุดที่สะท้อนภาพลาดกระบังในมิติลึกกว่าภาพสนามบินและถนนสายใหญ่ เพราะยังเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด คลอง โรงเรียน ชุมชนเก่า การค้าท้องถิ่น และพื้นที่เกษตรกรรมเดิมที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามการขยายตัวของเมือง
ประวัติของวัดพลมานีย์เริ่มจากการสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 2462 โดยนายพล แสงหิรัญ ซึ่งเป็นกำนันตำบลลาดกระบัง พร้อมด้วยนางบุญมา แสงหิรัญ ภรรยา ได้อุทิศที่ดินเพื่อสร้างสำนักสงฆ์และวัดสำหรับชุมชน ในระยะแรกชาวบ้านเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดใหม่กำนันพล” เพราะเป็นวัดที่เกิดจากบทบาทของกำนันพลในฐานะผู้นำท้องถิ่นและผู้มีศรัทธา การสร้างวัดในยุคนั้นไม่ได้เป็นเพียงการสร้างอาคารทางศาสนา แต่เป็นการสร้างพื้นที่กลางให้ชุมชนมีที่ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม และยึดเหนี่ยวจิตใจร่วมกัน
เมื่อเริ่มตั้งสำนักสงฆ์ ได้มีการนิมนต์พระภิกษุจากวัดปลูกศรัทธามาอยู่จำพรรษาจำนวน 5 รูป โดยมีพระภิกษุแหยมเป็นประธาน การนิมนต์พระจากวัดปลูกศรัทธาซึ่งเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในเขตลาดกระบังสะท้อนเครือข่ายพระสงฆ์และวัดในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ช่วงเริ่มต้นเช่นนี้ทำให้วัดใหม่กำนันพลค่อย ๆ เติบโตจากสำนักสงฆ์ของชุมชนมาเป็นวัดที่มีพระจำพรรษา มีศาสนกิจ และมีบทบาทต่อคนในพื้นที่มากขึ้น
ชื่อ “วัดพลมานีย์” มีที่มาน่าสนใจและเป็นหัวใจสำคัญของบทความนี้ เรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาระบุว่าวัดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในการพระราชทานชื่อวัด โดยนำชื่อของผู้สร้างคือ นายพล และนางบุญมา มารวมกัน แล้วเติมคำว่า “นีย์” ต่อท้าย จึงเกิดเป็นชื่อ “พลมานีย์” ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ชื่อวัดจึงทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แก่ผู้สร้างวัดและบันทึกความศรัทธาของครอบครัวแสงหิรัญไว้ในชื่อสถานที่อย่างชัดเจน
วัดพลมานีย์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2466 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของการยกระดับสถานะทางศาสนาของวัดจากพื้นที่ศรัทธาของชุมชนไปสู่ศาสนสถานที่มีเขตอุโบสถสำหรับประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัย ต่อมามีข้อมูลการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2534 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่อุโบสถในยุคหลัง ประวัติวิสุงคามสีมาทั้ง 2 ช่วงเวลานี้ช่วยให้เห็นว่าวัดพลมานีย์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับอดีต แต่มีการพัฒนาและบูรณะสืบต่อมาตามยุคสมัย
พื้นที่วัดเดิมมีที่ดินก่อสร้างเสนาสนะ 9 ไร่ 3 งาน 75 ตารางวา ต่อมาภายหลังมีการเพิ่มพื้นที่อีก 2 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา รวมเป็นที่ดินก่อสร้างเสนาสนะทั้งหมด 12 ไร่ 1 งาน 91 ตารางวา นอกจากนี้วัดยังมีที่ดินธรณีสงฆ์เดิม 100 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา ก่อนที่ภายหลังการตัดผ่านของถนนทางด่วนสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี หรือมอเตอร์เวย์ จะทำให้ที่ดินธรณีสงฆ์คงเหลือ 82 ไร่ 1 งาน 98 ตารางวา ข้อมูลพื้นที่เหล่านี้ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของวัดและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ส่งผลโดยตรงต่อที่ดินและภูมิทัศน์ของวัด
สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของวัดพลมานีย์เป็นที่ราบลุ่ม มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม และอยู่ในบริบทชุมชนที่เคยประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงปลา และทำสวน พื้นที่ลาดกระบังในอดีตมีคลองและพื้นที่น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ การตั้งวัดริมคลองประเวศบุรีรมย์จึงสัมพันธ์กับวิถีชีวิตเดิมของชาวบ้านอย่างลึกซึ้ง ต่อมาพื้นที่ส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง ทำให้การทำนาลดลงมาก ส่วนการเลี้ยงปลายังคงเป็นกิจกรรมที่พบได้ในบางพื้นที่ วัดพลมานีย์จึงเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านจากชุมชนเกษตรกรรมไปสู่เมืองชานกรุงร่วมสมัย
คลองประเวศบุรีรมย์มีบทบาทสำคัญต่อวัดพลมานีย์ เพราะวัดตั้งอยู่ริมคลองฝั่งเหนือ คลองสายนี้เคยเป็นเส้นทางคมนาคมและเส้นทางชีวิตของคนลาดกระบังในอดีต ผู้คนใช้คลองเพื่อเดินทาง ทำมาหากิน ติดต่อค้าขาย และไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ เมื่อวัดตั้งอยู่ริมคลอง วัดจึงเป็นทั้งศูนย์กลางทางศาสนาและจุดรวมของชุมชนริมน้ำ การมาเยือนวัดพลมานีย์จึงควรมองคลองประเวศบุรีรมย์เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราววัด ไม่ใช่เพียงฉากหลังของภูมิทัศน์
พระอุโบสถของวัดพลมานีย์เป็นอาคารสำคัญที่สุดของพื้นที่วัด เอกสารประวัติวัดระบุว่าพระอุโบสถมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2486 ภายในประดิษฐานพระประธานจำลองจากพระพุทธชินราช ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2467 พระประธานองค์นี้เป็นจุดศรัทธาหลักของวัดและเป็นศูนย์กลางการกราบไหว้ของพุทธศาสนิกชนในชุมชนทับยาว
พระพุทธชินราชจำลองในพระอุโบสถมีความหมายสำคัญต่อผู้มาเยือน เพราะพระพุทธชินราชเป็นรูปแบบพระพุทธรูปที่คนไทยให้ความเคารพอย่างกว้างขวาง ด้วยพุทธลักษณะที่สง่างาม อ่อนช้อย และเปี่ยมด้วยความสงบ เมื่อนำมาจำลองเป็นพระประธานของวัดพลมานีย์ จึงทำให้พระอุโบสถกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เหมาะกับการกราบพระ ตั้งจิตอธิษฐาน และพิจารณาธรรม พระพุทธรูปปางมารวิชัยยังสื่อถึงชัยชนะเหนืออุปสรรคและกิเลสภายในใจ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการมาทำบุญเพื่อเริ่มต้นสิ่งดีงามในชีวิต
นอกจากพระอุโบสถแล้ว วัดพลมานีย์ยังมีอาคารเสนาสนะสำคัญ ได้แก่ กุฏิสงฆ์จำนวน 7 หลัง ส่วนมากเป็นอาคารแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ หอสวดมนต์ และศาลาการเปรียญ 2 หลัง อาคารเหล่านี้ทำหน้าที่รองรับชีวิตประจำวันของพระสงฆ์และกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่จำพรรษา หอสวดมนต์ใช้สำหรับทำวัตรและสวดมนต์ ส่วนศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่ฟังธรรม ทำบุญ ประชุมงานบุญ และรองรับกิจกรรมชุมชนในโอกาสต่าง ๆ
ศาลาการเปรียญของวัดพลมานีย์มีบทบาทมากกว่าการเป็นอาคารประกอบ เพราะในวัดชุมชน ศาลาการเปรียญคือพื้นที่ที่คนในชุมชนมารวมตัวกันในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานบวช งานทำบุญ งานศพ และงานบุญประจำปี พื้นที่เช่นนี้ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของวงจรชีวิตชาวบ้าน ตั้งแต่การเกิด การศึกษา การบวช การทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไปจนถึงพิธีกรรมสุดท้ายของชีวิต วัดพลมานีย์จึงทำหน้าที่เป็นระบบสังคมของชุมชนทับยาว ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว
ในพื้นที่วัดยังมีโรงเรียนวัดพลมานีย์ หรือโรงเรียนวัดพลมานีย์ วิมลชินวัตรอุปถัมภ์ ตั้งอยู่ในที่ดินของวัด ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับโรงเรียนเป็นลักษณะสำคัญของชุมชนไทย เพราะวัดทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา การปลูกฝังคุณธรรม และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชน วัดพลมานีย์จึงเป็นตัวอย่างของระบบบ้าน วัด โรงเรียน ที่ยังมีบทบาทจริงในลาดกระบัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนทับยาวและชุมชนวัดพลมานีย์ที่คนหลายรุ่นเติบโตมากับวัดและโรงเรียนแห่งนี้
ด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา วัดพลมานีย์มีประวัติการเปิดสอนพระปริยัติธรรม ซึ่งสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางธรรม ไม่ใช่เพียงพื้นที่ประกอบพิธีกรรม พระปริยัติธรรมเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้พระธรรมวินัยสำหรับพระภิกษุสามเณร และยังเป็นรากฐานของการถ่ายทอดหลักธรรมสู่ชุมชน การที่วัดมีบทบาทด้านการศึกษาจึงช่วยเสริมให้วัดพลมานีย์มีความสำคัญทั้งในมิติศาสนาและสังคม
รายนามเจ้าอาวาสในประวัติวัดสะท้อนความต่อเนื่องของการปกครองและดูแลวัด เอกสารประวัติวัดกล่าวถึงพระอธิการอินทร์ กุมาโร พระอธิการยศ เขมโก พระครูวิมลชินวัตร และพระอธิการพวง พลธมฺโม ในฐานะเจ้าอาวาสที่มีบทบาทสืบต่อกัน ส่วนข้อมูลกฐินสามัคคีทั่วไทยปี 2568 ระบุเจ้าอาวาสปัจจุบันคือพระครูเกษมสุทธิคุณ และมีพระจำพรรษา 20 รูป ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าวัดยังมีคณะสงฆ์จำพรรษาและกิจกรรมทางศาสนาต่อเนื่องในปัจจุบัน
พระครูเกษมสุทธิคุณ หรือสุขสันต์ สนฺตจิตฺโต เป็นบุคคลสำคัญของวัดพลมานีย์ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากปรากฏในฐานข้อมูลกฐินปี 2568 และในข้อมูลประวัติเจ้าอาวาสที่เผยแพร่เกี่ยวกับวัดพลมานีย์ การมีข้อมูลเจ้าอาวาสปัจจุบันช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าวัดยังมีโครงสร้างการดูแลและการบริหารศาสนกิจต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงวัดเก่าที่หลงเหลืออยู่ในเอกสารประวัติ
วัดพลมานีย์ยังปรากฏในรายชื่อวัด 14 แห่งของเขตลาดกระบังที่สำนักงานเขตลาดกระบังเผยแพร่ ซึ่งช่วยยืนยันสถานะของวัดในโครงสร้างศาสนสถานของเขต ข้อมูลดังกล่าวสำคัญมาก เพราะลาดกระบังเป็นเขตกว้างที่มีวัดหลายแห่งกระจายตามชุมชน คลอง ถนน และพื้นที่เกษตรกรรมเดิม วัดพลมานีย์จึงเป็นหนึ่งในวัดที่ช่วยประกอบภาพทางวัฒนธรรมของลาดกระบังให้ครบถ้วน
เมื่อมองในบริบทพื้นที่ วัดพลมานีย์อยู่ในย่านทับยาวซึ่งเชื่อมต่อกับหัวตะเข้ หลวงแพ่ง ถนนประชาพัฒนา และถนนลาดกระบัง พื้นที่นี้มีทั้งชุมชนเก่า ตลาดนัด โรงเรียน โรงงาน ที่พักอาศัย และพื้นที่ค้าขายริมถนน การเดินทางผ่านย่านวัดพลมานีย์จึงทำให้เห็นความหลากหลายของลาดกระบังในระยะสั้น ๆ ตั้งแต่คลองเก่า ชุมชนวัด ตลาดนัดหน้าวัด ร้านอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงถนนสมัยใหม่และเส้นทางไปสนามบิน
วัดพลมานีย์ยังมีบรรยากาศวัดชุมชนที่เหมาะกับการทำบุญแบบไม่เร่งรีบ ผู้มาเยือนสามารถกราบพระประธานในพระอุโบสถ เดินชมพื้นที่ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ริมคลอง และพื้นที่กิจกรรมชุมชน หากต้องการเข้าใจวัดให้ครบ ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ไม่ควรมาเพียงถ่ายภาพแล้วออกไป เพราะวัดแห่งนี้มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับผู้สร้างวัด ชื่อวัด คลอง โรงเรียน และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ลาดกระบังอย่างชัดเจน
พื้นที่ริมคลองของวัดเป็นอีกจุดที่ควรสังเกต เพราะช่วยทำให้เห็นตัวตนของวัดพลมานีย์ได้ชัดเจน วัดริมคลองในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีบทบาทต่างจากวัดในเมืองชั้นใน เพราะชุมชนจำนวนมากเติบโตจากคลองและพื้นที่เกษตรกรรม ผู้มาเยือนที่ยืนมองคลองประเวศบุรีรมย์จากบริเวณวัดจะเข้าใจว่าทำไมวัดจึงตั้งอยู่ตรงจุดนี้ และทำไมชื่อของวัดหลายแห่งในลาดกระบังจึงผูกกับคลอง ทุ่งนา บึง และวิถีทำกินของคนท้องถิ่น
ตลาดนัดและร้านอาหารรอบวัดพลมานีย์ช่วยเสริมบรรยากาศชุมชนให้เด่นขึ้น บริเวณใกล้วัดมีร้านอาหารในกลุ่มตลาดนัดวัดพลมานีย์และถนนหลวงแพ่งหลายร้าน เช่น ร้านราดหน้ายอดผัก ร้านลาบ ร้านหมูกรอบ ร้านตำนัว และร้านอาหารจานเดียวในย่านตลาดวัด การมีร้านเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถจัดทริปไหว้พระแล้วแวะรับประทานอาหารท้องถิ่นต่อได้สะดวก และยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนรอบวัดไปพร้อมกัน
เมื่อเปรียบเทียบกับวัดสำคัญอื่นในเขตลาดกระบัง วัดพลมานีย์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน วัดขุมทองเด่นเรื่องหลวงพ่อขาว ชื่อวัดไฟไหม้ และประเพณีตักบาตรเรือบก วัดราชโกษาเด่นเรื่องประวัติพระยาเพชรพิไชยและหลวงพ่อดำ วัดบำรุงรื่นเด่นเรื่องวัดคลองสามและความสัมพันธ์กับคลองสามประเวศน์ วัดปากบึงเด่นเรื่องหลวงพ่อเพชรและชุมชนร่มเกล้า ส่วนวัดพลมานีย์เด่นเรื่องวัดใหม่กำนันพล ชื่อวัดที่มาจากผู้สร้าง ที่ตั้งริมคลองประเวศบุรีรมย์ และบทบาทของโรงเรียนวัดพลมานีย์ในพื้นที่วัด
สถานที่ใกล้วัดพลมานีย์สามารถเชื่อมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้หลายจุด ตลาดเก่าหัวตะเข้และชุมชนหัวตะเข้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินชมบ้านไม้ริมคลอง ร้านกาแฟ งานศิลปะ และบรรยากาศชุมชนเก่า วัดสุทธาโภชน์เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติชุมชนมอญลาดกระบังและวัดเก่าริมคลอง วัดหัวคู้ วัดลาดกระบัง และวัดราชโกษาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อเส้นทางไหว้พระในลาดกระบังให้ครบขึ้น
ชุมชนหัวตะเข้เป็นจุดเที่ยวที่ควรจับคู่กับวัดพลมานีย์ เพราะอยู่ในเขตลาดกระบังและมีความสัมพันธ์กับคลองประเวศบุรีรมย์เช่นเดียวกัน ตลาดเก่าหัวตะเข้มีลักษณะเป็นตลาดไม้ริมคลองอายุกว่า 100 ปี มีร้านอาหาร คาเฟ่ งานศิลปะ พื้นที่เวิร์กช็อป และบรรยากาศชุมชนที่ยังรักษาเสน่ห์ของย่านเก่าไว้ การไปวัดพลมานีย์ในช่วงเช้าแล้วต่อหัวตะเข้ช่วงสายหรือบ่ายจึงเป็นเส้นทางที่เหมาะกับผู้ที่อยากเห็นลาดกระบังแบบลึกและไม่ซ้ำกับแหล่งท่องเที่ยวหลักของกรุงเทพฯ
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ชุมชน วัดพลมานีย์ควรถูกมองเป็นหลักฐานของการเกิดวัดจากแรงศรัทธาของคนท้องถิ่น ไม่ใช่วัดที่สร้างขึ้นจากราชสำนักหรือโครงการขนาดใหญ่ จุดเริ่มต้นจากกำนันพลและนางบุญมา แสงหิรัญ ทำให้วัดมีความเป็นชุมชนสูงมาก ชื่อวัดเองยังทำหน้าที่บอกเล่าผู้สร้างและเจตนารมณ์ของการอุทิศที่ดิน เมื่อรวมกับบทบาทของโรงเรียนและคลอง วัดพลมานีย์จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เก็บความทรงจำของชุมชนไว้หลายชั้น
สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือนวัดพลมานีย์คือกราบพระประธานในพระอุโบสถด้วยความสำรวม เดินชมอาคารเสนาสนะในพื้นที่วัด มองความสัมพันธ์ของวัดกับคลองประเวศบุรีรมย์ และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รอบวัดจากชุมชนเกษตรกรรมสู่ชุมชนเมือง หากมีงานบุญหรือกิจกรรมของวัด ควรเข้าร่วมอย่างเหมาะสมและให้เกียรติพระสงฆ์กับชาวบ้าน เพราะวัดยังเป็นพื้นที่ใช้งานจริง ไม่ใช่สถานที่จัดฉากเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดังภายในพระอุโบสถและพื้นที่สวดมนต์ ไม่สัมผัสพระพุทธรูปหรือสิ่งของภายในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรเคารพพื้นที่ส่วนสงฆ์ โดยเฉพาะกุฏิสงฆ์และพื้นที่ที่ไม่เปิดสำหรับบุคคลทั่วไป หากต้องการถ่ายภาพภายในอาคารหรือใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ควรขออนุญาตและสำรวมกิริยา การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยให้การท่องเที่ยววัดชุมชนเป็นการร่วมดูแลพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมกัน
การเดินทาง ไปวัดพลมานีย์สามารถใช้ถนนประชาพัฒนา ถนนหลวงแพ่ง ถนนลาดกระบัง ถนนร่มเกล้า และเส้นทางเชื่อมจากถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังได้ หากขับรถส่วนตัวให้ตั้งจุดหมายไปยังวัดพลมานีย์ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง หรือโรงเรียนวัดพลมานีย์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ผู้ที่เดินทางจากโซนสนามบินสุวรรณภูมิสามารถเชื่อมเข้าสู่ถนนลาดกระบังและถนนหลวงแพ่งได้สะดวก ส่วนผู้ที่มาจากตัวเมืองกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์เข้าสู่ลาดกระบัง แล้วต่อเข้าถนนท้องถิ่นในพื้นที่ทับยาว
ผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถเลือกเส้นทางรถโดยสารที่ผ่านป้ายวัดพลมานีย์และย่านลาดกระบัง โดยข้อมูลขนส่งสาธารณะล่าสุดระบุว่าป้ายวัดพลมานีย์ให้บริการโดยสาย 1-73R และ 1-47 (143) ซึ่งเชื่อมกับพื้นที่ร่มเกล้า มีนบุรี และลาดกระบัง ผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทางสามารถใช้สถานีลาดกระบังหรือจุดเชื่อมต่อแอร์พอร์ตเรลลิงก์ลาดกระบังเป็นจุดเริ่ม แล้วต่อแท็กซี่ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นเข้าสู่วัดตามความสะดวก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดพลมานีย์คือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการกราบพระ เดินชมวัด และแวะชุมชนใกล้เคียง หากเดินทางในวันพระ วันหยุด หรือช่วงที่วัดมีงานบุญ ควรเผื่อเวลาเรื่องการจราจรและที่จอดรถ เพราะวัดชุมชนในย่านลาดกระบังอาจมีรถเข้าออกหนาแน่นกว่าวันปกติ การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้น
วัดพลมานีย์เป็นวัดที่มีคุณค่าในฐานะวัดชุมชนเก่า ไม่ได้โดดเด่นด้วยความใหญ่โตแบบวัดท่องเที่ยวหลัก แต่โดดเด่นด้วยประวัติการสร้างโดยผู้นำท้องถิ่น ชื่อวัดที่มีความหมายเฉพาะ ที่ตั้งริมคลองประเวศบุรีรมย์ พระประธานจำลองพระพุทธชินราช บทบาทของโรงเรียนวัดพลมานีย์ และความสัมพันธ์กับชุมชนทับยาว ผู้ที่มาเยือนด้วยความตั้งใจจะพบว่าวัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ช่วยเล่าเรื่องลาดกระบังในฐานะพื้นที่วัฒนธรรม ศาสนา และชุมชนของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดพลมานีย์ |
| ที่ตั้ง | แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร |
| ที่อยู่ | 22 หมู่ 2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 |
| พิกัด | ละติจูด 13.722417, ลองจิจูด 100.798222 |
| ไฮไลต์ | วัดราษฎร์เก่าแก่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งเหนือ พระประธานจำลองพระพุทธชินราชปางมารวิชัย ประวัติวัดใหม่กำนันพล ชื่อวัดที่มาจากนายพลและนางบุญมา แสงหิรัญ และโรงเรียนวัดพลมานีย์ในพื้นที่วัด |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2462 โดยนายพล แสงหิรัญ และนางบุญมา แสงหิรัญ เดิมเรียกว่าวัดใหม่กำนันพล ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2466 และมีข้อมูลวิสุงคามสีมาในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2534 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดพลมานีย์มาจากการนำชื่อนายพลและนางบุญมา ผู้สร้างวัด มารวมกันแล้วเติมคำว่า นีย์ ต่อท้าย เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้สร้างวัด |
| พื้นที่วัด | ที่ดินก่อสร้างเสนาสนะ 12 ไร่ 1 งาน 91 ตารางวา และที่ดินธรณีสงฆ์ปัจจุบัน 82 ไร่ 1 งาน 98 ตารางวา หลังมีการตัดผ่านของถนนทางด่วนสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี |
| ลักษณะพื้นที่ | พื้นที่ราบลุ่มริมคลองประเวศบุรีรมย์ เดิมชุมชนประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงปลา และทำสวน ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนเปลี่ยนเป็นชุมชนเมืองและโรงงานอุตสาหกรรม |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระอุโบสถ พระประธานจำลองพระพุทธชินราชปางมารวิชัย กุฏิสงฆ์ 7 หลัง หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ 2 หลัง พื้นที่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ และโรงเรียนวัดพลมานีย์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ทำบุญ พื้นที่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ พื้นที่เชื่อมโยงโรงเรียนวัดพลมานีย์ และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | การไหว้พระประธาน การทำบุญวันพระ การถวายสังฆทาน การสวดมนต์ งานกฐิน งานบวช งานบุญประจำปี และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนทับยาว |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูเกษมสุทธิคุณ |
| บทบาทด้านการศึกษา | วัดมีประวัติการเปิดสอนพระปริยัติธรรม และมีโรงเรียนวัดพลมานีย์ วิมลชินวัตรอุปถัมภ์ ตั้งอยู่ในที่ดินของวัด |
| การเดินทาง | ใช้ถนนประชาพัฒนา ถนนหลวงแพ่ง ถนนลาดกระบัง ถนนร่มเกล้า หรือเส้นทางเชื่อมจากถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ รถรับจ้างท้องถิ่น และรถโดยสารที่ผ่านป้ายวัดพลมานีย์ |
| ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง | ป้ายวัดพลมานีย์ให้บริการโดยสาย 1-73R และ 1-47 (143) และสามารถเชื่อมต่อจากสถานีลาดกระบังหรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์ลาดกระบังด้วยรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ ศาสนสถาน โรงเรียนวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชนในเขตลาดกระบัง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำสาธารณะ พื้นที่ทำบุญ ศาลาการเปรียญ และทางเข้าที่รองรับการเข้าถึงของผู้พิการ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดหัวคู้ ประมาณ 3 กม. 2. ตลาดเก่าหัวตะเข้ ประมาณ 4 กม. 3. ชุมชนหัวตะเข้ ประมาณ 4 กม. 4. วัดสุทธาโภชน์ ประมาณ 4 กม. 5. วัดลาดกระบัง ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ราดหน้ายอดผักเอ็มไพร์ หน้ามินิบิ๊กซีหลวงแพ่ง 1 วัดพลมานีย์ ประมาณ 1 กม. โทร. 094-547-8444 2. ลาบหลังเซเว่น ตลาดนัดวัดพลมานีย์ ประมาณ 1 กม. โทร. 093-137-2765 3. หมูกรอบเฮียกุ้น ตลาดวัดพลมานีย์ ประมาณ 1 กม. โทร. 066-146-9626 4. ข้าวหมูแดง บะหมี่เกี๊ยว สาขา 1 หน้าตลาดนัดวัดพลมานีย์ ประมาณ 1 กม. โทร. 086-865-6564 5. ร้านตำนัวลาดกระบัง ประมาณ 2 กม. โทร. 081-899-7001 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Canalis Suvarnabhumi Airport Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 02-327-1555 / 096-941-6656 / 082-547-9396 2. Gold Airport Suites ประมาณ 4 กม. โทร. 099-285-1953 3. Pongsakorn Boutique Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 02-077-4537 4. Golden Jade Suvarnabhumi ประมาณ 7 กม. โทร. 094-968-8585 / 02-181-2525 5. Divalux Resort & Spa Bangkok Suvarnabhumi Airport ประมาณ 13 กม. โทร. 02-172-8999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพลมานีย์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพลมานีย์ตั้งอยู่เลขที่ 22 หมู่ 2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 อยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ฝั่งเหนือในพื้นที่ลาดกระบังฝั่งตะวันออก
ถาม: วัดพลมานีย์เดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดพลมานีย์เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดใหม่กำนันพล เพราะสร้างโดยนายพล แสงหิรัญ ซึ่งเป็นกำนันตำบลลาดกระบัง พร้อมด้วยนางบุญมา แสงหิรัญ
ถาม: ชื่อวัดพลมานีย์มีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดพลมานีย์มาจากการนำชื่อนายพลและนางบุญมา ผู้สร้างวัด มารวมกันแล้วเติมคำว่า นีย์ ต่อท้าย เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้สร้างวัด
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดพลมานีย์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ พระประธานจำลองพระพุทธชินราชปางมารวิชัย กุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ พื้นที่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ และโรงเรียนวัดพลมานีย์
ถาม: วัดพลมานีย์เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดพลมานีย์เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เจ้าอาวาสวัดพลมานีย์ปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดพลมานีย์ปัจจุบันคือพระครูเกษมสุทธิคุณ
ถาม: เดินทางไปวัดพลมานีย์ได้อย่างไร?
ตอบ: เดินทางได้โดยใช้ถนนประชาพัฒนา ถนนหลวงแพ่ง ถนนลาดกระบัง ถนนร่มเกล้า หรือเส้นทางเชื่อมจากถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง หากใช้รถโดยสารสามารถใช้ป้ายวัดพลมานีย์ซึ่งมีสาย 1-73R และ 1-47 (143) ผ่านพื้นที่
ถาม: เที่ยววัดพลมานีย์ร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดหัวคู้ ตลาดเก่าหัวตะเข้ ชุมชนหัวตะเข้ วัดสุทธาโภชน์ และวัดลาดกระบังได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




