หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.พระนคร >ต.พระบรมมหาราชวัง > ข้าวกระยาคู วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ
TL;DR: ข้าวกระยาคู วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ. จุดเด่นคือ เนื้อขนมมีสีเขียวอ่อนจากน้ำใบเตยและข้าวอ่อน กวนจนเหนียวข้น เนื้อนุ่มละมุน ราดด้วยหัวกะทิรสเค็มเล็กน้อย และตกแต่งด้วยมะพร้าวอ่อนกับงาดำคั่ว.

กรุงเทพมหานคร

ข้าวกระยาคู วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ

ข้าวกระยาคู วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ

ข้าวกระยาคู วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ ถือได้ว่าเป็นขนมชาววังไทยโบราณที่ใช้ข้าวอ่อนที่ยังเป็นระยะน้ำนม และเปลือกมีสีเขียวอ่อน คั้นออกมาเป็นน้ำ หรือใช้แป้งข้าวเจ้าเคี่ยวกับน้ำใบเตยคั้นสดจนเนื้อเหนียวข้นสีเขียวอ่อน จากนั้นราดด้วยหัวกะทิรสเค็มเล็กน้อย และใส่เครื่องธัญพืชหรือมะพร้าวอ่อนเพิ่มได้
 
ขนมไทย ขนมโบราณ ขนมหวานไทย นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน โดยมีสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง ขนมไทยดั้งเดิม ขนมโบราณ นั้นจะมีส่วนผสมคือ แป้ง, กะทิ และน้ำตาล เท่านั้น
 
โดยในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่า งานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร โดยส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาสวยงาม และมีความประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม
 
ส่วนผสม
- แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
- แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
- กะทิเข้มข้นปานกลาง 4 ถ้วยตวง
- รวงข้าวเจ้าที่กำลังมีน้ำนม (ข้าวที่เกสรร่วงแล้ว รวงข้าวจะก้มลง) 
- มะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้นสำหรับตกแต่ง 
- งาดำคั่วสำหรับโรย 
- น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
- เกลือป่นหยาบ1 ช้อนชา
- น้ำใบเตย  6 ถ้วยตวง
 
วิธีทำขนมไทย ข้าวกระยาคู (สูตรขนมไทย)
1. ขั้นตอนแรกเลือกใบข้าวออก ล้างให้สะอาด ใช้กรรไกรตัดเอาแต่เมล็ดข้าวตวงให้ได้ 1 ถ้วยตวง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด จากนั้นใส่น้ำใบเตยผสมกับข้าวที่โขลกไว้ คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
 
 2. จากนั้นผสมเกลือป่น น้ำตาลทราย กะทิ แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อมคนให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมข้อที่ 2 คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง
 
3. ขั้นตอนสุดท้ายใส่ส่วนผสมลงในกระทะทอง ยกขึ้นไฟอ่อน กวนไปเรื่อย ๆ จนข้นเหนียว เตรียมตักใส่ภาชนะ พักไว้ให้เย็น ตกแต่งด้วยมะพร้าวอ่อน โรยงาดำคั่ว พร้อมรับประทาน
 
ชื่อขนมข้าวกระยาคู
ประเภทขนมไทยโบราณ ขนมชาววัง ขนมจากข้าวอ่อน และขนมกวน
ประวัติความเป็นมาข้าวกระยาคูเป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ข้าวอ่อนในระยะน้ำนม ซึ่งเป็นช่วงที่เมล็ดข้าวยังอ่อน เปลือกมีสีเขียวอ่อน และมีน้ำแป้งหอมละมุนอยู่ภายใน เดิมเป็นขนมที่ผูกพันกับวิถีเกษตรกรรมไทยและฤดูกาลข้าว เพราะต้องใช้รวงข้าวที่อยู่ในช่วงเหมาะสมเท่านั้น จึงถือเป็นขนมที่สะท้อนภูมิปัญญาการใช้วัตถุดิบตามธรรมชาติและความละเอียดอ่อนของครัวไทยโบราณ
ความสำคัญทางวัฒนธรรมเป็นขนมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างข้าวกับวิถีชีวิตไทย แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความกตัญญูต่อผืนนา และภูมิปัญญาการนำข้าวอ่อนมาทำเป็นของหวานที่มีคุณค่า
ลักษณะเด่นเนื้อขนมมีสีเขียวอ่อนจากน้ำใบเตยและข้าวอ่อน กวนจนเหนียวข้น เนื้อนุ่มละมุน ราดด้วยหัวกะทิรสเค็มเล็กน้อย และตกแต่งด้วยมะพร้าวอ่อนกับงาดำคั่ว
รสชาติหวานละมุน หอมใบเตย หอมข้าวอ่อน มันกะทิ และมีรสเค็มอ่อน ๆ ช่วยตัดรสให้กลมกล่อม
เนื้อสัมผัสเนียน เหนียวข้น นุ่มลื่น คล้ายขนมกวนที่มีความละมุนจากกะทิและแป้งข้าวเจ้า
วัตถุดิบหลักรวงข้าวเจ้าระยะน้ำนม แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม กะทิ น้ำใบเตย น้ำตาลทราย เกลือ มะพร้าวอ่อน และงาดำคั่ว
ส่วนผสมตามสูตรแป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง, แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ, กะทิเข้มข้นปานกลาง 4 ถ้วยตวง, รวงข้าวเจ้าที่กำลังมีน้ำนม, น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง, เกลือป่นหยาบ 1 ช้อนชา, น้ำใบเตย 6 ถ้วยตวง, มะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้น และงาดำคั่วสำหรับโรย
การเลือกข้าวอ่อนควรใช้รวงข้าวเจ้าที่อยู่ในระยะน้ำนม หลังเกสรข้าวร่วงและรวงเริ่มก้มลง เมล็ดข้าวยังอ่อน มีสีเขียวอ่อน และเมื่อนำมายีหรือโขลกจะให้กลิ่นหอมอ่อนของข้าวสด
วิธีเตรียมข้าวอ่อนเลือกใบข้าวออก ล้างรวงข้าวให้สะอาด ใช้กรรไกรตัดเอาเฉพาะเมล็ดข้าวให้ได้ประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำใบเตยลงไป คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
วิธีผสมแป้งผสมเกลือป่น น้ำตาลทราย กะทิ แป้งข้าวเจ้า และแป้งเท้ายายม่อมให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำข้าวอ่อนผสมน้ำใบเตยที่กรองไว้ คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งเพื่อให้เนื้อขนมเนียน
วิธีกวนขนมใส่ส่วนผสมลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน แล้วกวนอย่างต่อเนื่องจนส่วนผสมข้นเหนียว เนื้อเนียน และสุกทั่ว จากนั้นตักใส่ภาชนะ พักให้เย็นก่อนตกแต่ง
เครื่องตกแต่งมะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้นและงาดำคั่ว ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม สีสัน และเนื้อสัมผัสให้ขนมน่ารับประทานมากขึ้น
เทคนิคสำคัญต้องใช้ไฟอ่อนและกวนต่อเนื่องเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อนหรือไหม้ก้นกระทะ การกรองส่วนผสม 2 ครั้งช่วยให้เนื้อขนมละเอียด นุ่ม และเนียนขึ้น
จุดที่ต้องระวังหากใช้ไฟแรงเกินไป ขนมจะไหม้หรือจับตัวเป็นก้อนเร็วเกินไป หากกวนไม่ต่อเนื่องเนื้อขนมจะไม่เนียน และหากใช้ข้าวที่แก่เกินไป กลิ่นและเนื้อสัมผัสจะไม่ละมุนเท่าข้าวอ่อนระยะน้ำนม
วิธีเสิร์ฟตักใส่ถ้วยหรือภาชนะขนมไทย ราดหัวกะทิรสเค็มอ่อน ๆ แล้วโรยมะพร้าวอ่อนและงาดำคั่ว รับประทานได้ทั้งแบบอุ่นหรือเย็น
โอกาสที่นิยมทำงานบุญ งานประเพณีเกี่ยวกับข้าว งานขนมไทยโบราณ และช่วงฤดูที่มีข้าวอ่อนระยะน้ำนม
ระดับความยากปานกลางถึงยาก เพราะต้องเลือกข้าวอ่อนให้เหมาะสม กรองส่วนผสมให้เนียน และกวนด้วยไฟอ่อนอย่างต่อเนื่อง
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ข้าวกระยาคูคืออะไร?
ตอบ: ข้าวกระยาคูเป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากข้าวอ่อนระยะน้ำนม หรือใช้แป้งข้าวเจ้าเคี่ยวกับน้ำใบเตยและกะทิจนเนื้อเหนียวข้น มีสีเขียวอ่อน หอมข้าวอ่อนและใบเตย มักราดกะทิและโรยมะพร้าวอ่อนกับงาดำคั่ว
 
ถาม: ข้าวอ่อนระยะน้ำนมคืออะไร?
ตอบ: ข้าวอ่อนระยะน้ำนมคือเมล็ดข้าวที่ยังไม่แก่เต็มที่ เปลือกยังมีสีเขียวอ่อน ภายในเมล็ดมีน้ำแป้งหอมละมุน เมื่อนำมาโขลกและคั้นจะได้รสและกลิ่นเฉพาะตัวของข้าวสด
 
ถาม: ถ้าไม่มีข้าวอ่อน สามารถทำข้าวกระยาคูได้ไหม?
ตอบ: สามารถทำได้โดยใช้แป้งข้าวเจ้าเคี่ยวกับน้ำใบเตย กะทิ น้ำตาล และแป้งเท้ายายม่อม แต่รสและกลิ่นจะต่างจากสูตรที่ใช้ข้าวอ่อนระยะน้ำนมจริง
 
ถาม: ทำไมข้าวกระยาคูจึงมีสีเขียวอ่อน?
ตอบ: สีเขียวอ่อนมาจากน้ำใบเตยและน้ำที่ได้จากการคั้นข้าวอ่อน เมื่อนำมากวนกับแป้งและกะทิจะได้สีอ่อนละมุนตามแบบขนมไทยโบราณ
 
ถาม: เคล็ดลับให้ข้าวกระยาคูเนื้อเนียนคืออะไร?
ตอบ: ควรกรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบางอย่างน้อย 2 ครั้ง ใช้ไฟอ่อน และกวนอย่างต่อเนื่องจนแป้งสุก เนื้อขนมจะเนียน เหนียวข้น และไม่จับตัวเป็นก้อน
 
ถาม: ข้าวกระยาคูนิยมรับประทานกับอะไร?
ตอบ: นิยมรับประทานกับหัวกะทิรสเค็มอ่อน ๆ มะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้น และงาดำคั่ว เพื่อเพิ่มความหอมมันและเนื้อสัมผัส
 
ถาม: ข้าวกระยาคูเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมข้าวอย่างไร?
ตอบ: ข้าวกระยาคูสะท้อนวิถีชีวิตไทยที่ให้ความสำคัญกับข้าวและฤดูกาลเก็บเกี่ยว เป็นขนมที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และภูมิปัญญาการใช้ข้าวในระยะต่าง ๆ มาทำอาหาร
 
ถาม: ข้าวกระยาคูควรรับประทานแบบร้อนหรือเย็น?
ตอบ: รับประทานได้ทั้งแบบอุ่นและเย็น หากรับประทานแบบอุ่นจะได้กลิ่นหอมของข้าวอ่อนและใบเตยชัดขึ้น ส่วนแบบเย็นจะให้ความสดชื่นและเนื้อสัมผัสแน่นขึ้นเล็กน้อย

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทยกลุ่ม: ●ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
วัด วัด(72/430)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)
ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)