หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.พระนคร >ต.บ้านพรานถม > วัดปรินายกวรวิหาร
TL;DR: วัดปรินายกวรวิหาร อยู่ที่1 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 เปิดทุกวัน เวลา 05:00 – 20:00.
วัดปรินายกวรวิหาร
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05:00 – 20:00
วัดปรินายกวรวิหาร เป็นวัดในกรุงเทพฯ ที่หลายคนเดินผ่านย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศและถนนราชดำเนินนอกแล้วอาจยังไม่ทันได้ “หยุดดู” ทั้งที่วัดนี้มีเรื่องเล่าของเมืองซ่อนอยู่แน่นมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่วัดกับคลองบางลำภู และจุดเปลี่ยนสำคัญตอนรัชกาลที่ 5 ที่การตัดถนนราชดำเนินนอกกินพื้นที่วัดไปจนต้องสร้างพระอุโบสถใหม่ในตำแหน่งที่เห็นในปัจจุบัน ถ้าคุณชอบเที่ยวกรุงเทพแบบเดินเมืองเก่า แล้วอยากได้ทั้งบรรยากาศสงบแบบวัดชุมชนและประวัติศาสตร์เมืองแบบอ่านจากสถานที่จริง วัดปรินายกวรวิหารเป็นหมุดที่คุ้มเวลาและคุ้มระยะเดินมาก
ทำเลของวัดอยู่แถวบ้านพานถม ใกล้โซนผ่านฟ้าและแนวบางลำพู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ “ประวัติศาสตร์เมือง” กับ “ชีวิตประจำวัน” ซ้อนทับกันอยู่เสมอ วัดนี้ตั้งติดชายคลองบางลำภูมาแต่เดิม ทำให้ที่ดินของวัดมีลักษณะเป็นแนวแคบยาวที่เรียกกันว่า “ที่ดินรูปชายธง” คือด้านหนึ่งเป็นแนวต้นธงติดคลอง ส่วนปลายธงทอดไปอีกด้านตามแนวที่ดินที่เคยกว้างขวางกว่าในปัจจุบัน ความเป็นชายธงนี้ทำให้เวลาเดินในวัด คุณจะสัมผัสได้ว่าพื้นที่ถูกจัดวางให้รองรับการใช้งานจริงของวัดเมืองหลวง มากกว่าจะเป็นวัดที่เน้นลานกว้างแบบวัดนอกเมือง และยิ่งพอรู้ว่าขอบเขตเดิมเคยกินพื้นที่ยาวตั้งแต่แถวถนนหลานหลวงตรงข้ามป้อมมหากาฬไปจนถึงแนวที่ตั้งวัดตอนนี้ ภาพในหัวจะยิ่งชัดว่า วัดปรินายกไม่ใช่แค่วัดหนึ่งวัด แต่เป็น “ชิ้นส่วนของผังเมืองเก่า” ที่เหลือร่องรอยให้เราอ่านอยู่
วัดปรินายกวรวิหารตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และในช่วงเริ่มต้น วัดมีชื่อเดิมว่า “วัดพรหมสุรินทร์” ซึ่งสอดคล้องกับชื่อของผู้สร้างวัด คือเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เพราะในวัยหนุ่มช่วงต้นรัชกาลที่ 2 ท่านเคยมีบรรดาศักดิ์เป็น “พระพรหมสุรินทร์” อยู่ช่วงหนึ่ง ทำให้ชื่อวัดในระยะแรกผูกกับตัวบุคคลและบรรดาศักดิ์อย่างตรงไปตรงมาแบบที่พบได้ในวัดหลายแห่งของกรุงเทพยุคต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อมองผ่านชื่อเดิม เราจะเห็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากฝาก “งานบุญ” ไว้เป็นรากของตระกูล และฝาก “พื้นที่ศรัทธา” ไว้ในย่านที่กำลังเติบโตตามแนวคลองสำคัญของเมือง
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าพระยาบดินทร์เดชามีศรัทธาปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นระยะ ๆ และมีแนวคิดจะขยายวัดให้กว้างขวางขึ้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชศรัทธาและพระราชทานบรมราชานุเคราะห์หลายด้าน พร้อมทั้งพระราชทานนามวัดว่า “วัดปรินายก” ชื่อใหม่ทำให้วัดเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นและสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับราชสำนักในยุคที่กรุงเทพกำลังจัดระเบียบเมืองและสังคมอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าพระยาบดินทร์เดชาถึงแก่อสัญกรรมใน พ.ศ. 2392 วัดก็ขาดผู้อุปถัมภ์หลัก ทำให้ทรุดโทรมลงเป็นเวลาประมาณ 50 ปี ช่วงเวลานี้สำคัญเพราะทำให้เราเห็น “ชีวิตจริงของวัดเมืองหลวง” ที่ไม่ได้เติบโตแบบเส้นตรง แต่ขึ้นลงตามแรงศรัทธาและระบบอุปถัมภ์ของยุคสมัย
จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2442 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อมีการตัดถนนราชดำเนินนอกและกินพื้นที่ของวัดไป เดิมพระอุโบสถตั้งอยู่ใกล้คลองบางลำภู แต่เมื่อถนนสายใหม่ตัดผ่าน ทำให้พระอุโบสถเดิมกลายเป็นอาคารที่ชิดแนวถนน จึงไม่เป็นที่สมควรแก่การรักษาสังฆกรรม พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอุโบสถใหม่ในบริเวณที่ห่างจากถนนเข้ามา ซึ่งก็คือตำแหน่งของพระอุโบสถที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน รายละเอียดนี้ทำให้การมาเที่ยววัดปรินายกมีมุมสนุกแบบ “เดินอ่านเมือง” เพราะเรากำลังเห็นผลของการวางผังเมืองในยุครัชกาลที่ 5 ผ่านการย้ายอาคารศักดิ์สิทธิ์ของวัดจริง ๆ ไม่ใช่แค่เล่าในหนังสือ
พระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่มีขนาดเล็กกว่าเดิม และเมื่อย้ายพระอุโบสถให้มาตั้งอยู่ในที่ปัจจุบัน ได้โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญ “พระสุรภีพุทธพิมพ์” ไปเป็นพระประธานในพระอุโบสถใหม่ พระสุรภีพุทธพิมพ์จึงกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาหลักของวัดปรินายกตั้งแต่นั้นมา หากคุณตั้งใจไปไหว้พระที่นี่ ลองใช้เวลาเงียบ ๆ สักพักหน้าพระประธาน จะรู้สึกได้ว่าวัดนี้ให้บรรยากาศสุขุมแบบวัดเมืองเก่าที่ไม่ได้เน้นความอลังการ แต่เน้นความเป็นระเบียบและความสงบ ซึ่งเข้ากับบริบทของราชดำเนินและย่านเมืองหลวงยุครัชกาลที่ 5 อย่างพอดี
นอกจากการอุปถัมภ์ในทางกายภาพ รัชกาลที่ 5 ยังให้อาราธนาเจ้าอาวาสที่มีความเข้มแข็งและเชี่ยวชาญงานปกครองมาจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ คือ “พระวิสุทธินายก” ให้มาเป็นเจ้าอาวาส และมีการพำนักในกุฏิแบบตึกหลังคาจีนที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น การได้ผู้นำทางสงฆ์ที่มีระบบการปกครองชัดเจน ทำให้พระอารามกลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อย งดงามขึ้น และมีสาธุชนเข้ามาสักการะเพิ่มขึ้น อีกทั้งวัดยังได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2443 ซึ่งเป็นหมุดหมายเชิงสถานะสำคัญของวัดในยุคนั้น สิ่งเหล่านี้ประกอบกันจนวัดปรินายกกลับมายืนในฐานะพระอารามหลวงที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง และตระกูลสิงหเสนีกับเครือญาติก็ยังอุปการะวัดในฐานะ “วัดต้นตระกูล” สืบต่อมาจนปัจจุบัน
ถ้าคุณอยากเที่ยวให้ได้อรรถรส วัดปรินายกเหมาะกับการเดินชมแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะรายละเอียดของวัดไม่ได้ตะโกนใส่สายตา แต่มาในรูปของ “ชั้นเวลา” ที่ซ้อนกันอยู่ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่ร่องรอยของวัดยุครัชกาลที่ 2 ความเฟื่องฟูและการได้รับนามใหม่ในรัชกาลที่ 3 ไปจนถึงการปรับตัวครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ 5 จากการตัดถนนราชดำเนินนอก ลองเดินโดยตั้งใจสังเกตแนวพื้นที่ว่าอะไรอยู่ “ชิดถนน” อะไรอยู่ “ร่นเข้ามา” และลองจินตนาการว่าหากถนนยังไม่ตัดผ่าน วัดจะมีหน้าตาและสัดส่วนต่างจากวันนี้แค่ไหน ความสนุกของวัดนี้จึงเป็นความสนุกแบบเมืองเก่า คือยิ่งรู้เรื่อง ยิ่งเห็นภาพ และยิ่งเดินช้า ยิ่งได้รายละเอียดกลับไปมากขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเดินชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแดดไม่แข็งเกิน และบรรยากาศย่านนี้จะดูละมุนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และสังเกตป้ายแนะนำในพื้นที่ จะช่วยให้การมาเยือนราบรื่น โดยเฉพาะบริเวณพระอุโบสถที่ผู้คนอาจเข้ามากราบไหว้และทำบุญอยู่ตลอดวัน หากคุณมาในวันที่อยากเที่ยวต่อ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สำหรับเดินเชื่อมไปยังจุดสำคัญรอบ ๆ ผ่านฟ้า ป้อมมหากาฬ และแนวราชดำเนิน เพราะทั้งหมดนี้อยู่ในระยะที่เดินถึงกันได้จริงและทำเป็นลูปได้สบายใน 1 วัน
การเดินทาง วัดปรินายกวรวิหารอยู่ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศและแนวถนนราชดำเนินนอก สามารถเดินเชื่อมจากโซนผ่านฟ้า–ป้อมมหากาฬได้สะดวก ถ้ามาด้วยรถเมล์ ผู้เดินทางมักอ้างอิงสาย 56, 35, 159 ที่ผ่านแนวราชดำเนิน–ผ่านฟ้า ส่วนการใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสามารถลง MRT สถานีสามยอด แล้ววางแผนเดินต่อเข้าย่านเมืองเก่าตามแนวถนนหลัก (ควรเผื่อเวลาเดินและอากาศ) หากขับรถมาเอง แนะนำเผื่อเวลาหาที่จอดในย่านเมืองเก่า และใช้การเดินเป็นหลักจะคล่องตัวที่สุด
| ชื่อสถานที่ | วัดปรินายกวรวิหาร |
| ที่ตั้ง | 1 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 |
| ลักษณะเด่น | พระอารามหลวงชั้นตรีใกล้ผ่านฟ้า, ที่ดินรูปชายธงติดคลองบางลำภู, เรื่องเล่าการตัดถนนราชดำเนินนอกจนต้องย้ายอุโบสถ, พระประธาน “พระสุรภีพุทธพิมพ์” |
| ยุคสมัย | รัตนโกสินทร์ตอนต้น (ตั้งวัดสมัยรัชกาลที่ 2) และมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2442 – 2443) |
| หลักฐาน/ประเด็นสำคัญ | เดิมชื่อวัดพรหมสุรินทร์ตามผู้สร้าง (เจ้าพระยาบดินทร์เดชา), รัชกาลที่ 3 พระราชทานนาม “วัดปรินายก”, รัชกาลที่ 5 ตัดถนนราชดำเนินนอกทำให้ต้องสร้างอุโบสถใหม่ และอัญเชิญ “พระสุรภีพุทธพิมพ์” เป็นพระประธานอุโบสถใหม่ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเดิม “วัดพรหมสุรินทร์” ตามบรรดาศักดิ์ของผู้สร้าง ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดปรินายก” |
| เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระพิพัฒน์จริยาลังการ (บุญชู เขมปุญฺโญ) |
| การเดินทาง | ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เดินเชื่อมโซนราชดำเนิน–ป้อมมหากาฬได้; รถเมล์ที่ผู้เดินทางมักอ้างอิง: 56, 35, 159; MRT สามยอดแล้วเดินต่อเข้าย่านเมืองเก่า (ควรเผื่อเวลาเดิน) |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชม |
| เบอร์ติดต่อวัด (ยืนยันได้) | 02-282-0880 |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้า |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีที่จอดรถและห้องน้ำสาธารณะ (ตามข้อมูลแหล่งรวมข้อมูลวัด) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทาง) | ป้อมมหากาฬ (ประมาณ 0.6 กม.) สะพานผ่านฟ้าลีลาศ (ประมาณ 0.7 กม.) วัดราชนัดดารามวรวิหาร – โลหะปราสาท (ประมาณ 1.2 กม.) วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) (ประมาณ 1.6 กม.) เสาชิงช้า (ประมาณ 2.0 กม.) ถนนข้าวสาร (ประมาณ 2.6 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี (ประมาณ 1.7 กม.) – 02-226-6666 เจ๊ไฝ (ประมาณ 1.9 กม.) – 02-223-9384 ครัวอัปษร (ถนนดินสอ) (ประมาณ 2.0 กม.) – 080-550-0310 ผัดไทยไฟทะลุ (ถนนดินสอ) (ประมาณ 2.2 กม.) – 089-811-1888 โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ เสาชิงช้า (ประมาณ 2.1 กม.) – 062-678-3003 มนต์นมสด (เสาชิงช้า) (ประมาณ 2.0 กม.) – 02-224-1147 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | Once Again Hostel (ประมาณ 1.8 กม.) – 092-620-5445 Villa De Pranakorn (ประมาณ 2.0 กม.) – 02-221-1122 Nouvo City Hotel (ประมาณ 2.9 กม.) – 02-282-7500 Chillax Resort (ประมาณ 3.0 กม.) – 02-629-4400 Riva Surya Bangkok (ประมาณ 3.4 กม.) – 02-633-5000 The Raweekanlaya Bangkok (ประมาณ 3.6 กม.) – 02-628-5999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดปรินายกวรวิหารอยู่แถวไหนของกรุงเทพฯ?
ตอบ: อยู่เลขที่ 1 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศและแนวถนนราชดำเนินนอก เดินเชื่อมโซนเมืองเก่าได้สะดวก
ถาม: วัดปรินายกวรวิหารมีจุดเด่นด้านประวัติศาสตร์อะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเรื่องเล่าการตัดถนนราชดำเนินนอกในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่กินพื้นที่วัดจนต้องสร้างพระอุโบสถใหม่ในตำแหน่งปัจจุบัน ทำให้เห็นมิติผังเมืองที่เปลี่ยนผังวัดจริง ๆ
ถาม: พระประธานของวัดปรินายกวรวิหารคือองค์ไหน?
ตอบ: พระประธานในพระอุโบสถใหม่คือ “พระสุรภีพุทธพิมพ์” ซึ่งอัญเชิญมาเป็นพระประธานเมื่อมีการย้ายและสร้างพระอุโบสถใหม่
ถาม: ทำไมวัดนี้เคยชื่อวัดพรหมสุรินทร์?
ตอบ: เพราะชื่อเดิมสัมพันธ์กับผู้สร้างวัดคือเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ซึ่งในช่วงหนึ่งของชีวิตรับราชการเคยมีบรรดาศักดิ์เป็น “พระพรหมสุรินทร์”
ถาม: ไปวัดปรินายกวรวิหารด้วยรถเมล์สายไหนได้บ้าง?
ตอบ: ผู้เดินทางมักอ้างอิงรถเมล์สาย 56, 35, 159 ที่ผ่านย่านราชดำเนิน–ผ่านฟ้า แล้วเดินเชื่อมเข้าวัดตามแนวถนนหลักได้
ถาม: ถ้าเที่ยวต่อจากวัดปรินายกวรวิหาร ควรไปที่ไหนใกล้ ๆ?
ตอบ: แนะนำป้อมมหากาฬ สะพานผ่านฟ้า วัดราชนัดดา–โลหะปราสาท วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) และเสาชิงช้า ซึ่งอยู่ในโซนเดินเที่ยวต่อเนื่องได้ในวันเดียว
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว





