หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ศรีภูมิ > ถั่วต้มอ้อย ขนมภาคเหนือ ขนมไทยภาคเหนือ
TL;DR: ถั่วต้มอ้อย ขนมภาคเหนือ ขนมไทยภาคเหนือ. จุดเด่นคือ ถั่วแดงต้มจนนุ่ม โขลกละเอียด แล้วกวนรวมกับน้ำอ้อยจนงวด ได้ขนมหวานเนื้อเนียน หอม และเข้มข้น.

เชียงใหม่

ถั่วต้มอ้อย ขนมภาคเหนือ ขนมไทยภาคเหนือ

ถั่วต้มอ้อย ขนมภาคเหนือ ขนมไทยภาคเหนือ

ถั่วต้มอ้อย ขนมภาคเหนือ ขนมไทยภาคเหนือ เป็นขนมหวานของชาวไทยอง เป็นขนมที่นิยมรับประทานในฤดูหนาว มีขายทั่วไปในท้องตลาดที่มีชาวไทยองอาศัยอยู่ เช่นเดียวกับงาตำอ้อยที่ปัจจุบันหาซื้อรับประทานยาก
 
ถั่วแดง เป็นธัญพืชที่คนไทยไทยรู้จักกันดี โดยมักพบถั่วแดงอยู่ในอาหารประเภทของหวาน เช่น ขนมปังไส้ถั่วแดง, ถั่วแดงต้มน้ำตาล, ถั่วแดงกวน หรือไอศกรีมถั่วแดง แต่นอกจากความอร่อย หวาน มัน ละมุนลิ้นแล้ว ถั่วแดงยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย
 
ส่วนผสม
- น้ำอ้อยป่น 600 กรัม
- ถั่วแดง 600กรัม
 
วิธีการทำ (สูตรอาหารเหนือ)
1. ขั้นตอนแรกล้างถั่วแดงให้สะอาด แช่น้ำพอท่วมไว้ จากนั้นทิ้งไว้ 1 คืน
 
2. นำถั่วแดงมาต้มจนนุ่ม จากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ โดยโขลกถั่วแดงให้ละเอียด
 
3. ต้มน้ำอ้อยป่น ใส่น้ำเล็กน้อย ต้มพอให้ละลาย จากนั้นใส่ถั่วแดงที่โขลกแล้วลงในน้ำอ้อย โดยคนให้เข้ากันตลอดเวลา จนกระทั่งน้ำอ้อยงวด ปิดไฟ
 
เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม ในฤดูที่มีเม็ดถั่วปี ควรใช้เม็ดถั่วปี จะอร่อยกว่าถั่วแดงมาก
 
ขนมไทยภาคเหนือ ขนมโบราณ นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ โดยวิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน และสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง ถั่วต้มอ้อยนับเป็นอาหารเหนืออร่อยๆ ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ
 
ประโยชน์ของถั่วแดงมีมากมายดังนี้
- ช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยในถั่วแดงจะมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และมีไฟเบอร์สูง ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดนี้มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ โดยในไฟเบอร์ของถั่วแดงนั้นเป็นไฟเบอร์ที่สามารถละลายในน้ำได้ เมื่อรับประทานเข้าไป และเกิดการย่อย ไฟเบอร์ในถั่วแดงจะมีลักษณะคล้ายกับเจลที่เคลือบไว้ในกระเพาะอาหาร โดยเจลนี้จะเข้าไปดักจับกับคอเลสเตอรอลและป้องกันไม่ให้ถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยป้องกันไม่ให้ระดับของคอเลสเตอรอลพุ่งสูง
 
- เสริมพลังงานแก่ร่างกาย แม้โดยทั่วไปแล้วเรามักจะพบโปรตีนได้ในเนื้อสัตว์ แต่ว่าถั่วแดงนั้นก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนที่สูงไม่แพ้กัน โดยสำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ หรือเป็นวีแกน ผู้ที่ต้องการทดแทนโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ ก็สามารถรับประทานถั่วแดงเพื่อรับโปรตีนได้ เช่นกัน ซึ่งโดยโปรตีนนี้เป็นสารอาหารที่จะช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย และเสริมสร้างการสร้างมวลกล้ามเนื้อ และกระดูกให้แข็งแรง และที่มากไปกว่านั้นถั่วแดงก็ยังมีแมงกานีส ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการเผาผลาญอาหารและไขมันเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานแก่ร่างกายอีกด้วย
 
- เสริมความจำ ถั่วแดงมี วิตามินบี 1 ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท และสมอง โดยถ้าร่างกายได้รับวิตามินบี 1 ในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายจะสามารถสร้าง แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่เป็นสารสื่อประสาทในสมอง ที่ทำหน้าที่สำคัญเพื่อช่วยเสริมสร้างสมาธิ เพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำ และลดความเสี่ยงของการเป็นอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) หรือ ภาวะความจำเสื่อม (Dementia)
 
- ดีต่อการลดน้ำหนัก อาหารกลุ่มธัญพืชประเภทถั่วนี้ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารเพื่อการลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะถั่วแดงที่มีไฟเบอร์สูง และไฟเบอร์ในถั่วแดงนั้นก็เป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งถือได้ว่าดีต่อการลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก โดยไฟเบอร์จะทำให้ร่างกายอิ่มได้นานขึ้น ลดความอยากอาหารมื้อต่อไป มากไปกว่านั้นถั่วแดงยังมีไขมันต่ำ จึงไม่ลดความเสี่ยงที่จะมีภาวะแคลอรี่สูงเกินพิกัดอีกด้วย เรียกได้ว่ากินเท่าไหร่แคลอรี่ก็ไม่พุ่ง โดยใครที่กำลังอยู่ระหว่างควบคุมอาหารหรือควบคุมแคลอรี่ล่ะก็ ไม่ควรพลาดที่จะเพิ่มถั่วแดงลงในมื้ออาหาร 
 
- ป้องกันความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง นั้นเป็นอาการทางสุขภาพที่มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ แต่การรับประทานถั่วแดงสามารถลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงได้ เพราะเนื่องจากถั่วแดงอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่ในการขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยให้เลือดสามารถไหลเวียนได้อย่างเป็นปกติ ไม่เกิดการอุดตันที่จะก่อให้เกิดความดันโลหิตสูง
 
- ขับสารพิษตามธรรมชาติ อาหารในปัจจุบันนั้นมักจะมีความเสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษสูง ซึ่งโดยเฉพาะสารพิษจำพวกซัลไฟต์ (sulfites) ที่อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ระบบทางเดินหายใจ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ หรือบางคนอาจมีอาการแพ้สารในกลุ่มซัลไฟต์ โดยอาจกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้กำเริบได้
 
อย่างไรก็ดี ในถั่วแดงมีสารที่ชื่อ โมลิบดีนัม (Molybdenum) โดยที่เมื่อรับประทานถั่วแดงเป็นประจำสารนี้จะมีสรรพคุณช่วยขับสารพิษในกลุ่มซัลไฟต์ออกจากร่างกายได้ มากไปกว่านั้นก็ยังช่วยทำความสะอาดลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งที่ลำไส้ได้อีกด้วย
 
ชื่อขนมถั่วต้มอ้อย
ประเภทขนมไทยภาคเหนือ / อาหารว่างภาคเหนือ / ขนมหวานพื้นบ้าน
กลุ่มวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องชาวไทยองในภาคเหนือ
ภูมิภาคภาคเหนือ
วัตถุดิบหลักถั่วแดงและน้ำอ้อยป่น
วัตถุดิบทางเลือกเม็ดถั่วปี เมื่อนำมาใช้ตามฤดูกาลจะให้รสชาติหอมมันและอร่อยกว่าถั่วแดงทั่วไป
ลักษณะเด่นถั่วแดงต้มจนนุ่ม โขลกละเอียด แล้วกวนรวมกับน้ำอ้อยจนงวด ได้ขนมหวานเนื้อเนียน หอม และเข้มข้น
รสชาติหวาน หอม มัน มีรสธรรมชาติของถั่วแดงและกลิ่นหอมจากน้ำอ้อย
เนื้อสัมผัสที่ดีเนื้อนุ่ม เนียน ข้นกำลังดี ไม่เหลว ไม่แห้งร่วน และไม่เป็นเม็ดแข็ง
ช่วงเวลาที่นิยมรับประทานนิยมรับประทานในฤดูหนาว
สถานะในปัจจุบันเป็นขนมพื้นบ้านที่ปัจจุบันหาซื้อรับประทานได้ยากกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะนอกพื้นที่ชุมชนไทยอง
คุณค่าทางโภชนาการของถั่วแดงถั่วแดงมีโปรตีน ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามินบี 1 โพแทสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ประโยชน์เด่นของถั่วแดงช่วยให้อิ่มนาน เสริมพลังงาน สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท มีไฟเบอร์สูง และเหมาะสำหรับเป็นวัตถุดิบในขนมหวานพื้นบ้าน
กรรมวิธีสำคัญแช่ถั่วแดง 1 คืน ต้มจนนุ่ม โขลกให้ละเอียด ละลายน้ำอ้อย แล้วกวนถั่วแดงกับน้ำอ้อยจนงวด
เวลาแช่ถั่วแดงประมาณ 1 คืน เพื่อให้ถั่วอิ่มน้ำและต้มให้นุ่มได้ง่ายขึ้น
วิธีปรุงต้ม โขลก และกวน
ระดับไฟที่เหมาะสมใช้ไฟอ่อนถึงไฟกลางขณะกวน เพื่อให้น้ำอ้อยค่อย ๆ งวดและไม่ไหม้ติดภาชนะ
การเสิร์ฟรับประทานเป็นขนมหวานหรืออาหารว่างพื้นบ้าน จะรับประทานขณะอุ่นหรือพักให้เย็นแล้วก็ได้
เคล็ดลับสำคัญควรต้มถั่วแดงให้นุ่มก่อนโขลก และกวนอย่างต่อเนื่องหลังใส่น้ำอ้อย เพื่อให้เนื้อขนมเนียนและไม่ไหม้
ข้อควรระวังหากต้มถั่วไม่นุ่ม ขนมจะมีเม็ดแข็ง หากกวนไม่พอ เนื้อจะเหลวและไม่เข้มข้น หากกวนไฟแรงเกินไป น้ำอ้อยจะไหม้และมีกลิ่นขม
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถั่วต้มอ้อยคืออะไร?
ตอบ: ถั่วต้มอ้อยเป็นขนมหวานพื้นบ้านภาคเหนือของชาวไทยอง ทำจากถั่วแดงต้มจนนุ่ม โขลกให้ละเอียด แล้วกวนรวมกับน้ำอ้อยจนงวด มีรสหวาน หอม มัน และเนื้อข้นเนียน
 
ถาม: ถั่วต้มอ้อยเป็นขนมของกลุ่มวัฒนธรรมใด?
ตอบ: ถั่วต้มอ้อยเป็นขนมหวานของชาวไทยองในภาคเหนือ นิยมรับประทานในฤดูหนาวและพบในพื้นที่ที่มีชุมชนไทยองอาศัยอยู่
 
ถาม: ทำไมถั่วต้มอ้อยจึงนิยมรับประทานในฤดูหนาว?
ตอบ: ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ขนมหวานพื้นบ้านที่ให้พลังงานและมีความหอมมันได้รับความนิยม ถั่วต้มอ้อยมีถั่วแดงและน้ำอ้อยเป็นวัตถุดิบหลัก จึงเหมาะสำหรับรับประทานเป็นอาหารว่างในช่วงอากาศเย็น
 
ถาม: วัตถุดิบหลักของถั่วต้มอ้อยมีอะไรบ้าง?
ตอบ: วัตถุดิบหลักมีเพียงถั่วแดงและน้ำอ้อยป่น โดยถั่วแดงให้ความมันและเนื้อสัมผัส ส่วนส่วนน้ำอ้อยให้ความหวานหอมและช่วยให้เนื้อขนมเข้ากันดี
 
ถาม: ทำไมต้องแช่ถั่วแดงไว้ 1 คืน?
ตอบ: การแช่ถั่วแดงไว้ 1 คืนช่วยให้ถั่วอิ่มน้ำ ต้มให้นุ่มได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลา และช่วยให้โขลกหรือกวนเป็นเนื้อเดียวกันได้ดีกว่าไม่แช่
 
ถาม: ต้องต้มถั่วแดงให้นุ่มแค่ไหนก่อนโขลก?
ตอบ: ควรต้มจนถั่วแดงนุ่มทั่วทั้งเมล็ด เมื่อนำขึ้นให้สะเด็ดน้ำแล้วโขลกจะได้เนื้อเนียน ไม่เป็นเม็ดแข็ง และช่วยให้กวนรวมกับน้ำอ้อยได้ง่าย
 
ถาม: น้ำอ้อยมีบทบาทอย่างไรในถั่วต้มอ้อย?
ตอบ: น้ำอ้อยให้รสหวานหอมตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มสีและกลิ่นเฉพาะตัวให้ขนม อีกทั้งช่วยประสานถั่วแดงที่โขลกแล้วให้เป็นเนื้อเดียวกันเมื่อกวนจนงวด
 
ถาม: กวนถั่วต้มอ้อยอย่างไรไม่ให้ไหม้?
ตอบ: ควรใช้ไฟอ่อนถึงไฟกลางและคนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังใส่ถั่วแดงลงในน้ำอ้อย เพราะน้ำตาลไหม้ง่าย หากหยุดคนนานเกินไปจะติดก้นภาชนะและเกิดกลิ่นขม
 
ถาม: ใช้ถั่วชนิดอื่นแทนถั่วแดงได้ไหม?
ตอบ: ในฤดูที่มีเม็ดถั่วปี สามารถใช้เม็ดถั่วปีแทนถั่วแดงได้ และตามสูตรพื้นบ้านถือว่าให้รสชาติอร่อยกว่าถั่วแดง เพราะมีกลิ่นและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว
 
ถาม: ถั่วต้มอ้อยในปัจจุบันหาซื้อยากหรือไม่?
ตอบ: ถั่วต้มอ้อยเป็นขนมพื้นบ้านที่ปัจจุบันหาซื้อได้ยากกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะนอกพื้นที่ชุมชนไทยองหรือพื้นที่ที่ยังรักษาการทำขนมพื้นบ้านภาคเหนือไว้
 
ถาม: ถั่วต้มอ้อยที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: ถั่วต้มอ้อยที่ดีควรมีเนื้อเนียน ข้นกำลังดี หอมถั่วแดงและน้ำอ้อย รสหวานมัน ไม่แห้งร่วน ไม่เหลว และไม่มีเม็ดถั่วแข็งปนอยู่
 
ถาม: ถั่วต้มอ้อยเก็บได้นานแค่ไหน?
ตอบ: ถั่วต้มอ้อยควรรับประทานภายในวันเดียวเพื่อให้ได้กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด หากต้องเก็บควรใส่ภาชนะปิดสนิทและแช่เย็น แต่เนื้อขนมอาจแน่นขึ้นเมื่อเย็นตัว

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือกลุ่ม: ●ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ

update iconปรับปรุงล่าสุด : 22 ชั่วโมงที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(8)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

พระราชวัง(2)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(43)

พิพิธภัณฑ์(24)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)

ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(79)

มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(17)

โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง(44)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(41)

ตลาดท้องถิ่น(14)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(16)

ดอย และภูเขา(21)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(26)

น้ำตก(43)

น้ำพุร้อน(12)

ถ้ำ(11)

แม่น้ำลำคลอง(6)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(14)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)

สนามกีฬา(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(19)

สวนน้ำ(2)

โรงละคร(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(10)

ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(6)

ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์(1)

มิชลิน ไกด์(23)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(15)

เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(30)

ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(17)