หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ศรีภูมิ > ขนมมันสำปะหลัง อาหารว่างภาคเหนือ ขนมไทย
TL;DR: ขนมมันสำปะหลัง อาหารว่างภาคเหนือ ขนมไทย. จุดเด่นคือ เนื้อขนมสีเหลืองใส หนึบนุ่ม หวานหอม และคลุกมะพร้าวขูดเค็มอ่อน ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ.
ขนมมันสำปะหลัง อาหารว่างภาคเหนือ ขนมไทย
ขนมมันสำปะหลัง อาหารว่างภาคเหนือ ขนมไทย หรือเข้าหนมมันต้าง อาหารของภาคเหนือ เป็นขนมไทยที่มักพบขายทั่วไปตามท้องตลาดในภาคเหนือ ใช้มันสำปะหลังโม่ให้ละเอียด ผสมกับน้ำตาลและเกลือ จากนั้นนำใส่ถาดนึ่ง พอสุกจะมีสีเหลืองและเป็นแป้งใสๆ ทิ้งไว้ให้เย็น ตัดเป็นชิ้นๆ คลุกกับมะพร้าวขูด
ขนมไทย ขนมโบราณ นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ โดยวิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน และสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง
ส่วนผสม
- มันสำปะหลัง ขูดฝอย 800 กรัม
- น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
- ใบเตยหอม 5 ใบ
- มะพร้าวทึนทึก 1 ลูกใหญ่
- เกลือ
- น้ำเปล่า หรือน้ำลอยดอกมะลิ หรือน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ (สูตรอาหารเหนือ)
1. อันดับแรกเรามาต้มน้ำใบเตย ซึ่งน้ำใบเตยใช้แทนน้ำเปล่า ไว้ใช้ในการผสมขนมมัน โดยวิธีการต้ม คือ เทน้ำเปล่าใส่ลงไปในหม้อ จากนั้นตามด้วยใบเตยที่ล้างสะอาด จากนั้นเปิดเตาไฟ ต้มใบเตยกับน้ำไปจนใบเตยส่งกลิ่นหอม ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน ก็ปิดไฟเตาได้ จากนั้นก็ให้เราหยิบมันสำปะหลังขึ้นมาหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 4 นิ้ว โดยปอกเปลือก แล้วคว้านเอาไส้กลางของมันที่เป็นเส้น ๆ แข็ง ๆ ออกให้หมด เสร็จแล้วก็นำไปล้างน้ำให้สะอาด และพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. เมื่อมันสะเด็ดน้ำดีแล้ว ต่อมาก็จะมาทำการขูดมันให้เป็นฝอย ๆ ละเอียด ๆ นะคะ ขูดมันจะมีลักษณะเหมือนแผ่นไม้หนา ๆ ขนาดสัก 20*30 ซม.
3. จากนั้นก็จะถึงขั้นตอนของการผสมขนมมันแล้ว ซึ่งก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเลย โดยแค่เทน้ำตาล และน้ำต้มใบเตยที่เราต้มไว้เมื่อสักครู่นี้ลงไปในกาละมังมัน โดยในตอนแรกให้เทน้ำลงไปประมาณสักครึ่งนึงก่อน จากนั้นแล้วก็นวดๆ ขยำ ๆ จนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด และนวดต่อไปอีกสัก 5 นาที ก็ค่อยเทน้ำส่วนที่เหลือลงไป
น้ำเปล่าที่ต้มแล้ว จาก 1 ถ้วย จะเหลือประมาณ 3/4 ถ้วย โดยยังไม่ต้องใส่น้ำหมดในคราวเดียว เพราะขึ้นอยู่กับมันที่ขูดออกมาด้วยว่ามีปริมาณน้ำมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจจะลองใส่น้ำไปสักครึ่งถ้วยก่อน จากนั้นเมื่อผสมเสร็จแล้วก็นึ่งสัก 2-3 ถ้วยให้สุก (โดยขั้นตอนนี้นึ่งเพื่อชิม) จากนั้นให้นำมาพักไว้จนอุ่น ๆ จากนั้นแล้วค่อยชิม โดยถ้ามีความรู้สึกว่าแข็งไป ค่อยเติมน้ำเพิ่มลงไป
4. จากนั้นก็เอาน้ำใส่ก้นซึ้งแล้วนำไปตั้งไฟ (ไฟกลาง) เพื่อให้น้ำเดือด ระหว่างรอน้ำเดือดก็ตักส่วนผสมขนมใส่ถ้วยไว้เตรียมรอนึ่ง ซึ่งถ้วยที่พิมใช้ก็คือ ใส่ถ้วยตะไลใบใหญ่ที่ไว้นึ่งขนมถ้วย หรือนึ่งแบบใส่ถาดอลูมิเนียมก็ได้อ่ะค่ะ โดยทั้งหมดไม่ต้องนึ่งถ้วยหรือถาดให้ร้อนก่อน แบบว่าหยิบถ้วยมา ก็ตักส่วนผสมขนมใส่ถ้วยได้เลย และพอน้ำในก้นซึ้งเดือดดีแล้ว ก็นำขนมไปนึ่ง สำหรับถ้วยประมาณนี้ใช้เวลานึ่ง 15 นาที แต่ถ้าถ้วยใหญ่กว่านี้ ก็ต้องเพิ่มเวลาไป หรือถ้าเป็นแบบเทส่วนผสมทั้งหมดใส่ถาดสี่เหลี่ยมใบเดียว ก็ให้นึ่งประมาณ 30 นาที และเมื่อนึ่งครบเวลาแล้ว เราก็จะได้ขนมมันออกมาหน้าตาอย่างในภาพนี่ ซึ่งขนมก็จะมีความใสตามลักษณะของมันสำปะหลังอ่ะค่ะ ระหว่างรอขนมเย็น ก็ให้เราขูดมะพร้าวทึนทึกด้วยมือแมวเป็นเส้น ๆ แล้วจากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 5 นาที พอนึ่งสุกก็นำมาเทใส่กาละมังใบย่อม ๆ หน่อย โรยเกลือป่นลงไป แล้วคลุกเคล้าเกลือกับมะพร้าวให้เข้ากัน ชิมมะพร้าวให้พอมีรสเค็มปะแหล่ม ๆ
5. ขั้นตอนสุดท้ายพอขนมมันของเราคลายความร้อนลง ก็ให้เราแคะขนมมันออกจากถ้วย ซึ่งใช้ปลายด้ามช้อนยาวแคะ เสร็จก็นำมาคลุกกับมะพร้าวขูดที่เราเตรียมไว้ (หากนึ่งแบบใส่ถาด รอให้ขนมมันเย็น เอามีดตัดขนมมันที่อยู่ในถาดเป็นชิ้นประมาณ 1*1 นิ้ว แล้วค่อยแซะขึ้นมาคลุกมะพร้าว) เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ
| ชื่อขนม | ขนมมันสำปะหลัง |
| ชื่อท้องถิ่น | เข้าหนมมันต้าง |
| ประเภท | ขนมไทยโบราณ / อาหารว่างพื้นบ้าน / ขนมไทยภาคเหนือ |
| วัตถุดิบหลัก | มันสำปะหลังขูดฝอย, น้ำตาลทรายขาว, ใบเตย, มะพร้าวทึนทึก, เกลือ และน้ำเปล่า น้ำลอยดอกมะลิ หรือน้ำมะพร้าวอ่อน |
| ลักษณะเด่น | เนื้อขนมสีเหลืองใส หนึบนุ่ม หวานหอม และคลุกมะพร้าวขูดเค็มอ่อน ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ |
| รสชาติ | หวาน หอมใบเตยหรือกลิ่นน้ำลอยดอกมะลิ และมีรสเค็มมันจากมะพร้าวขูด |
| เนื้อสัมผัสที่ดี | ควรมีความใส หนึบ นุ่ม ไม่แข็ง ไม่แฉะ และสามารถตัดหรือแคะออกจากถ้วยได้เป็นชิ้นสวย |
| กรรมวิธีสำคัญ | การขูดมันสำปะหลังให้ละเอียด การผสมน้ำตาลกับน้ำใบเตยให้พอดี และการนึ่งจนขนมสุกใส |
| น้ำที่ใช้ผสม | ใช้น้ำต้มใบเตย น้ำลอยดอกมะลิ หรือน้ำมะพร้าวอ่อน เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้ขนม |
| วิธีเตรียมมันสำปะหลัง | ปอกเปลือก หั่นเป็นท่อน คว้านไส้แข็งตรงกลางออก ล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วขูดเป็นฝอยละเอียด |
| เวลานวดส่วนผสม | ประมาณ 5 นาทีหลังน้ำตาลละลาย เพื่อให้มันสำปะหลัง น้ำตาล และน้ำใบเตยเข้ากันดี |
| วิธีปรุง | นึ่งในถ้วยตะไล ถ้วยขนม หรือถาดอลูมิเนียม |
| เวลานึ่งแบบถ้วย | ประมาณ 15 นาที หรือจนเนื้อขนมสุกใส |
| เวลานึ่งแบบถาด | ประมาณ 30 นาที แล้วพักให้เย็นก่อนตัดเป็นชิ้น |
| การเตรียมมะพร้าวคลุก | ขูดมะพร้าวทึนทึกเป็นเส้น นึ่งประมาณ 5 นาที แล้วคลุกเกลือให้มีรสเค็มอ่อน ๆ |
| การเสิร์ฟ | รอให้ขนมเย็นหรือคลายร้อนก่อนแคะออกจากถ้วยหรือตัดเป็นชิ้น แล้วนำไปคลุกมะพร้าวขูดก่อนเสิร์ฟ |
| เคล็ดลับสำคัญ | ไม่ควรเติมน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะมันสำปะหลังแต่ละหัวมีปริมาณน้ำต่างกัน ควรค่อย ๆ เติมและทดลองนึ่งเล็กน้อยเพื่อชิมเนื้อสัมผัสก่อน |
| ข้อควรระวัง | หากใส่น้ำน้อยเกินไป ขนมจะแข็ง หากใส่น้ำมากเกินไป ขนมจะนิ่มแฉะและไม่คงรูป |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ขนมมันสำปะหลังคืออะไร?
ตอบ: ขนมมันสำปะหลังเป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากมันสำปะหลังขูดฝอย ผสมกับน้ำตาล เกลือ และน้ำใบเตยหรือน้ำหอมอื่น ๆ แล้วนำไปนึ่งจนสุกใส จากนั้นคลุกกับมะพร้าวขูดเค็มอ่อน ๆ ก่อนรับประทาน
ถาม: ขนมมันสำปะหลังภาคเหนือเรียกว่าอะไร?
ตอบ: ในภาคเหนือ ขนมมันสำปะหลังเรียกว่า เข้าหนมมันต้าง เป็นอาหารว่างพื้นบ้านที่พบได้ตามตลาดและสะท้อนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเรียบง่าย
ถาม: ทำไมต้องคว้านไส้กลางของมันสำปะหลังออก?
ตอบ: ไส้กลางของมันสำปะหลังมีลักษณะแข็งเป็นเส้น หากไม่เอาออกจะทำให้เนื้อขนมมีเสี้ยน แข็ง และไม่เนียนนุ่มเมื่อนึ่งสุก
ถาม: ใช้น้ำใบเตยแทนน้ำเปล่าเพื่ออะไร?
ตอบ: น้ำใบเตยช่วยเพิ่มกลิ่นหอมตามธรรมชาติให้ขนม ทำให้ขนมมันสำปะหลังมีกลิ่นหอมนุ่มนวลมากกว่าการใช้น้ำเปล่าธรรมดา
ถาม: ใช้น้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำมะพร้าวอ่อนแทนน้ำใบเตยได้ไหม?
ตอบ: ใช้ได้ ทั้งน้ำลอยดอกมะลิและน้ำมะพร้าวอ่อนช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสละมุนให้ขนม โดยเลือกใช้ตามกลิ่นและรสที่ต้องการ
ถาม: ทำไมไม่ควรเติมน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว?
ตอบ: มันสำปะหลังแต่ละหัวมีปริมาณน้ำไม่เท่ากัน หากเติมน้ำทั้งหมดทันทีอาจทำให้ส่วนผสมเหลวเกินไป จึงควรค่อย ๆ เติมน้ำและทดลองนึ่งเล็กน้อยเพื่อปรับเนื้อสัมผัสให้พอดี
ถาม: ขนมมันสำปะหลังนึ่งกี่นาทีถึงสุก?
ตอบ: หากนึ่งในถ้วยตะไลหรือถ้วยขนาดเล็ก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที หากนึ่งในถาดใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือจนเนื้อขนมสุกใสทั่วกัน
ถาม: รู้ได้อย่างไรว่าขนมมันสำปะหลังสุกแล้ว?
ตอบ: ขนมที่สุกดีจะมีลักษณะใสขึ้น เนื้อจับตัวเป็นก้อน ไม่เป็นน้ำแป้งเหลว และสามารถพักให้เย็นแล้วแคะหรือตัดเป็นชิ้นได้
ถาม: ทำไมต้องรอให้ขนมเย็นก่อนคลุกมะพร้าว?
ตอบ: การรอให้ขนมคลายร้อนช่วยให้เนื้อขนมเซตตัวดีขึ้น แคะออกจากถ้วยหรือตัดเป็นชิ้นได้ง่าย และคลุกมะพร้าวแล้วไม่เละเสียรูป
ถาม: มะพร้าวที่ใช้คลุกควรเป็นมะพร้าวแบบไหน?
ตอบ: ควรใช้มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น เพราะมีความมัน เนื้อไม่แก่จัด และให้รสสัมผัสดีกว่ามะพร้าวอ่อนหรือมะพร้าวแก่เกินไป
ถาม: ทำไมต้องนึ่งมะพร้าวก่อนนำมาคลุกขนม?
ตอบ: การนึ่งมะพร้าวช่วยให้มะพร้าวสะอาด เก็บได้นานขึ้น และมีกลิ่นหอมดี เมื่อนำมาคลุกกับเกลือจะช่วยเสริมรสหวานของขนมให้กลมกล่อม
ถาม: ขนมมันสำปะหลังเก็บได้นานแค่ไหน?
ตอบ: ขนมมันสำปะหลังควรรับประทานภายในวันเดียวเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด หากเก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้ประมาณ 2–3 วัน แต่ควรแยกมะพร้าวขูดออกจากตัวขนมเพื่อรักษาคุณภาพ
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




