หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ศรีภูมิ > ขนมตาล ขนมไทยโบราณ อาหารว่างภาคเหนือ
TL;DR: ขนมตาล ขนมไทยโบราณ อาหารว่างภาคเหนือ. จุดเด่นคือ เนื้อแป้งสีเหลือง นุ่มฟู มีกลิ่นหอมจากลูกตาล และมีหน้าขนมแตกสวย. หรือเข้าหนมบ่าตาล เป็นขนมไทย มีวิธีการทำคล้ายขนมกล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้าสุกงอมมาเป็นน้ำคั้นจากเนื้อผลตาลสุก และมีการหมักส่วนผสม.

เชียงใหม่

ขนมตาล ขนมไทยโบราณ อาหารว่างภาคเหนือ

ขนมตาล ขนมไทยโบราณ อาหารว่างภาคเหนือ

ขนมตาล ขนมไทยโบราณ อาหารว่างภาคเหนือ หรือเข้าหนมบ่าตาล เป็นขนมไทย มีวิธีการทำคล้ายขนมกล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้าสุกงอมมาเป็นน้ำคั้นจากเนื้อผลตาลสุก และมีการหมักส่วนผสม หลังจากที่นวดส่วนผสมให้เข้ากันแล้ว เพื่อให้แป้งฟู น่ารับประทาน
 
ขนมไทย ขนมโบราณ นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ โดยวิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน และสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง
 
ขนมตาล ขนมไทยโบราณ เนื้อเป็นแป้งสีเหลืองเข้ม อีกทั้งยังมีความนุ่มฟู จะมีกลิ่นตาลหอมหวาน ปัจจุบันนั้นหาทานรสชาติดี ๆ ได้ยาก เพราะปริมาณการปลูกต้นตาลลดลง ซึ่งขนมตาลที่ขายตามท้องตลาด โดยผู้ประกอบการมักใส่เนื้อตาลน้อย ๆ และเพิ่มแป้ง เจือสีเหลืองเข้าไปแทน จนทำให้ขนมตาลมีเนื้อกระด้าง ไม่หอมอีกทั้งกรรมวิธีการทำก็ยาก
 
ส่วนผสม โดยในปริมาณ 100-120 ถ้วย หรือกระทง
- แป้งข้าวเจ้า 1 กิโล 
- แป้งมัน 2 ขีด
- เนื้อตาลยี ทับน้ำแห้งสนิท 6 ขีด
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- ยีสต์แห้ง 2 ช้อนชา
- ผงฟู 3 ช้อนชา
- กะทิ แบบคั้นแกง 1 กิโล (ใช้หางกะทิด้วย)
- น้ำตาลทราย 8 - 9 ขีด
 
วิธีการทำ (สูตรอาหารเหนือ)
1. ขั้นตอนแรกนำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน ยีสต์ เกลือ ผสมรวมกัน แล้วค่อย ๆ จากนั้นใส่หัวกะทิทีละน้อย ค่อย ๆ นวดไปจนเข้ากัน หรือจนกะทิหมด ประมาณ 30 นาที โดยหนึ่งในเคล็ดลับการทำขนมตาล คือ ยิ่งนวดนานยิ่งนิ่ม รอจนแป้งขึ้นเป็นมันร่อนจากภาชนะ
 
2. ขั้นตอนที่ 2 พอแป้งใช้ได้ทิ้งไว้สัก 15 นาที ค่อยเอาเนื้อตาลมาผสม นวดจนเข้ากันดีจะเริ่มเหลวนิด ๆ
 
3. ขั้นตอนที่ 3 พอแป้งกับตาลเข้ากันดี ใส่น้ำตาล นวดผสมจนน้ำตาลละลายหมด จากนั้นลองหยดแป้งดูให้เหนียวคล้ายกับทองหยอด คือลองหยดแล้วเป็นลูก คือใช้ได้ พักทิ้งไว้อย่างน้อยๆ 3-4 ชั่วโมง ถ้ากลางคืน 5-6 ชม.
 
4. พอแป้งขึ้นดี นำผงฟู มาละลายกับหางกะทิประมาณ 3-4 ขีดให้ขึ้นฟองแล้ว จากนั้นเทลงไปคนให้เข้ากัน ทิ้งไว้สัก 10 นาที นำไปนึ่งได้
 
5. ขั้นตอนเวลาหยอดลงถ้วยหรือกระทงนึ่ง อย่าหยอดทิ้งไว้นานให้ทำซึ้งต่อซึ้ง อย่านึ่งซ้อน นึ่งไฟแรงจัด 10 นาที ไฟกลาง 5 นาที โดยห้ามเปิดฝาเด็ดขาดจนกว่าจะสุก
 
6. ควรมะพร้าวถ้าใช้มือแมวขูด ควรเคล้าเกลือนิดหน่อยแล้วนึ่งแยกต่างหาก โดยถ้าใช้กระต่ายหรือซื้อมะพร้าวขูดขาวมาให้หยอดลงในหน้าขนมแล้วนึ่งไปพร้อมกันได้เลย
 
หากทำได้ตามสูตรนี้ รับประกันว่าอร่อย นิ่ม ขึ้นฟู และไม่เปรี้ยวแน่นอน เพราะการที่ขนมเปรี้ยวเกิดจากแป้งขึ้นนานจนเกิน หากขนมแข็งเกิดจากนวดไม่ได้ที่ หรือถ้าขนมไม่ฟูเกิดจากเวลายังไม่พอ เพราะถ้าขึ้นแต่หน้าไม่แตกเกิดจากแป้งใสเกินไป และหากขนมตาลแตกสวย แต่นิ่มแป๊บเดียว เกิดจากการที่แป้งเหนียวจนเกินไป
 
ชื่อขนมขนมตาล
ชื่อท้องถิ่นเข้าหนมบ่าตาล
ประเภทขนมไทยโบราณ / อาหารว่างพื้นบ้าน
ภูมิภาคพบได้ทั่วประเทศ โดยนิยมในภาคกลางและภาคเหนือ
วัตถุดิบหลักแป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, เนื้อตาลสุก, กะทิ, น้ำตาล, ยีสต์, ผงฟู
ลักษณะเด่นเนื้อแป้งสีเหลือง นุ่มฟู มีกลิ่นหอมจากลูกตาล และมีหน้าขนมแตกสวย
รสชาติหวาน หอม มันเล็กน้อยจากกะทิ
กรรมวิธีสำคัญการนวดแป้งและหมักให้ขึ้นฟู ก่อนนำไปนึ่ง
ระยะเวลาหมักประมาณ 3–6 ชั่วโมง
วิธีปรุงนึ่ง
การเสิร์ฟโรยมะพร้าวขูดด้านบน รับประทานขณะอุ่น
ข้อสังเกตคุณภาพเนื้อขนมนุ่ม ฟู ไม่เปรี้ยว ไม่แข็ง และมีกลิ่นหอมตาลชัดเจน
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ขนมตาลคืออะไร?
ตอบ: ขนมตาลเป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากเนื้อลูกตาลสุก ผสมกับแป้งและกะทิ ผ่านกระบวนการหมักและนึ่งจนได้เนื้อขนมที่นุ่มฟูและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
 
ถาม: ทำไมขนมตาลต้องหมักแป้ง?
ตอบ: การหมักแป้งช่วยให้เกิดก๊าซจากยีสต์ ทำให้ขนมขึ้นฟู เนื้อนุ่ม และมีรูพรุนสวยงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของขนมตาล
 
ถาม: ขนมตาลเปรี้ยวเกิดจากอะไร?
ตอบ: ขนมตาลจะมีรสเปรี้ยวเมื่อหมักแป้งนานเกินไป ทำให้เกิดการหมักเกินและมีกรดสะสมในแป้ง
 
ถาม: ทำไมขนมตาลถึงไม่ฟู?
ตอบ: สาเหตุหลักมาจากการหมักแป้งไม่เพียงพอ หรือยีสต์ทำงานไม่เต็มที่ ทำให้แป้งไม่เกิดการขึ้นตัว
 
ถาม: ขนมตาลแข็งเกิดจากอะไร?
ตอบ: ขนมตาลแข็งมักเกิดจากการนวดแป้งไม่ถึง หรือใส่แป้งมากเกินไป ทำให้เนื้อขนมไม่ฟูและแน่นเกินไป
 
ถาม: ใช้เนื้อตาลแท้สำคัญอย่างไร?
ตอบ: เนื้อตาลแท้ช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หากใช้ปริมาณน้อยหรือใช้สีแทน จะทำให้ขนมไม่หอมและคุณภาพลดลง
 
ถาม: วิธีนึ่งขนมตาลให้สวยควรทำอย่างไร?
ตอบ: ควรนึ่งด้วยไฟแรงช่วงแรกและไม่เปิดฝาหม้อนึ่งระหว่างทำ เพื่อให้หน้าขนมแตกสวยและเนื้อฟูอย่างสมบูรณ์
 
ถาม: ขนมตาลเก็บได้นานแค่ไหน?
ตอบ: ขนมตาลควรรับประทานภายใน 1 วัน หากเก็บในตู้เย็นสามารถอยู่ได้ประมาณ 2–3 วัน แต่เนื้อจะไม่ฟูนุ่มเหมือนใหม่

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือกลุ่ม: ●ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ

update iconปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(8)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

พระราชวัง(2)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(43)

พิพิธภัณฑ์(24)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)

ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(79)

มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(17)

โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง(44)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(41)

ตลาดท้องถิ่น(14)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(16)

ดอย และภูเขา(21)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(26)

น้ำตก(43)

น้ำพุร้อน(12)

ถ้ำ(11)

แม่น้ำลำคลอง(6)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(14)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)

สนามกีฬา(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(19)

สวนน้ำ(2)

โรงละคร(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(10)

ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(6)

ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์(1)

มิชลิน ไกด์(23)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(15)

เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(30)

ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(17)