หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.แม่เหียะ > วัดอุโบสถ
TL;DR: วัดอุโบสถ อยู่ที่บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากตลาดต้นพะยอมด้วยถนนเลียบคลองชลประทานลงมาทางแม่เหียะ หรือเข้าจากถนนเชียงใหม่–หางดงและถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี.
วัดอุโบสถ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดอุโบสถ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์ในตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 67 บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนบ้านบ่อที่มีความสำคัญจากประวัติการเป็นสถานที่ลงอุโบสถของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะ อุโบสถไม้เก่าแก่ จารึกคำเมืองโบราณ พระเจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย วิหารพระเจ้าทันใจ และวิหารหลังใหม่ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของวิหารเก่า วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเชียงใหม่ฝั่งแม่เหียะในมุมที่สงบ เรียบง่าย และเต็มไปด้วยร่องรอยทางศาสนา ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ชุมชน
วัดอุโบสถไม่ได้เป็นวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่แบบวัดสำคัญในคูเมืองเชียงใหม่ แต่เป็นวัดชุมชนที่มีเนื้อหาทางวัฒนธรรมเข้มข้น เพราะชื่อวัดและประวัติของวัดสัมพันธ์กับหน้าที่สำคัญของอุโบสถในพระพุทธศาสนาโดยตรง เดิมบริเวณนี้เป็นพื้นที่สงบ มีป่าไม้ และอยู่ห่างจากบ้านเรือน เหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรม เมื่อชุมชนขยายตัวเข้ามาใกล้พื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น จึงเกิดการตั้งวัดขึ้นโดยเรียกตามโบสถ์เก่าแก่ที่เป็นศูนย์กลางของพื้นที่ว่า “วัดอุโบสถ” ชื่อนี้จึงสะท้อนหน้าที่ดั้งเดิมของสถานที่อย่างชัดเจน
บ้านบ่อซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดมีที่มาจากสภาพพื้นที่เดิมที่มีบ่อน้ำจำนวนมาก บ่อน้ำเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ชุมชนแม่เหียะและช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของคนในหมู่บ้าน ชื่อบ้านบ่อจึงทำให้การมาเยือนวัดอุโบสถไม่ได้เป็นเพียงการชมวัด แต่ยังเป็นการอ่านภูมิประเทศเก่าของแม่เหียะผ่านชื่อหมู่บ้าน ชื่อวัด และความทรงจำของคนท้องถิ่น วัดอุโบสถจึงเป็นตัวอย่างของวัดล้านนาที่ผูกกับภูมิทัศน์จริง ทั้งป่า บ่อ น้ำ ชุมชน และเส้นทางสัญจร
ตามประวัติวัด วัดอุโบสถสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2135 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2210 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 10 เมตร ยาว 14 เมตร ความสำคัญของวิสุงคามสีมาอยู่ที่การกำหนดเขตประกอบสังฆกรรมให้ถูกต้องตามพระวินัย โดยเฉพาะการอุปสมบท การประชุมสงฆ์ และพิธีกรรมที่ต้องใช้เขตสีมา วัดอุโบสถจึงมีสถานะทางศาสนาที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงวัดชุมชนธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่พระสงฆ์ในเขตแม่เหียะเคยใช้ร่วมกันเพื่อรักษาระบบพระวินัยและการปฏิบัติของคณะสงฆ์
บทบาทการเป็นสถานที่ลงอุโบสถร่วมกันของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญเหนือกว่าขนาดพื้นที่ของวัด เพราะในอดีตพระจากวัดใกล้เคียงมาร่วมประกอบสังฆกรรม ณ วัดอุโบสถ ได้แก่ วัดตำหนักสวนขวัญ วัดต้นปิน วัดท่าข้าม วัดป่าจี้ และวัดอุโบสถ การรวมพระสงฆ์จากหลายวัดเช่นนี้ทำให้วัดอุโบสถเป็นศูนย์กลางทางคณะสงฆ์ของพื้นที่แม่เหียะในช่วงหนึ่ง และเป็นหลักฐานสำคัญว่าชุมชนวัดในแม่เหียะมีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ไม่ได้ดำรงอยู่แยกจากกัน
ภายในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ของวัดประกอบด้วยศาสนสถานและพื้นที่สำคัญหลายส่วน ได้แก่ อุโบสถ ศาลาบำเพ็ญกุศล พระเจดีย์ วิหารพระเจ้าทันใจ และวิหารหลังใหม่ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของวิหารเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนบทบาทของวัดทั้งในด้านการประกอบสังฆกรรม การไหว้พระ การทำบุญ การเรียนรู้ศิลปกรรม และการรองรับกิจกรรมของชุมชน วัดอุโบสถจึงยังเป็นวัดที่มีชีวิตในพื้นที่แม่เหียะ ไม่ใช่โบราณสถานที่แยกขาดจากการใช้งานปัจจุบัน
จุดสำคัญที่สุดของวัดคือ อุโบสถไม้เก่าแก่ ซึ่งมีอายุมากกว่า 150 ปี เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น หน้าบันประดับลายปูนปั้นพรรณพฤกษาและแก้วอังวะรูปร่างคล้ายอัญมณี ราวบันไดมีรูปปั้นเทวดา 2 องค์คอยเฝ้าทางขึ้น อุโบสถหลังนี้มีคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรมและด้านความทรงจำของชุมชน เพราะเป็นอาคารที่เชื่อมโยงชื่อวัด บทบาทการลงอุโบสถ และจารึกโบราณเข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน
ภายในอุโบสถมีแผ่นไม้ฐานกว้างประมาณ 1 ศอก เคลือบด้วยอิฐดินเผา จารึกตัวอักษรคำเมืองโบราณ 2 ด้าน จารึกนี้ลงลัคนาเป็นไชยะดิถีในโอกาสการสร้างอุโบสถหลังนี้เมื่อ พ.ศ. 2390 ข้อความในจารึกกล่าวถึงครูบาโปธิ วัดป่าจี้ พร้อมศรัทธาประชาชน ท้าวขุนมูลนาย และผู้มีศรัทธาที่ร่วมกันสร้างโรงอุโบสถไว้ค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว จารึกนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้อุโบสถของวัดไม่ใช่เพียงอาคารเก่า แต่เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่บันทึกศรัทธาของผู้คนในยุคนั้นไว้ด้วยตัวอักษรล้านนา
จารึกวัดอุโบสถ บ้านบ่อมีความสำคัญมากสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ล้านนา เพราะช่วยยืนยันว่าพื้นที่วัดแห่งนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างและบูรณะศาสนสถานในระดับชุมชนอย่างจริงจัง การที่จารึกกล่าวถึงครูบาโปธิจากวัดป่าจี้และศรัทธาประชาชนหลายกลุ่ม แสดงให้เห็นว่างานบุญใหญ่ของวัดไม่ได้เกิดจากพระสงฆ์หรือคณะศรัทธากลุ่มเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่างวัด ชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่น จารึกจึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และสังคมไปพร้อมกัน
อุโบสถหลังเก่ายังมีลูกนิมิตแสดงขอบเขตขันธสีมาเป็นแท่งหินทรายล้อมรอบเขตอุโบสถ องค์ประกอบนี้มีความหมายโดยตรงต่อการประกอบสังฆกรรม เพราะสีมาเป็นเขตที่กำหนดความถูกต้องของพิธีทางพระวินัย การได้เห็นร่องรอยลูกนิมิตและขอบเขตเดิมจึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าอุโบสถไม่ได้เป็นเพียงอาคารสวยงาม แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีกฎเกณฑ์ทางพระพุทธศาสนารองรับ และเคยใช้เป็นศูนย์รวมของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะ
อีกจุดเด่นหนึ่งของวัดคือ พระเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร เป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย องค์เจดีย์มีกำแพงแก้วล้อมรอบ แต่ละมุมมีฉัตรประดับ ฐานล่างสุดเป็นสี่เหลี่ยม มีลายปูนปั้น 12 นักษัตรอยู่โดยรอบ เหนือขึ้นไปเป็นฐานบัวย่อเก็จรองรับฐานอีกชั้นหนึ่ง แต่ละด้านมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถัดขึ้นไปเป็นชั้นมาลัยเถาแปดเหลี่ยมซ้อนกัน 2 ชั้น รับกับองค์ระฆังคว่ำ และส่วนยอดเป็นฉัตรสีทอง 9 ชั้น
ลายปูนปั้น 12 นักษัตรรอบฐานเจดีย์เป็นรายละเอียดที่ควรชมอย่างตั้งใจ เพราะนักษัตรในวัฒนธรรมล้านนามีความสัมพันธ์กับคติเรื่องปีเกิด บุญกุศล การสักการะพระธาตุ และความเป็นมงคลของชีวิต เมื่อนำมาประดับรอบฐานเจดีย์ จึงทำให้เจดีย์ของวัดอุโบสถมีทั้งความหมายด้านพุทธศาสนาและคติพื้นเมืองล้านนาอยู่ร่วมกัน ผู้มาเยือนสามารถเดินชมโดยรอบอย่างสงบเพื่อสังเกตองค์ประกอบฐาน ซุ้มจระนำ องค์ระฆัง และฉัตรยอด โดยไม่ปีนหรือสัมผัสส่วนของโบราณสถาน
พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ประดิษฐานในซุ้มจระนำแต่ละด้านของเจดีย์สื่อถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้าต่อกิเลสและมาร เป็นคติที่พบได้มากในวัดล้านนาและวัดไทยทั่วไป การประดิษฐานพระพุทธรูปไว้รอบเจดีย์ช่วยทำให้เจดีย์เป็นพื้นที่สักการะที่มีความหมายรอบด้าน ไม่ใช่เพียงองค์สถูปตั้งเดี่ยว แต่เป็นศูนย์รวมของพระพุทธรูป สัญลักษณ์จักรวาล คติปีเกิด และความศรัทธาที่หมุนรอบพระพุทธศาสนา
พระวิหารของวัดเป็นสถาปัตยกรรมล้านนา หลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น หน้าบันเป็นงานแกะสลักไม้รูปพรรณพฤกษาและลิง ราวบันไดเป็นรูปมกรคายนาค ผนังด้านนอกบริเวณประตูทางเข้ามีจิตรกรรมเรื่องการแสดงโอวาทปาติโมกข์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธาน และฝาผนังมีภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดก วิหารจึงเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งศิลปกรรม งานช่างไม้ งานปูนปั้น และการสอนธรรมะผ่านภาพไว้ในอาคารเดียว
หน้าบันไม้รูปพรรณพฤกษาและลิงเป็นรายละเอียดที่ทำให้วิหารวัดอุโบสถมีลักษณะเฉพาะ เพราะลวดลายพรรณพฤกษาสื่อถึงความงอกงาม ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นมงคล ส่วนรูปสัตว์ที่แทรกอยู่ในงานช่างช่วยสร้างชีวิตชีวาให้กับอาคารศาสนา งานแกะสลักลักษณะนี้สะท้อนสายตาของช่างล้านนาที่ไม่ได้มองวัดเป็นเพียงพื้นที่เคร่งขรึม แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติ สัตว์ พืช และคติธรรมอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
ราวบันไดมกรคายนาคบริเวณทางขึ้นวิหารเป็นสัญลักษณ์ที่พบในวัดล้านนาและมีความหมายลึกซึ้ง มกรและนาคเป็นสัตว์ในคติที่สัมพันธ์กับการคุ้มครอง การเปลี่ยนผ่าน และการนำผู้ศรัทธาจากพื้นที่สามัญเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ นาคยังสัมพันธ์กับน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และการปกปักรักษาพระพุทธศาสนา เมื่อตั้งอยู่บริเวณบันไดวิหาร จึงทำให้การก้าวขึ้นสู่อาคารศาสนาเป็นการผ่านขอบเขตเชิงสัญลักษณ์จากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่แห่งธรรม
จิตรกรรมเรื่องโอวาทปาติโมกข์บริเวณผนังด้านนอกใกล้ประตูทางเข้าวิหารมีคุณค่ามาก เพราะโอวาทปาติโมกข์เป็นหลักธรรมแกนกลางที่สรุปการไม่ทำความชั่ว การทำความดี และการทำจิตให้บริสุทธิ์ การนำเรื่องนี้มาวาดไว้ใกล้ทางเข้าเปรียบเหมือนการเตือนใจผู้มาเยือนก่อนเข้าสู่พื้นที่สักการะ ภาพจิตรกรรมจึงไม่ได้ทำหน้าที่ตกแต่งเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือทางธรรมที่ช่วยสื่อสารหลักพระพุทธศาสนาแก่ชุมชน
ภาพจิตรกรรมภายในวิหารที่เล่าเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดกเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้วัดอุโบสถมีคุณค่าทางการเรียนรู้ พุทธประวัติช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเหตุการณ์สำคัญในพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้า ส่วนทศชาติชาดกเล่าการบำเพ็ญบารมี 10 ชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้ เป็นเรื่องที่ใช้สอนคุณธรรมเรื่องทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา วัดจึงทำหน้าที่เป็นโรงเรียนธรรมะผ่านภาพสำหรับคนในชุมชนมาหลายรุ่น
วิหารพระเจ้าทันใจเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สะท้อนศรัทธาแบบล้านนา พระเจ้าทันใจเป็นคติความเชื่อที่พบในหลายวัดภาคเหนือ โดยเกี่ยวข้องกับการอธิษฐานขอพรด้วยจิตตั้งมั่นและการสร้างพระด้วยแรงศรัทธา การมีวิหารพระเจ้าทันใจภายในวัดอุโบสถช่วยเพิ่มมิติด้านการไหว้พระขอพรให้กับวัด ผู้มาเยือนสามารถแวะสักการะด้วยความสงบ ตั้งจิตให้มั่น และรักษามารยาทในพื้นที่ศาสนาเช่นเดียวกับอาคารสำคัญอื่นภายในวัด
วัดอุโบสถยังเป็นที่รู้จักจากเรื่อง เงาพระธาตุกลับหัว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบในวัดบางแห่งของภาคเหนือและทำให้ผู้มาเยือนสนใจศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแสง ช่องรับภาพ และองค์พระธาตุ เงาพระธาตุกลับหัวช่วยเพิ่มมิติทางประสบการณ์ให้กับวัด เพราะนอกจากการชมอาคาร โบราณวัตถุ และจิตรกรรมแล้ว ผู้มาเยือนยังได้เห็นปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยงศาสนสถานกับแสงและการรับรู้ทางสายตาอย่างน่าสนใจ
ศาลาบำเพ็ญกุศลของวัดสะท้อนบทบาทของวัดไทยในชุมชนเมืองและชุมชนกึ่งเมือง เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านการไหว้พระหรือการท่องเที่ยว แต่ยังรองรับงานบุญ งานอุทิศส่วนกุศล และการรวมตัวของญาติพี่น้องในวาระสำคัญของชีวิต การมีศาลาบำเพ็ญกุศลอยู่ภายในวัดทำให้วัดอุโบสถเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทั้งความสุข ความศรัทธา ความทรงจำ และการส่งต่อคุณค่าทางพระพุทธศาสนาในชุมชนบ้านบ่อ
วัดอุโบสถยังมีบทบาทร่วมสมัยในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ โดยพื้นที่วัดและบริเวณหน้าวัดถูกใช้ในกิจกรรมชุมชนและกิจกรรมของท้องถิ่น เช่น งานประเพณีปี๋ใหม่เมือง การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และการใช้พื้นที่วัดหรืออาคารใกล้วัดเป็นจุดรวมของชุมชน บทบาทเช่นนี้ยืนยันว่าถึงแม้วัดจะมีประวัติเก่าแก่หลายร้อยปี แต่ยังคงเป็นพื้นที่ศาสนาและสังคมที่ผู้คนใช้งานจริงในปัจจุบัน
การเดินทางไปวัดอุโบสถทำได้สะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากเริ่มจากตลาดต้นพะยอม สามารถใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทานลงมาทางทิศใต้ ผ่านพื้นที่สุเทพและแม่เหียะ มุ่งหน้าไปยังบริเวณแยกอุโบสถหรือย่านตลาดแม่เหียะ จากนั้นเข้าสู่พื้นที่บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรใช้ระบบนำทางโดยระบุ “วัดอุโบสถ บ้านบ่อ แม่เหียะ” หรือ “วัดอุโบสถ ถนนคลองชลประทาน แม่เหียะ” เพื่อป้องกันความสับสนกับวัดชื่อเดียวกันในอำเภออื่นของจังหวัดเชียงใหม่
จากถนนเชียงใหม่–หางดงหรือถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี สามารถเชื่อมเข้าสู่ตำบลแม่เหียะและถนนชุมชนบ้านบ่อได้เช่นกัน เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวต่อไปยังวัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี วัดต้นเกว๋น วัดตำหนัก วัดท่าข้าม วัดป่าจี้ และวัดต้นปิน การเที่ยววัดอุโบสถจึงสามารถจัดรวมอยู่ในเส้นทางวัดและชุมชนแม่เหียะได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก หรือแท็กซี่ผ่านแอป โดยระบุปลายทางให้ชัดเจนว่า “วัดอุโบสถ บ้านบ่อ หมู่ 2 ตำบลแม่เหียะ” เพราะชื่อวัดอุโบสถมีอยู่หลายแห่ง การระบุบ้านบ่อและแม่เหียะจะช่วยให้ผู้ขับเข้าใจพื้นที่ได้ถูกต้อง หากเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่ นิมมานเหมินท์ ประตูสวนดอก หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถเชื่อมเส้นทางคันคลองชลประทานลงมาทางแม่เหียะได้ไม่ยาก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะสำหรับไหว้พระและชมบรรยากาศวัดอย่างสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะสำหรับสังเกตรายละเอียดของวิหาร พระเจดีย์ และอาคารเก่าโดยใช้แสงธรรมชาติ หากต้องการชมเงาพระธาตุกลับหัวหรือพื้นที่เฉพาะภายในอาคาร ควรเข้าชมในช่วงเวลาที่วัดเปิดและเคารพข้อกำหนดของพื้นที่ เพราะบางส่วนของวัดเป็นพื้นที่ศาสนา พื้นที่ใช้งานของพระสงฆ์ หรือพื้นที่กิจกรรมชุมชน
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดอุโบสถควรยึดหลักการเข้าวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป จิตรกรรม จารึก งานไม้ งานปูนปั้น หรือส่วนเก่าแก่ของอาคาร ไม่ปีนฐานเจดีย์ ไม่ส่งเสียงดัง และเคารพพระสงฆ์กับผู้ที่มาทำบุญ หากมีพิธีกรรมหรืองานบุญ ควรเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนใช้ประกอบศาสนกิจเป็นลำดับแรก
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม วัดอุโบสถมีจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ อุโบสถไม้เก่าแก่ หน้าบันปูนปั้นพรรณพฤกษา แก้วอังวะ ราวบันไดเทวดา จารึกคำเมืองโบราณ พระเจดีย์พร้อมลาย 12 นักษัตร ซุ้มจระนำพระพุทธรูปปางมารวิชัย วิหารล้านนา หน้าบันไม้รูปพรรณพฤกษาและลิง ราวบันไดมกรคายนาค และจิตรกรรมเรื่องโอวาทปาติโมกข์ การถ่ายภาพควรทำด้วยความสุภาพ ไม่ใช้แฟลชใกล้จิตรกรรมหรือจารึก และไม่รบกวนผู้ที่กำลังสักการะ
จุดแข็งของวัดอุโบสถเมื่อเทียบกับวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงกว่า คือวัดแห่งนี้มีเนื้อหาเฉพาะของแม่เหียะชัดเจนมาก ทั้งชื่อวัดที่มาจากบทบาทของโบสถ์เก่า ชื่อบ้านบ่อที่มาจากบ่อน้ำจำนวนมาก การเป็นสถานที่ลงอุโบสถร่วมของพระสงฆ์ 5 วัด จารึกคำเมืองโบราณ พ.ศ. 2390 พระเจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย ลาย 12 นักษัตร วิหารพระเจ้าทันใจ และเงาพระธาตุกลับหัว รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดอุโบสถเป็นวัดขนาดไม่ใหญ่แต่มีข้อมูลลึก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ผ่านวัดชุมชนจริง
หากจัดเส้นทางท่องเที่ยว วัดอุโบสถสามารถเที่ยวร่วมกับวัดป่าจี้ วัดตำหนักสวนขวัญสิริมังคลาจารย์ วัดท่าข้าม วัดต้นปิน วัดสวนพริก วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และวัดต้นเกว๋นได้ดี เส้นทางนี้เหมาะสำหรับการเที่ยวแม่เหียะแบบเชิงวัฒนธรรม เพราะช่วยให้เห็นภาพรวมของตำบลแม่เหียะในฐานะพื้นที่ที่มีทั้งวัดเก่า ประเพณีท้องถิ่น โบราณสถาน ชุมชนบ้านบ่อ บ้านตำหนัก บ้านท่าข้าม บ้านป่าจี้ และเส้นทางเชื่อมสู่ดอยคำกับหางดง
โดยสรุป วัดอุโบสถเป็นวัดเก่าแก่ในบ้านบ่อ ตำบลแม่เหียะ ที่ควรแวะเมื่อเที่ยวเชียงใหม่ตอนใต้ของเมือง วัดมีความสำคัญจากประวัติการสร้างเมื่อ พ.ศ. 2135 การได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2210 บทบาทการเป็นสถานที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ในแม่เหียะ อุโบสถไม้เก่าแก่พร้อมจารึกคำเมือง พ.ศ. 2390 พระเจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารหลังใหม่ และบทบาทชุมชนที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการชมวัดสงบใกล้เมือง เรียนรู้ประวัติแม่เหียะ และเห็นศิลปกรรมล้านนานอกเส้นทางท่องเที่ยวหลัก ควรจัดวัดอุโบสถไว้ในแผนเดินทาง
| ชื่อสถานที่ | วัดอุโบสถ |
| ที่ตั้ง | บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 67 บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| พื้นที่ตั้งวัด | 5 ไร่ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2135 เดิมเป็นพื้นที่โบสถ์สำหรับทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะ ต่อมาชุมชนขยายเข้ามาใกล้พื้นที่โบสถ์และพัฒนาเป็นวัด |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2210 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 10 เมตร ยาว 14 เมตร |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดมาจากโบสถ์เก่าแก่ที่เป็นสถานที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะ ส่วนชื่อบ้านบ่อสัมพันธ์กับพื้นที่เดิมที่มีบ่อน้ำจำนวนมาก |
| ไฮไลต์ | อุโบสถไม้เก่าแก่ จารึกคำเมืองโบราณ พ.ศ. 2390 พระเจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย ลายปูนปั้น 12 นักษัตร วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารล้านนา และเงาพระธาตุกลับหัว |
| อุโบสถเก่า | อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังคาซ้อน 2 ชั้น หน้าบันประดับลายปูนปั้นพรรณพฤกษาและแก้วอังวะ ราวบันไดมีรูปปั้นเทวดา 2 องค์ |
| จารึกสำคัญ | แผ่นไม้จารึกคำเมืองโบราณ 2 ด้าน เคลือบด้วยอิฐดินเผา ลงลัคนาเป็นไชยะดิถีในโอกาสสร้างอุโบสถเมื่อ พ.ศ. 2390 |
| พระเจดีย์ | เจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ฐานสี่เหลี่ยมประดับลาย 12 นักษัตร ซุ้มจระนำพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์ระฆังคว่ำ และฉัตรสีทอง 9 ชั้น |
| พระวิหาร | สถาปัตยกรรมล้านนา หลังคาซ้อน 2 ชั้น หน้าบันแกะสลักไม้รูปพรรณพฤกษาและลิง ราวบันไดมกรคายนาค มีจิตรกรรมโอวาทปาติโมกข์ พุทธประวัติ และทศชาติชาดก |
| ปูชนียวัตถุ / สิ่งสำคัญ | อุโบสถไม้เก่า พระพุทธรูปปางมารวิชัยในวิหาร พระเจดีย์ วิหารพระเจ้าทันใจ จารึกคำเมืองโบราณ และเงาพระธาตุกลับหัว |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ ชมวัด และเป็นพื้นที่กิจกรรมของชุมชนบ้านบ่อกับตำบลแม่เหียะ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-111-031 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อุโบสถ วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารหลังใหม่ พระเจดีย์ ศาลาบำเพ็ญกุศล พื้นที่ทำบุญ พื้นที่เดินชมวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถเก่า วิหารหลังใหม่ วิหารพระเจ้าทันใจ พระเจดีย์ ลานวัด ศาลาบำเพ็ญกุศล พื้นที่จารึกคำเมือง และพื้นที่ชมเงาพระธาตุกลับหัว |
| การเดินทาง | เดินทางจากตลาดต้นพะยอมด้วยถนนเลียบคลองชลประทานลงมาทางแม่เหียะ หรือเข้าจากถนนเชียงใหม่–หางดงและถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ระบุปลายทางว่าวัดอุโบสถ บ้านบ่อ หมู่ 2 ตำบลแม่เหียะ |
| ข้อควรปฏิบัติ | แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสจารึก พระพุทธรูป จิตรกรรม งานไม้ งานปูนปั้น หรือองค์ประกอบเก่าแก่ ไม่ปีนฐานเจดีย์ และเคารพพื้นที่พระสงฆ์กับกิจกรรมชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดป่าจี้ ประมาณ 1 กม. 2. วัดตำหนักสวนขวัญสิริมังคลาจารย์ ประมาณ 2 กม. 3. วัดท่าข้าม แม่เหียะ ประมาณ 3 กม. 4. วัดต้นปิน ประมาณ 4 กม. 5. วัดพระธาตุดอยคำ ประมาณ 4 กม. 6. อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ประมาณ 5 กม. 7. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประมาณ 5 กม. 8. วัดอินทราวาส หรือวัดต้นเกว๋น ประมาณ 6 กม. 9. บ้านข้างวัด ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กะเพราหรอ แม่เหียะ ประมาณ 0.2 กม. โทร. 082-696-4932 2. เฮือนบูรพา แม่เหียะ ประมาณ 0.5 กม. โทร. 091-780-1767, 085-569-0953 3. Munchies Cafe ประมาณ 0.7 กม. โทร. 081-764-3446 4. หนุ่มแม่เหียะ ฮ้อยเทียนเหลา ประมาณ 1.5 กม. โทร. 053-271-643, 087-173-3875 5. COCO Burrito Box แม่เหียะ ประมาณ 2 กม. โทร. 093-132-0966 6. ข้าวขาหมูภูเก็ต เฮียเม้งเจ้าเก่า ประมาณ 0.5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Pool Suite Chiang Mai ประมาณ 4 กม. โทร. 099-236-3222 2. Vdara Pool Resort Spa Chiang Mai ประมาณ 3 กม. โทร. 061-270-5888 3. Pimlada Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 099-269-4256 4. Donpin 8 / Timeless House Chiang Mai ประมาณ 5 กม. 5. B2 Premier Hotel & Resort ประมาณ 6 กม. โทร. 052-009-564 6. Mountain Creek Wellness Resort Chiang Mai ประมาณ 6 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดอุโบสถอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดอุโบสถตั้งอยู่เลขที่ 67 บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในพื้นที่ชุมชนบ้านบ่อ ใกล้เส้นทางเลียบคลองชลประทานและย่านแม่เหียะ
ถาม: วัดอุโบสถเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดอุโบสถเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดอุโบสถมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดอุโบสถสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2135 เดิมเป็นพื้นที่โบสถ์สำหรับทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะ ต่อมาเกิดการตั้งชุมชนใกล้พื้นที่โบสถ์และพัฒนาเป็นวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2210
ถาม: ทำไมจึงชื่อวัดอุโบสถ?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากการที่พื้นที่นี้มีโบสถ์เก่าแก่เป็นสถานที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ในตำบลแม่เหียะ ชุมชนจึงเรียกวัดตามหน้าที่สำคัญของโบสถ์ว่า “วัดอุโบสถ”
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดอุโบสถมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถไม้เก่าแก่ จารึกคำเมืองโบราณ พ.ศ. 2390 พระเจดีย์ศิลปะล้านนาอิทธิพลสุโขทัย วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารหลังใหม่ พระพุทธรูปปางมารวิชัย จิตรกรรมพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และเงาพระธาตุกลับหัว
ถาม: จารึกวัดอุโบสถ บ้านบ่อสำคัญอย่างไร?
ตอบ: จารึกวัดอุโบสถเป็นจารึกคำเมืองโบราณบนแผ่นไม้เคลือบอิฐดินเผา บันทึกการสร้างอุโบสถเมื่อ พ.ศ. 2390 โดยครูบาโปธิ วัดป่าจี้ และคณะศรัทธา เป็นหลักฐานสำคัญของศรัทธาและประวัติศาสตร์ชุมชนแม่เหียะ
ถาม: เดินทางไปวัดอุโบสถอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากตลาดต้นพะยอมโดยใช้ถนนเลียบคลองชลประทานลงมาทางแม่เหียะ หรือเข้าจากถนนเชียงใหม่–หางดงและถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี โดยระบุปลายทางว่าวัดอุโบสถ บ้านบ่อ หมู่ 2 ตำบลแม่เหียะ
ถาม: เที่ยววัดอุโบสถร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดป่าจี้ วัดตำหนักสวนขวัญสิริมังคลาจารย์ วัดท่าข้าม วัดต้นปิน วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี วัดต้นเกว๋น และบ้านข้างวัดได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




