หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.แม่เหียะ > วัดป่าจี้ (วัดป่าชี)
TL;DR: วัดป่าจี้ (วัดป่าชี) อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตลาดต้นพะยอม ใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทานลงมาทางทิศใต้ประมาณ 6 กม. ถึงสามแยกอุโบสถวารีประทาน ขับเลยแยกไปประมาณ 300.

เชียงใหม่

วัดป่าจี้ (วัดป่าชี)

วัดป่าจี้ (วัดป่าชี)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดป่าจี้ หรือ วัดป่าชี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของชุมชนแม่เหียะ เพราะมีทั้งคุณค่าด้านศาสนา สถาปัตยกรรมล้านนา พระวิหารโบราณ พระเจดีย์ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย และบทบาทสำคัญในประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะ ซึ่งเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ของชาวแม่เหียะที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนาน วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระหรือชมวัดเก่า แต่เป็นศูนย์กลางความทรงจำทางวัฒนธรรมที่เชื่อมศรัทธาพุทธ ความเชื่อพื้นเมือง การดูแลป่า และวิถีชุมชนเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น
 
วัดป่าจี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมวัดชุมชนที่มีเอกลักษณ์ลึกกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป ทำเลของวัดอยู่ในตำบลแม่เหียะ ไม่ไกลจากถนนเลียบคลองชลประทาน เส้นทางไปวัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และวัดต้นเกว๋น จึงสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมฝั่งใต้ของเมืองเชียงใหม่ได้ดี จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเก่าแก่ตั้งแต่ พ.ศ. 2125 พระวิหารโบราณที่ยังคงรูปแบบล้านนาไว้เด่นชัด ลายปูนปั้นละเอียดเต็มด้านหน้าวิหาร ประตูไม้แกะสลักรูปพระอินทร์บนช้างเอราวัณ เจดีย์ทรงสูงหุ้มทองจังโก และการเก็บรักษาพระบฏซึ่งใช้ในพิธีเลี้ยงดงประจำปีของชาวแม่เหียะ
 
ชื่อของวัดมีการเรียกหลายแบบ ทั้งวัดป่าจี้ วัดป่าชี และวัดป่าชี่ โดยชื่อที่พบในทะเบียนวัดและข้อมูลชุมชนมักใช้ว่า “วัดป่าชี” ส่วนการออกเสียงและการเรียกขานของคนในพื้นที่นิยมใช้ “วัดป่าจี้” หรือ “วัดป่าชี่” คำว่า “ป่าจี้” เชื่อมโยงกับภูมินามของบ้านป่าจี้และสภาพพื้นที่ดั้งเดิมของชุมชนแม่เหียะ ซึ่งเคยสัมพันธ์กับพื้นที่ป่า ดงไม้ ลำเหมือง และระบบน้ำจากเชิงดอยสุเทพ–ดอยคำ ชื่อวัดจึงช่วยเล่าภูมิทัศน์เก่าของชุมชนได้ในตัวเอง และทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัดแห่งนี้เติบโตมากับสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ ไม่ได้เกิดขึ้นแยกขาดจากป่า น้ำ และวิถีชาวบ้าน
 
ประวัติของวัดป่าจี้ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2125 นับเป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่เหียะที่มีอายุสืบเนื่องมากกว่า 400 ปี วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 40 เมตร ข้อมูลนี้มีความสำคัญในทางพระพุทธศาสนา เพราะแสดงว่าวัดมีเขตประกอบสังฆกรรมที่ถูกต้องสำหรับพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจกรรมทางพระวินัย วัดป่าจี้จึงเป็นทั้งวัดเก่าของชุมชนและศาสนสถานที่มีสถานะทางคณะสงฆ์มั่นคงในปัจจุบัน
 
พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 97 โดยพื้นที่วัดมีความสัมพันธ์กับลำเหมืองและระบบน้ำในชุมชนแม่เหียะ ลักษณะพื้นที่เช่นนี้สะท้อนว่าวัดเก่าของล้านนามักผูกพันกับน้ำและภูมิประเทศโดยรอบ เพราะวัดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ศาสนา แต่เป็นศูนย์รวมชีวิตของหมู่บ้าน มีทั้งเส้นทางเดิน ลำเหมือง พื้นที่เกษตร ป่าใกล้ชุมชน และจุดประกอบพิธีกรรม วัดป่าจี้จึงควรถูกมองควบคู่กับภูมิทัศน์แม่เหียะทั้งระบบ โดยเฉพาะดอยคำ ป่าต้นน้ำ และลานพิธีเลี้ยงดงที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันทางวัฒนธรรม
 
บรรยากาศของวัดป่าจี้ค่อนข้างโปร่งและโล่งกว่าวัดบางแห่งในเมืองเชียงใหม่ ต้นไม้ภายในวัดมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับวัดป่าในพื้นที่ภูเขา แต่ความโดดเด่นของวัดอยู่ที่สถาปัตยกรรมเก่าแก่ซึ่งยังคงรักษาลักษณะเดิมไว้ได้ดี โดยเฉพาะพระวิหารโบราณที่ตั้งอยู่บนพื้นยกสูงประมาณครึ่งเมตร เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัด ผู้มาเยือนจะเห็นตัววิหารเป็นจุดนำสายตาสำคัญ ด้านหน้าวิหารมีลวดลายปูนปั้นหนาแน่นและงานประดับที่แสดงฝีมือช่างล้านนาอย่างชัดเจน ทำให้วัดป่าจี้มีเสน่ห์แบบวัดเก่าที่ไม่ต้องอาศัยความใหญ่โต แต่ให้ความรู้สึกเข้มขลังจากรายละเอียดทางศิลปกรรม
 
พระวิหารโบราณเป็นหัวใจหลักของวัดป่าจี้ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาที่ตั้งบนฐานยกสูง ราวบันไดเป็นพญานาคเกล็ดสีส้มและสีเขียว ส่วนหัวพญานาคประดับด้วยกระจกสีเขียวและสีน้ำเงิน ช่อฟ้าและนาคสะดุ้งตกแต่งด้วยกระจกหลากสี ทำให้ตัวอาคารมีความงดงามโดดเด่นเมื่อแสงธรรมชาติกระทบผิวกระจก รายละเอียดเหล่านี้ควรชมอย่างช้า ๆ เพราะแสดงการใช้สี วัสดุ และรูปสัตว์มงคลในศิลปกรรมล้านนาอย่างมีชีวิตชีวา พญานาคบริเวณบันไดไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองและนำผู้ศรัทธาเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระวิหาร
 
ด้านหน้าพระวิหารประดับลายปูนปั้นแทบทุกพื้นที่ หน้าบันแบ่งออกเป็นช่องตามโครงสร้างหลังคาแบบม้าต่างไหม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของสถาปัตยกรรมล้านนา งานตกแต่งประกอบด้วยลวดลายพรรณพฤกษา รูปสัตว์ และลายประดับที่แสดงจังหวะช่างพื้นเมืองอย่างละเอียด ลักษณะหน้าบันแบบแบ่งช่องทำให้ผู้ชมเห็นโครงสร้างหลังคาและงานตกแต่งไปพร้อมกัน ต่างจากการตกแต่งแบบเรียบเต็มผืน เพราะทุกช่องทำหน้าที่เล่าเรื่องผ่านลวดลายและสัดส่วน ผู้ที่สนใจงานช่างล้านนาควรใช้เวลาสังเกตเส้นสาย ความสมดุล และการจัดวางลายปูนปั้นบริเวณนี้เป็นพิเศษ
 
ประตูวิหารเป็นอีกจุดที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นงานแกะสลักไม้รูปพระอินทร์ประทับยืนอยู่บนช้างเอราวัณ พระอินทร์ในคติพุทธและคติพื้นเมืองล้านนามักเกี่ยวข้องกับสวรรค์ ความคุ้มครอง และการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ส่วนช้างเอราวัณเป็นพาหนะสำคัญที่ให้ความรู้สึกสง่างามและทรงพลัง เมื่อนำมาประดับบนประตูทางเข้าสู่วิหาร จึงทำให้ประตูไม่ได้เป็นเพียงทางเข้าอาคาร แต่เป็นเสมือนขอบเขตเชิงสัญลักษณ์ระหว่างพื้นที่ทั่วไปกับพื้นที่ศรัทธา ผู้มาเยือนควรชมงานแกะสลักนี้อย่างระมัดระวังและไม่สัมผัสผิวไม้โดยไม่จำเป็น เพื่อรักษางานช่างเก่าแก่ให้คงอยู่ต่อไป
 
ด้านหลังพระวิหารเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถสถาปัตยกรรมล้านนา อุโบสถเป็นอาคารสำคัญในทางพระวินัย เพราะเกี่ยวข้องกับสังฆกรรมของพระสงฆ์และเขตสีมาของวัด แม้อาคารอุโบสถของวัดป่าจี้จะไม่ได้ตั้งโดดเด่นด้านหน้าสุดเหมือนวัดบางแห่ง แต่การวางตำแหน่งด้านหลังวิหารทำให้พื้นที่วัดมีลำดับการใช้งานทางศาสนาที่ชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถเดินชมจากพระวิหารไปสู่อุโบสถและเจดีย์ด้านข้างได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นผังวัดล้านนาในรูปแบบวัดชุมชนที่ใช้พื้นที่อย่างกระชับ
 
พระเจดีย์ของวัดป่าจี้เป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย ตั้งอยู่ใกล้พระอุโบสถบนพื้นสี่เหลี่ยมยกสูงประมาณ 1 เมตร มุมทั้ง 4 มีเจดีย์บริวาร ฐานล่างสุดเป็นฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จ ถัดขึ้นไปเป็นฐานยกสูงและมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปประทานพรทั้ง 4 ด้าน เหนือขึ้นไปเป็นองค์เจดีย์ทรงระฆังคว่ำหุ้มด้วยทองจังโกที่มีรูปทรงสูงเพรียว ส่วนยอดประดับฉัตรสีทอง เจดีย์องค์นี้เป็นจุดที่สะท้อนการผสมผสานรูปแบบศิลปกรรมและคติศรัทธาได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะการใช้ทองจังโกเพื่อสร้างความสว่างและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับองค์เจดีย์
 
การมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปประทานพรทั้ง 4 ด้านรอบเจดีย์ทำให้องค์เจดีย์มีความหมายมากกว่าสถาปัตยกรรมตั้งเดี่ยว พระพุทธรูปประทานพรสื่อถึงความเมตตา การให้กำลังใจ และความปรารถนาดีต่อผู้ศรัทธา เมื่อวางอยู่ครบ 4 ทิศ จึงทำให้เจดีย์เป็นศูนย์กลางที่แผ่ความเป็นมงคลรอบด้าน ผู้มาเยือนสามารถเดินชมเจดีย์โดยรอบอย่างสงบ สังเกตฐานย่อเก็จ เจดีย์บริวาร ซุ้มจระนำ องค์ระฆัง และฉัตรสีทองไปพร้อมกัน เพื่อเข้าใจองค์ประกอบทางศิลปกรรมล้านนาที่แฝงอยู่ในรายละเอียดของวัดชุมชนแห่งนี้
 
ด้านหน้าพระเจดีย์เป็นศาลาพระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพื้นที่ศรัทธาที่ผู้คนสามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพรได้ พระเจ้าทันใจเป็นคติที่พบได้ในหลายพื้นที่ของล้านนาและภาคเหนือ โดยเกี่ยวข้องกับความศรัทธา ความรวดเร็วในการตั้งใจทำบุญ และการอธิษฐานขอให้สิ่งดีงามสำเร็จตามความเพียรของผู้ปฏิบัติ การมีศาลาพระเจ้าทันใจภายในวัดป่าจี้ช่วยเติมมิติด้านการไหว้พระขอพรให้กับวัด ทำให้ผู้มาเยือนไม่ได้ชมเพียงโบราณสถาน แต่ยังเข้าถึงพื้นที่ศรัทธาที่คนในชุมชนใช้จริง
 
อาคารเสนาสนะสำคัญของวัดประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอไตรวิหาร และกุฏิสงฆ์ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนว่าวัดป่าจี้เป็นวัดชุมชนที่มีการใช้งานหลายด้าน ทั้งการประกอบพิธีทางศาสนา การทำบุญ การประชุมชุมชน การจำพรรษาของพระสงฆ์ และการรักษาพระธรรมคำสอน หอไตรหรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาคัมภีร์มีบทบาทสำคัญในวัดล้านนา เพราะพระธรรมคือแกนกลางของพระพุทธศาสนา การรักษาอาคารเหล่านี้จึงเท่ากับรักษาทั้งศรัทธา ความรู้ และความทรงจำของชุมชนแม่เหียะ
 
จุดที่ทำให้วัดป่าจี้มีความสำคัญโดดเด่นเหนือวัดชุมชนทั่วไป คือการเป็นสถานที่เก็บรักษา พระบฏ หรือ ผ้าพระบฏ ซึ่งเป็นผืนผ้าที่วาดภาพพระพุทธเจ้าและใช้เป็นรูปเคารพในพิธีกรรมทางศาสนา คำว่า “บฏ” มาจากภาษาบาลีว่า “ปฏ” หมายถึงผืนผ้าหรือผ้าทอที่ใช้เขียนภาพเพื่อการเคารพบูชา พระบฏของวัดป่าจี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะ เพราะทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ในพิธีกรรมที่ผสานความเชื่อพื้นเมืองกับพระพุทธศาสนา
 
พระบฏในพิธีเลี้ยงดงมีความหมายลึกมาก เพราะเป็นเครื่องหมายของพระพุทธศาสนาที่เข้าไปกำกับและประคับประคองพิธีกรรมความเชื่อเรื่องผีป่า ปู่แสะ และย่าแสะ ตามคติชาวบ้าน ภาพพระพุทธองค์บนพระบฏสามารถสะกดหรือทำให้ดวงวิญญาณและผีป่าอยู่ในกรอบของศีลธรรม ไม่ล่วงเกินผู้คนและชุมชน การแห่พระบฏจากวัดป่าจี้ไปยังลานพิธีจึงไม่ใช่เพียงขบวนแห่เชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้พิธีเลี้ยงดงมีความสมดุลระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับพระพุทธศาสนา
 
ประเพณีเลี้ยงดง เป็นประเพณีสำคัญของชาวแม่เหียะที่จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน หรือช่วงเดือน 9 เหนือตามปฏิทินล้านนา พิธีนี้เกี่ยวข้องกับการเซ่นสรวงดวงวิญญาณผีในป่า โดยเฉพาะปู่แสะและย่าแสะ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผู้ปกปักรักษาผืนป่า ต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ดอยคำกับแม่เหียะ พิธีมีทั้งการบวงสรวงศาลปู่แสะย่าแสะ การจัดเครื่องเซ่น การแห่พระบฏจากวัดป่าจี้ และการประกอบพิธีเลี้ยงดง ณ ลานพิธีบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ที่ 4 แม่เหียะ
 
ในพิธีเลี้ยงดงจะมีการอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะย่าแสะผ่านม้าขี่หรือร่างทรง และมีเครื่องเซ่นตามคติพิธีกรรมดั้งเดิม เช่น อาหารคาวหวาน เหล้า ดอกไม้ ธูปเทียน และควายที่ใช้ในพิธีตามความเชื่อโบราณ ประเด็นนี้ควรเข้าใจในบริบทวัฒนธรรม ไม่ใช่มองเพียงจากสายตาการท่องเที่ยว เพราะพิธีเลี้ยงดงเป็นระบบความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผีเมือง ผีป่า การรักษาป่า ความอุดมสมบูรณ์ ฝนฟ้า และความปลอดภัยของชุมชน การที่ชาวแม่เหียะยังรักษาพิธีนี้ไว้ต่อเนื่องแสดงให้เห็นพลังของความทรงจำท้องถิ่นและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ
 
ตำนานปู่แสะย่าแสะเล่าว่าเดิมเป็นยักษ์ผู้มีอำนาจและมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ดอยคำ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดและแสดงธรรม ยักษ์ทั้งสองยอมรับคำสอน แต่ยังขอรับเครื่องเซ่นตามธรรมชาติของตน จึงกลายเป็นที่มาของการประกอบพิธีเลี้ยงในแต่ละปี เรื่องเล่านี้ทำให้พิธีเลี้ยงดงไม่ใช่พิธีผีที่แยกจากพระพุทธศาสนา แต่เป็นพิธีที่แสดงการประสานกันระหว่างศรัทธาพุทธกับความเชื่อพื้นเมือง พระบฏจึงมีบทบาทสูงมาก เพราะเป็นเครื่องหมายว่าพิธีกรรมยังอยู่ภายใต้กรอบเมตตาธรรมและการยอมรับอำนาจแห่งพระพุทธเจ้า
 
วัดป่าจี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นเชิงสัญลักษณ์ของพิธีเลี้ยงดง เพราะพระบฏที่เก็บรักษาไว้ในวัดจะถูกอัญเชิญไปยังพื้นที่ประกอบพิธี การเดินทางของพระบฏจากวัดไปสู่ลานพิธีทำให้เส้นทางระหว่างวัด ชุมชน ป่า และศาลปู่แสะย่าแสะกลายเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ประจำปี ผู้คนในชุมชนมีส่วนร่วมทั้งการจัดขบวน การเตรียมเครื่องเซ่น การร่วมพิธี การฟ้อนบวงสรวง และการรักษาลำดับพิธีกรรม ความสำคัญของวัดป่าจี้จึงไม่ได้อยู่เฉพาะในเขตวัด แต่ขยายออกไปถึงระบบพิธีกรรมของตำบลแม่เหียะทั้งพื้นที่
 
ในเชิงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีเลี้ยงดงเป็นตัวอย่างเด่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้พิธีกรรมสร้างความตระหนักเรื่องการรักษาป่า ชาวบ้านเชื่อว่าปู่แสะย่าแสะปกปักรักษาผืนป่าและต้นน้ำ หากมีการบุกรุกทำลายป่าจะส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน พิธีเลี้ยงดงจึงทำหน้าที่มากกว่าการเซ่นสรวง แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้คนเคารพธรรมชาติ รักษาป่า และตระหนักว่าความอยู่ดีมีสุขของชุมชนขึ้นอยู่กับความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ความเชื่อนี้ยังคงมีคุณค่าต่อสังคมปัจจุบัน เพราะเชื่อมมรดกทางวัฒนธรรมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชัดเจน
 
สำหรับผู้มาเยือน วัดป่าจี้ควรถูกชมอย่างเคารพทั้งในฐานะวัดและแหล่งมรดกวัฒนธรรม หากมาในช่วงปกติสามารถเข้ามาไหว้พระ ชมพระวิหารโบราณ พระอุโบสถ พระเจดีย์ ศาลาพระเจ้าทันใจ และบรรยากาศวัดชุมชนได้อย่างสงบ หากมาในช่วงประเพณีเลี้ยงดง ควรให้ความสำคัญกับมารยาทมากเป็นพิเศษ เพราะพิธีนี้เป็นพิธีจริงของชุมชน ไม่ใช่การแสดงเพื่อการท่องเที่ยว ผู้ชมควรอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ไม่เข้าไปใกล้พื้นที่ประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่รบกวนขบวนแห่ และให้ความเคารพผู้สูงอายุ ผู้นำพิธี พระสงฆ์ และชาวบ้านที่ร่วมสืบทอดประเพณี
 
การเดินทางไปวัดป่าจี้ทำได้สะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากเริ่มจากตลาดต้นพะยอม ให้ใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทานลงมาทางทิศใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร เมื่อถึงสามแยกอุโบสถวารีประทาน ให้ขับเลยแยกไปประมาณ 300 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาข้ามสะพาน และเข้าไปในซอยอีกประมาณ 200 เมตรก็จะถึงวัด เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือแท็กซี่ผ่านแอป เพราะวัดตั้งอยู่ในชุมชนแม่เหียะที่เชื่อมกับถนนเลียบคลองชลประทานและเส้นทางไปดอยคำได้โดยสะดวก
 
หากเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่หรือย่านนิมมานเหมินท์ สามารถใช้ถนนสุเทพหรือถนนเลียบคลองชลประทานลงมาทางแม่เหียะได้ ส่วนผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองฝั่งประตูท่าแพหรือคูเมือง อาจใช้เส้นทางถนนห้วยแก้ว ถนนสุเทพ ถนนคันคลอง หรือถนนเชียงใหม่–หางดงแล้วเชื่อมเข้าสู่ตำบลแม่เหียะ การเดินทางด้วยรถรับจ้างควรระบุปลายทางว่า “วัดป่าจี้ หรือวัดป่าชี หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เหียะ ใกล้เส้นคันคลองและอุโบสถวารีประทาน” เพื่อให้ผู้ขับระบุจุดหมายได้ชัดเจนและไม่สับสนกับวัดชื่อคล้ายกันในอำเภออื่น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดป่าจี้คือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและชมพระวิหารในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการถ่ายภาพด้านหน้าวิหาร ลายปูนปั้น พญานาค กระจกสี และเจดีย์หุ้มทองจังโก โดยควรหลีกเลี่ยงช่วงแดดจัดเพราะพื้นที่วัดค่อนข้างโล่งและมีร่มเงาไม่มากนัก หากต้องการชมรายละเอียดสถาปัตยกรรม ควรใช้เวลาอย่างน้อย 30–60 นาที และควรเดินชมอย่างช้า ๆ เพื่อเก็บรายละเอียดพระวิหาร ประตูไม้แกะสลัก อุโบสถ เจดีย์ และศาลาพระเจ้าทันใจให้ครบ
 
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดป่าจี้ควรยึดหลักการเข้าวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดไหล่หรือสั้นเกินควร ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป ลายปูนปั้น ประตูไม้แกะสลัก งานกระจกสี หรือองค์ประกอบเก่าแก่ ไม่ปีนฐานเจดีย์ ไม่ส่งเสียงดัง และเคารพพื้นที่สงฆ์ หากมีพิธีกรรมหรืองานบุญควรเปิดทางให้คนในชุมชนใช้พื้นที่ก่อน การถ่ายภาพควรทำด้วยความสำรวม โดยเฉพาะในช่วงประเพณีเลี้ยงดงซึ่งมีความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวบ้าน
 
วัดป่าจี้เหมาะกับผู้ที่สนใจถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม เพราะมีองค์ประกอบเด่นหลายจุด ได้แก่ พระวิหารโบราณล้านนา ฐานยกสูง ราวบันไดพญานาคสีส้มเขียว หัวพญานาคประดับกระจกสีเขียวและน้ำเงิน ช่อฟ้าและนาคสะดุ้งประดับกระจก ลายปูนปั้นเต็มด้านหน้าวิหาร หน้าบันแบบม้าต่างไหม ประตูไม้แกะสลักพระอินทร์บนช้างเอราวัณ พระเจดีย์หุ้มทองจังโก และศาลาพระเจ้าทันใจ ภาพที่ดีของวัดแห่งนี้ควรสะท้อนทั้งรายละเอียดศิลปกรรมและบรรยากาศวัดชุมชน ไม่ควรถ่ายในลักษณะที่รบกวนพื้นที่ศาสนาหรือพิธีกรรม
 
หากต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยว วัดป่าจี้สามารถเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญของแม่เหียะและดอยคำได้อย่างเหมาะสม เส้นทางแนะนำคือเริ่มจากวัดป่าจี้เพื่อไหว้พระและชมพระวิหารโบราณ จากนั้นไปยังวัดอุโบสถหรืออุโบสถวารีประทาน วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี วัดอินทราวาสหรือวัดต้นเกว๋น และบ้านข้างวัด เส้นทางนี้ให้ภาพเชียงใหม่ตอนใต้ที่ครบทั้งวัดเก่า ประเพณีพื้นเมือง ป่าเชิงดอย สวนสาธารณะ พื้นที่ครอบครัว และชุมชนสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของคูเมืองและมองเชียงใหม่ผ่านพื้นที่ชุมชนมากขึ้น
 
จุดแข็งของวัดป่าจี้เมื่อเทียบกับวัดที่มีชื่อเสียงมากกว่าในเชียงใหม่ คือวัดมีความสัมพันธ์กับประเพณีเลี้ยงดงอย่างชัดเจน เป็นสถานที่เก็บรักษาพระบฏที่ใช้ในพิธี มีพระวิหารโบราณที่ยังแสดงสถาปัตยกรรมล้านนาเด่นชัด มีเจดีย์ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย และตั้งอยู่ในตำบลแม่เหียะซึ่งเป็นพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญของตำนานปู่แสะย่าแสะ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดป่าจี้ไม่ใช่วัดเล็กธรรมดา แต่เป็นวัดที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องผีป่า ความเคารพธรรมชาติ และชีวิตชุมชนเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน
 
โดยสรุป วัดป่าจี้หรือวัดป่าชีเป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่เหียะที่ควรแวะเมื่อเที่ยวเชียงใหม่โซนดอยคำ ราชพฤกษ์ และคันคลอง วัดมีประวัติยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2125 มีพระวิหารโบราณล้านนาที่งดงามด้วยงานปูนปั้น กระจกสี และประตูไม้แกะสลัก มีพระเจดีย์หุ้มทองจังโก ศาลาพระเจ้าทันใจ และมีบทบาทสำคัญในฐานะสถานที่เก็บรักษาพระบฏสำหรับประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะ ผู้มาเยือนจะได้มากกว่าการไหว้พระหรือชมวัดเก่า เพราะวัดแห่งนี้ช่วยเปิดมุมมองให้เข้าใจเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่พระพุทธศาสนา ความเชื่อพื้นเมือง ป่า ต้นน้ำ และชุมชนยังเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งจนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่วัดป่าจี้
ชื่อเรียกอื่นวัดป่าชี, วัดป่าชี่
ที่ตั้งหมู่ที่ 3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100
พิกัด18.745572, 98.936792
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
พื้นที่ตั้งวัด4 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเมื่อ พ.ศ. 2125 เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่เหียะ และเป็นวัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะ
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 40 เมตร
ไฮไลต์พระวิหารโบราณล้านนา ลายปูนปั้นด้านหน้าวิหาร ประตูไม้แกะสลักพระอินทร์บนช้างเอราวัณ พระเจดีย์หุ้มทองจังโก ศาลาพระเจ้าทันใจ และพระบฏที่ใช้ในประเพณีเลี้ยงดง
ลักษณะเด่นของพระวิหารพระวิหารโบราณสถาปัตยกรรมล้านนา ตั้งบนพื้นยกสูงประมาณครึ่งเมตร ราวบันไดเป็นพญานาคเกล็ดสีส้มเขียว หัวพญานาคประดับกระจกสีเขียวและน้ำเงิน ช่อฟ้าและนาคสะดุ้งตกแต่งด้วยกระจกหลากสี
ลักษณะเด่นของพระเจดีย์เจดีย์ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย ตั้งบนพื้นสี่เหลี่ยมยกสูง มีเจดีย์บริวาร 4 มุม ฐานย่อเก็จ ซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปประทานพรทั้ง 4 ด้าน องค์ระฆังคว่ำหุ้มทองจังโก และฉัตรสีทอง
ประเพณีสำคัญประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะ จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน หรือเดือน 9 เหนือของล้านนา
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับประเพณีวัดป่าจี้เป็นสถานที่เก็บรักษาพระบฏหรือผ้าพระบฏ ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้าในพิธีเลี้ยงดง และมีการอัญเชิญพระบฏจากวัดไปยังลานพิธี
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลปัจจุบันพระกฤษณะ คุณากโร
เบอร์ติดต่อหลัก081-366-4929
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ ชมวัด และยังมีบทบาทสำคัญในประเพณีเลี้ยงดงของชุมชนแม่เหียะ
สิ่งอำนวยความสะดวกอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอไตรวิหาร กุฏิสงฆ์ พระวิหารโบราณ พระเจดีย์ ศาลาพระเจ้าทันใจ และพื้นที่ทำบุญของชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระวิหารโบราณ พระอุโบสถ พระเจดีย์ ศาลาพระเจ้าทันใจ ศาลาการเปรียญ หอไตรวิหาร กุฏิสงฆ์ จุดเก็บรักษาพระบฏ และพื้นที่ลานวัด
การเดินทางจากตลาดต้นพะยอม ใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทานลงมาทางทิศใต้ประมาณ 6 กม. ถึงสามแยกอุโบสถวารีประทาน ขับเลยแยกไปประมาณ 300 เมตร เลี้ยวขวาข้ามสะพาน แล้วเข้าไปในซอยอีกประมาณ 200 เมตร
ข้อควรปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสลายปูนปั้น ประตูไม้แกะสลัก งานกระจกสี พระพุทธรูป และองค์ประกอบเก่าแก่ ไม่ปีนฐานเจดีย์ และเคารพพิธีกรรมของชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดอุโบสถ หรืออุโบสถวารีประทาน ประมาณ 1 กม.
2. อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ประมาณ 2 กม.
3. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประมาณ 2 กม.
4. วัดอินทราวาส หรือวัดต้นเกว๋น ประมาณ 2 กม.
5. วัดพระธาตุดอยคำ ประมาณ 3 กม.
6. บ้านข้างวัด ประมาณ 5 กม.
7. วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม ประมาณ 5 กม.
8. เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ประมาณ 6 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ฉำฉา แอท ดอยคำ ประมาณ 2 กม. โทร. 083-473-9494
2. แสนคำเทอร์เรส ประมาณ 3 กม. โทร. 053-838-990
3. ชมคาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ ประมาณ 3 กม. โทร. 053-271-749
4. ข้าวเม่า-ข้าวฟ่าง เชียงใหม่ ประมาณ 4 กม. โทร. 053-838-444, 063-665-5838
5. เดอะ กู๊ด วิว วิลเลจ ประมาณ 4 กม. โทร. 053-904-406
6. ข้าวเม่า-ข้าวฟ่าง เชียงใหม่ ประมาณ 4 กม. โทร. 053-838-444
ที่พักใกล้เคียง1. Mountain Creek Wellness Resort Chiang Mai ประมาณ 1 กม. โทร. 053-111-424
2. Vdara Resort and Spa ประมาณ 3 กม. โทร. 061-270-5888
3. Pool Suite Chiang Mai ประมาณ 4 กม. โทร. 099-236-3222
4. Sukruethai Hotel Chiang Mai ประมาณ 5 กม. โทร. 081-137-0949
5. Chiang Mai Marriott Hotel ประมาณ 8 กม. โทร. 053-253-666
6. Meliá Chiang Mai ประมาณ 8 กม. โทร. 052-090-699
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าจี้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าจี้หรือวัดป่าชีตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในพื้นที่ชุมชนแม่เหียะ ใกล้เส้นทางเลียบคลองชลประทาน อุโบสถวารีประทาน วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
 
ถาม: วัดป่าจี้เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดป่าจี้เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับการเข้ามาไหว้พระ ชมพระวิหารโบราณ พระเจดีย์ ศาลาพระเจ้าทันใจ และบรรยากาศวัดชุมชนแม่เหียะ
 
ถาม: วัดป่าจี้มีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดป่าจี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2125 เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่เหียะ มีพื้นที่ 4 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 40 เมตร
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดป่าจี้มีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระวิหารโบราณล้านนา ราวบันไดพญานาคประดับกระจกสี ลายปูนปั้นด้านหน้าวิหาร ประตูไม้แกะสลักพระอินทร์บนช้างเอราวัณ พระอุโบสถ พระเจดีย์ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย ศาลาพระเจ้าทันใจ หอไตรวิหาร และจุดเก็บรักษาพระบฏ
 
ถาม: วัดป่าจี้เกี่ยวข้องกับประเพณีเลี้ยงดงอย่างไร?
ตอบ: วัดป่าจี้เป็นสถานที่เก็บรักษาพระบฏหรือผ้าพระบฏ ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้าในประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะ โดยจะมีการอัญเชิญพระบฏจากวัดไปยังลานพิธีเลี้ยงดงบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ที่ 4 แม่เหียะ
 
ถาม: ประเพณีเลี้ยงดงจัดช่วงไหน?
ตอบ: ประเพณีเลี้ยงดงจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน หรือเดือน 9 เหนือตามปฏิทินล้านนา เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ของชาวแม่เหียะที่เกี่ยวข้องกับการบวงสรวงปู่แสะย่าแสะและการรักษาผืนป่าต้นน้ำ
 
ถาม: เดินทางไปวัดป่าจี้อย่างไร?
ตอบ: จากตลาดต้นพะยอมให้ใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทานลงมาทางทิศใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงสามแยกอุโบสถวารีประทาน ขับเลยแยกไปประมาณ 300 เมตร เลี้ยวขวาข้ามสะพาน แล้วเข้าไปในซอยอีกประมาณ 200 เมตรก็จะถึงวัด
 
ถาม: เที่ยววัดป่าจี้ร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดอุโบสถ วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี วัดอินทราวาสหรือวัดต้นเกว๋น บ้านข้างวัด วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดป่าจี้ (วัดป่าชี)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)