หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ช้างม่อย > วัดป่าแพ่ง
TL;DR: วัดป่าแพ่ง อยู่ที่ถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากประตูท่าแพ ถนนท่าแพ ถนนช้างม่อย ตลาดวโรรส ย่านวัดเกต ถนนรัตนโกสินทร์ หรือจริงใจมาร์เก็ตได้สะดวก.

เชียงใหม่

วัดป่าแพ่ง

วัดป่าแพ่ง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดป่าแพ่ง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 117 ถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ศาสนา สถาปัตยกรรมล้านนา และบทบาทร่วมสมัยของวัดเมือง วัดแห่งนี้มีพื้นที่ 4 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา ชื่อวัดสัมพันธ์กับพื้นที่ดงไม้แพ่งหรือไม้สะแกเดิมที่เคยอยู่บริเวณนี้ ก่อนมีการถวายที่ดินและพัฒนาเป็นสำนักสงฆ์ แล้วค่อย ๆ เติบโตขึ้นเป็นวัดที่มีวิหาร เจดีย์ หอไตร กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน
 
วัดป่าแพ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในเชียงใหม่ในมุมที่ต่างจากวัดท่องเที่ยวหลักภายในคูเมือง เพราะวัดตั้งอยู่ในย่านช้างม่อยและวังสิงห์คำ ใกล้ถนนเมืองสมุทร ถนนรัตนโกสินทร์ จริงใจมาร์เก็ต วัดเกตการาม ตลาดวโรรส ประตูท่าแพ และชุมชนเก่าริมแม่น้ำปิง ทำให้สามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยววัดและชุมชนเมืองได้สะดวก วัดแห่งนี้ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงอาคารศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัด โรงเรียน ชุมชน งานบุญ งานบำเพ็ญกุศล และวิถีชีวิตของผู้คนในย่านเมืองเก่าฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเชียงใหม่
 
ภาพจำสำคัญของวัดป่าแพ่งคือวัดเมืองที่อยู่ใกล้ชุมชนและถนนหลายสาย แต่ภายในยังมีพื้นที่สงบสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และชมศิลปกรรมล้านนา ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีในการเดินชมวัด เริ่มจากบริเวณประตูทางเข้า วิหาร อุโบสถ เจดีย์ หอไตร หอระฆัง ศาลาการเปรียญ และพื้นที่รอบวัด การเดินชมอย่างช้า ๆ จะทำให้เห็นวัดป่าแพ่งในฐานะวัดชุมชนที่มีเรื่องราวครบ ทั้งการก่อตั้งโดยผู้มีศรัทธา การอาราธนาพระจากวัดชมพูมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก การสร้างถาวรวัตถุตามแรงศรัทธาของชาวบ้าน และการปรับพื้นที่วัดให้รองรับบทบาททางศาสนาในเมืองเชียงใหม่ปัจจุบัน
 
ที่มาของชื่อวัดป่าแพ่งสัมพันธ์กับสภาพพื้นที่เดิมซึ่งเป็นดงไม้แพ่งหรือไม้สะแก คำว่า “ป่า” ในชื่อวัดสะท้อนสภาพแวดล้อมก่อนพื้นที่โดยรอบจะกลายเป็นเขตเมือง ส่วนคำว่า “แพ่ง” สัมพันธ์กับไม้พื้นถิ่นที่เคยขึ้นอยู่ในบริเวณนี้ ชื่อวัดจึงทำหน้าที่เหมือนบันทึกภูมิประเทศเก่า ช่วยให้คนรุ่นหลังเห็นว่าพื้นที่ย่านช้างม่อยและวังสิงห์คำไม่ได้เป็นเขตถนน อาคารพาณิชย์ และชุมชนเมืองมาตั้งแต่ต้น แต่เคยมีลักษณะเป็นพื้นที่กึ่งชนบท มีต้นไม้ มีชุมชน และมีศรัทธาของคนท้องถิ่นค่อย ๆ พัฒนาพื้นที่ขึ้นเป็นสำนักสงฆ์และวัด
 
ประวัติการก่อตั้งวัดป่าแพ่งเริ่มชัดเจนในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เมื่อพ่อพญานาวา ซึ่งเป็นต้นตระกูลนาวาระและมีบทบาทเป็นหัวหน้าช่างต่อเรือให้เจ้าในวัง ร่วมกับท้าวคำปัน กำนันตำบลป่าตัน ได้ชักชวนชาวบ้านสร้างวัดขึ้นในพื้นที่ดงไม้แพ่ง โดยมีความเกี่ยวข้องกับการขอที่ดินจากเจ้าอินทวโรรสสุริยะวงศ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 8 เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ การเริ่มต้นของวัดจึงไม่ได้เกิดจากราชสำนักเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการผสานกันของเจ้าผู้ครองนคร ผู้มีศรัทธา ช่างฝีมือ ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านในชุมชนวังสิงห์คำกับป่าแพ่ง
 
เมื่อเริ่มก่อตั้งสำนักสงฆ์ ได้อาราธนาพระภิกษุจากวัดชมพู คือครูบาขาว เทพวังใส หรือที่ปรากฏในข้อมูลท้องถิ่นอีกชื่อหนึ่งว่าพระครูบาขาว เคพวฺโส มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก การเชื่อมโยงกับวัดชมพูทำให้วัดป่าแพ่งมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายวัดเก่าในย่านช้างม่อยอย่างชัดเจน เพราะวัดชมพู วัดเชตวัน วัดมหาวัน วัดบุพพาราม และวัดป่าแพ่งล้วนตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองเก่าฝั่งตะวันออกของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นย่านที่มีประวัติการค้า ชุมชน และศรัทธาทางพระพุทธศาสนาควบคู่กันมายาวนาน
 
วัดป่าแพ่งได้รับการพัฒนาและก่อสร้างถาวรวัตถุโดยแรงศรัทธาของชาวบ้านและผู้มีอุปถัมภ์ มีการสร้างวิหาร เจดีย์ กุฏิสงฆ์ และหอไตรขึ้นตามลำดับ จนวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461 เขตอุโบสถกว้าง 60 เมตร ยาว 58 เมตร การได้รับวิสุงคามสีมาเป็นข้อมูลสำคัญในทางพระพุทธศาสนา เพราะแสดงว่าวัดมีเขตประกอบสังฆกรรมที่ถูกต้องสำหรับพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจกรรมสงฆ์ที่ต้องใช้เขตสีมา
 
วัดป่าแพ่งจดทะเบียนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2447 และค่อย ๆ เติบโตจากสำนักสงฆ์ในพื้นที่ดงไม้แพ่งมาเป็นวัดชุมชนที่มีบทบาทมั่นคงในย่านช้างม่อย พื้นที่ของวัดตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีถนนและชุมชนรายล้อม ทางวัดเคยบริจาคพื้นที่บางส่วนให้เป็นถนน ทำให้ลักษณะพื้นที่วัดแบ่งเป็นสองฝั่ง เรื่องนี้สะท้อนการปรับตัวของวัดต่อการเปลี่ยนแปลงของเมืองเชียงใหม่ เพราะวัดต้องอยู่ร่วมกับถนน การสัญจร โรงเรียน ร้านค้า บ้านเรือน และกิจกรรมชุมชนที่ขยายตัวขึ้นตามเวลา
 
อีกบทบาทหนึ่งที่ทำให้วัดป่าแพ่งต่างจากวัดท่องเที่ยวทั่วไป คือการเป็นวัดที่ผู้คนมาใช้ประกอบพิธีสวดศพ งานบำเพ็ญกุศล และพิธีฌาปนกิจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงสะดวกและมีเมรุอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน บทบาทนี้ควรกล่าวอย่างเหมาะสม เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่วัดไทยในชุมชนเมือง วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการท่องเที่ยวหรือการไหว้พระเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รองรับช่วงเวลาสำคัญของชีวิตมนุษย์ ทั้งการทำบุญ การอุทิศส่วนกุศล การรวมญาติ และการส่งผู้ล่วงลับตามประเพณีพระพุทธศาสนา
 
ความเป็นวัดเมืองของวัดป่าแพ่งเห็นได้ชัดจากการมีโรงเรียนเทศบาลวัดป่าแพ่งอยู่ในพื้นที่วัดและบริเวณใกล้เคียง ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับโรงเรียนสะท้อนระบบ “บ้าน วัด โรงเรียน” ที่เป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยมายาวนาน เด็กในชุมชนได้เติบโตใกล้พื้นที่ศาสนา เห็นกิจกรรมของวัด ได้เรียนรู้มารยาททางศาสนา และมีวัดเป็นพื้นที่ทางสังคมร่วมกับผู้ใหญ่ในชุมชน วัดป่าแพ่งจึงไม่ใช่พื้นที่แยกขาดจากชีวิตประจำวัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ความทรงจำ และการอยู่ร่วมกันของคนหลายรุ่น
 
ในด้านสถาปัตยกรรม สิ่งแรกที่ดึงสายตาเมื่อเข้าสู่วัดคือซุ้มประตูทางเข้าที่มีลักษณะเด่นและไม่เหมือนวัดหลายแห่งในเชียงใหม่ ซุ้มประตูไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านเข้าสู่วัด แต่เป็นเสมือนจุดเปลี่ยนจากพื้นที่ถนนและชุมชนเข้าสู่พื้นที่ศาสนา ผู้ที่สนใจถ่ายภาพหรือศึกษารายละเอียดวัดล้านนาควรเริ่มจากการสังเกตซุ้มประตู เพราะองค์ประกอบทางเข้าเป็นส่วนที่บอกบุคลิกของวัดได้มาก ทั้งความงาม ความประณีต และบทบาทของวัดในฐานะจุดศูนย์รวมของชุมชน
 
อุโบสถของวัดป่าแพ่งเป็นอาคารศิลปะล้านนาไทย ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคา 2 ชั้น หางหงส์ประดับด้วยนาค ลำยองปิดทอง หน้าบันประดับไม้แกะสลักลวดลายเครือเถาปิดทอง โก่งคิ้วประดับไม้แกะสลักลวดลายก้านขด และไม่มีรวงผึ้ง รูปแบบดังกล่าวทำให้เห็นงานช่างล้านนาในระดับรายละเอียดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้ไม้แกะสลัก ลายเครือเถา ลายก้านขด นาค หางหงส์ และลำยอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สร้างความสง่างามให้ศาสนสถานภาคเหนือ
 
ภายในอุโบสถมีพระประธานซึ่งมีเรื่องเล่าน่าสนใจ พระจากวัดชัยมงคลเคยไปพบวัดร้างและโบราณวัตถุหลายรายการ แล้วนำกลับมาที่วัดพร้อมประกาศให้วัดต่าง ๆ ทราบ หากวัดใดต้องการนำไปประดิษฐานก็สามารถนำพาหนะมารับได้ พระจากวัดป่าแพ่งจึงไปอัญเชิญพระพุทธรูปเก่าองค์หนึ่งมาเป็นพระประธาน เนื่องจากเป็นพระเก่าแก่จึงไม่มีการบันทึกนามไว้อย่างชัดเจน เรื่องนี้ทำให้พระประธานของวัดป่าแพ่งมีคุณค่าในฐานะพระพุทธรูปที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์โบราณวัตถุและการสืบต่อศรัทธาจากพื้นที่วัดร้างมาสู่วัดที่ยังใช้งานจริง
 
เมื่อวัดป่าแพ่งมีอายุครบ 100 ปี ได้มีการหล่อพระพุทธรูปขึ้นอีก 1 องค์ โดยให้นามว่า พระเจ้าร้อยปี พระนามนี้มีความหมายตรงไปตรงมาและทรงคุณค่า เพราะสะท้อนวาระครบรอบ 100 ปีของวัด เป็นเหมือนหมุดหมายของศรัทธาชุมชนที่ช่วยกันรักษาวัดมาจนถึงช่วงเวลาสำคัญ พระเจ้าร้อยปีจึงไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปองค์หนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสืบทอดวัดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นหลักฐานทางใจของชุมชนที่ร่วมกันประคับประคองวัดป่าแพ่งให้ดำรงอยู่ในเมืองเชียงใหม่
 
พระวิหารของวัดป่าแพ่งเป็นอาคารแบบพื้นเมืองล้านนา หลังคา 2 ชั้น หางหงส์ประดับด้วยไม้แกะสลักลายเครือเถาปิดทอง ราวบันไดเป็นตัวมกรอมนาคปิดทองและประดับกระจกสี เหนือกรอบประตูเข้าวิหารมีซุ้มโขงรูปนกยูงกำลังรำแพน ส่วนบานประตูแกะสลักรูปเทวดาปิดทองล่องชาด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วิหารวัดป่าแพ่งเป็นอาคารที่ควรชมอย่างตั้งใจ เพราะรวมสัญลักษณ์ทางศาสนา ความเชื่อเรื่องสัตว์หิมพานต์ ลวดลายไม้ และสีทองแบบล้านนาไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
ราวบันไดมกรอมนาคเป็นจุดที่สะท้อนคติศิลปกรรมล้านนาได้ชัดเจน มกรเป็นสัตว์ในคติที่มักปรากฏร่วมกับนาคในงานช่างวัดภาคเหนือ สื่อถึงพลัง การคุ้มครอง และการนำผู้ศรัทธาจากโลกภายนอกขึ้นสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวิหาร นาคเองก็เป็นสัญลักษณ์สำคัญในพุทธศิลป์ล้านนา สัมพันธ์กับน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และการปกปักรักษาพระพุทธศาสนา เมื่อเดินขึ้นบันไดวิหารวัดป่าแพ่ง ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เพียงเดินขึ้นอาคาร แต่กำลังผ่านองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับจิตใจเข้าสู่พื้นที่แห่งศรัทธา
 
ซุ้มโขงรูปนกยูงกำลังรำแพนเหนือกรอบประตูวิหารเป็นรายละเอียดที่ทำให้วัดป่าแพ่งมีเอกลักษณ์มากขึ้น นกยูงในศิลปกรรมพุทธและศิลปะพื้นถิ่นมักสื่อถึงความงาม ความสง่างาม ความตื่นรู้ และความเป็นมงคล เมื่อนำมาประดับเหนือทางเข้าวิหาร จึงช่วยสร้างความรู้สึกสง่างามก่อนเข้าสู่พื้นที่พระประธาน การผสานนกยูงกับบานประตูเทวดาปิดทองล่องชาดยังสะท้อนฝีมือช่างที่ให้ความสำคัญกับจุดผ่านเข้าออกของอาคารศาสนา เพราะประตูไม่ใช่เพียงช่องเปิด แต่เป็นขอบเขตระหว่างโลกทั่วไปกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
 
เจดีย์ของวัดป่าแพ่งเป็นเจดีย์ทรงปราสาท ฐานยกสูงย่อเก็จ ชั้นมาลัยเถาเป็นทรงกลมรองรับองค์ระฆังกลม ลักษณะนี้แสดงรูปแบบล้านนาที่ผสมความเรียบง่ายและความสง่างามเข้าด้วยกัน เจดีย์เป็นปูชนียวัตถุสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของวัด ผู้มาเยือนควรชมเจดีย์อย่างสงบ ไม่ปีนฐาน ไม่สัมผัสองค์ประกอบเก่าแก่ และควรสังเกตสัดส่วนฐาน องค์ระฆัง และส่วนยอด เพราะองค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนแนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่ช่างล้านนาใช้สร้างความสมดุลให้เจดีย์
 
หอไตรของวัดป่าแพ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน หลังคาประดับหางหงส์ และมีปูนปั้นประดับกระจกสี หอไตรมีบทบาทสำคัญในวัดไทย เพราะเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาคัมภีร์ พระไตรปิฎก และองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา ในอดีตวัดล้านนามักให้ความสำคัญกับหอไตรอย่างมาก เพราะการรักษาคัมภีร์คือการรักษาพระธรรม การที่วัดป่าแพ่งมีหอไตรและมีการบูรณะย้ายหอไตรจากใต้พระวิหารมาใกล้กำแพงวัด จึงสะท้อนความพยายามของวัดในการรักษาพื้นที่พระธรรมให้คงอยู่และใช้งานได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน
 
หอระฆังของวัดป่าแพ่งสร้างแบบถาวรก่ออิฐถือปูน เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมภาพรวมของวัดชุมชนให้สมบูรณ์ เสียงระฆังในวัดไทยสัมพันธ์กับการบอกเวลา การเรียกประชุม การเริ่มพิธีกรรม และการสร้างจังหวะให้พื้นที่ศาสนา หอระฆังจึงไม่ได้เป็นเพียงอาคารประกอบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบการใช้งานวัด เมื่อมองร่วมกับวิหาร อุโบสถ เจดีย์ หอไตร ศาลาการเปรียญ และเมรุ จะเห็นว่าวัดป่าแพ่งมีองค์ประกอบครบสำหรับการเป็นวัดชุมชนเมืองที่ใช้งานจริง
 
ปูชนียวัตถุสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งของวัดคือพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ลงรักปิดทองปางสมาธิ แบบเชียงแสนและสุโขทัย พระพุทธรูปแบบเชียงแสนมักให้ความรู้สึกหนักแน่น สงบ และมีพลัง ส่วนแบบสุโขทัยเน้นความอ่อนช้อยและความงามในอุดมคติ การมีพระพุทธรูปทั้ง 2 สกุลศิลปะอยู่ในวัดเดียวกันช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความหลากหลายของพุทธศิลป์ไทย และทำให้วัดป่าแพ่งเป็นจุดเรียนรู้สำหรับผู้สนใจศิลปะพระพุทธรูป ไม่ใช่เพียงสถานที่ทำบุญเท่านั้น
 
ในด้านเจ้าอาวาสและการดูแลวัด วัดป่าแพ่งมีลำดับเจ้าอาวาสที่สืบต่อกันหลายรูป เริ่มจากครูบาขาว เทพวังใส ตามด้วยพระสมห์คำตุ้ย พระอินสม กาลันทสีมา พระคำตั๋น ชยวงใส พระอธิการบุญปั๋น ปญฺโญ พระอธิการศรีนนท์ สกาโร และพระครูอุปถัมภ์ศาสนคุณ สำหรับข้อมูลปัจจุบัน วัดป่าแพ่งมีพระมหาประเสริฐ ภทฺทจาโร เป็นเจ้าอาวาสและมีบทบาทในกิจกรรมทางศาสนาของจังหวัดเชียงใหม่ การมีลำดับการดูแลต่อเนื่องเช่นนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดดำรงอยู่ได้ด้วยทั้งพระสงฆ์ คณะกรรมการวัด ชาวบ้าน และผู้มีศรัทธาที่ร่วมกันรักษาวัด
 
บทบาทร่วมสมัยของวัดป่าแพ่งยังเห็นได้จากการใช้พื้นที่วัดจัดพิธีทางศาสนาและกิจกรรมสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่ การที่หน่วยงานและประชาชนเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดสะท้อนว่าวัดยังเป็นพื้นที่สาธารณะทางจิตใจของเมือง ไม่ใช่เพียงวัดเก่าที่มีบทบาทเฉพาะในอดีต วัดประเภทนี้มีความสำคัญต่อสังคมเมืองมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธี และรวมตัวในวาระสำคัญทางศาสนาและสังคมได้
 
การเดินทางไปวัดป่าแพ่งทำได้สะดวกจากหลายจุดในเมืองเชียงใหม่ หากเริ่มจากประตูท่าแพ สามารถเดินทางไปทางถนนท่าแพหรือถนนช้างม่อย แล้วเชื่อมเข้าสู่ถนนเมืองสมุทรได้ หากมาจากตลาดวโรรสหรือริมแม่น้ำปิง สามารถใช้เส้นทางเลียบย่านวัดเกตและวังสิงห์คำเข้าสู่ถนนเมืองสมุทรได้ง่าย ส่วนผู้ที่พักอยู่บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ จริงใจมาร์เก็ต หรือย่านฟ้าฮ่าม สามารถเดินทางระยะสั้นมายังวัดได้สะดวก ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรใช้ระบบนำทางไปยัง “วัดป่าแพ่ง ถนนเมืองสมุทร” และเผื่อเวลาเรื่องถนนชุมชนกับที่จอดรถ
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก หรือแท็กซี่ผ่านแอป โดยระบุปลายทางว่า “วัดป่าแพ่ง ถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย” เพื่อให้ผู้ขับระบุจุดหมายได้ชัดเจน วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวและย่านตลาดหลายแห่ง จึงเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางเดินเที่ยวร่วมกับจริงใจมาร์เก็ต วัดเกตการาม ตลาดวโรรส ประตูท่าแพ และวัดเก่าในย่านช้างม่อย หากเดินเท้าควรเลือกช่วงอากาศไม่ร้อนมากและระวังการจราจรตามถนนชุมชน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดป่าแพ่งคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและชมสถาปัตยกรรมในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการแวะก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดวโรรส จริงใจมาร์เก็ต หรือย่านริมแม่น้ำปิง หากต้องการถ่ายภาพรายละเอียดของวิหาร อุโบสถ ซุ้มประตู หอไตร และเจดีย์ ควรเลือกเวลาที่มีแสงธรรมชาติพอเหมาะ เพื่อให้เห็นงานไม้แกะสลัก ลายปิดทอง กระจกสี และสัดส่วนอาคารได้ชัดเจน
 
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดป่าแพ่งควรยึดหลักเดียวกับการเข้าวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดไหล่หรือสั้นเกินควร ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป งานไม้แกะสลัก จิตรกรรม หรือองค์ประกอบเก่าแก่ ไม่ปีนฐานเจดีย์ ไม่ส่งเสียงดัง และเคารพพื้นที่พระสงฆ์ โรงเรียน และพื้นที่ที่ใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล หากมีพิธีกรรมหรืองานบุญควรเปิดทางให้ผู้มาทำบุญและญาติผู้ร่วมงานใช้พื้นที่ก่อน
 
วัดป่าแพ่งเหมาะกับผู้ที่สนใจถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม เพราะมีองค์ประกอบหลายจุดที่ให้ภาพแตกต่างจากวัดท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งซุ้มประตูทางเข้า วิหารพื้นเมืองล้านนา ราวบันไดมกรอมนาค ซุ้มโขงนกยูง บานประตูเทวดาปิดทองล่องชาด หอไตร 2 ชั้น เจดีย์ทรงปราสาท และบรรยากาศวัดที่อยู่ร่วมกับโรงเรียนและชุมชนเมือง การถ่ายภาพควรทำด้วยความสุภาพ ไม่ใช้แฟลชใกล้พระพุทธรูปหรือวัตถุเก่า ไม่ถ่ายภาพพระสงฆ์หรือผู้ร่วมพิธีใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่รบกวนกิจกรรมของวัด
 
หากต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยว วัดป่าแพ่งสามารถเที่ยวร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้หลายรูปแบบ เส้นทางแรกคือเส้นทางตลาดและชุมชนเมือง เริ่มจากจริงใจมาร์เก็ต แวะวัดป่าแพ่ง ต่อด้วยวัดเกตการาม ตลาดวโรรส และย่านริมแม่น้ำปิง เส้นทางที่สองคือเส้นทางวัดเมืองเก่า เริ่มจากประตูท่าแพ วัดบุพพาราม วัดเชตวัน วัดมหาวัน วัดอู่ทรายคำ แล้วต่อมายังวัดป่าแพ่ง เส้นทางที่สามคือเส้นทางช้างม่อย–วังสิงห์คำ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นเชียงใหม่ในมุมชุมชนจริง ร้านอาหารท้องถิ่น ตลาด และวัดที่ยังมีชีวิตทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
 
จุดแข็งของวัดป่าแพ่งเมื่อเทียบกับวัดที่มีชื่อเสียงกว่าในเชียงใหม่ คือวัดมีเรื่องราวของชุมชนชัดเจนมาก ทั้งชื่อจากดงไม้แพ่งหรือสะแก การก่อตั้งโดยพ่อพญานาวาและท้าวคำปัน ความสัมพันธ์กับเจ้าอินทวโรรสสุริยะวงศ์ การอาราธนาครูบาขาวจากวัดชมพู การสร้างถาวรวัตถุตามแรงศรัทธาชาวบ้าน การบริจาคพื้นที่บางส่วนให้เป็นถนน การมีโรงเรียนเทศบาลวัดป่าแพ่ง และบทบาทด้านงานบำเพ็ญกุศล รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดป่าแพ่งเป็นวัดที่สะท้อนชีวิตจริงของเชียงใหม่ได้ลึกกว่าการชมสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปกรรมล้านนา วัดป่าแพ่งเป็นจุดที่ควรแวะชม เพราะมีทั้งอุโบสถศิลปะล้านนาไทย วิหารพื้นเมืองล้านนา เจดีย์ทรงปราสาท หอไตร 2 ชั้น หอระฆัง และพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์แบบเชียงแสนกับสุโขทัย การเดินชมวัดแห่งนี้จะช่วยให้เห็นว่างานช่างล้านนาไม่ได้มีเพียงวัดใหญ่หรือวัดหลวงเท่านั้น แต่วัดชุมชนขนาดกลางก็มีรายละเอียดทางศิลปะที่ควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะลายแกะสลักไม้ กระจกสี ลายปิดทอง และองค์ประกอบหน้าบันกับประตูวิหาร
 
ในภาพรวม วัดป่าแพ่งเป็นวัดเมืองที่รวมประวัติศาสตร์ชุมชน ศรัทธา ศิลปกรรมล้านนา และบทบาททางสังคมไว้ในพื้นที่เดียว ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งความงามของอาคารวัด ความหมายของชื่อสถานที่ การเชื่อมโยงกับวัดเก่าในช้างม่อย บทบาทของโรงเรียนและชุมชน รวมถึงหน้าที่ของวัดในพิธีกรรมสำคัญของชีวิต วัดป่าแพ่งจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่แบบเข้าใจเมืองมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเดินผ่านจุดเช็กอิน แต่เป็นการเรียนรู้ว่าเชียงใหม่เติบโตจากวัด ชุมชน ถนน ตลาด แม่น้ำ และศรัทธาของผู้คนอย่างไร
 
โดยสรุป วัดป่าแพ่งเป็นวัดเก่าในตำบลช้างม่อยที่ควรแวะเมื่อเที่ยวเชียงใหม่โซนถนนเมืองสมุทร จริงใจมาร์เก็ต วังสิงห์คำ วัดเกตการาม ตลาดวโรรส และประตูท่าแพ วัดมีประวัติการก่อตั้งจากพื้นที่ดงไม้แพ่งหรือสะแก มีถาวรวัตถุสำคัญหลายส่วน มีเจ้าอาวาสและชุมชนดูแลสืบต่อกันมา และยังเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ และใช้พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ต้องการรู้จักเชียงใหม่ในมุมวัดชุมชนที่มีชีวิตจริงควรจัดวัดป่าแพ่งไว้ในเส้นทาง เพราะที่นี่ให้ทั้งความสงบ ความรู้ และภาพชัดของความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับเมืองเชียงใหม่
 
ชื่อสถานที่วัดป่าแพ่ง
ที่ตั้งถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 117 ถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด18.802600, 98.997810
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
พื้นที่ตั้งวัด4 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา
ไฮไลต์วัดเมืองเก่าในย่านช้างม่อย มีซุ้มประตูโดดเด่น อุโบสถศิลปะล้านนาไทย วิหารพื้นเมืองล้านนา เจดีย์ทรงปราสาท หอไตร 2 ชั้น และบทบาทสำคัญด้านงานบุญกับงานบำเพ็ญกุศลของชุมชน
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มจากพื้นที่ดงไม้แพ่งหรือไม้สะแกในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 จดทะเบียนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2447 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461
ที่มาของชื่อชื่อวัดมาจากพื้นที่เดิมที่เป็นดงไม้แพ่งหรือไม้สะแก คำว่า “ป่าแพ่ง” จึงสะท้อนภูมิประเทศและชื่อไม้พื้นถิ่นที่เคยปรากฏในบริเวณนี้
ผู้มีบทบาทในการก่อตั้งพ่อพญานาวา ต้นตระกูลนาวาระ หัวหน้าช่างต่อเรือให้เจ้าในวัง ร่วมกับท้าวคำปัน กำนันตำบลป่าตัน และชาวบ้านในชุมชน
เจ้าอาวาสรูปแรกครูบาขาว เทพวังใส หรือพระครูบาขาว เคพวฺโส จากวัดชมพู
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลปัจจุบันพระมหาประเสริฐ ภทฺทจาโร
เบอร์ติดต่อหลัก053-234-560
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ ชมวัด และใช้พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาตามเวลาทำการ
ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมอุโบสถศิลปะล้านนาไทย หลังคา 2 ชั้น หน้าบันไม้แกะสลักลวดลายเครือเถาปิดทอง วิหารพื้นเมืองล้านนา ราวบันไดมกรอมนาค ซุ้มโขงนกยูง บานประตูเทวดาปิดทองล่องชาด และเจดีย์ทรงปราสาท
ปูชนียวัตถุ / สิ่งสำคัญพระประธานเก่าในอุโบสถ พระเจ้าร้อยปี พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ลงรักปิดทองปางสมาธิแบบเชียงแสนและสุโขทัย เจดีย์ทรงปราสาท และหอไตร 2 ชั้น
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ ทางเข้าถึงสะดวก ห้องน้ำ วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ หอไตร หอระฆัง และพื้นที่ทำบุญ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญซุ้มประตูทางเข้า อุโบสถ วิหารพื้นเมืองล้านนา พระประธาน พระเจ้าร้อยปี เจดีย์ทรงปราสาท หอไตร 2 ชั้น หอระฆัง ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เมรุ และพื้นที่โรงเรียนเทศบาลวัดป่าแพ่ง
การเดินทางเดินทางจากประตูท่าแพ ถนนท่าแพ ถนนช้างม่อย ตลาดวโรรส ย่านวัดเกต ถนนรัตนโกสินทร์ หรือจริงใจมาร์เก็ตได้สะดวก ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินทางระยะสั้นจากจุดท่องเที่ยวใกล้เคียง
ข้อควรปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป งานไม้แกะสลัก หรือองค์ประกอบเก่าแก่ ไม่ปีนฐานเจดีย์ และเคารพพื้นที่ประกอบพิธีของวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. จริงใจ มาร์เก็ต เชียงใหม่ ประมาณ 0.8 กม.
2. วัดเกตการาม ประมาณ 1.2 กม.
3. ตลาดวโรรส ประมาณ 1.3 กม.
4. ประตูท่าแพ ประมาณ 1.7 กม.
5. ถนนคนเดินท่าแพ ประมาณ 1.7 กม.
6. อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประมาณ 1.8 กม.
7. วัดโลกโมฬี ประมาณ 1.8 กม.
8. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ประมาณ 2.1 กม.
9. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 2.4 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. รสเด็ดดี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น แยกวัดป่าแพ่ง ประมาณ 0.1 กม.
2. Magnolia Cafe’ by Pinn Food Society ประมาณ 0.2 กม. โทร. 061-684-8222
3. บุศริน Busarin Cuisine ประมาณ 0.2 กม. โทร. 081-671-2846
4. ท่าช้างคาเฟ่ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 082-028-3736, 093-309-6299
5. Gallery กาแฟดริปเชียงใหม่ จริงใจมาร์เก็ต ประมาณ 0.4 กม.
6. Somtum House-Yokkrok โครงการจริงใจวิลเลจ ประมาณ 0.7 กม.
7. The Banyan Riverhouse Cafe & Bistro ประมาณ 1.1 กม. โทร. 052-001-438
ที่พักใกล้เคียง1. At Pingnakorn Riverside ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-249-222
2. Buri Sriping Riverside Resort & Spa ประมาณ 0.9 กม. โทร. 052-001-437, 090-323-7795
3. sala lanna Chiang Mai ประมาณ 1.3 กม. โทร. 053-242-588
4. The Rise Suites Hotel Chiang Mai ประมาณ 1.9 กม. โทร. 098-661-6422
5. Chiang Mai Marriott Hotel ประมาณ 1.9 กม. โทร. 053-253-666
6. Wintree City Resort Chiang Mai ประมาณ 2.3 กม. โทร. 052-081-377
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าแพ่งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าแพ่งตั้งอยู่เลขที่ 117 ถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ใกล้จริงใจ มาร์เก็ต วัดเกตการาม ตลาดวโรรส และย่านวังสิงห์คำ
 
ถาม: วัดป่าแพ่งเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดป่าแพ่งเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดป่าแพ่งมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดป่าแพ่งเริ่มจากพื้นที่ดงไม้แพ่งหรือไม้สะแก ได้รับการพัฒนาเป็นสำนักสงฆ์และจดทะเบียนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2447 โดยมีพ่อพญานาวา ท้าวคำปัน และชาวบ้านร่วมกันสร้าง ก่อนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461
 
ถาม: ชื่อวัดป่าแพ่งมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากสภาพพื้นที่เดิมที่เป็นดงไม้แพ่งหรือไม้สะแก จึงสะท้อนภูมิประเทศเก่าและชื่อไม้พื้นถิ่นที่เคยปรากฏในบริเวณวัด
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดป่าแพ่งมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถศิลปะล้านนาไทย วิหารพื้นเมืองล้านนา ราวบันไดมกรอมนาค ซุ้มโขงนกยูง บานประตูเทวดาปิดทองล่องชาด เจดีย์ทรงปราสาท หอไตร 2 ชั้น พระประธานเก่า และพระเจ้าร้อยปี
 
ถาม: วัดป่าแพ่งมีเจ้าอาวาสรูปใดดูแลอยู่?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดป่าแพ่งคือพระมหาประเสริฐ ภทฺทจาโร
 
ถาม: เดินทางไปวัดป่าแพ่งอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากประตูท่าแพ ตลาดวโรรส ถนนช้างม่อย ถนนท่าแพ ถนนรัตนโกสินทร์ ย่านวัดเกต หรือจริงใจมาร์เก็ตได้สะดวก โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ผ่านแอป หรือเดินทางระยะสั้นจากสถานที่ใกล้เคียง
 
ถาม: เที่ยววัดป่าแพ่งร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับจริงใจ มาร์เก็ต วัดเกตการาม ตลาดวโรรส ประตูท่าแพ ถนนคนเดินท่าแพ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ วัดโลกโมฬี วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดพระสิงห์วรมหาวิหารได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)