หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันป่าตอง >ต.ท่าวังพร้าว > วัดสันควงคำ
TL;DR: วัดสันควงคำ อยู่ที่บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางเชียงใหม่ – หางดง – สันป่าตอง หรือทางหลวงหมายเลข.
วัดสันควงคำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดสันควงคำ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่ที่มีซากเจดีย์ปรักหักพังอยู่ในพื้นที่ ต่อมาชาวบ้านร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2499 เพราะการเดินทางไปทำบุญที่วัดท่าวังพร้าวลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่น้ำจากลำน้ำปิงและลำน้ำขานท่วมถนน วัดได้รับการประกาศยกวัดร้างเป็นวัดที่มีพระสงฆ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2517 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539 จุดเด่นของวัดคือประวัติการฟื้นวัดร้าง ความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนบ้านท่าตุ้ม ซากเจดีย์เก่า วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบาตร และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชุมชนริมลำน้ำในตำบลท่าวังพร้าว
วัดสันควงคำ ตั้งอยู่เลขที่ 53 บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50120 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 8 ไร่ 26 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 47371 เล่มที่ 474 หน้า 71 วัดแห่งนี้มีประวัติที่สัมพันธ์กับการฟื้นฟูวัดร้างและความศรัทธาของชาวบ้านอย่างชัดเจน เดิมพื้นที่วัดเป็นวัดร้างเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ยังมีซากเจดีย์ปรักหักพังอยู่ในบริเวณวัดร้าง ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นศาสนสถานมาก่อน และเหมาะแก่การบูรณะให้กลับมาเป็นวัดของชุมชนอีกครั้ง
จุดเริ่มต้นสำคัญของวัดสันควงคำเกิดจากความจำเป็นของคณะศรัทธาในหมู่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านท่าตุ้ม เดิมชาวบ้านต้องเดินทางไปร่วมทำบุญและประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดท่าวังพร้าว ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตองอยู่เสมอ การเดินทางในสมัยนั้นไม่สะดวก ถนนหนทางยังไม่ดี และในช่วงฤดูฝนเมื่อฝนตกหนัก พื้นที่ถนนซึ่งมีลำน้ำปิงและลำน้ำขานขนาบอยู่ทั้งสองฝั่งมักประสบปัญหาน้ำไหลท่วม เส้นทางไปทำบุญจึงยากลำบาก โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ครอบครัวที่ต้องเดินทางเป็นหมู่คณะ และชาวบ้านที่ต้องไปร่วมงานบุญตามกำหนดพิธี
บริบทการเดินทางที่ลำบากนี้ทำให้ชาวบ้านเริ่มคิดถึงการมีวัดประจำชุมชนของตนเองมากขึ้น วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธี แต่เป็นพื้นที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของคนในหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านต้องใช้วัดในการทำบุญ ฟังธรรม ร่วมพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทำบุญอุทิศส่วนกุศล งานบวช งานศพ และกิจกรรมตามประเพณีล้านนา เมื่อการเดินทางไปวัดเดิมมีอุปสรรคต่อเนื่อง การฟื้นวัดร้างใกล้หมู่บ้านจึงกลายเป็นทางออกที่เหมาะสมทั้งในด้านศรัทธาและความสะดวกของชุมชน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 นายปัน ปินตาอุ้ย ผู้ใหญ่บ้าน และพ่อหนานออน ใจแปง ได้ปรึกษาหารือกับราษฎรในหมู่บ้าน เมื่อพบว่ามีที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน และเป็นที่ดินของวัดร้างเก่าแก่ที่มีซากเจดีย์ปรักหักพังอยู่ในบริเวณวัดร้าง ชาวบ้านจึงเห็นพ้องกันว่าควรร่วมแรงร่วมใจสร้างวัดขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิม การตัดสินใจนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการนำศาสนสถานที่เคยร้างกลับมาเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชนอีกครั้ง และสะท้อนว่าชาวบ้านไม่ได้สร้างวัดขึ้นโดยตัดขาดจากอดีต แต่เลือกฟื้นพื้นที่ที่มีร่องรอยทางพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว
การบูรณะปฏิสังขรวัดเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2499 โดยอาศัยแรงศรัทธาและความร่วมมือของคนในหมู่บ้านบ้านท่าตุ้ม การสร้างวัดในลักษณะนี้เป็นภาพสำคัญของวัดชุมชนล้านนา เพราะวัดไม่ได้เกิดขึ้นจากอำนาจของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของคณะศรัทธา ผู้นำชุมชน ผู้มีความรู้ทางศาสนา และชาวบ้านที่เห็นประโยชน์ร่วมกัน เมื่อวัดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ชุมชนก็มีพื้นที่ทางศาสนาที่อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น ลดความยากลำบากในการเดินทางไปทำบุญที่วัดท่าวังพร้าว โดยเฉพาะในฤดูฝน
หลังจากมีการเริ่มฟื้นฟูพื้นที่วัดร้าง พระครูปิยธรรมภาณี รองเจ้าคณะอำเภอสันป่าตอง แห่งวัดดอนชัย บ้านต้นแหนน้อย ได้ตั้งชื่อวัดร้างแห่งนี้ว่า “วัดสันควงคำ” และชื่อนี้ใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน ชื่อวัดมีน้ำหนักทางความหมายในเชิงภูมิประเทศและความเป็นสิริมงคล คำว่า “สัน” ในภาษาถิ่นภาคเหนือมักสื่อถึงเนิน คันดิน หรือพื้นที่สูง ส่วน “ควงคำ” ให้ความรู้สึกถึงพื้นที่รวมตัวอันมีคุณค่าและเป็นมงคล ชื่อวัดจึงเหมาะกับสถานที่ที่เคยเป็นวัดร้างบนพื้นที่เดิม มีซากเจดีย์เก่า และได้รับการฟื้นขึ้นจากแรงศรัทธาของชุมชน
วัดสันควงคำเดิมเป็นวัดร้าง ก่อนที่กระทรวงศึกษาธิการจะประกาศยกวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2517 ขั้นตอนนี้มีความสำคัญต่อสถานะของวัด เพราะเป็นการยืนยันทางราชการว่าสถานที่ดังกล่าวได้กลับมามีบทบาทเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและประกอบศาสนกิจได้อย่างชัดเจน จากวัดร้างที่เหลือเพียงซากเจดีย์เก่า วัดสันควงคำจึงค่อย ๆ กลับมาเป็นศาสนสถานที่ชาวบ้านใช้ทำบุญและพึ่งพิงทางจิตใจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมา วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539 การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นจุดสำคัญในพัฒนาการของวัด เพราะเกี่ยวข้องกับเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญของพระสงฆ์ การมีวิสุงคามสีมาช่วยให้วัดมีสถานะทางพระพุทธศาสนาที่มั่นคงและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในฐานะวัดที่เริ่มต้นจากการฟื้นฟูวัดร้าง การได้รับวิสุงคามสีมาจึงสะท้อนความต่อเนื่องของศรัทธาชุมชนจากการเริ่มบูรณะใน พ.ศ. 2499 ไปสู่การเป็นวัดที่มีสถานะทางศาสนาชัดเจนในเวลาต่อมา
ลักษณะพื้นที่ของบ้านท่าตุ้มและวัดสันควงคำสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ลำน้ำอย่างเด่นชัด ประวัติของวัดกล่าวถึงลำน้ำปิงและลำน้ำขานที่มีผลต่อการเดินทางของชาวบ้าน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่น้ำหลากและท่วมเส้นทาง ทำให้การไปทำบุญที่วัดท่าวังพร้าวเป็นเรื่องลำบาก ลักษณะเช่นนี้สะท้อนชีวิตของชุมชนริมน้ำในอดีตอย่างดี เพราะลำน้ำเป็นทั้งแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางธรรมชาติ และในบางเวลาเป็นอุปสรรคต่อการสัญจร วัดสันควงคำจึงเกิดขึ้นจากความต้องการของชุมชนที่ต้องปรับตัวต่อภูมิประเทศจริงของพื้นที่
บ้านท่าตุ้มในหมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว เป็นชุมชนที่อยู่ในเครือข่ายวัดและหมู่บ้านของอำเภอสันป่าตอง พื้นที่ตำบลท่าวังพร้าวมีวัดเก่าและวัดชุมชนหลายแห่ง เช่น วัดท่าวังพร้าว วัดต้นแหนหลวง วัดดอนชัย วัดมงคล วัดศรีรัตนาราม และวัดสันควงคำ แต่ละวัดมีเรื่องราวผูกกับหมู่บ้านของตนเอง วัดสันควงคำโดดเด่นจากประวัติการฟื้นวัดร้างและเหตุผลด้านการเดินทางไปทำบุญที่ลำบาก จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดที่เกิดจากความต้องการจริงของชุมชน ไม่ใช่เพียงการสร้างศาสนสถานใหม่โดยไร้บริบททางสังคม
อาคารเสนาสนะของวัดสันควงคำประกอบด้วยวิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ 2 หลัง และศาลาบาตร วิหารเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และประกอบกิจกรรมทางศาสนาของญาติโยม ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่รองรับการฟังธรรม การประชุมของคณะศรัทธา และงานบุญของชุมชน กุฏิสงฆ์ 2 หลังเป็นพื้นที่พักจำพรรษา ศึกษาธรรม และปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ ส่วนศาลาบาตรเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทำบุญ ถวายภัตตาหาร และการรองรับพระสงฆ์ในโอกาสต่าง ๆ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดมีความพร้อมในฐานะวัดชุมชนที่ใช้งานจริง
วิหารของวัดเป็นจุดที่ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่สักการะและเป็นหัวใจของการเข้าวัดในเชิงศรัทธา แม้ข้อมูลสาธารณะไม่ได้ระบุรายละเอียดพระประธานหรือพระพุทธรูปสำคัญภายในวิหารอย่างชัดเจน แต่ในฐานะวิหารของวัดชุมชน วิหารเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเข้ามาไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมทางศาสนา การเข้าวิหารควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าตามมารยาทของวัดไทย ลดเสียง และปฏิบัติต่อพื้นที่ศาสนสถานด้วยความสำรวม
ศาลาการเปรียญเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สะท้อนบทบาทของวัดสันควงคำต่อชุมชนบ้านท่าตุ้มอย่างชัดเจน ในวัดชุมชนล้านนา ศาลาการเปรียญมักเป็นพื้นที่รวมคนในหมู่บ้านในช่วงงานบุญ วันพระ งานฟังธรรม งานทอดกฐิน งานทอดผ้าป่า และกิจกรรมของคณะศรัทธา พื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนลานกลางทางสังคมของวัด เพราะเป็นที่ที่พระสงฆ์กับญาติโยมได้พบกันผ่านกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมชุมชน ช่วยให้วัดเป็นศูนย์กลางที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงสถานที่เงียบสงบสำหรับกราบไหว้เท่านั้น
กุฏิสงฆ์ 2 หลังของวัดเป็นพื้นที่ที่ควรให้ความเคารพเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่พักและพื้นที่ปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในเขตกุฏิโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ส่งเสียงดังใกล้บริเวณที่พักสงฆ์ และไม่ถ่ายภาพพระสงฆ์หรือพื้นที่ส่วนตัวในลักษณะที่อาจรบกวนความสงบของวัด การเที่ยววัดชุมชนควรเข้าใจว่าวัดไม่ได้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ยังเป็นที่อยู่และที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ด้วย
ศาลาบาตรเป็นองค์ประกอบที่ช่วยสะท้อนวิถีทำบุญของวัดชุมชน เพราะเกี่ยวข้องกับการถวายภัตตาหาร การจัดเตรียมอาหาร การต้อนรับพระสงฆ์ และกิจกรรมของญาติโยมในงานบุญต่าง ๆ ในชุมชนล้านนา การทำบุญมักเป็นกิจกรรมที่คนในหมู่บ้านร่วมมือกันทั้งด้านอาหาร แรงงาน และปัจจัย วัดสันควงคำจึงไม่ได้มีบทบาทเฉพาะทางพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สร้างความร่วมมือระหว่างคนในชุมชนผ่านการช่วยกันจัดงานบุญตามกำลังศรัทธา
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดคือซากเจดีย์เก่า ซึ่งเป็นร่องรอยสำคัญที่สุดที่บอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นวัดมาก่อน ซากเจดีย์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่ชำรุด หากแต่เป็นหลักฐานทางศาสนาและความทรงจำของพื้นที่ การที่ชาวบ้านเลือกฟื้นวัดร้างบริเวณที่มีซากเจดีย์เก่า แสดงให้เห็นว่าชุมชนให้ความเคารพต่ออดีตของสถานที่ และเห็นว่าการสร้างวัดใหม่ควรเชื่อมกับรากเดิมทางพระพุทธศาสนา ซากเจดีย์เก่าจึงเป็นจุดที่ควรชมและควรไหว้ด้วยความสำรวม
ซากเจดีย์เก่ายังทำให้วัดสันควงคำมีความน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะแม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าวัดร้างเดิมสร้างขึ้นในสมัยใด แต่การมีซากเจดีย์อยู่ในพื้นที่ย่อมบอกถึงการเคยมีศาสนสถานมาก่อน ชุมชนบ้านท่าตุ้มจึงไม่ได้เริ่มต้นจากพื้นที่ว่างเปล่า แต่เป็นการต่อชีวิตให้พื้นที่ศรัทธาที่เคยมีอยู่แล้วกลับมามีบทบาทอีกครั้ง ความสำคัญของซากเจดีย์จึงอยู่ที่การเชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของวัดไว้ด้วยกัน
บทบาทของวัดสันควงคำต่อชุมชนบ้านท่าตุ้มมีรากมาจากปัญหาการเดินทางไปทำบุญในอดีต เมื่อชาวบ้านมีวัดใกล้หมู่บ้านมากขึ้น วัดจึงกลายเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชน ใช้เป็นที่ทำบุญในวันพระ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรมของครอบครัว งานบวช งานศพ งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล รวมถึงกิจกรรมบุญตามเทศกาลพระพุทธศาสนา วัดช่วยให้ผู้สูงอายุและครอบครัวในหมู่บ้านเข้าถึงกิจกรรมทางศาสนาได้สะดวกขึ้น และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับพระศาสนาแน่นแฟ้นขึ้น
ในบริบทล้านนา งานบุญของวัดชุมชนมักเกี่ยวข้องกับวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล งานบวช และงานศพ กิจกรรมเหล่านี้เป็นมากกว่าพิธีทางศาสนา เพราะเป็นโอกาสที่ชาวบ้านได้ช่วยกันจัดสถานที่ เตรียมอาหาร ต้อนรับญาติมิตร ถวายภัตตาหาร และสนับสนุนวัดตามกำลังศรัทธา วัดสันควงคำจึงมีบทบาททั้งด้านศาสนาและด้านสังคม ช่วยรักษาความเป็นชุมชนและสืบทอดวิถีล้านนาในบ้านท่าตุ้ม
จุดเด่นของวัดสันควงคำคือประวัติการฟื้นวัดร้างให้กลับมามีพระสงฆ์และศรัทธาชาวบ้านอีกครั้ง วัดแห่งนี้มีเรื่องเล่าที่ชัดเจนเกี่ยวกับความลำบากของการเดินทางไปวัดท่าวังพร้าวในอดีต ปัญหาน้ำท่วมเส้นทางจากลำน้ำปิงและลำน้ำขาน บทบาทของนายปัน ปินตาอุ้ย ผู้ใหญ่บ้าน และพ่อหนานออน ใจแปง รวมถึงการตั้งชื่อวัดโดยพระครูปิยธรรมภาณี เรื่องราวเหล่านี้ทำให้วัดมีมิติทางประวัติศาสตร์ชุมชนชัดเจนกว่าการเป็นเพียงวัดประจำหมู่บ้านทั่วไป
บรรยากาศของวัดเหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระอย่างสงบและเรียนรู้วัดชุมชนที่มีประวัติจากการบูรณะวัดร้าง วัดสันควงคำไม่ได้โดดเด่นด้วยความใหญ่โตแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่โดดเด่นด้วยความหมายของสถานที่ ความร่วมมือของชาวบ้าน และร่องรอยซากเจดีย์เก่าที่ช่วยย้ำว่าพื้นที่นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ในความทรงจำของชุมชน การมาเยือนวัดจึงควรใช้เวลาอย่างพอดี เดินชมอย่างสำรวม ไหว้พระ และเรียนรู้ประวัติท้องถิ่นไปพร้อมกัน
การเดินทาง ไปวัดสันควงคำสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า หากเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ สามารถใช้เส้นทางเชียงใหม่ – หางดง – สันป่าตอง หรือทางหลวงหมายเลข 108 ถนนเชียงใหม่ – ฮอด มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง จากนั้นเข้าสู่ตำบลท่าวังพร้าวและบ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ควรเดินทางช่วงกลางวัน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางชุมชนริมลำน้ำหรือพื้นที่ท้องถิ่นในตำบลท่าวังพร้าว
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากวัดสันควงคำ แล้วต่อไปยังวัดท่าวังพร้าว วัดศรีรัตนาราม วัดมงคล วัดต้นแหนหลวง วัดดอนชัย และเวียงท่ากาน หากต้องการมองประวัติชุมชนท่าวังพร้าวให้ครบ ควรจัดเส้นทางวัดสันควงคำร่วมกับวัดท่าวังพร้าว เพราะประวัติของวัดสันควงคำเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดท่าวังพร้าวในอดีต ส่วนวัดศรีรัตนารามและวัดมงคลช่วยเติมมิติเรื่องวิถีชุมชนเกษตรกรรม ลำเหมือง วัตถุพื้นบ้าน และวัดเก่าของตำบล
ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับมารยาทในการเข้าวัด แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าไปในเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคารศาสนสถาน และไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสซากเจดีย์เก่าในลักษณะที่อาจทำให้เสียหาย ซากเจดีย์เก่าเป็นร่องรอยสำคัญของวัดร้างเดิม จึงควรชมด้วยความเคารพและระมัดระวัง การเที่ยววัดชุมชนควรเน้นความเข้าใจและความสำรวมมากกว่าการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
โดยสรุป วัดสันควงคำเป็นวัดราษฎร์มหานิกายของบ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน และภูมิทัศน์วัฒนธรรม วัดเริ่มจากการฟื้นพื้นที่วัดร้างที่มีซากเจดีย์เก่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2499 ได้รับการประกาศยกวัดร้างเป็นวัดที่มีพระสงฆ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2517 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539 ผู้ที่สนใจวัดเก่า วัดชุมชนล้านนา และประวัติการตั้งวัดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน ควรจัดวัดสันควงคำไว้ในเส้นทางเที่ยวตำบลท่าวังพร้าวอย่างเหมาะสม
| ชื่อสถานที่ | วัดสันควงคำ |
| ที่ตั้ง | บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 53 บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ที่ดินตั้งวัด | 8 ไร่ 26 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 47371 เล่มที่ 474 หน้า 71 |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่ที่มีซากเจดีย์ปรักหักพัง ชาวบ้านร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2499 กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกวัดร้างเป็นวัดที่มีพระสงฆ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2517 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539 |
| บุคคลสำคัญในประวัติวัด | นายปัน ปินตาอุ้ย ผู้ใหญ่บ้าน พ่อหนานออน ใจแปง พระครูปิยธรรมภาณี รองเจ้าคณะอำเภอสันป่าตอง ผู้ตั้งชื่อวัดสันควงคำ |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ 2 หลัง ศาลาบาตร |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | ซากเจดีย์เก่าในบริเวณวัดร้างเดิม |
| เบอร์ติดต่อ | 053-829-878 |
| ไฮไลต์ | วัดที่ฟื้นจากวัดร้างเก่าแก่ มีซากเจดีย์เดิมเป็นร่องรอยสำคัญ เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านท่าตุ้มที่ต้องการมีวัดใกล้ชุมชนเพื่อทำบุญได้สะดวกขึ้นในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำหลากในอดีต |
| บทบาทต่อชุมชน | เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านท่าตุ้ม ใช้ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม งานบวช งานศพ งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล และกิจกรรมตามวิถีวัดชุมชนล้านนา |
| ประเพณี / งานบุญที่เกี่ยวข้อง | วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า งานบวช งานศพ งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล และงานบุญตามวิถีชุมชนล้านนา |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางเชียงใหม่ – หางดง – สันป่าตอง หรือทางหลวงหมายเลข 108 ถนนเชียงใหม่ – ฮอด แล้วเข้าสู่บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์มหานิกายในหมู่ 6 บ้านท่าตุ้ม ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดท่าวังพร้าว ประมาณ 5 กม. 2. วัดศรีรัตนาราม บ้านทุ่งหลุก ประมาณ 8 กม. 3. วัดมงคล บ้านทุ่งแป้ง ประมาณ 8 กม. 4. วัดต้นแหนหลวง ประมาณ 8 กม. 5. วัดดอนชัย (ท่าวังพร้าว) ประมาณ 8 กม. 6. เวียงท่ากาน ประมาณ 14 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ปลาสาละวิน สวนอาหาร ประมาณ 8 กม. โทร. 086-919-3851 2. ร้านต้นข้าว ประมาณ 8 กม. โทร. 098-792-6440 3. ร้านเลควิว@สันป่าตอง ประมาณ 10 กม. โทร. 097-079-8448 4. กลิ่นกะเพรา ข้าวห่อหมก สันป่าตอง ประมาณ 11 กม. โทร. 093-243-8923 5. ข้าวขาหมูเตาถ่านสันป่าตอง ประมาณ 11 กม. โทร. 081-881-5112 6. ครัวป้าพรรณอาหารตามสั่ง สันป่าตอง ประมาณ 13 กม. โทร. 084-609-6109 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ข่วงจันทร์ รีสอร์ต ประมาณ 6 กม. โทร. 089-835-3057 2. พี รีสอร์ท & W Resort ประมาณ 7 กม. โทร. 064-334-4566 3. โรงแรมบ้านม่วนใจ๋ (ต้นแหน) ประมาณ 8 กม. โทร. 089-261-1426 4. โรงแรมซอมพออินน์ ประมาณ 8 กม. โทร. 053-025-112 5. The Elephant House And Pool Villa ประมาณ 9 กม. โทร. 098-963-2274 6. โรงแรมฟอร์จูน ประมาณ 10 กม. โทร. 095-129-9564 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสันควงคำอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสันควงคำตั้งอยู่เลขที่ 53 บ้านท่าตุ้ม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120
ถาม: วัดสันควงคำมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดสันควงคำเดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่ มีซากเจดีย์ปรักหักพังอยู่ในบริเวณวัดร้าง ชาวบ้านร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2499 ต่อมากระทรวงศึกษาธิการประกาศยกวัดร้างเป็นวัดที่มีพระสงฆ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2517 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2539
ถาม: ทำไมชาวบ้านจึงฟื้นวัดสันควงคำขึ้นมา?
ตอบ: เดิมชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดท่าวังพร้าว แต่ถนนหนทางไม่ดีและช่วงฤดูฝนมีน้ำจากลำน้ำปิงกับลำน้ำขานท่วมเส้นทาง การฟื้นวัดร้างใกล้หมู่บ้านจึงช่วยให้ชุมชนมีวัดสำหรับทำบุญและประกอบพิธีกรรมได้สะดวกขึ้น
ถาม: ใครเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างวัดสันควงคำ?
ตอบ: บุคคลสำคัญคือ นายปัน ปินตาอุ้ย ผู้ใหญ่บ้าน และพ่อหนานออน ใจแปง ซึ่งปรึกษาหารือกับชาวบ้านในการฟื้นวัดร้าง ส่วนพระครูปิยธรรมภาณี รองเจ้าคณะอำเภอสันป่าตอง แห่งวัดดอนชัย บ้านต้นแหนน้อย เป็นผู้ตั้งชื่อวัดสันควงคำ
ถาม: สิ่งปลูกสร้างสำคัญภายในวัดสันควงคำมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งปลูกสร้างสำคัญภายในวัด ได้แก่ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ 2 หลัง และศาลาบาตร
ถาม: ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดสันควงคำคืออะไร?
ตอบ: ปูชนียวัตถุและร่องรอยสำคัญของวัดคือซากเจดีย์เก่าในบริเวณวัดร้างเดิม ซึ่งเป็นหลักฐานว่าพื้นที่นี้เคยเป็นศาสนสถานมาก่อน
ถาม: วัดสันควงคำเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้ประวัติการฟื้นวัดร้าง ชมร่องรอยซากเจดีย์เก่า และศึกษาบทบาทของวัดชุมชนล้านนาในพื้นที่ตำบลท่าวังพร้าว
ถาม: สามารถเที่ยววัดสันควงคำร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดท่าวังพร้าว วัดศรีรัตนาราม วัดมงคล วัดต้นแหนหลวง วัดดอนชัย และเวียงท่ากานได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




