หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เวียงแหง >ต.แสนไห > วัดอุทัยธาราม
TL;DR: วัดอุทัยธาราม อยู่ที่เลขที่ 53 บ้านปางป๋อ หมู่ที่ 5 ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ 50350 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากเชียงใหม่เดินทางผ่านอำเภอเชียงดาวเข้าสู่อำเภอเวียงแหง จากตัวอำเภอมุ่งสู่ตำบลแสนไหและบ้านปางป๋อประมาณ 13 กม.

เชียงใหม่

วัดอุทัยธาราม

วัดอุทัยธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดอุทัยธาราม หรือที่คนในพื้นที่คุ้นเคยกับชื่อเดิมว่า วัดปางป๋อ ตั้งอยู่เลขที่ 53 บ้านปางป๋อ หมู่ที่ 5 ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติสัมพันธ์กับชุมชนบ้านปางป๋อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2464 จุดเด่นของวัดไม่ใช่เพียงความเก่าแก่ แต่คือเรื่องราวการสร้างวัดขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และประชาชน การผ่านเหตุการณ์เพลิงไหม้ การย้ายที่ตั้งวัดไปสร้างใหม่บนพื้นที่วัดร้างเดิม และการเปลี่ยนชื่อจากวัดปางป๋อมาเป็นวัดอุทัยธารามเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระอุทัย อินทฺปญโญ ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำชาวบ้านสร้างวัดขึ้นใหม่ ปัจจุบันวัดยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านปางป๋อและตำบลแสนไห มีพระครูประพัฒโนทัยเป็นพระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ และยังใช้วัดเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
วัดอุทัยธารามตั้งอยู่ในบ้านปางป๋อ ซึ่งปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 5 ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านปางป๋อเป็นชุมชนที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานยาวนานและมีลักษณะภูมิประเทศสัมพันธ์กับลำน้ำแม่แตง พื้นที่เกษตร ทุ่งนา และระบบลำเหมืองส่งน้ำแบบชุมชนภาคเหนือ สภาพเช่นนี้ปรากฏชัดอยู่ในอาณาเขตวัดดั้งเดิม โดยด้านเหนือจดลำเหมืองส่งน้ำและทุ่งนา ด้านตะวันตกจดลำเหมืองส่งน้ำ ด้านตะวันออกจดถนน และด้านใต้จดทางเดิน ทำให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้งแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตร และเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน
 
ประวัติของบ้านปางป๋อช่วยทำให้เรื่องราวของวัดอุทัยธารามมีมิติชัดเจนขึ้น เดิมหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “บ้านโป่งอ่อน” ต่อมาจึงใช้ชื่อบ้านปางป๋อ ชาวบ้านกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานมีทั้งผู้ที่ย้ายมาจากบ้านเมืองคอง อำเภอเชียงดาว และจากพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในระยะแรกมีเพียงประมาณ 15 ครัวเรือน สภาพพื้นที่เต็มไปด้วยต้นป๋อหรือปอ ซึ่งชาวบ้านนำมาใช้เป็นวัสดุสร้างที่พักชั่วคราว คำว่า “ปาง” ในภาษาพื้นเมืองหมายถึงสถานที่พักแรมหรือที่พักชั่วคราว เมื่อนำมารวมกับคำว่าป๋อซึ่งเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่ จึงเกิดชื่อ “บ้านปางป๋อ” และใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
 
ที่ตั้งของบ้านปางป๋อมีความสำคัญในอดีตเพราะอยู่บนเส้นทางสัญจรของผู้คนที่ต้องเดินทางด้วยการเดินเท้า วัวต่าง ช้างต่าง และเกวียน พื้นที่จึงเคยทำหน้าที่เป็นจุดพักของผู้เดินทาง ก่อนที่ระบบถนนสมัยใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมของเวียงแหง ลักษณะชุมชนแบบนี้ทำให้การสร้างวัดมีความสำคัญอย่างมาก เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านศาสนา แต่เป็นศูนย์กลางสำหรับชาวบ้าน ผู้เดินทาง และผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการประกอบศาสนกิจ พักอาศัยชั่วคราว หรือร่วมกิจกรรมของชุมชน
 
วัดอุทัยธารามเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2464 โดยพระเลี้ยง เมโธ ร่วมกับประชาชนในชุมชนจัดสร้างวัดขึ้นและใช้ชื่อว่า วัดปางป๋อ ตามชื่อของหมู่บ้าน การสร้างวัดในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่เวียงแหงยังอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางเมืองเชียงใหม่ การคมนาคมเข้าออกพื้นที่ต้องอาศัยเส้นทางภูเขาและใช้เวลานาน วัดจึงเป็นสถาบันสำคัญของชุมชน ทั้งในด้านศาสนา การศึกษา การอบรมคุณธรรม การประกอบพิธีกรรม และการรวมตัวของชาวบ้านในโอกาสต่าง ๆ
 
ต่อมาในสมัยพระสิงห์แก้ว จนฺทวํโส วัดปางป๋อเกิดเพลิงไหม้และได้รับความเสียหาย ชาวบ้านจึงตัดสินใจย้ายวัดจากที่ตั้งเดิมไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 200 เมตร พื้นที่แห่งใหม่เป็นบริเวณที่เคยมีวัดร้างเก่าแก่อยู่ก่อนแล้ว การย้ายวัดครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างอาคารใหม่หลังจากเกิดไฟไหม้ แต่เป็นการนำศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนกลับมาตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีร่องรอยทางพระพุทธศาสนามาก่อน
 
การก่อสร้างวัดแห่งใหม่ดำเนินต่อเนื่องจนเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2476 ชาวบ้านจึงเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดปางป๋อเป็น วัดอุทัยธาราม เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระอุทัย อินทฺปญโญ พระสงฆ์ผู้เป็นผู้นำชาวบ้านในการสร้างวัดแห่งใหม่ ชื่อวัดจึงมีความหมายโดยตรงกับบุคคลที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์ของชุมชน และเป็นหลักฐานถึงการให้ความสำคัญกับพระสงฆ์ผู้มีส่วนผลักดันการฟื้นฟูวัดหลังเหตุเพลิงไหม้
 
เรื่องราวการสร้างวัดใน พ.ศ. 2464 การเกิดเพลิงไหม้ การย้ายวัด และการสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2476 ทำให้วัดอุทัยธารามมีประวัติแตกต่างจากวัดที่สร้างขึ้นเพียงครั้งเดียวและคงอยู่บนพื้นที่เดิม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงความร่วมมือของพระสงฆ์และชาวบ้านที่ไม่ยอมให้ศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนสูญหายไป เมื่อวัดเดิมได้รับความเสียหายก็ช่วยกันหาพื้นที่ใหม่และสร้างขึ้นอีกครั้ง จึงเป็นตัวอย่างของการรักษาสถาบันทางศาสนาด้วยพลังของชุมชนอย่างชัดเจน
 
ที่ดินตั้งวัดในบริเวณปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน โดยมีอาณาเขตด้านเหนือประมาณ 62 เมตร จดลำเหมืองส่งน้ำและทุ่งนา ด้านใต้ประมาณ 62 เมตร จดทางเดิน ด้านตะวันออกประมาณ 60 เมตร จดถนน และด้านตะวันตกประมาณ 60 เมตร จดลำเหมืองส่งน้ำ นอกจากนี้วัดยังมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 84 ตารางวา ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้เห็นว่าวัดมีทั้งพื้นที่สำหรับศาสนสถานโดยตรงและที่ดินประกอบกิจการของสงฆ์ซึ่งมีบทบาทต่อการดำรงอยู่ของวัดในระยะยาว
 
การที่วัดมีลำเหมืองอยู่ทั้งด้านเหนือและตะวันตกสะท้อนระบบจัดการน้ำของชุมชนแสนไหและบ้านปางป๋อได้อย่างน่าสนใจ ตำบลแสนไหเป็นพื้นที่สูงและเนินเขาที่มีพื้นที่ราบสำหรับการเกษตรอยู่ตามแนวลำน้ำแม่แตง บ้านปางป๋อเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ลำน้ำแม่แตงไหลผ่าน และชาวบ้านใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อการทำนาและการเกษตร วัดจึงตั้งอยู่ภายในภูมิทัศน์ซึ่งน้ำ ศาสนา และเกษตรกรรมเชื่อมโยงกันโดยตรง
 
อาคารเสนาสนะที่ปรากฏในประวัติวัดประกอบด้วย ศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญมีบทบาทสำคัญสำหรับวัดชุมชน ใช้เป็นสถานที่ฟังพระธรรมเทศนา ทำบุญ ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา และรองรับกิจกรรมที่มีชาวบ้านเข้าร่วมจำนวนมาก ส่วนกุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่พำนักของพระภิกษุ ใช้สำหรับการดำรงชีวิต การศึกษา และการปฏิบัติศาสนกิจประจำวัน การมีอาคารทั้ง 2 ประเภทนี้จึงสะท้อนบทบาทพื้นฐานของวัดในฐานะทั้งสถานที่สักการะและสถาบันทางสังคมของหมู่บ้าน
 
ปูชนียวัตถุสำคัญที่มีการบันทึกไว้คือ พระสิงห์ 3 ศิลปะเชียงแสน และ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเมื่อเข้าสักการะภายในวัด พระพุทธรูปแบบเชียงแสนเป็นกลุ่มศิลปกรรมสำคัญของภาคเหนือและมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของพุทธศิลป์ล้านนา ส่วนพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นปางที่พบแพร่หลายในวัดไทย แสดงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงชนะพญามารก่อนการตรัสรู้ จึงมีความหมายถึงชัยชนะเหนืออุปสรรคและกิเลส
 
การมีพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนอยู่ภายในวัดช่วยเชื่อมโยงวัดอุทัยธารามกับมรดกพุทธศิลป์ของภาคเหนือ แม้วัดจะสร้างในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 แต่ปูชนียวัตถุที่สืบทอดภายในวัดสะท้อนรากวัฒนธรรมเก่าแก่ของล้านนา ผู้ที่สนใจพระพุทธรูปโบราณควรสังเกตรูปแบบพระพักตร์ พระวรกาย และรายละเอียดของฐาน โดยควรชมด้วยความเคารพและหลีกเลี่ยงการสัมผัสองค์พระโดยตรง
 
บริบทของบ้านปางป๋อในปัจจุบันยังสะท้อนให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในชุมชนที่มีชีวิตจริง เทศบาลตำบลแสนไหระบุว่าบ้านปางป๋อเป็นหมู่ที่ 5 และเป็นหนึ่งใน 5 หมู่บ้านของตำบลแสนไห พื้นที่ชุมชนมีทั้งสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พื้นที่เกษตร และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ โรงเรียนบ้านปางป๋อยังคงเปิดดำเนินการและให้การศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา ไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านเก่าในอดีต แต่ยังมีครอบครัวและเยาวชนอาศัยอยู่ต่อเนื่อง
 
บทบาทของวัดกับโรงเรียนและชุมชนยังปรากฏผ่านพระครูประพัฒโนทัย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านปางป๋อ และในปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแสนไห การมีพระสงฆ์จากวัดเข้ามามีบทบาทในด้านการศึกษาและกิจกรรมสาธารณะช่วยสะท้อนรูปแบบความสัมพันธ์แบบดั้งเดิมของสังคมชนบทภาคเหนือ ซึ่งวัด โรงเรียน และชุมชนไม่ได้ทำงานแยกจากกันแต่สนับสนุนกันในหลายด้าน
 
พระครูประพัฒโนทัย ยังมีบทบาทร่วมกับชุมชนแสนไหในปัจจุบัน โดยในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 พระครูประพัฒโนทัยในฐานะเจ้าคณะตำบลแสนไหได้รับนิมนต์เป็นผู้มอบปัญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลแสนไห กิจกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบทบาทของพระสงฆ์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในวัด แต่ยังเชื่อมโยงกับผู้สูงอายุ การศึกษา และกิจกรรมทางสังคมของตำบลโดยตรง
 
หมายเลขติดต่อที่ปรากฏในทะเบียนพระสังฆาธิการของพระครูประพัฒโนทัยคือ 081-724-2510 และเอกสารสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงหลังยังคงใช้หมายเลขเดียวกัน จึงสามารถใช้สำหรับติดต่อประสานงานเรื่องศาสนกิจหรือสอบถามข้อมูลวัดได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ติดต่อควรโทรในช่วงเวลากลางวันและคำนึงถึงเวลาปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์
 
วัดอุทัยธารามยังมีหลักฐานร่วมสมัยชัดเจนว่ายังคงเปิดใช้งานอยู่ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 อำเภอเวียงแหงได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศล ณ วัดอุทัยธาราม โดยมีนายอำเภอเวียงแหง หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วม วัดจึงยังทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญในระดับอำเภอ ไม่ได้มีบทบาทเพียงกับชาวบ้านปางป๋อเท่านั้น
 
ในมิติของวัฒนธรรม ตำบลแสนไหยังคงรักษาประเพณีท้องถิ่นหลายอย่าง ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์ ประเพณียี่เป็ง งานสลากภัต ปอยเตียน และประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุแสนไห ซึ่งเป็นงานสำคัญของอำเภอเวียงแหง การมีประเพณีเหล่านี้ดำรงอยู่ทำให้วัดต่าง ๆ ในตำบลทำหน้าที่เป็นเครือข่ายทางศาสนาที่เชื่อมชุมชนทั้ง 5 หมู่บ้านเข้าด้วยกัน
 
ประเพณีสงกรานต์หรือปีใหม่เมืองเป็นช่วงที่ชาวบ้านเข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ ขอพรผู้สูงอายุ และร่วมกิจกรรมของชุมชน วัดชุมชนอย่างวัดอุทัยธารามมีบทบาทสำคัญในช่วงนี้เพราะเป็นพื้นที่สำหรับประกอบพิธีและรวมญาติ ขณะที่ประเพณียี่เป็งสะท้อนเอกลักษณ์ล้านนาที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ การประดับโคม และกิจกรรมทางศาสนาในช่วงวันเพ็ญเดือนยี่เหนือ
 
งานสลากภัตเป็นประเพณีทำบุญที่พบในภาคเหนือ โดยญาติโยมจัดเตรียมเครื่องไทยธรรมและถวายแก่พระสงฆ์ผ่านระบบสลาก ซึ่งช่วยกระจายเครื่องไทยธรรมแก่พระภิกษุโดยไม่เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง ประเพณีเช่นนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับครอบครัวในชุมชน และยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจากหมู่บ้านใกล้เคียงมีโอกาสมาพบปะกัน
 
อีกประเพณีสำคัญของตำบลคือการสรงน้ำพระบรมธาตุแสนไห ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำที่วัดพระธาตุแสนไห บ้านมหาธาตุ ใน พ.ศ. 2569 เทศบาลตำบลแสนไหยังคงจัดงานประเพณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นว่าชุมชนแสนไหยังรักษาวิถีศรัทธาและประเพณีทางพระพุทธศาสนาไว้ได้อย่างเข้มแข็ง การเดินทางมาวัดอุทัยธารามจึงสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้วัฒนธรรมของตำบลในภาพรวม ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะตัววัด
 
วัดพระธาตุแสนไหเป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งที่ควรจัดไว้ในเส้นทางเดียวกับวัดอุทัยธาราม ตั้งอยู่ที่บ้านมหาธาตุซึ่งอยู่ติดกับบ้านปางป๋อ พระบรมธาตุแสนไหถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเวียงแหงและมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุประจำปี นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นที่วัดอุทัยธารามเพื่อเรียนรู้เรื่องชุมชนบ้านปางป๋อ แล้วเดินทางต่อไปสักการะพระบรมธาตุแสนไหได้อย่างสะดวก
 
บ้านมหาธาตุเดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านปางป๋อ ก่อนแยกตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่เนื่องจากจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ชื่อบ้านมหาธาตุมาจากการเป็นที่ตั้งของพระธาตุแสนไห ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่าง 2 หมู่บ้านนี้ทำให้เส้นทางวัดอุทัยธารามกับวัดพระธาตุแสนไหไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเที่ยว 2 วัด แต่เป็นการเดินทางผ่านชุมชนที่เคยมีรากเดียวกัน
 
วัดม่วงป๊อกและวัดสามภูก็เป็นวัดมหานิกายในตำบลแสนไหที่สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสำรวจวัดชุมชนรอบเวียงแหงอย่างเป็นระบบ วัดม่วงป๊อกมีประวัติขึ้นทะเบียนวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2463 และยังมีพระจำพรรษาในข้อมูลร่วมสมัย ส่วนวัดสามภูเป็นอีกศาสนสถานหนึ่งของตำบล การเที่ยววัดหลายแห่งในพื้นที่เดียวกันช่วยให้เห็นพัฒนาการของชุมชนและพระพุทธศาสนาตลอดช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ได้ชัดเจนขึ้น
 
ด้านธรรมชาติ ตำบลแสนไหมีภูมิประเทศสูงสลับภูเขาและเนินเขา มีลำน้ำแม่แตงไหลผ่านบ้านม่วงป๊อก บ้านมหาธาตุ และบ้านปางป๋อ ขณะที่น้ำตกแม่ลาดเป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติที่ได้รับการกล่าวถึงในข้อมูลท้องถิ่นของตำบล การเที่ยววัดจึงสามารถผสมผสานกับการชมธรรมชาติและทิวทัศน์ภูเขาของเวียงแหงได้ในทริปเดียว
 
เสน่ห์ของวัดอุทัยธารามอยู่ที่ความเป็นวัดชุมชนมากกว่าความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม ผู้มาเยือนจะได้เห็นศาสนสถานที่เติบโตมาพร้อมกับบ้านปางป๋อ ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้ การย้ายวัด และการร่วมแรงร่วมใจสร้างวัดแห่งใหม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดเป็นหลักฐานทางสังคมที่บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์และชาวบ้านได้ดีมากกว่าสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว
 
สิ่งที่ควรสักการะเมื่อมาเยือนคือพระสิงห์ 3 ศิลปะเชียงแสนและพระพุทธรูปปางมารวิชัย จากนั้นควรใช้เวลาเดินชมศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่รอบวัด บริเวณที่มีลำเหมืองและทุ่งนาอยู่ใกล้เคียงช่วยให้เห็นบรรยากาศของวัดชนบทภาคเหนือซึ่งยังผูกพันกับระบบน้ำและเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารทางศาสนาที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต การถ่ายภาพพระสงฆ์หรือกิจกรรมทางศาสนาควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง หากวัดกำลังมีพิธีของชุมชนควรรักษาระยะและให้พื้นที่แก่ผู้ที่เข้ามาประกอบศาสนกิจ
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรมองวัดอุทัยธารามในบริบทของชุมชน โดยเก็บภาพศาลา อาคารสงฆ์ แนวถนน ท้องนา ลำเหมือง และภูเขาโดยรอบเข้าไว้ด้วยกัน ภาพลักษณะนี้จะอธิบายตัวตนของวัดได้ดีกว่าการถ่ายเฉพาะอาคาร เพราะคุณค่าของวัดเชื่อมโยงกับภูมิประเทศและชีวิตของบ้านปางป๋ออย่างแยกจากกันไม่ได้
 
บ้านปางป๋ออยู่ห่างจากศูนย์กลางอำเภอเวียงแหงประมาณ 13 กิโลเมตร ทำให้การเดินทางไปวัดอุทัยธารามสามารถจัดร่วมกับร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักในตัวอำเภอได้สะดวกกว่าพื้นที่ชายแดนตอนเหนือของเปียงหลวง ขณะเดียวกันบริเวณตำบลแสนไหเองก็มีร้านและที่พักที่พัฒนาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรอบพระธาตุแสนไหและชุมชนม่วงป๊อก
 
หนึ่งในจุดพักที่น่าสนใจคือม่อนล้านช้าง ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลแสนไหและให้บริการทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และที่พัก อีกแห่งคือม่อนปันแสนไหที่มีทั้งห้องพัก บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร และพื้นที่ชมวิวบนสันดอย เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักในตำบลแสนไหโดยไม่ต้องเดินทางกลับเข้าเมืองเวียงแหง
 
หากต้องการตัวเลือกอาหารเพิ่มเติมสามารถเดินทางเข้าเขตเมืองแหงซึ่งมีร้านฅนเมืองแหง เวียงแหงกาแฟ ก๋างโต้งคาเฟ่ ไอซีคาเฟ่ และร้านอาหารอื่น ๆ ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อไปเปียงหลวงในวันถัดไปสามารถเลือกพักในบ้านสวนชมวิวรีสอร์ท เฮือนหมอกคำรีสอร์ท บ้านระเบียงไม้รีสอร์ท หรือเปียงหลวงเกสต์เฮ้าส์ได้
 
การวางแผนแบบ 2 วัน 1 คืนเหมาะกับเส้นทางนี้ วันที่ 1 สามารถเดินทางจากเชียงใหม่เข้าสู่เวียงแหง แวะวัดอุทัยธาราม บ้านปางป๋อ วัดพระธาตุแสนไห และชุมชนแสนไห จากนั้นพักในแสนไหหรือเมืองแหง วันที่ 2 จึงเลือกเดินทางต่อไปตำบลเปียงหลวงเพื่อชมวัดและชุมชนไทใหญ่ หรือเที่ยวสถานที่ธรรมชาติในเขตเวียงแหงก่อนเดินทางกลับ
 
ช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการท่องเที่ยวเวียงแหงมากที่สุด เพราะสภาพอากาศเย็นสบายและภูเขารอบหุบเขามีบรรยากาศสวยงาม ส่วนฤดูฝนมีข้อดีคือทุ่งนา ป่าไม้ และพื้นที่เกษตรเขียวชอุ่ม แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเนื่องจากถนนภูเขาอาจลื่นและมีหมอกในบางช่วง
 
ผู้เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ควรเตรียมรถให้อยู่ในสภาพดี โดยเฉพาะระบบเบรก ยางรถยนต์ และน้ำมันเชื้อเพลิง เส้นทางเข้าสู่เวียงแหงมีทางโค้งและทางขึ้นลงเขาต่อเนื่อง การเดินทางช่วงกลางวันปลอดภัยและสะดวกกว่าช่วงกลางคืน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปอำเภอเชียงดาว จากนั้นเข้าสู่เส้นทางอำเภอเวียงแหง เมื่อถึงตัวอำเภอเดินทางต่อขึ้นไปทางตำบลแสนไหประมาณ 13 กิโลเมตรเข้าสู่บ้านปางป๋อ วัดตั้งอยู่ในชุมชนหมู่ที่ 5 ใกล้ถนนหมู่บ้าน โรงเรียนบ้านปางป๋อ พื้นที่ทำนา และระบบลำเหมือง การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
 
วัดอุทัยธารามเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์วัดชุมชน พระพุทธศิลป์ล้านนา ประวัติการตั้งถิ่นฐานของบ้านปางป๋อ และวิถีชีวิตของผู้คนในเวียงแหงมากกว่าผู้ที่ต้องการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ การมาเยือนสถานที่นี้ต้องใช้เวลาในการอ่านเรื่องราวและสังเกตบริบทโดยรอบ จึงจะเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่หลังความเรียบง่ายของวัด
 
เมื่อมองผ่านประวัติทั้งหมด วัดอุทัยธารามเป็นตัวอย่างของวัดที่เติบโตพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง เริ่มจากวัดปางป๋อใน พ.ศ. 2464 ผ่านเหตุเพลิงไหม้และการย้ายวัด ก่อนสร้างวัดแห่งใหม่เสร็จใน พ.ศ. 2476 และตั้งชื่อเพื่อรำลึกถึงพระอุทัย อินทฺปญโญ ปัจจุบันวัดยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของอำเภอเวียงแหง มีพระครูประพัฒโนทัยทำหน้าที่เจ้าคณะตำบลแสนไห และยังเชื่อมโยงกับโรงเรียน ผู้สูงอายุ หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชนอย่างต่อเนื่อง คุณค่าของวัดจึงอยู่ทั้งในอดีตและการดำรงชีวิตในปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่วัดอุทัยธาราม หรือวัดปางป๋อ
ชื่อภาษาอังกฤษWat Uthai Tharam
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
รหัสวัด350200206
ที่อยู่เลขที่ 53 บ้านปางป๋อ หมู่ที่ 5 ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ 50350
ชื่อเดิมวัดปางป๋อ
ปีสร้างวัดเดิมพ.ศ. 2464 โดยพระเลี้ยง เมโธ ร่วมกับประชาชน
การย้ายวัดย้ายจากวัดเดิมไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 200 เมตร หลังเกิดเพลิงไหม้ในสมัยพระสิงห์แก้ว จนฺทวํโส
ปีสร้างวัดใหม่แล้วเสร็จพ.ศ. 2476
ที่มาของชื่อตั้งชื่อวัดอุทัยธารามเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระอุทัย อินทฺปญโญ ผู้นำชาวบ้านสร้างวัดแห่งใหม่
พื้นที่ตั้งวัดประมาณ 1 ไร่ 2 งาน
ที่ธรณีสงฆ์2 แปลง รวมประมาณ 1 ไร่ 84 ตารางวา
อาณาเขตทิศเหนือจดลำเหมืองส่งน้ำและทุ่งนา ทิศใต้จดทางเดิน ทิศตะวันออกจดถนน และทิศตะวันตกจดลำเหมืองส่งน้ำ
สิ่งปลูกสร้างสำคัญศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์
ปูชนียวัตถุสำคัญพระสิงห์ 3 ศิลปะเชียงแสน และพระพุทธรูปปางมารวิชัย
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูประพัฒโนทัย ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแสนไห
เบอร์ติดต่อ081-724-2510
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สถานะปัจจุบันยังเปิดใช้งานและเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาของชุมชนและอำเภอเวียงแหง
การเดินทางจากเชียงใหม่เดินทางผ่านอำเภอเชียงดาวเข้าสู่อำเภอเวียงแหง จากตัวอำเภอมุ่งสู่ตำบลแสนไหและบ้านปางป๋อประมาณ 13 กม. รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระธาตุแสนไห ประมาณ 3 กม.
2. บ้านมหาธาตุ ประมาณ 3 กม.
3. วัดม่วงป๊อก ประมาณ 5 กม.
4. วัดสามภู ประมาณ 8 กม.
5. น้ำตกแม่ลาด ประมาณ 15 กม.
6. ตัวอำเภอเวียงแหง ประมาณ 13 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. ม่อนล้านช้าง ประมาณ 5 กม. โทร. 097-918-0175
2. ม่อนปันแสนไห ประมาณ 6 กม. โทร. 081-407-8497
3. ร้านฅนเมืองแหง ประมาณ 13 กม.
4. เวียงแหงกาแฟ ประมาณ 13 กม.
5. ก๋างโต้งคาเฟ่ ประมาณ 13 กม. โทร. 065-269-6646
6. IC Cafe ประมาณ 13 กม. โทร. 095-787-5123
ที่พักใกล้เคียง1. ม่อนปันแสนไห ประมาณ 6 กม. โทร. 081-407-8497
2. ม่อนล้านช้าง ประมาณ 5 กม. โทร. 097-918-0175
3. คุ้มเวียงแหง ประมาณ 13 กม. โทร. 053-477-177
4. บ้านสวนชมวิวรีสอร์ท ประมาณ 20 กม. โทร. 084-487-5399
5. เฮือนหมอกคำรีสอร์ท ประมาณ 20 กม. โทร. 053-476-190
6. เปียงหลวงเกสต์เฮ้าส์ ประมาณ 20 กม. โทร. 053-476-066
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดอุทัยธารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดอุทัยธารามตั้งอยู่เลขที่ 53 บ้านปางป๋อ หมู่ที่ 5 ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ 50350
 
ถาม: วัดอุทัยธารามเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดปางป๋อ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2464 โดยพระเลี้ยง เมโธ ร่วมกับชาวบ้าน ก่อนย้ายที่ตั้งหลังเกิดเพลิงไหม้และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดอุทัยธาราม
 
ถาม: ทำไมจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดอุทัยธาราม?
ตอบ: ชาวบ้านตั้งชื่อวัดอุทัยธารามเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระอุทัย อินทฺปญโญ ซึ่งเป็นผู้นำชาวบ้านสร้างวัดแห่งใหม่จนแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2476
 
ถาม: ภายในวัดอุทัยธารามมีสิ่งสำคัญอะไร?
ตอบ: ปูชนียวัตถุสำคัญที่มีการบันทึกไว้ ได้แก่ พระสิงห์ 3 ศิลปะเชียงแสนและพระพุทธรูปปางมารวิชัย ส่วนอาคารเสนาสนะสำคัญคือศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์
 
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลวัดอุทัยธารามในปัจจุบัน?
ตอบ: พระครูประพัฒโนทัยเป็นพระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญประจำวัดและปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแสนไห โดยมีหมายเลขติดต่อ 081-724-2510
 
ถาม: วัดอุทัยธารามยังเปิดใช้งานอยู่หรือไม่?
ตอบ: ยังเปิดใช้งานอยู่ โดยใน พ.ศ. 2568 อำเภอเวียงแหงยังใช้วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลระดับอำเภอ และพระครูประพัฒโนทัยยังมีบทบาทกับกิจกรรมของตำบลแสนไหใน พ.ศ. 2569
 
ถาม: เที่ยววัดอุทัยธารามควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: วัดพระธาตุแสนไหและบ้านมหาธาตุอยู่ในเส้นทางใกล้ที่สุด จากนั้นสามารถต่อไปวัดม่วงป๊อก วัดสามภู น้ำตกแม่ลาด หรือตัวอำเภอเวียงแหงได้
 
ถาม: ควรพักค้างคืนเมื่อเที่ยววัดอุทัยธารามหรือไม่?
ตอบ: หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ การพักอย่างน้อย 1 คืนในแสนไห เมืองแหง หรือเปียงหลวงช่วยให้มีเวลาเที่ยววัดและชุมชนได้มากขึ้น และลดการขับรถบนเส้นทางภูเขาในช่วงกลางคืน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดอุทัยธาราม

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)