หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.พร้าว >ต.ทุ่งหลวง > วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง)
TL;DR: วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง) อยู่ที่หมู่ 2 บ้านป่าจี้ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอพร้าว.

เชียงใหม่

วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง)

วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง) ตั้งอยู่หมู่ 2 บ้านป่าจี้ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50190 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านป่าจี้และตำบลทุ่งหลวง วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2440 มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วยวิหาร อุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ และกุฏิสงฆ์ จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเก่าแก่ระดับมากกว่า 100 ปี ความสัมพันธ์กับชุมชนเกษตรกรรมบ้านป่าจี้ และบทบาทในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านที่ยังคงใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม และสืบทอดประเพณีล้านนาอย่างต่อเนื่อง
 
บ้านป่าจี้เป็นหมู่บ้านหมู่ 2 ของตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลทุ่งหลวงเป็นชุมชนเก่าแก่ทางทิศใต้ของเวียงพร้าว มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบ ทุ่งนา แหล่งเกษตรกรรม และชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องมาหลายรุ่น ภายในตำบลมีชุมชนสำคัญ เช่น บ้านทุ่งหลวง บ้านป่าจี้ บ้านสันมะนะ บ้านแม่งัด บ้านหม้อบน และบ้านหม้อล่าง ชื่อทุ่งหลวงสะท้อนภาพพื้นที่นาและวิถีเกษตรกรรม ส่วนบ้านป่าจี้เป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับการทำนาและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างชัดเจน วัดป่าจี้จึงตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนที่บ้าน วัด ทุ่งนา และงานบุญสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น
 
ประวัติของวัดป่าจี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2430 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนในอำเภอพร้าวยังพึ่งพาวัดเป็นศูนย์กลางสำคัญของชีวิตทางศาสนา การตั้งวัดในยุคนั้นต้องอาศัยแรงศรัทธาของพระสงฆ์ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านที่ร่วมกันสร้างศาสนสถานให้เป็นหลักของหมู่บ้าน วัดจึงทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ไหว้พระ เพราะเป็นทั้งสถานที่ประชุมทำบุญ พื้นที่ฟังธรรม พื้นที่ให้พระสงฆ์จำพรรษา และพื้นที่ที่ช่วยหล่อหลอมจริยธรรมของชุมชน วัดป่าจี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญของความมั่นคงทางศรัทธาในบ้านป่าจี้มาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19
 
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2440 ทำให้วัดป่าจี้มีสถานะสำคัญในทางพระพุทธศาสนา เขตวิสุงคามสีมาของวัดมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์และแสดงให้เห็นว่าวัดมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถานที่รองรับกิจของคณะสงฆ์ได้อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย การได้รับวิสุงคามสีมาในช่วงต้นประวัติวัดเช่นนี้สะท้อนความพร้อมของชุมชนบ้านป่าจี้และความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในพื้นที่พร้าว
 
ครูบาอินต๊ะเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดป่าจี้ ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2430–2457 ชื่อของท่านสะท้อนบทบาทของพระสงฆ์ผู้ริเริ่มวางรากฐานวัดในช่วงแรก การสร้างวัดในยุคนั้นไม่ได้เกิดจากงบประมาณหรือระบบราชการเป็นหลัก แต่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา วัดป่าจี้จึงเติบโตจากรากของชุมชนโดยตรง ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน ก่อสร้างเสนาสนะ ดูแลพระสงฆ์ และใช้วัดเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของหมู่บ้าน
 
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา อาณาเขตด้านเหนือจดถนนสาธารณะ ด้านใต้จดทุ่งนา ด้านตะวันออกจดทางหลวงแผ่นดินสายสันทราย–พร้าว และด้านตะวันตกจดทุ่งนา ลักษณะอาณาเขตดังกล่าวสะท้อนตำแหน่งของวัดที่อยู่ระหว่างเส้นทางคมนาคมกับพื้นที่เกษตรกรรม วัดจึงเป็นเหมือนจุดเชื่อมระหว่างการเดินทางของผู้คนกับวิถีทำนาของชุมชน ด้านหนึ่งติดถนนสาธารณะและถนนสายสำคัญ อีกด้านหนึ่งรายล้อมด้วยทุ่งนา ทำให้วัดมีทั้งความสะดวกในการเข้าถึงและบรรยากาศของวัดชุมชนชนบท
 
ชื่อวัดป่าจี้สัมพันธ์กับชื่อหมู่บ้านโดยตรง คำว่า “ป่าจี้” เป็นชื่อท้องถิ่นที่บันทึกอัตลักษณ์ของชุมชนไว้ในชื่อวัด เมื่อกล่าวถึงวัดป่าจี้จึงไม่ได้หมายถึงเพียงศาสนสถาน แต่หมายถึงบ้านป่าจี้ ชุมชนทำนา ผู้คนในหมู่บ้าน งานบุญ และความทรงจำร่วมของตำบลทุ่งหลวง ชื่อวัดที่อิงชื่อชุมชนมีความสำคัญมาก เพราะช่วยรักษาชื่อบ้านและรากของผู้คนไว้ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา
 
เสนาสนะสำคัญของวัดป่าจี้ประกอบด้วยวิหาร อุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ และกุฏิสงฆ์ วิหารเป็นพื้นที่สำหรับกราบไหว้พระพุทธรูป ฟังธรรม และประกอบพิธีกรรมของชาวบ้าน อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรมของพระสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์รองรับงานบุญ งานประชุม และกิจกรรมของชุมชน ส่วนกุฏิสงฆ์เป็นที่พำนักของพระภิกษุ เสนาสนะเหล่านี้ทำให้วัดป่าจี้มีความพร้อมในฐานะวัดชุมชนล้านนา ทั้งด้านศาสนา สังคม และกิจกรรมร่วมของหมู่บ้าน
 
สิ่งที่ควรชมเมื่อมาเยือนวัดป่าจี้คือภาพรวมของวัดเก่าแก่ที่ยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานของวัดชุมชนครบถ้วน ทั้งวิหาร อุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ ลานวัด และบริบททุ่งนารอบพื้นที่ ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการไหว้พระในวัด ทำบุญตามกำลังศรัทธา เดินชมบรรยากาศโดยรอบอย่างสงบ และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนบ้านป่าจี้ การเที่ยววัดแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดท้องถิ่นเก่าแก่ ไม่ใช่วัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่เน้นความอลังการเพียงอย่างเดียว
 
บ้านป่าจี้เป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับการทำนาอย่างเด่นชัด งานวิจัยเกี่ยวกับการผลิตข้าวปลอดภัยในบ้านป่าจี้สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนนี้มีฐานเศรษฐกิจและภูมิปัญญาเกี่ยวกับข้าวและเกษตรกรรม วัดป่าจี้จึงตั้งอยู่ท่ามกลางสังคมเกษตรกรรมที่ผู้คนพึ่งพาแรงงาน ฤดูกาล น้ำ ดิน และความร่วมมือของชุมชน เมื่อถึงช่วงงานบุญ วัดจะกลายเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านได้พักจากงานไร่นา มาร่วมทำบุญ รับพร และสืบทอดความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตและการทำมาหากิน
 
วัดป่าจี้มีบทบาทต่อชุมชนหลายด้าน ด้านศาสนา วัดเป็นพื้นที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม รับศีล และประกอบพิธีกรรมสำคัญตามปฏิทินพระพุทธศาสนา ด้านสังคม วัดเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านมาพบปะกันในงานบุญ วันพระ และกิจกรรมของหมู่บ้าน ด้านวัฒนธรรม วัดช่วยรักษาประเพณีล้านนาและมารยาทชาวพุทธให้ยังคงอยู่ในชีวิตประจำวัน ด้านประวัติศาสตร์ วัดเป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนบ้านป่าจี้และความต่อเนื่องของศรัทธามาตั้งแต่ พ.ศ. 2430
 
งานบุญที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าจี้เชื่อมโยงกับรอบปีของพระพุทธศาสนาและวิถีชุมชนล้านนา เช่น การทำบุญวันพระ การทอดผ้าป่า การทอดกฐิน การฟังธรรม งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา งานปีใหม่เมือง งานลอยกระทง และกิจกรรมบุญของหมู่บ้านตามโอกาสต่าง ๆ เมื่องานบุญเกิดขึ้น วัดจะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านช่วยกันจัดสถานที่ เตรียมภัตตาหาร ถวายทาน รับพร ฟังธรรม และร่วมสร้างความสามัคคีในชุมชน
 
บริบทชุมชนบ้านป่าจี้ยังมีมิติด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากการทำนาแล้ว บ้านป่าจี้มีการกล่าวถึงแหล่งเรียนรู้ของหมู่บ้านและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น การทอผ้าและกิจกรรมชุมชนตามโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของเทศบาลตำบลเวียงพร้าว สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าวัดป่าจี้ตั้งอยู่ในชุมชนที่ไม่ได้มีเพียงศาสนสถาน แต่มีชีวิตทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ วัดจึงเป็นหนึ่งในจุดศรัทธาที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายกิจกรรมของบ้านป่าจี้โดยรวม
 
ในช่วงกิจกรรมร่วมสมัยของเทศบาลตำบลเวียงพร้าว วัดป่าจี้ยังถูกกล่าวถึงในฐานะวัดตัวอย่างด้านการคัดแยกขยะร่วมกับวัดอื่นในเขตเทศบาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของวัดในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการดูแลสิ่งแวดล้อม วินัยชุมชน และการเป็นแบบอย่างแก่พุทธบริษัท วัดป่าจี้จึงเป็นวัดเก่าแก่ที่ยังมีบทบาทร่วมกับแนวทางพัฒนาชุมชนสมัยใหม่
 
การมาเยือนวัดป่าจี้เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่าแก่ของอำเภอพร้าวและต้องการเข้าใจชุมชนทุ่งหลวงในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเกษตรกรรมเก่า มีประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2430 มีวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2440 และยังคงเป็นพื้นที่ใช้งานจริงของชาวบ้าน จุดเด่นของวัดจึงอยู่ที่ความเก่า ความสงบ ความเป็นชุมชน และความสัมพันธ์กับทุ่งนาโดยรอบ มากกว่าความใหญ่โตเชิงสถาปัตยกรรม
 
วัดป่าจี้สามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยววัดในตำบลทุ่งหลวงและอำเภอพร้าวได้อย่างเหมาะสม โดยเชื่อมต่อกับวัดทุ่งหลวง วัดบ้านหม้อ วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล วัดเขื่อนผาก วัดห้วยบง และวัดสหกรณ์แปลงสอง เส้นทางนี้ทำให้ผู้เดินทางเห็นความหลากหลายของศาสนสถานในพร้าว ทั้งวัดเก่าแก่ วัดที่มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วัดชุมชน วัดที่มีอุโบสถเก่า และวัดที่โดดเด่นด้านศิลปะเฉพาะตัว เหมาะกับการเดินทางแบบค่อย ๆ เรียนรู้พื้นที่ ไม่รีบผ่านไปเพียงจุดเดียว
 
การเดินทาง ไปวัดป่าจี้เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปอำเภอพร้าว แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งหลวงและบ้านป่าจี้ หมู่ 2 วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สัมพันธ์กับถนนสาธารณะและทางหลวงแผ่นดินสายสันทราย–พร้าว ผู้เดินทางสามารถค้นหาชื่อวัดป่าจี้ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ หรือใช้ชื่อบ้านป่าจี้ หมู่ 2 ตำบลทุ่งหลวงในแอปแผนที่ก่อนออกเดินทาง เพื่อวางเส้นทางให้เหมาะสมกับสภาพถนนและเวลาการเดินทาง
 
จากตัวอำเภอพร้าวมายังพื้นที่ตำบลทุ่งหลวงใช้เวลาไม่นานเมื่อเทียบกับการเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากต้องการจัดทริปครึ่งวัน สามารถเที่ยววัดป่าจี้ร่วมกับวัดทุ่งหลวงและวัดบ้านหม้อได้ หากต้องการเส้นทางเต็มวัน สามารถต่อไปยังวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล หรือขยายเส้นทางไปยังตำบลเขื่อนผากเพื่อเที่ยววัดเขื่อนผาก วัดห้วยบง และวัดสหกรณ์แปลงสอง การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เห็นอำเภอพร้าวทั้งในมิติของวัดเก่า ชุมชนเกษตรกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และภูมิทัศน์ชนบทของเชียงใหม่ตอนเหนือ
 
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนวัดป่าจี้คือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพระสงฆ์และผู้มาทำบุญ ไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของสงฆ์ และถ่ายภาพอย่างสำรวม โดยเฉพาะบริเวณวิหาร อุโบสถ และพื้นที่ประกอบพิธีกรรม หากมาในช่วงงานบุญควรให้ความเคารพต่อกิจกรรมของชาวบ้านและปฏิบัติตามคำแนะนำของวัด วัดป่าจี้เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ชุมชนยังใช้จริง การเข้าชมจึงควรอยู่บนฐานของความเคารพมากกว่าการมองเป็นสถานที่ถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
 
โดยสรุป วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง) เป็นวัดราษฎร์มหานิกายในบ้านป่าจี้ หมู่ 2 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2440 มีพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา มีเสนาสนะสำคัญ ได้แก่ วิหาร อุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ และกุฏิสงฆ์ วัดแห่งนี้มีคุณค่าในฐานะวัดเก่าแก่ของตำบลทุ่งหลวง เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านป่าจี้ และเป็นจุดเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน ทุ่งนา และประเพณีล้านนา เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้ประวัติวัดท้องถิ่น และจัดเป็นจุดหนึ่งในเส้นทางเที่ยววัดของอำเภอพร้าว
 
ชื่อสถานที่วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง)
ที่ตั้งหมู่ 2 บ้านป่าจี้ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่หมู่ 2 บ้านป่าจี้ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
พื้นที่วัด3 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ของบ้านป่าจี้ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2430 มีวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2440 และตั้งอยู่ในบริบทชุมชนเกษตรกรรมของตำบลทุ่งหลวง
ประวัติ / สมัย / ยุคได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2440
เขตวิสุงคามสีมากว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร
อาณาเขตวัดทิศเหนือจดถนนสาธารณะ, ทิศใต้จดทุ่งนา, ทิศตะวันออกจดทางหลวงแผ่นดินสายสันทราย–พร้าว, ทิศตะวันตกจดทุ่งนา
เจ้าอาวาสรูปแรกครูบาอินต๊ะ พ.ศ. 2430–2457
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูไพโรจน์วีรากร มหาวีโร
สิ่งปลูกสร้าง / โซนสำคัญวิหาร, อุโบสถ, ศาลาอเนกประสงค์, กุฏิสงฆ์, ลานวัด, พื้นที่ทำบุญ, พื้นที่ฟังธรรม, พื้นที่ประกอบพิธีกรรมของชุมชน
บริบทชุมชนบ้านป่าจี้เป็นชุมชนเกษตรกรรมในตำบลทุ่งหลวง มีความสัมพันธ์กับการทำนา การผลิตข้าว และภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอพร้าว
บทบาทต่อชุมชนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน พื้นที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา และพื้นที่สืบทอดประเพณีล้านนาของบ้านป่าจี้
กิจกรรมสำคัญงานทำบุญวันพระ, งานทอดผ้าป่า, งานทอดกฐิน, งานฟังธรรม, งานเข้าพรรษา, งานออกพรรษา, งานปีใหม่เมือง, งานลอยกระทง และงานบุญตามรอบปีของชุมชนล้านนา
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอพร้าว แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งหลวงและบ้านป่าจี้ หมู่ 2
สถานะปัจจุบันยังปรากฏในฐานข้อมูลรายชื่อวัด ข้อมูลท่องเที่ยว และข้อมูลกิจกรรมท้องถิ่นของบ้านป่าจี้ ไม่พบข้อมูลว่าปิดถาวร
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดทุ่งหลวง ประมาณ 4 กม.
2. วัดบ้านหม้อ ประมาณ 4 กม.
3. อารามแม่จัด ประมาณ 6 กม.
4. วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ประมาณ 18 กม.
5. วัดเขื่อนผาก ประมาณ 20 กม.
6. วัดห้วยบง ประมาณ 22 กม.
7. วัดสหกรณ์แปลงสอง ประมาณ 23 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. 135 Cafe ประมาณ 6 กม. โทร. 083-549-6399
2. ร้านจิ๊นจุ่มและอาหารตามสั่ง ประมาณ 8 กม. โทร. 053-475-209
3. ครัวเจ๊กี อาหารป่า ปลาแม่น้ำ ประมาณ 9 กม. โทร. 084-488-8560
4. ครัวบ้านหม่อง ประมาณ 10 กม. โทร. 099-345-0782
5. Rain Tree Cafe ประมาณ 16 กม. โทร. 087-660-0933
6. ร้านน้องปริ๊นซ์ข้าวมันไก่ ประมาณ 18 กม. โทร. 094-559-0182
ที่พักใกล้เคียง1. PK Hotel หรือพีเค โฮสเทล ประมาณ 8 กม. โทร. 088-992-2444
2. Phrao Boutique Hotel ประมาณ 9 กม.
3. Inthang Boutique Hotel ประมาณ 10 กม.
4. Phrao Camping Village ประมาณ 13 กม. โทร. 091-564-2641
5. Mae Wan Resort ประมาณ 20 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าจี้ (ทุ่งหลวง) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าจี้ตั้งอยู่หมู่ 2 บ้านป่าจี้ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50190
 
ถาม: วัดป่าจี้มีประวัติอย่างไร?
ตอบ: วัดป่าจี้เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2440
 
ถาม: เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดป่าจี้คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดป่าจี้คือ ครูบาอินต๊ะ ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2430–2457
 
ถาม: วัดป่าจี้มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งปลูกสร้างสำคัญประกอบด้วยวิหาร อุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ ลานวัด และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของชุมชน
 
ถาม: วัดป่าจี้มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดเก่าแก่ของบ้านป่าจี้ มีประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2430 มีวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2440 และตั้งอยู่ในบริบทชุมชนเกษตรกรรมของตำบลทุ่งหลวง
 
ถาม: วัดป่าจี้เหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้วัดเก่าแก่ในอำเภอพร้าว ศึกษาวิถีชุมชนบ้านป่าจี้ และเที่ยวเชื่อมโยงวัดในตำบลทุ่งหลวง
 
ถาม: เดินทางไปวัดป่าจี้อย่างไร?
ตอบ: เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปอำเภอพร้าว แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งหลวงและบ้านป่าจี้ หมู่ 2
 
ถาม: สามารถเที่ยววัดป่าจี้ร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดทุ่งหลวง วัดบ้านหม้อ อารามแม่จัด วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล วัดเขื่อนผาก วัดห้วยบง และวัดสหกรณ์แปลงสองได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)