หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.พร้าว >ต.เขื่อนผาก > วัดห้วยบง
TL;DR: วัดห้วยบง อยู่ที่บ้านห้วยบง หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอพร้าว.
วัดห้วยบง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดห้วยบง ตั้งอยู่บ้านห้วยบง หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2470 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 มีพระจรูญ ชยวฑฺโฒ เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดสำคัญของตำบลเขื่อนผากและอำเภอพร้าว มีจุดเด่นจากมหาวิหารจีนขนาดใหญ่ที่ผสมผสานศิลปะแบบไทยและจีนอย่างงดงาม ตั้งเด่นอยู่บริเวณเชิงเขาท่ามกลางทุ่งนา ภูเขา และชุมชนเกษตรกรรมของบ้านห้วยบง ภายในประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ เช่น พระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม พระพรหม เหล่าเทพและเซียนตามคติจีน รวมถึงพระพุทธรูปและประติมากรรมที่ทำให้วัดมีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไปในอำเภอพร้าว
วัดห้วยบงตั้งอยู่เลขที่ 163 หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50190 พื้นที่บ้านห้วยบงเป็นชุมชนชนบทที่มีความสัมพันธ์กับภูเขา ทุ่งนา ป่าไม้ แหล่งน้ำ และระบบเกษตรกรรมของอำเภอพร้าวอย่างใกล้ชิด บริบทชุมชนโดยรอบมีความสงบ มีทิวทัศน์ธรรมชาติ และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเพาะปลูก โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจในพื้นที่พร้าว เช่น ลำไยและพืชไร่ วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน เกษตรกรรม และภูมิทัศน์ล้านนาอย่างชัดเจน
ตำบลเขื่อนผากเป็นตำบลที่มีชุมชนเก่าแก่และชุมชนที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินในรูปนิคมสหกรณ์ ประกอบด้วยหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านแพะพัฒนา บ้านเขื่อนผาก บ้านห้วยบงเหนือ บ้านห้วยบงใต้ บ้านทรายมูล บ้านสหกรณ์แปลงสอง บ้านทรายทอง บ้านไชยงาม บ้านขวัญประชา และบ้านม่วงหลวง ชื่อเขื่อนผากสัมพันธ์กับหมู่บ้านหลักที่ตั้งอยู่สองฝั่งลำน้ำแม่งัด และในอดีตพื้นที่นี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเลี้ยงช้างสำหรับลากซุงและการใช้แพขนส่งสินค้าไปตามแม่น้ำสู่อำเภอแม่แตง วัดห้วยบงจึงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีรากประวัติศาสตร์ชุมชน ธรรมชาติ และการเดินทางของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
บ้านห้วยบงและบ้านห้วยบงเหนือมีประวัติชุมชนที่น่าสนใจ เดิมพื้นที่นี้มีชุมชนลัวะอยู่มาก่อน ต่อมามีครอบครัวจากอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และผู้คนจากหลายพื้นที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น ในช่วง พ.ศ. 2513–2514 ทางราชการได้จัดสรรที่ทำกินในรูปนิคมสหกรณ์ ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นและมีการแยกชุมชนออกเป็นหลายหมู่บ้าน บริบทนี้ทำให้วัดห้วยบงมีบทบาทสำคัญต่อการรวมใจของผู้คน เพราะชุมชนที่มีการย้ายถิ่นและขยายตัวต้องการศาสนสถานที่ช่วยหล่อหลอมความสัมพันธ์และสร้างรากร่วมทางจิตใจให้แก่คนในพื้นที่
ประวัติของวัดห้วยบงเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2470 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนในตำบลเขื่อนผากยังพึ่งพาวัดเป็นศูนย์กลางชีวิตทางศาสนา วัดที่ก่อตั้งขึ้นในยุคนั้นมักเกิดจากแรงศรัทธาของพระสงฆ์ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านที่ต้องการมีสถานที่สำหรับทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม และใช้เป็นที่พึ่งทางใจของหมู่บ้าน วัดห้วยบงจึงเป็นหลักฐานสำคัญของความศรัทธาที่ชุมชนช่วยกันสร้างและรักษาไว้ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อนการขยายตัวของนิคมสหกรณ์ในพื้นที่
มีข้อมูลชุมชนที่กล่าวถึงการก่อตั้งวัดห้วยบงโดยพระครูเตจา เดชปญโญ ทำให้วัดแห่งนี้มีรากประวัติที่เชื่อมโยงกับพระสงฆ์ผู้มีบทบาทในชุมชนมาตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งวัด ต่อมาวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 การได้รับวิสุงคามสีมามีความสำคัญต่อสถานะทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมและเกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของวัดในฐานะศาสนสถานที่รองรับกิจของพระสงฆ์อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย
ชื่อวัดห้วยบงสัมพันธ์กับชื่อหมู่บ้านและภูมิประเทศของพื้นที่ คำว่า “ห้วย” สื่อถึงลำห้วยหรือแหล่งน้ำขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อชุมชนชนบท ส่วนคำว่า “บง” เป็นชื่อท้องถิ่นที่ช่วยบันทึกเอกลักษณ์ของหมู่บ้านไว้ในชื่อวัด เมื่อกล่าวถึงวัดห้วยบงจึงไม่ได้หมายถึงเพียงวัดแห่งหนึ่ง แต่ยังหมายถึงบ้านห้วยบง ชุมชนเกษตรกรรม พื้นที่เชิงเขา และความทรงจำร่วมของผู้คนในตำบลเขื่อนผาก
ปัจจุบันวัดห้วยบงมีพระจรูญ ชยวฑฺโฒ เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นพระสงฆ์ผู้ดูแลกิจการของวัดและเป็นผู้นำทางศาสนาของชุมชน วัดระดับหมู่บ้านต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าอาวาส พระภิกษุ สามเณร ผู้นำชุมชน และญาติโยมในการดูแลพื้นที่ จัดงานบุญ รักษาความเรียบร้อย และสืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธ เจ้าอาวาสจึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมวัดกับชุมชนให้ดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง
สิ่งที่ทำให้วัดห้วยบงเป็นที่รู้จักอย่างเด่นชัดคือมหาวิหารจีนหรือวิหารสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่ ตัวอาคารมีสีสันเด่นสะดุดตา ทั้งโทนแดง เหลือง และเขียว ตั้งตัดกับสีเขียวของทุ่งนาและฉากภูเขารอบพื้นที่ ลักษณะนี้ทำให้วัดห้วยบงมีภาพจำเฉพาะตัวในอำเภอพร้าว เพราะเป็นวัดราษฎร์มหานิกายที่มีวิหารจีนอลังการอยู่ในภูมิทัศน์ชนบทล้านนา การผสมผสานศิลปะแบบไทยและจีนเช่นนี้ทำให้วัดเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะศาสนสถานและความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคเหนือ
มหาวิหารจีนของวัดห้วยบงสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2547 โดยลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณมงคลศรีรัตนพรและเครือญาติร่วมกันสร้าง อาคารวิหารมีรายละเอียดทางศิลปะจีนที่โดดเด่น ทั้งรูปทรงอาคาร สีสัน การประดับตกแต่ง และประติมากรรมโดยรอบ หน้าบันไดมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่คู่หนึ่งตั้งเฝ้าทางขึ้นวิหาร ให้ความรู้สึกสง่างามและศักดิ์สิทธิ์ตามคติศิลปะจีน เมื่อมองจากด้านล่าง วิหารจะตั้งเด่นเหนือพื้นที่โดยรอบ ทำให้เกิดมุมมองที่งดงามทั้งในด้านศาสนาและภูมิทัศน์
ภายในและโดยรอบวิหารจีนมีพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ให้กราบไหว้สักการะ เช่น พระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม พระพรหม เหล่าเทพและเซียนต่าง ๆ ตามคติจีน การรวมองค์ศรัทธาเหล่านี้ไว้ในพื้นที่วัดราษฎร์มหานิกายทำให้วัดห้วยบงเป็นพื้นที่ที่เปิดรับความหลากหลายของพุทธศิลป์และความเชื่อ ผู้มาเยือนจึงสามารถสัมผัสทั้งบรรยากาศวัดไทยและศาสนศิลป์แบบจีนได้ในพื้นที่เดียวกัน
ความน่าสนใจของวัดห้วยบงไม่ได้อยู่เพียงอาคารวิหารจีน แต่ยังอยู่ที่การตั้งอยู่บนเนินเขาสูงและมองเห็นชุมชนโดยรอบ เมื่อยืนบริเวณวิหารสามารถมองเห็นบ้านเรือน ทุ่งนา และแนวภูเขาที่ล้อมรอบพื้นที่ ทำให้วัดมีบรรยากาศสงบ กว้าง และเปิดรับทิวทัศน์ธรรมชาติของอำเภอพร้าวอย่างชัดเจน ในบางช่วงฤดูกาล สีเขียวของทุ่งนาและภูเขาจะช่วยขับให้สีของวิหารโดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะกับการมาไหว้พระ ทำบุญ และชมบรรยากาศวัดในชุมชนเกษตรกรรม
วัดห้วยบงมีคุณค่าทั้งด้านศรัทธาและด้านการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ผู้ที่มาเยือนสามารถสักการะพระพุทธรูปในวัด กราบไหว้องค์ศักดิ์สิทธิ์ในวิหารจีน เดินชมประติมากรรมสิงโตและเทพตามคติจีน รวมถึงสังเกตการผสมผสานศิลปะแบบไทยกับจีนในพื้นที่ศาสนสถานเดียวกัน วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดชุมชน ศิลปะจีนในวัดไทย พุทธศิลป์ร่วมสมัย และการเดินทางเชิงวัฒนธรรมในอำเภอพร้าว
บทบาทของวัดห้วยบงต่อชุมชนมีหลายด้าน ด้านศาสนา วัดเป็นสถานที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม รับศีล และประกอบพิธีกรรมสำคัญตามปฏิทินพระพุทธศาสนา ด้านสังคม วัดเป็นพื้นที่พบปะของชาวบ้านในวันพระ งานบุญ และกิจกรรมชุมชน ด้านวัฒนธรรม วัดช่วยรักษาประเพณีล้านนาและยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะไทยกับจีนผ่านมหาวิหารจีนอันโดดเด่น บทบาทเหล่านี้ทำให้วัดห้วยบงเป็นทั้งศูนย์รวมใจของชุมชนและจุดเรียนรู้สำหรับผู้เดินทางจากภายนอก
ประเพณีและงานบุญที่เกี่ยวข้องกับวัดห้วยบงสามารถเชื่อมโยงกับปฏิทินพระพุทธศาสนาและวิถีของชุมชนตำบลเขื่อนผาก เช่น การทำบุญวันพระ การทอดผ้าป่า การทอดกฐิน การฟังธรรม งานปีใหม่เมือง งานลอยกระทง และงานบุญตามรอบปีของชุมชนล้านนา เมื่องานบุญเกิดขึ้น วัดจะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านร่วมกันเตรียมสถานที่ ถวายภัตตาหาร รับพร ฟังธรรม และสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนให้แน่นแฟ้นขึ้น
บริบทของบ้านห้วยบงยังสะท้อนความเป็นชุมชนเกษตรกรรมของอำเภอพร้าวอย่างชัดเจน ชาวบ้านจำนวนมากประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทำไร่ ปลูกลำไย และทำงานเกษตรตามฤดูกาล วิถีชีวิตเช่นนี้ทำให้วัดมีความสำคัญต่อจังหวะชีวิตของผู้คน เพราะหลังจากฤดูกาลเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ชุมชนมักมีการทำบุญและกิจกรรมทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล วัดจึงช่วยเชื่อมแรงงาน ความเชื่อ และความหวังของชาวบ้านเข้าด้วยกัน
บ้านห้วยบงเหนือยังมีจุดเด่นด้านชุมชนที่น่าสนใจ เช่น การเป็นชุมชนใหญ่ของตำบลเขื่อนผาก มีบรรยากาศดี มีป่าเขาและทุ่งนา โรงเรียนเขื่อนผากวิทยาเป็นโรงเรียนของสามเณรแห่งเดียวในอำเภอพร้าว และมีโรงเรียนเขื่อนผากชราบาลเป็นพื้นที่กิจกรรมของผู้สูงอายุ บริบทเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพื้นที่รอบวัดห้วยบงไม่ได้มีเพียงความงามทางศาสนสถาน แต่ยังมีชีวิตชุมชนที่หลากหลาย ทั้งเด็ก เยาวชน สามเณร ผู้สูงอายุ เกษตรกร และกลุ่มกิจกรรมท้องถิ่น
วัดห้วยบงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดแบบสงบแต่มีจุดเด่นทางศิลปะชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการกราบไหว้พระภายในวัด จากนั้นขึ้นไปชมมหาวิหารจีน สักการะองค์พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวิหาร เดินชมสิงโตคู่หน้าบันได ชมรายละเอียดประติมากรรมจีน และมองวิวชุมชนห้วยบงกับแนวภูเขารอบพื้นที่ การเที่ยววัดนี้ควรให้เวลาเพียงพอ ไม่ควรรีบแวะแล้วกลับ เพราะรายละเอียดของวิหารและบรรยากาศโดยรอบเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์
สำหรับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ วัดห้วยบงมีมุมสวยหลายจุด เช่น มุมบันไดทางขึ้นวิหาร มุมสิงโตคู่หน้าวิหาร มุมกว้างที่เห็นอาคารสีแดง เหลือง และเขียวตัดกับท้องนาและภูเขา รวมถึงมุมจากบริเวณวิหารที่มองย้อนลงมายังชุมชนและภูมิทัศน์โดยรอบ อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรทำอย่างสำรวม ไม่รบกวนผู้ที่มากราบไหว้ และไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เหมาะสม
ในเชิงเส้นทางท่องเที่ยว วัดห้วยบงสามารถเชื่อมโยงกับวัดและสถานที่ใกล้เคียงในตำบลเขื่อนผากและอำเภอพร้าวได้อย่างเหมาะสม เช่น วัดเขื่อนผาก วัดสหกรณ์แปลงสอง พระธาตุดอกคำ อ่างเก็บน้ำหนองเหียง อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ลาด และวัดถ้ำดอกคำ หากต้องการเที่ยวเส้นทางศรัทธาในอำเภอพร้าวให้กว้างขึ้น สามารถเชื่อมต่อไปยังวัดดอยแม่ปั๋ง วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล อนุสรณ์สถานบรรลุธรรมหลวงปู่ขาว อนาลโย และวัดป่าอาจารย์มั่น ภูริทตฺโตได้ตามเวลาที่มี
การเดินทาง ไปวัดห้วยบงเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางไปอำเภอพร้าว แล้วเข้าสู่ตำบลเขื่อนผากและบ้านห้วยบง หมู่ 3 ผู้เดินทางสามารถค้นหาชื่อวัดห้วยบง ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ หรือใช้ที่อยู่เลขที่ 163 หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190 ในแอปแผนที่ก่อนออกเดินทาง เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับสภาพถนนและเวลาการเดินทาง
จากตัวอำเภอพร้าวมายังตำบลเขื่อนผากและบ้านห้วยบงใช้เวลาไม่นานเมื่อเทียบกับการเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว สามารถวางเส้นทางโดยเริ่มจากวัดห้วยบง แล้วต่อไปยังวัดเขื่อนผาก วัดสหกรณ์แปลงสอง พระธาตุดอกคำ อ่างเก็บน้ำหนองเหียง หรือร้านอาหารและคาเฟ่ในเส้นทางพร้าว การเดินทางลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบช้า ๆ เห็นทั้งวัด ชุมชน ทุ่งนา คาเฟ่ท้องถิ่น และภูมิทัศน์ชนบทของพร้าว
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนวัดห้วยบงคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพระสงฆ์และผู้มาทำบุญ ไม่รบกวนพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวของสงฆ์ และถ่ายภาพอย่างสำรวม โดยเฉพาะภายในมหาวิหารจีนและบริเวณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากเดินขึ้นลงบันไดหรือชมพื้นที่รอบวิหารควรระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝนหยุด เพราะพื้นอาจลื่น การเที่ยววัดควรอยู่บนฐานของความเคารพต่อศาสนสถาน ไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพสวยงามเท่านั้น
โดยสรุป วัดห้วยบงเป็นวัดราษฎร์มหานิกายในบ้านห้วยบง หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2470 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 มีพระจรูญ ชยวฑฺโฒ เป็นเจ้าอาวาส จุดเด่นของวัดคือมหาวิหารจีนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2547 มีสถาปัตยกรรมสีแดง เหลือง เขียวโดดเด่น ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม พระพรหม เหล่าเทพและเซียน รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติจีน วัดแห่งนี้เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ ชมศิลปะไทยจีน เรียนรู้วิถีวัดชุมชน และจัดเป็นจุดหนึ่งในเส้นทางเที่ยววัดของอำเภอพร้าว
| ชื่อสถานที่ | วัดห้วยบง |
| ที่ตั้ง | บ้านห้วยบง หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | 163 หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | มหาวิหารจีนสีแดง เหลือง เขียว สถาปัตยกรรมไทย-จีน รูปปั้นสิงโตหน้าวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติจีน และวิวทุ่งนากับภูเขารอบชุมชนห้วยบง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2470 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 |
| ผู้ก่อตั้งที่ปรากฏในข้อมูลชุมชน | พระครูเตจา เดชปญโญ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระจรูญ ชยวฑฺโฒ |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | มหาวิหารจีน, วิหารแบบไทย, พื้นที่สักการะพระพุทธรูป, ลานวัด, พื้นที่ทำบุญ, พื้นที่ชมวิวชุมชนและทุ่งนา |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | พระศรีอริยเมตไตรย, พระโพธิสัตว์, เจ้าแม่กวนอิม, พระพรหม, เหล่าเทพและเซียนตามคติจีน, พระพุทธรูปภายในวัด |
| บริบทชุมชน | บ้านห้วยบงและบ้านห้วยบงเหนือเป็นชุมชนเกษตรกรรมในตำบลเขื่อนผาก มีความสัมพันธ์กับทุ่งนา ภูเขา ลำน้ำ และการจัดสรรที่ดินในรูปนิคมสหกรณ์ |
| บทบาทต่อชุมชน | เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน พื้นที่ไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม จัดงานบุญ และเป็นจุดเรียนรู้ศิลปะไทย-จีนในวัดชุมชนของอำเภอพร้าว |
| กิจกรรมสำคัญ | งานทำบุญวันพระ, งานทอดผ้าป่า, งานทอดกฐิน, งานฟังธรรม, งานปีใหม่เมือง, งานลอยกระทง และงานบุญตามรอบปีของชุมชนล้านนา |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอพร้าว แล้วเข้าสู่ตำบลเขื่อนผากและบ้านห้วยบง หมู่ 3 |
| สถานะปัจจุบัน | ยังปรากฏในฐานข้อมูลรายชื่อวัด ข้อมูลท่องเที่ยวอำเภอพร้าว ข้อมูลชุมชน และแหล่งข้อมูลแผนที่ ไม่พบข้อมูลว่าปิดถาวร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดเขื่อนผาก ประมาณ 6 กม. 2. วัดสหกรณ์แปลงสอง ประมาณ 8 กม. 3. อ่างเก็บน้ำหนองเหียง ประมาณ 8 กม. 4. พระธาตุดอกคำ ประมาณ 9 กม. 5. อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ลาด ประมาณ 10 กม. 6. วัดถ้ำดอกคำ ประมาณ 17 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านน้องปริ๊นซ์ข้าวมันไก่ ประมาณ 3 กม. โทร. 094-559-0182 2. Rain Tree Cafe ประมาณ 6 กม. โทร. 087-660-0933 3. 135 Cafe ประมาณ 8 กม. โทร. 083-549-6399 4. ร้านจิ๊นจุ่มและอาหารตามสั่ง ประมาณ 9 กม. โทร. 053-475-209 5. ครัวเจ๊กี อาหารป่า ปลาแม่น้ำ ประมาณ 10 กม. โทร. 084-488-8560 6. ครัวบ้านหม่อง ประมาณ 11 กม. โทร. 099-345-0782 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. PK Hotel หรือพีเค โฮสเทล ประมาณ 7 กม. 2. Phrao Boutique Hotel ประมาณ 8 กม. 3. Inthang Boutique Hotel ประมาณ 9 กม. 4. Phrao Camping Village ประมาณ 12 กม. โทร. 091-564-2641 5. Mae Wan Resort ประมาณ 19 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดห้วยบงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดห้วยบงตั้งอยู่เลขที่ 163 หมู่ 3 ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190
ถาม: วัดห้วยบงมีประวัติอย่างไร?
ตอบ: วัดห้วยบงเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2470 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547
ถาม: เจ้าอาวาสวัดห้วยบงคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดห้วยบงคือ พระจรูญ ชยวฑฺโฒ
ถาม: วัดห้วยบงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือมหาวิหารจีนขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรมสีแดง เหลือง เขียว รูปปั้นสิงโตหน้าวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติจีน และทิวทัศน์ทุ่งนากับภูเขารอบวัด
ถาม: ภายในมหาวิหารจีนของวัดห้วยบงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในและโดยรอบมหาวิหารจีนมีพระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม พระพรหม เหล่าเทพและเซียนต่าง ๆ รวมถึงพระพุทธรูปให้กราบไหว้สักการะ
ถาม: วัดห้วยบงเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ ชมศิลปะไทย-จีน ถ่ายภาพวิหารจีนอย่างสำรวม เรียนรู้วัดชุมชน และเที่ยวเชื่อมโยงวัดในอำเภอพร้าว
ถาม: เดินทางไปวัดห้วยบงอย่างไร?
ตอบ: เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปอำเภอพร้าว แล้วเข้าสู่ตำบลเขื่อนผากและบ้านห้วยบง หมู่ 3
ถาม: สามารถเที่ยววัดห้วยบงร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดเขื่อนผาก วัดสหกรณ์แปลงสอง อ่างเก็บน้ำหนองเหียง พระธาตุดอกคำ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ลาด และวัดถ้ำดอกคำได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




