หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ดอยหล่อ >ต.สองแคว > วัดหัวข่วง
TL;DR: วัดหัวข่วง อยู่ที่บ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่-ฮอดมุ่งสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6.

เชียงใหม่

วัดหัวข่วง

วัดหัวข่วง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดหัวข่วง ตั้งอยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 6 บ้านหัวข่วง ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติผูกพันกับชุมชนริมแม่น้ำปิงและวิถีล้านนามายาวนาน จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่เพียงวิหาร เจดีย์ กุฏิสงฆ์ และสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวการก่อกำเนิดของวัดจากพื้นที่ “ข่วง” หรือลานกว้างของชุมชน ซึ่งในอดีตเคยเป็นท่าพักของพ่อค้าซุงและผู้เดินทางทางน้ำ ก่อนจะกลายมาเป็นพื้นที่ศรัทธาของชาวบ้านและพัฒนาเป็นวัดประจำบ้านหัวข่วงจนถึงปัจจุบัน
 
วัดหัวข่วงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ ซึ่งชุมชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาและยังคงมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมล้านนาอย่างชัดเจน พื้นที่ตำบลสองแควประกอบด้วยหมู่บ้านหลายแห่งที่มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เช่น วัดหลังถ้ำ วัดทุ่งท้อ วัดสองแคว วัดหัวข่วง วัดป่าลาน และวัดโขงขาว การกระจายตัวของวัดตามหมู่บ้านสะท้อนโครงสร้างทางสังคมแบบดั้งเดิมของชุมชนภาคเหนือ ที่วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะ ทำบุญ ถ่ายทอดวัฒนธรรม และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในท้องถิ่น
 
บ้านหัวข่วงเดิมมีชื่อว่า “บ้านท่าปี้” และมีลักษณะเด่นคือเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำปิง บริเวณหมู่บ้านมีลานกว้างอยู่ใกล้ท่าน้ำ ลานเช่นนี้ในภาษาล้านนาเรียกว่า “ข่วง” ซึ่งหมายถึงพื้นที่เปิดโล่งที่ใช้สำหรับกิจกรรมของชุมชน การพบปะ หรือการใช้ประโยชน์ร่วมกัน พื้นที่ข่วงของบ้านท่าปี้มีความสำคัญในด้านคมนาคม เพราะแม่น้ำปิงเคยเป็นเส้นทางเดินทางและขนส่งสินค้าที่สำคัญ ผู้ค้าซุงและผู้เดินทางทางน้ำจึงใช้บริเวณท่าน้ำแห่งนี้เป็นที่พักระหว่างทางอยู่เสมอ
 
จุดเริ่มต้นของวัดหัวข่วงเชื่อมโยงกับพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏนาม ท่านเดินทางธุดงค์มาจากวัดแสนเมืองมาหลวงในเขตเมืองเชียงใหม่ วัดแสนเมืองมาหลวงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดหัวข่วง” เมื่อพระภิกษุรูปดังกล่าวเดินทางมาถึงบ้านท่าปี้และพบพื้นที่ลานกว้างริมท่าน้ำ ท่านเห็นว่าบริเวณนี้เหมาะสำหรับตั้งศาสนสถาน ขณะเดียวกันชาวบ้านก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงร่วมกันยกลานท่าน้ำบริเวณข่วงขึ้นเป็นพื้นที่สำหรับสร้างวัด
 
การตั้งชื่อว่า “วัดหัวข่วง” มีความสัมพันธ์กับเรื่องราวของพื้นที่อย่างชัดเจน โดยคำอธิบายที่สืบต่อกันมาในชุมชนมี 2 ประการ ประการแรก พระภิกษุผู้ริเริ่มสร้างวัดเดินทางมาจากวัดแสนเมืองมาหลวง ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดหัวข่วง จึงนำชื่อวัดเดิมมาใช้กับวัดที่สร้างขึ้นใหม่ ประการที่สอง พื้นที่ตั้งวัดเป็นลานกว้างหรือ “ข่วง” ที่อยู่บริเวณหัวบ้านใกล้ท่าน้ำ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า “หัวข่วง” และชื่อดังกล่าวได้กลายเป็นทั้งชื่อวัดและชื่อของชุมชนในเวลาต่อมา
 
ความหมายของคำว่า “ข่วง” มีมิติทางวัฒนธรรมที่สำคัญสำหรับการทำความเข้าใจวัดแห่งนี้ เพราะในสังคมล้านนา ข่วงเป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชน เป็นลานสำหรับพบปะ ประกอบกิจกรรม และใช้ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ การที่วัดหัวข่วงถือกำเนิดขึ้นบนพื้นที่ลักษณะนี้จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่ส่วนรวมจากจุดพักและลานกิจกรรมริมแม่น้ำ มาเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชน ชื่อวัดจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อเฉพาะ แต่ทำหน้าที่บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับภูมิประเทศ การเดินทาง และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตไว้ด้วย
 
หลังจากจัดตั้งวัดแล้ว มีพระภิกษุและสามเณรจำพรรษาอยู่ต่อเนื่อง วัดจึงค่อย ๆ พัฒนาจากพื้นที่ศรัทธาขนาดเล็กไปสู่ศาสนสถานของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ประวัติท้องถิ่นที่เทศบาลตำบลสองแควเผยแพร่บันทึกวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2425 ไว้ในส่วนที่กล่าวถึงการได้รับพระบรมราชานุญาตให้สร้างเป็นวัด วัดหัวข่วงจึงเป็นศาสนสถานที่มีประวัติย้อนหลังยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ และมีพัฒนาการคู่ขนานกับการเปลี่ยนแปลงของบ้านหัวข่วงและพื้นที่สองแควมาอย่างต่อเนื่อง
 
ข้อมูลประวัติอีกชุดหนึ่งของวัดกล่าวถึงการตั้งวัดมาเป็นเวลาราว 200 ปี และเล่าว่าในช่วงหนึ่งเคยเป็นวัดร้าง ก่อนที่พระภิกษุผู้ธุดงค์มาจากวัดหัวข่วงในเมืองเชียงใหม่จะมาจำพรรษาและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาเป็นวัดอีกครั้ง เรื่องเล่าสองส่วนนี้ทำให้เห็นว่าประวัติของวัดหัวข่วงประกอบด้วยทั้งความทรงจำของชุมชนและหลักฐานการจัดตั้งวัดในระบบการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งควรมองร่วมกันเพื่อเข้าใจพัฒนาการของศาสนสถานแห่งนี้ในบริบทท้องถิ่น
 
วัดหัวข่วงสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 86 ตารางวา พื้นที่ด้านเหนือยาว 1 เส้น 2 ศอกและจดทางสาธารณประโยชน์ ด้านใต้ยาว 1 เส้น 2 วาและจดทางสาธารณประโยชน์ ส่วนด้านตะวันออกมีแนวเขตจดทางสาธารณประโยชน์เช่นกัน ลักษณะการมีทางสาธารณะรายรอบหลายด้านสอดคล้องกับบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ของชุมชนที่เข้าถึงได้จากหมู่บ้านโดยรอบ
 
ศาสนสถานและเสนาสนะที่มีข้อมูลชัดเจนภายในวัดประกอบด้วย วิหาร กุฏิสงฆ์ เจดีย์ และถังน้ำประปา สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของวัดชุมชนที่ทำหน้าที่ทั้งรองรับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและการดำรงชีวิตของพระสงฆ์ แม้วัดหัวข่วงจะไม่ได้เป็นวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่รูปแบบพื้นที่สะท้อนภาพของวัดล้านนาชุมชนที่เติบโตควบคู่กับหมู่บ้านมากกว่าจะถูกออกแบบขึ้นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
 
วิหาร เป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่สุดของวัด เพราะเป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจและเป็นจุดที่ผู้มาเยือนใช้กราบพระ ทำบุญ และสงบจิตใจ การมีวิหารเป็นศูนย์กลางของวัดสอดคล้องกับลักษณะวัดในภาคเหนือจำนวนมากที่วิหารมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของชุมชน ผู้ที่มาเที่ยววัดหัวข่วงจึงควรเริ่มการเยี่ยมชมจากพื้นที่วิหาร ก่อนเดินชมองค์ประกอบอื่นภายในวัด
 
เจดีย์ เป็นศาสนสถานสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ปรากฏในข้อมูลประวัติวัด แม้จะไม่มีรายละเอียดที่เพียงพอสำหรับระบุรูปแบบสถาปัตยกรรม อายุองค์เจดีย์ หรือสิ่งที่ประดิษฐานอยู่ภายในอย่างเฉพาะเจาะจง แต่การมีเจดีย์อยู่ร่วมกับวิหารและกุฏิสงฆ์ทำให้พื้นที่วัดมีองค์ประกอบทางพระพุทธศาสนาที่ครบในระดับวัดชุมชน ผู้มาเยือนควรชมเจดีย์ด้วยความเคารพและหลีกเลี่ยงการขึ้นไปในพื้นที่ที่ทางวัดไม่ได้เปิดให้เข้าถึง
 
กุฏิสงฆ์ เป็นพื้นที่พำนักของพระภิกษุและถือเป็นเขตที่ควรให้ความสำคัญด้านมารยาท ผู้มาเยือนไม่ควรเดินเข้าไปในพื้นที่กุฏิโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรลดเสียงเมื่ออยู่ใกล้บริเวณที่พักสงฆ์ ลักษณะนี้แตกต่างจากพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไป เพราะวัดหัวข่วงยังทำหน้าที่เป็นศาสนสถานและพื้นที่จำพรรษาจริง การเที่ยววัดจึงควรอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสถานที่และคนในชุมชน
 
ถังน้ำประปาที่อยู่ในบัญชีสิ่งปลูกสร้างของวัดอาจดูเป็นองค์ประกอบที่ธรรมดาเมื่อเทียบกับวิหารหรือเจดีย์ แต่สะท้อนด้านการใช้งานจริงของวัดชุมชนได้ดี วัดไม่ได้ประกอบด้วยพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบสาธารณูปโภคสำหรับพระสงฆ์ กิจกรรมทำบุญ งานชุมชน และการดูแลพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นวัดในฐานะสถานที่ที่มีชีวิตและใช้งานจริงในทุกวัน
 
สิ่งที่ทำให้วัดหัวข่วงมีมิติทางประวัติศาสตร์มากกว่าวัดชุมชนทั่วไปคือความสัมพันธ์กับ แม่น้ำปิง เรื่องเล่าเกี่ยวกับลานข่วงริมท่าน้ำและการเป็นจุดพักของพ่อค้าซุงสะท้อนยุคที่แม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญของภาคเหนือ ก่อนที่ถนนจะเข้ามามีบทบาทมากอย่างในปัจจุบัน แม่น้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงภูมิประเทศ แต่มีผลต่อการก่อตัวของชุมชน การค้า การเดินทาง และการเลือกพื้นที่ตั้งวัดด้วย
 
เมื่อพิจารณาจากบริบทดังกล่าว วัดหัวข่วงสามารถมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมริมแม่น้ำปิง พื้นที่ “ท่า” ที่ใช้พักคนเดินทางค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “ข่วง” ของชุมชน และต่อมาพัฒนาเป็นพื้นที่ศาสนา กระบวนการเช่นนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศกับสังคมได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถอ่านเรื่องราวของบ้านหัวข่วงผ่านชื่อสถานที่และตำแหน่งที่ตั้งของวัดได้
 
วัดหัวข่วงยังเชื่อมโยงเชิงชื่อและความทรงจำกับ วัดแสนเมืองมาหลวง หรือวัดหัวข่วงในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดต้นทางของพระภิกษุในเรื่องเล่าการสร้างวัด ความสัมพันธ์นี้น่าสนใจเพราะชื่อ “วัดหัวข่วง” พบในเมืองล้านนาหลายแห่ง และมักสัมพันธ์กับพื้นที่ข่วงหรือลานของเมืองและชุมชน การมีชื่อเดียวกันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนวิธีเรียกพื้นที่และการจัดภูมิทัศน์ทางสังคมของชาวล้านนาในอดีต
 
สำหรับบ้านหัวข่วง ชื่อของวัดกับชื่อหมู่บ้านได้กลายเป็นส่วนเดียวกันของอัตลักษณ์พื้นที่ จากบ้านท่าปี้ซึ่งมีลานกว้างริมแม่น้ำ ชื่อ “หัวข่วง” กลายมาเป็นคำที่บอกทั้งลักษณะตำแหน่งของพื้นที่และเรื่องราวของศาสนสถาน การศึกษาชื่อบ้านและชื่อวัดควบคู่กันจึงช่วยอธิบายพัฒนาการของชุมชนได้ดีกว่าการมองเฉพาะตัวอาคารในวัด
 
ประวัติการปกครองของวัดที่เทศบาลตำบลสองแควรวบรวมไว้มีรายนามเจ้าอาวาสหลายรูป เริ่มจากครูบาตา ถาวโร ในช่วง พ.ศ. 2470-2485 ต่อด้วยพระกุย พระสุนทร พระบาคำ พระอธิการบุญทา ยติกาโร และพระอธิการบุญศรี ชวนปญโญ ส่วนรายนามลำดับหลังบันทึกพระครูวรกิตติภิมณฑ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา รายชื่อเหล่านี้สะท้อนความต่อเนื่องของการมีพระสงฆ์ดูแลวัดในช่วงเวลาหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม รายชื่อเจ้าอาวาสปัจจุบันในปี 2569 ไม่มีแหล่งข้อมูลล่าสุดเพียงพอสำหรับนำมาระบุเป็นข้อมูลปัจจุบัน จึงไม่นำชื่อใดมาแสดงในฐานะเจ้าอาวาสปัจจุบัน
 
บทบาทของวัดหัวข่วงต่อบ้านหัวข่วงจึงควรมองผ่านความต่อเนื่องระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้าน วัดดำรงอยู่ได้ไม่ใช่เพราะอาคารเท่านั้น แต่เพราะมีชุมชนที่ใช้พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ดูแลสถานที่ และรักษาความสัมพันธ์กับวัดจากรุ่นสู่รุ่น ในบริบทของตำบลสองแควที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและปฏิบัติตามวัฒนธรรมล้านนา วัดหัวข่วงจึงเป็นหนึ่งในสถาบันท้องถิ่นที่ช่วยรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน
 
วัฒนธรรมล้านนามีความสัมพันธ์กับวัดผ่านกิจกรรมทำบุญ วันพระ การถวายทาน การรวมตัวของชุมชน และการสืบทอดประเพณีต่าง ๆ แต่สำหรับวัดหัวข่วงยังไม่มีข้อมูลปัจจุบันที่เพียงพอในการระบุชื่องานประจำปี กำหนดการกฐิน ผ้าป่า ตานก๋วยสลาก หรือพิธีเฉพาะของวัดอย่างเจาะจง บทความนี้จึงไม่กำหนดวันหรืองานประเพณีใดให้กับวัดโดยไม่มีหลักฐานรองรับ ผู้ที่ตั้งใจเดินทางไปร่วมงานบุญเฉพาะวันควรสอบถามชุมชนหรือเทศบาลตำบลสองแควก่อนเดินทาง
 
สำหรับนักท่องเที่ยว จุดเด่นของวัดหัวข่วงอยู่ที่การได้เห็นวัดชุมชนที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเส้นทางน้ำของแม่น้ำปิงและระบบพื้นที่สาธารณะแบบล้านนา ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะได้เห็นว่าชื่อสถานที่หนึ่งคำสามารถเชื่อมโยงกับทั้งลักษณะภูมิประเทศ การเดินทาง การค้า ศาสนา และอัตลักษณ์ของหมู่บ้านได้อย่างไร ขณะที่ผู้ที่มาเพื่อทำบุญก็สามารถใช้เวลาที่วัดอย่างสงบโดยไม่ต้องเผชิญกับความคึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่
 
การเดินชมวัดควรเริ่มจากบริเวณวิหาร ทำความเคารพพระพุทธรูปและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงชมเจดีย์และพื้นที่โดยรอบ หากต้องการถ่ายภาพพระสงฆ์หรือพื้นที่กุฏิควรขออนุญาตก่อน การแต่งกายควรสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายสิ่งก่อสร้าง และหลีกเลี่ยงการรบกวนกิจกรรมของพระสงฆ์หรือชาวบ้าน โดยเฉพาะหากเดินทางในช่วงที่มีพิธีหรือกิจกรรมทางศาสนา
 
วัดหัวข่วงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เชียงใหม่นอกเขตเมืองเก่า เพราะอำเภอดอยหล่อมีภาพของชุมชนชนบทและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากย่านท่องเที่ยวหลักของเชียงใหม่ การเดินทางมายังวัดทำให้เห็นอีกด้านของจังหวัดที่วัดยังเชื่อมโยงกับหมู่บ้าน การเกษตร ถนนท้องถิ่น และวิถีชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์เช่นนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ผู้สนใจล้านนา ผู้ชอบวัดท้องถิ่น และผู้ที่ต้องการเดินทางแบบช้า ๆ
 
วัดหัวข่วงยังสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยววัดและชุมชนในพื้นที่สองแควและดอยหล่อได้ดี วัดทุ่งท้ออยู่ห่างออกไปประมาณ 0.6 กิโลเมตร ขณะที่วัดคันธวาสหรือวัดทุ่งปุยอยู่ห่างประมาณ 2.1 กิโลเมตร จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยังเวียงท่ากาน ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญในอำเภอสันป่าตอง ห่างประมาณ 5.3 กิโลเมตร หรือเที่ยววัดใหม่พัฒนาและวัดป่าอัมพวันในพื้นที่ใกล้เคียง
 
การเชื่อมวัดหัวข่วงกับ เวียงท่ากาน เป็นเส้นทางที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ชอบประวัติศาสตร์ เพราะเวียงท่ากานเป็นเมืองโบราณที่มีหลักฐานสมัยหริภุญชัยและล้านนา เมื่อเริ่มจากวัดชุมชนที่มีเรื่องเล่าริมน้ำอย่างวัดหัวข่วง แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองโบราณ ผู้เดินทางจะได้เห็นพัฒนาการของพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงศูนย์กลางชุมชนโบราณในภาพที่ต่อเนื่องกัน
 
บริเวณรอบวัดและตำบลสองแควมีร้านอาหารและคาเฟ่ขนาดเล็กหลายแห่งที่เหมาะกับการแวะระหว่างทาง เช่น ร้านสุขฮิมนา คาเฟ่ ใจชา Coffee บ้านนอกคอกนา restaurant&cafe ภูผาคอฟฟี่ บาร์ Tree coffee และ ice coffee ร้านเหล่านี้กระจายตัวอยู่ในระยะประมาณ 0.8-2 กิโลเมตรจากวัด ทำให้สามารถจัดแผนเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวันได้โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อหาอาหารหรือเครื่องดื่ม
 
ที่พักในอำเภอดอยหล่อมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ยังมีตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้ชุมชน เช่น Pimprajan Homestay, Huan Janto Homestay, Fortune Hotel Chiang Mai, Green Tree Resort, บ้านไร่อินน์ และ De Aerng Boutique Hotel ระยะทางตั้งแต่ประมาณ 1 กิโลเมตรไปจนถึงประมาณ 10 กิโลเมตร ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเลือกพักในโซนดอยหล่อแทนการขับรถกลับตัวเมืองในวันเดียว โดยเฉพาะหากต้องการเที่ยวต่อไปทางจอมทอง ดอยอินทนนท์ หรือสันป่าตอง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า มุ่งลงทางใต้ตามแนวถนนเชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอหางดงและสันป่าตองเข้าสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6 ปลายทางคือวัดหัวข่วง เลขที่ 60 พิกัดประมาณ 18.5107835, 98.8525750 การใช้พิกัดร่วมกับชื่อ “วัดหัวข่วง ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ” มีความสำคัญ เพราะประเทศไทยมีวัดชื่อหัวข่วงหลายแห่ง ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่ แพร่ น่าน ลำปาง และจังหวัดอื่น
 
ผู้ขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางเข้าสู่ถนนท้องถิ่นหลังออกจากเส้นทางหลัก เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในชุมชนมากกว่าจะอยู่ริมถนนท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เมื่อถึงบริเวณบ้านหัวข่วงควรขับรถด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงผู้ใช้ถนนในชุมชน การเดินทางช่วงกลางวันสะดวกต่อการมองป้ายทางและเหมาะกับเวลาเปิดทำการของวัดที่เผยแพร่ไว้ระหว่าง 08.00-17.00 น.
 
ผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางลงมาทางสันป่าตองหรือดอยหล่อก่อน แล้วจึงต่อรถท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลสองแคว แต่เนื่องจากเส้นทางภายในหมู่บ้านและการเดินทางเชื่อมหลายวัดมีความยืดหยุ่นจำกัด รถส่วนตัวหรือรถเช่าจึงเหมาะกว่าสำหรับผู้ที่ตั้งใจเที่ยววัดหัวข่วงพร้อมสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่งในวันเดียว
 
เวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนเท่าช่วงกลางวันและยังอยู่ภายในช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าวัด นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมบรรยากาศชุมชนอย่างสงบควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปรบกวนช่วงประกอบกิจของสงฆ์ หากมีพิธีภายในวิหารควรรอด้านนอกหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของคนในพื้นที่
 
วัดหัวข่วงไม่ได้มีค่าเข้าชมที่ประกาศอย่างเป็นทางการในแหล่งข้อมูลปัจจุบัน จึงไม่ควรสรุปเป็นตัวเลขค่าเข้าชมหรือระบุว่าเข้าฟรีโดยไม่มีข้อมูลรองรับ สำหรับวัดชุมชนทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธาได้ตามความเหมาะสม แต่ควรพิจารณาข้อมูลและป้ายประกาศของทางวัดในวันที่เดินทางเป็นหลัก
 
หมายเลขโทรศัพท์ 053-367880 เคยปรากฏในฐานข้อมูลวัฒนธรรมที่จัดทำเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังไม่มีแหล่งปัจจุบันที่เพียงพอสำหรับยืนยันว่าเป็นหมายเลขที่ใช้งานสำหรับติดต่อวัดในปี 2569 บทความนี้จึงไม่นำหมายเลขดังกล่าวมาแสดงเป็นเบอร์ติดต่อปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการประสานเรื่องพิธี งานบุญ หรือการเข้าพื้นที่เฉพาะควรติดต่อเทศบาลตำบลสองแควเพื่อขอข้อมูลล่าสุด
 
สถานะปัจจุบันของวัดยังคงปรากฏในบัญชีรายชื่อวัดของอำเภอดอยหล่อภายใต้คณะสงฆ์มหานิกาย และเอกสารข้อมูลพื้นฐานของเทศบาลตำบลสองแควยังนับวัดหัวข่วงเป็น 1 ใน 6 วัดของตำบล โดยระบุที่ตั้งที่บ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6 สอดคล้องกับข้อมูลสถานที่ของกระทรวงวัฒนธรรมและหน้าแหล่งท่องเที่ยวปัจจุบัน จึงสามารถยืนยันได้ว่าวัดยังคงมีสถานะเป็นศาสนสถานในพื้นที่และไม่ได้มีข้อมูลว่าปิดถาวร
 
เมื่อมองภาพรวม วัดหัวข่วงมีคุณค่าอยู่ที่การเป็น “วัดของสถานที่” อย่างแท้จริง ชื่อวัดเกิดจากสภาพพื้นที่ ลานชุมชน และตำแหน่งหัวบ้าน เรื่องราวของพระธุดงค์จากวัดแสนเมืองมาหลวงเชื่อมพื้นที่ชนบทกับเมืองเชียงใหม่ ขณะที่แม่น้ำปิงเชื่อมวัดเข้ากับเส้นทางเดินทางและการค้าของผู้คนในอดีต ความสัมพันธ์หลายชั้นเหล่านี้ทำให้วัดหัวข่วงเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับไหว้พระ แต่เป็นจุดเรียนรู้เรื่องภูมินาม วิถีล้านนา และพัฒนาการของชุมชนสองแคว
 
สำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักเชียงใหม่ในมิติที่ลึกกว่าแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง วัดหัวข่วงเป็นจุดแวะที่ช่วยเปิดมุมมองต่อวัดชุมชนภาคเหนือได้ดี ที่นี่ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง สิ่งที่ควรให้เวลาคือการมองความสัมพันธ์ระหว่างวิหาร เจดีย์ หมู่บ้าน และพื้นที่โดยรอบ รวมถึงทำความเข้าใจว่าทำไมคำว่า “ข่วง” จึงยังปรากฏอยู่ในชื่อวัดและชื่อชุมชนจนถึงปัจจุบัน
 
จากลานกว้างริมแม่น้ำปิงที่เคยเป็นจุดพักพ่อค้าซุงและผู้เดินทาง สู่สถานที่ตั้งวัดที่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของบ้านหัวข่วง วัดแห่งนี้สะท้อนวิธีที่ชุมชนล้านนานำพื้นที่รอบตัวมาสร้างความหมายทางศาสนาและสังคมได้อย่างชัดเจน การมาเยือนวัดหัวข่วงจึงเหมาะทั้งสำหรับการทำบุญ การเรียนรู้ประวัติท้องถิ่น การชมวัดชุมชน และการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างดอยหล่อ สันป่าตอง และพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่
 
ชื่อสถานที่วัดหัวข่วง
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งบ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 6 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160
พิกัด18.5107835, 98.8525750
ชื่อเดิมของชุมชนบ้านท่าปี้
ที่มาของชื่อเชื่อมโยงกับพระภิกษุที่มาจากวัดแสนเมืองมาหลวง ซึ่งเรียกอีกชื่อว่าวัดหัวข่วง และลานกว้างริมท่าน้ำที่ชาวล้านนาเรียกว่า “ข่วง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหัวบ้าน
ประวัติสำคัญมีต้นกำเนิดจากลานกว้างริมแม่น้ำปิงซึ่งเคยเป็นจุดพักพ่อค้าซุงและผู้เดินทางทางน้ำ ชาวบ้านร่วมกับพระภิกษุที่ธุดงค์มาจากวัดแสนเมืองมาหลวงสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่ดังกล่าว ประวัติท้องถิ่นบันทึกวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2425 ในส่วนการได้รับพระบรมราชานุญาตให้สร้างเป็นวัด
เนื้อที่วัด1 ไร่ 1 งาน 86 ตารางวา
สิ่งปลูกสร้างสำคัญวิหาร กุฏิสงฆ์ เจดีย์ และถังน้ำประปา
จุดเด่นประวัติการก่อกำเนิดจากพื้นที่ข่วงริมแม่น้ำปิง ความสัมพันธ์กับวัดแสนเมืองมาหลวง และบทบาทในฐานะวัดประจำชุมชนบ้านหัวข่วง
บริบทชุมชนตำบลสองแควเป็นชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาและมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมประเพณีล้านนา
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 - 17.00 น.
สถานะปัจจุบันยังมีรายชื่อเป็นวัดมหานิกายในตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ และยังปรากฏในข้อมูลสถาบันทางศาสนาของเทศบาลตำบลสองแคว
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่-ฮอดมุ่งสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดทุ่งท้อ ประมาณ 0.6 กม.
2. วัดคันธวาส (ทุ่งปุย) ประมาณ 2.1 กม.
3. เวียงท่ากาน ประมาณ 5.3 กม.
4. วัดใหม่พัฒนา ประมาณ 5.4 กม.
5. วัดป่าอัมพวัน ประมาณ 5.4 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. ร้านสุขฮิมนา คาเฟ่ ประมาณ 0.8 กม.
2. ใจชา Coffee ประมาณ 1.1 กม. โทร. 083-263-5142
3. บ้านนอกคอกนา restaurant&cafe ประมาณ 1.4 กม. โทร. 065-464-3993
4. ภูผาคอฟฟี่ บาร์ ประมาณ 1.4 กม. โทร. 083-822-7403
5. Tree coffee ประมาณ 1.8 กม.
6. ice coffee ประมาณ 2 กม. โทร. 082-529-4681
ที่พักใกล้เคียง1. Pimprajan Homestay ประมาณ 1 กม. โทร. 090-885-1545
2. Huan Janto Homestay ประมาณ 1.2 กม. โทร. 094-683-0659
3. Fortune Hotel Chiang Mai ประมาณ 2.3 กม. โทร. 093-185-5435
4. Green Tree Resort ประมาณ 6.2 กม.
5. บ้านไร่อินน์ ประมาณ 8.4 กม. โทร. 081-783-1315
6. De Aerng Boutique Hotel ประมาณ 10.1 กม. โทร. 061-316-0822
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวข่วง ดอยหล่อ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหัวข่วงตั้งอยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 6 บ้านหัวข่วง ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160 พิกัดประมาณ 18.5107835, 98.8525750
 
ถาม: ชื่อวัดหัวข่วงมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดเชื่อมโยงกับพระภิกษุผู้มาจากวัดแสนเมืองมาหลวงซึ่งเรียกอีกชื่อว่าวัดหัวข่วง และพื้นที่ตั้งวัดเดิมเป็นลานกว้างริมท่าน้ำที่ภาษาล้านนาเรียกว่า “ข่วง” โดยลานดังกล่าวอยู่บริเวณหัวบ้าน จึงเกิดชื่อ “หัวข่วง”
 
ถาม: วัดหัวข่วงมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: พื้นที่เดิมอยู่ในบ้านท่าปี้ริมแม่น้ำปิง เป็นลานกว้างและท่าพักของพ่อค้าซุงกับผู้เดินทางทางน้ำ ต่อมาพระภิกษุที่ธุดงค์มาจากวัดแสนเมืองมาหลวงได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านและร่วมกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่ข่วงแห่งนี้
 
ถาม: ภายในวัดหัวข่วงมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: สิ่งปลูกสร้างที่มีข้อมูลยืนยันประกอบด้วยวิหาร กุฏิสงฆ์ เจดีย์ และถังน้ำประปา จุดเด่นอีกส่วนคือประวัติของวัดที่เชื่อมโยงกับลานข่วงริมแม่น้ำปิงและวัฒนธรรมชุมชนล้านนา
 
ถาม: วัดหัวข่วงเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
 
ถาม: วัดหัวข่วงมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ยังไม่มีข้อมูลค่าเข้าชมที่ประกาศอย่างเป็นทางการในแหล่งปัจจุบัน จึงควรตรวจสอบป้ายหรือข้อมูลของวัดในวันที่เดินทาง และสามารถทำบุญตามศรัทธาได้ตามความเหมาะสม
 
ถาม: ควรเที่ยวที่ไหนต่อจากวัดหัวข่วง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดทุ่งท้อ วัดคันธวาส เวียงท่ากาน วัดใหม่พัฒนา และวัดป่าอัมพวัน โดยเวียงท่ากานเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์หริภุญชัยและล้านนา
 
ถาม: เดินทางไปวัดหัวข่วงอย่างไรสะดวกที่สุด?
ตอบ: รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฮอด ผ่านสันป่าตองไปยังอำเภอดอยหล่อ แล้วเข้าสู่ตำบลสองแคว บ้านหัวข่วง หมู่ที่ 6 ควรใช้ชื่อวัดร่วมกับคำว่า “ดอยหล่อ” ในระบบนำทางเพื่อป้องกันสับสนกับวัดหัวข่วงในจังหวัดอื่น

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดหัวข่วง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)