หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ไชยปราการ >ต.หนองบัว > วัดบ้านปง (หนองบัว)
TL;DR: วัดบ้านปง (หนองบัว) อยู่ที่บ้านปง หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งสู่อำเภอไชยปราการ จากนั้นเข้าสู่ตำบลหนองบัวและบ้านปง หมู่ 7.
วัดบ้านปง (หนองบัว)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดบ้านปง (หนองบัว) ตั้งอยู่บ้านปง หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50320 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481 มีพระสมพร โชติปญฺโญ โชติกโร เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานสำคัญของบ้านปงและตำบลหนองบัว เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา และร่วมกิจกรรมของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของวัดบ้านปงไม่ได้อยู่เพียงสถานะการเป็นวัดประจำหมู่บ้าน แต่ยังอยู่ที่ประวัติการก่อสร้างจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ต้องการมีวัดใกล้บ้าน หลังจากในอดีตต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองบัวซึ่งมีความลำบากมากในสภาพเส้นทางยุคนั้น
วัดบ้านปงมีประวัติการสร้างเมื่อ พ.ศ. 2481 หากนับถึง พ.ศ. 2569 วัดแห่งนี้มีอายุมากกว่า 85 ปีแล้ว ระยะเวลานี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีเป็นครั้งคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของคนบ้านปง ผ่านงานบุญ วันพระ งานกฐิน ผ้าป่า การฟังธรรม งานทำบุญครอบครัว และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกันหลายรุ่น วัดจึงเป็นทั้งพื้นที่ศรัทธา พื้นที่ชุมชน และพื้นที่สืบต่อความสัมพันธ์ของผู้คนในหมู่บ้าน
บ้านปงเป็นหมู่บ้านในตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบททางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับเกษตรกรรม ถนนสายหลัก เส้นทางท้องถิ่น แหล่งน้ำ และภูมิประเทศที่เชื่อมระหว่างพื้นที่ราบกับแนวภูเขา ตำบลหนองบัวมีหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านเด่น บ้านหนองบัว บ้านทา บ้านต้นโชค บ้านถ้ำง๊อบ บ้านปง บ้านปาง บ้านป่าแดง บ้านใหม่หนองบัว และบ้านถ้ำผาผึ้ง วัดบ้านปงจึงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัดและชุมชนในตำบลเดียวกัน ไม่ได้แยกตัวจากพื้นที่รอบข้าง แต่เชื่อมโยงกับบ้าน วัด โรงเรียน เส้นทางเดินทาง และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของไชยปราการ
ชื่อ “บ้านปง” และชื่อวัดบ้านปงสะท้อนตัวตนของชุมชนอย่างชัดเจน เพราะวัดใช้ชื่อเดียวกับหมู่บ้าน ทำให้คนในพื้นที่รับรู้ว่าวัดนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของบ้านปงโดยตรง ในวัฒนธรรมล้านนา วัดประจำหมู่บ้านไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านศาสนพิธีเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่คนในหมู่บ้านพบปะกัน ช่วยกันเตรียมงานบุญ แบ่งหน้าที่กันตามครอบครัว และสืบทอดความสัมพันธ์ของชุมชนผ่านกิจกรรมร่วมกัน วัดบ้านปงจึงเป็นภาพแทนของบ้านปงในมิติศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
ประวัติของวัดบ้านปงเริ่มจากความลำบากในการเดินทางไปทำบุญในอดีต เดิมศรัทธาชาวบ้านปงต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองบัว การเดินทางต้องผ่านทุ่งนาและไม่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่เส้นทางยังไม่ได้พัฒนาเหมือนปัจจุบัน นายเต่น วัฒนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น ได้ปรึกษากับศรัทธาชาวบ้านว่าเห็นสมควรสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านมีศาสนสถานของตนเองและสามารถประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้สะดวกขึ้น
รากฐานสำคัญของการสร้างวัดคือการขอบริจาคที่ดินจากนางเอ้ย จำนวน 1 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา เพื่อเป็นที่ตั้งวัด จากนั้นศรัทธาชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น แล้วนิมนต์พระสุขคำ สิริปญฺโญ มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก การเริ่มต้นเช่นนี้ทำให้วัดบ้านปงเป็นวัดที่เกิดจากความร่วมมือของชุมชนอย่างแท้จริง เพราะมีทั้งผู้นำหมู่บ้าน ผู้บริจาคที่ดิน พระสงฆ์ และชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างพื้นที่ศรัทธาของตนเอง
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวม 1 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดบ้านปงมีฐานพื้นที่ที่ชัดเจนสำหรับใช้รองรับศาสนกิจและกิจกรรมของชุมชน แม้จะไม่ใช่วัดขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับวัดสำคัญระดับอำเภอหรือจังหวัด แต่ในระดับหมู่บ้าน พื้นที่เช่นนี้เพียงพอสำหรับเป็นศูนย์กลางทางจิตใจและพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
อาคารเสนาสนะของวัดบ้านปงประกอบด้วยวิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงฉัน และโรงครัว องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนลักษณะของวัดชุมชนที่ใช้งานจริง วิหารเป็นพื้นที่สำหรับไหว้พระ ฟังธรรม และประกอบพิธีของพุทธศาสนิกชน กุฏิสงฆ์เป็นที่พำนักของพระภิกษุ ศาลาบำเพ็ญกุศลใช้รองรับงานบุญและพิธีกรรมของครอบครัว โรงฉันใช้สำหรับกิจวัตรและภัตตาหารของพระสงฆ์ ส่วนโรงครัวเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้ามาช่วยกันจัดเตรียมอาหารในงานบุญต่าง ๆ
วิหารถือเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้มาเยือนควรให้ความเคารพเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่ชาวบ้านใช้สักการะพระพุทธรูป รับศีล ฟังธรรม และเข้าร่วมพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วิหารของวัดชุมชนล้านนามักเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างพระสงฆ์กับญาติโยมได้ดีที่สุด เพราะเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านกลับมาใช้ซ้ำในรอบปี ทั้งในวันพระ งานบุญ และพิธีสำคัญของครอบครัว
กุฏิสงฆ์เป็นองค์ประกอบที่แสดงถึงการมีชีวิตของวัดในฐานะที่พำนักของพระภิกษุ การมีพระสงฆ์ประจำวัดทำให้วัดบ้านปงสามารถดำเนินศาสนกิจได้ต่อเนื่อง ทั้งการทำวัตร สวดมนต์ รับกิจนิมนต์ ประกอบพิธีงานบุญ และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านในเวลาที่ต้องการคำแนะนำทางศาสนา วัดที่มีพระสงฆ์พำนักจึงมีบทบาทต่อชุมชนมากกว่าสถานที่ไหว้พระทั่วไป เพราะมีความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับญาติโยมดำเนินอยู่จริงในชีวิตประจำวัน
ศาลาบำเพ็ญกุศลเป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับชีวิตครอบครัวและงานบุญของชุมชนโดยตรง ใช้รองรับงานทำบุญอุทิศส่วนกุศล งานบุญประจำปี งานพิธี และกิจกรรมส่วนรวมของหมู่บ้าน ในสังคมชนบทภาคเหนือ พื้นที่เช่นนี้มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อมีงานบุญ ชาวบ้านจะมาช่วยกันเตรียมสถานที่ จัดอาหาร จัดเครื่องไทยทาน และทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ วัดจึงเป็นพื้นที่ที่สร้างทั้งบุญและความสัมพันธ์ของชุมชนไปพร้อมกัน
โรงฉันและโรงครัวเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้วัดรองรับกิจกรรมได้สมบูรณ์มากขึ้น โรงฉันเกี่ยวข้องกับภัตตาหารของพระภิกษุสามเณร ส่วนโรงครัวเป็นพื้นที่ของแรงศรัทธาญาติโยมที่มาช่วยกันประกอบอาหารในงานบุญ การมีโรงครัวในวัดชุมชนแสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันของคนในหมู่บ้าน ตั้งแต่การเตรียมของ การทำอาหาร การรับแขก ไปจนถึงการเก็บกวาดหลังงานบุญ
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดบ้านปงคือพระพุทธรูปต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดสักการะหลักของพุทธศาสนิกชน แม้เอกสารสาธารณะจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงศิลปะหรือประวัติของพระพุทธรูปแต่ละองค์อย่างละเอียด แต่การมีพระพุทธรูปภายในวัดทำให้วัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่ไหว้พระและประกอบศาสนกิจได้สมบูรณ์ ผู้มาเยือนควรเริ่มต้นด้วยการไหว้พระ ตั้งจิตให้สงบ และใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศเรียบง่ายของวัดชุมชน
การบริหารและการปกครองของวัดบ้านปงมีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามหลายรูป เริ่มจากพระสุขคำ สิริปญฺโญ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกในช่วง พ.ศ. 2481–2489 ต่อด้วยพระอินตา จิตจิตโต พ.ศ. 2489–2498 พระบุญเย็น ฐานธมฺโม พ.ศ. 2498–2506 พระกัญฑา อนาลโย พ.ศ. 2506–2515 พระทรัพย์ ธมฺมโชโต พ.ศ. 2515–2520 พระวิรัตน์ ปญฺญาธโร พ.ศ. 2520–2523 พระวิเชียร ทีปธมฺโม พ.ศ. 2523–2525 พระสนัน บิวรรณโณ พ.ศ. 2525–2527 และพระดวงติ๊บ ธมฺมวโร ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา ลำดับเจ้าอาวาสเหล่านี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของวัดในฐานะพื้นที่ศาสนาของบ้านปงมาอย่างยาวนาน
ข้อมูลร่วมสมัยระบุว่าพระสมพร โชติปญฺโญ โชติกโรเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านปง บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชุมชนมีความสำคัญมาก เพราะต้องดูแลทั้งศาสนกิจ พระภิกษุ อาคารสถานที่ งานบุญ กิจนิมนต์ และความสัมพันธ์กับชาวบ้าน การดำรงอยู่ของวัดบ้านปงจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอาคารหรือที่ดิน แต่เป็นเรื่องของพระสงฆ์และญาติโยมที่ร่วมกันรักษาวัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
วัดบ้านปงยังมีบทบาทด้านการศึกษาและพัฒนาชุมชนอย่างชัดเจน ประวัติวัดระบุว่ามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เริ่มสอนเมื่อ พ.ศ. 2531 มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เริ่มสอนเมื่อ พ.ศ. 2528 มีโรงเรียนผู้ใหญ่วัดเริ่มสอนเมื่อ พ.ศ. 2533 และมีหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลตั้งอยู่ในวัด บทบาทเหล่านี้ทำให้วัดบ้านปงเป็นมากกว่าสถานที่ทำบุญ เพราะเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะ การศึกษาผู้ใหญ่ และการอบรมคุณธรรมของคนในชุมชน
ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน เพราะช่วยปลูกฝังหลักธรรม จริยธรรม มารยาท และความเข้าใจในพระพุทธศาสนา การเรียนรู้ในวัดแตกต่างจากการเรียนในโรงเรียนทั่วไป เพราะมีบรรยากาศของศรัทธา ความเคารพ และความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์ ผู้ปกครอง และเด็กในชุมชน วัดบ้านปงจึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยส่งต่อคุณค่าทางใจจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม และโรงเรียนผู้ใหญ่วัดสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ในอดีตวัดเป็นแหล่งศึกษาสำคัญของชุมชนไทยและล้านนา โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทที่สถาบันการศึกษาสมัยใหม่ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม วัดบ้านปงจึงมีประวัติที่สอดคล้องกับภาพใหญ่ของวัดไทยในฐานะพื้นที่สร้างความรู้ คุณธรรม และวินัยทางสังคม
ตำบลหนองบัวเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนเกษตรกรรม แหล่งธรรมชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวของอำเภอไชยปราการ วัดบ้านปงตั้งอยู่ในตำบลที่มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น โป่งน้ำร้อนบ้านใหม่หนองบัว บ้านถ้ำง๊อบ วัดต้นโชค วัดทาน้ำงาม วัดบุญฑริกาวาส วัดป่าแดง และเส้นทางต่อไปยังฮิโนกิแลนด์ วัดถ้ำตับเต่า และอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา การเที่ยววัดบ้านปงจึงสามารถเชื่อมกับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนและธรรมชาติได้หลากหลาย
โป่งน้ำร้อนบ้านใหม่หนองบัวเป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่คนในพื้นที่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อน บ้านถ้ำง๊อบเป็นชุมชนที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวและสัมพันธ์กับภูเขา วัดต้นโชคเป็นวัดที่มีบทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ส่วนวัดทาน้ำงามเป็นวัดที่เกิดจากแรงศรัทธาชาวบ้านทาที่ต้องการมีวัดใกล้ชุมชน เมื่อเชื่อมสถานที่เหล่านี้เข้ากับวัดบ้านปง ผู้มาเยือนจะเห็นภาพตำบลหนองบัวทั้งด้านศาสนา การศึกษา ชุมชน และธรรมชาติได้ครบขึ้น
วัดบ้านปงเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดชุมชนล้านนา ประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาชาวบ้าน บทบาทวัดด้านการศึกษา และเส้นทางท่องเที่ยวแบบสงบในอำเภอไชยปราการ จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เป็นความเรียบง่ายและความต่อเนื่องของบทบาทวัดในชีวิตหมู่บ้าน ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสวัดที่ชาวบ้านใช้จริงและยังคงเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในระดับชุมชน
ประเพณีที่เหมาะกับบริบทของวัดบ้านปง ได้แก่ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สลากภัต ปี๋ใหม่เมือง ยี่เป็ง เทศน์มหาชาติ การถวายทานข้าวใหม่ และงานบุญประจำครอบครัว ประเพณีเหล่านี้ทำให้วัดมีชีวิตตลอดทั้งปี ช่วงเข้าพรรษาชาวบ้านมักถวายเทียนพรรษา ทำบุญ และรักษาศีล ส่วนช่วงออกพรรษาเป็นช่วงของงานกฐินและผ้าป่าที่ช่วยบำรุงวัดและรวมพลังศรัทธาของคนในหมู่บ้าน
สลากภัตเป็นประเพณีล้านนาที่สะท้อนความร่วมมือ ความประณีต และน้ำใจของชุมชน ชาวบ้านจะเตรียมเครื่องไทยทาน ต้นสลาก และของถวายตามกำลังศรัทธา แล้วนำมาร่วมพิธีที่วัด ประเพณีนี้ช่วยให้วัดเป็นพื้นที่ของการแบ่งปันและความร่วมแรงร่วมใจ ส่วนเทศน์มหาชาติหรือฟังธรรมหลวงช่วยให้ชุมชนได้ฟังพระเวสสันดรชาดก เรียนรู้เรื่องทานบารมี ความเสียสละ และคุณค่าทางจิตใจตามคติพระพุทธศาสนา
ปี๋ใหม่เมืองหรือสงกรานต์แบบล้านนาเป็นช่วงที่วัดมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ชาวบ้านมักเข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ ขอพรผู้สูงอายุ และร่วมกิจกรรมที่แสดงความกตัญญูต่อครอบครัวและชุมชน ส่วนยี่เป็งเป็นช่วงแห่งแสงประทีป การทำบุญ และการสวดมนต์ในคืนเดือนเพ็ญ ประเพณีเหล่านี้ทำให้วัดบ้านปงเป็นพื้นที่ที่คนหลายวัยกลับมาพบกันและร่วมรักษาความเป็นล้านนาในระดับหมู่บ้าน
การถวายทานข้าวใหม่สัมพันธ์กับวิถีเกษตรกรรมของตำบลหนองบัวโดยตรง เมื่อชาวบ้านมีผลผลิตจากไร่นาหรือสวน การนำข้าวใหม่หรือผลผลิตมาถวายพระเป็นการแสดงความกตัญญูต่อธรรมชาติ ต่อแรงงานของครอบครัว และต่อพระรัตนตรัย วัดจึงเป็นพื้นที่ที่ศรัทธา การทำมาหากิน และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาบรรจบกันอย่างชัดเจน
ผู้มาเยือนวัดบ้านปงควรเริ่มจากการไหว้พระในวิหาร แล้วเดินชมพื้นที่สำคัญของวัด เช่น กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงฉัน และโรงครัว การเดินชมควรทำด้วยความสงบ เพราะวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ชุมชนใช้งานจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความเงียบในพื้นที่ประกอบศาสนกิจ และเคารพกิจกรรมของพระสงฆ์กับชาวบ้าน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและสามารถเดินทางต่อไปยังวัดหรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้สะดวก ฤดูหนาวเหมาะกับการเที่ยวไชยปราการมากเป็นพิเศษเพราะอากาศเย็นสบาย ส่วนฤดูฝนจะเห็นความเขียวของพื้นที่เกษตรและภูเขา แต่ควรขับรถด้วยความระมัดระวังบนถนนท้องถิ่นและเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่–ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว และเข้าสู่อำเภอไชยปราการ จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลหนองบัวและบ้านปง หมู่ 7 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางวัดบ้านปงร่วมกับวัดต้นโชค วัดทาน้ำงาม โป่งน้ำร้อนบ้านใหม่หนองบัว บ้านถ้ำง๊อบ ฮิโนกิแลนด์ วัดถ้ำตับเต่า และอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาได้ภายในวันเดียว
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางโดยรถโดยสารเส้นทางเชียงใหม่–ฝางหรือเชียงใหม่–แม่อาย แล้วต่อรถในพื้นที่อำเภอไชยปราการเข้าสู่ตำบลหนองบัวและบ้านปง แต่ควรเผื่อเวลาและตรวจสอบรถท้องถิ่นล่วงหน้า เพราะวัดชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวในตำบลหนองบัวไม่ได้อยู่ติดจุดจอดรถโดยสารหลักทั้งหมด การใช้รถส่วนตัวจะช่วยให้จัดเส้นทางเที่ยวได้ยืดหยุ่นและสะดวกกว่า
ด้านอาหารและที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และที่พักในตำบลหนองบัว ตำบลศรีดงเย็น และตัวอำเภอไชยปราการได้หลายแห่ง พื้นที่นี้เหมาะกับการแวะพักระหว่างเดินทางจากเชียงใหม่ไปฝาง แม่อาย ดอยอ่างขาง หรือท่าตอน หากต้องการเที่ยววัด ชุมชน ธรรมชาติ และแหล่งน้ำพุร้อนอย่างไม่เร่งรีบ การพักในไชยปราการหนึ่งคืนจะช่วยให้จัดเส้นทางได้ครบขึ้นและมีเวลาสัมผัสชุมชนมากกว่าเดิม
โดยสรุป วัดบ้านปง (หนองบัว) เป็นวัดราษฎร์มหานิกายประจำบ้านปง หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481 เกิดจากความร่วมมือของผู้ใหญ่บ้าน ศรัทธาชาวบ้าน และผู้บริจาคที่ดิน เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองบัวซึ่งลำบากในอดีต วัดมีวิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงฉัน โรงครัว พระพุทธรูปต่าง ๆ และมีบทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้วิถีวัดชุมชนล้านนา และเชื่อมเส้นทางเที่ยวตำบลหนองบัวกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอไชยปราการ
| ชื่อสถานที่ | วัดบ้านปง (หนองบัว) |
| ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ที่ตั้ง | บ้านปง หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320 |
| รหัสวัด | 350210404 |
| ปีตั้งวัด | ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2481 |
| เจ้าอาวาส | พระสมพร โชติปญฺโญ โชติกโร |
| เนื้อที่วัด | 1 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา |
| ที่ธรณีสงฆ์ | 2 แปลง เนื้อที่รวม 1 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา |
| ประวัติสำคัญ | เดิมชาวบ้านปงต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองบัวและต้องเดินผ่านทุ่งนา นายเต่น วัฒนสมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน จึงปรึกษาศรัทธาชาวบ้านให้สร้างวัดขึ้น โดยได้รับบริจาคที่ดินจากนางเอ้ย และนิมนต์พระสุขคำ สิริปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงฉัน และโรงครัว |
| ปูชนียวัตถุ | พระพุทธรูปต่าง ๆ |
| บทบาทด้านการศึกษา | มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เริ่มสอน พ.ศ. 2531, ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เริ่มสอน พ.ศ. 2528, โรงเรียนผู้ใหญ่วัด เริ่มสอน พ.ศ. 2533 และหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลตั้งอยู่ในวัด |
| บทบาทต่อชุมชน | เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านปง ใช้ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม งานกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน |
| ประเพณีในบริบทพื้นที่ | เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สลากภัต ปี๋ใหม่เมือง ยี่เป็ง เทศน์มหาชาติ และการถวายทานข้าวใหม่ |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นวัดในทะเบียนวัดปัจจุบันของตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งสู่อำเภอไชยปราการ จากนั้นเข้าสู่ตำบลหนองบัวและบ้านปง หมู่ 7 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดทาน้ำงาม ประมาณ 5 กม. 2. วัดต้นโชค ประมาณ 6 กม. 3. โป่งน้ำร้อนบ้านใหม่หนองบัว ประมาณ 9 กม. 4. บ้านถ้ำง๊อบ ประมาณ 10 กม. 5. ฮิโนกิแลนด์ ประมาณ 15 กม. 6. วัดถ้ำตับเต่า ประมาณ 16 กม. 7. อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Cafe Amazon ปตท. ไชยปราการ ประมาณ 8 กม. โทร. 098-808-1958 2. Cafe' De Mamana ประมาณ 10 กม. โทร. 099-435-4061, 090-435-4061 3. เหมาะ Cafe ประมาณ 11 กม. โทร. 095-861-5556 4. ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าพันบ้านเชียงหมั้น ประมาณ 13 กม. โทร. 085-864-8001 5. พิซซ่า & วิวปัง สาขาไชยปราการ ประมาณ 14 กม. โทร. 082-198-8792 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Anton Place ประมาณ 7 กม. โทร. 091-853-1586 2. Pingkhong Resort ประมาณ 10 กม. 3. ห้องพักบ้านสวนองุ่นศิริสุข ประมาณ 12 กม. โทร. 092-398-8884, 098-750-0115, 086-919-9542 4. พรหมประทาน รีสอร์ท ประมาณ 13 กม. 5. ปางขามป้อม โฮมสเตย์ ไชยปราการ ประมาณ 22 กม. โทร. 084-170-7943 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบ้านปง (หนองบัว) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบ้านปงตั้งอยู่บ้านปง หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320
ถาม: วัดบ้านปงเป็นวัดประเภทใด?
ตอบ: วัดบ้านปงเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และอยู่ในทะเบียนวัดปัจจุบันของตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: วัดบ้านปงได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดบ้านปงได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2481
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านปง?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดบ้านปงคือพระสมพร โชติปญฺโญ โชติกโร
ถาม: วัดบ้านปงสร้างขึ้นเพราะเหตุใด?
ตอบ: เดิมชาวบ้านปงต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดหนองบัวและต้องเดินผ่านทุ่งนา การเดินทางลำบาก ผู้ใหญ่บ้านและศรัทธาชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้าน
ถาม: ภายในวัดบ้านปงมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: อาคารเสนาสนะสำคัญของวัดประกอบด้วยวิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงฉัน และโรงครัว
ถาม: วัดบ้านปงมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: วัดบ้านปงมีประวัติด้านการศึกษา ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โรงเรียนผู้ใหญ่วัด และหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล
ถาม: เที่ยววัดบ้านปงแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดทาน้ำงาม วัดต้นโชค โป่งน้ำร้อนบ้านใหม่หนองบัว บ้านถ้ำง๊อบ ฮิโนกิแลนด์ วัดถ้ำตับเต่า และอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว




